A A A A A

บาป: [การผิดประเวณี]


๑ โครินธ์ ๖:๑๘
จง หลีก เลี่ยง เสีย จาก การ ล่วงประเวณี ความ บาป ทุก อย่าง ที่ มนุษย์ กระทำ นั้น เป็น บาป นอก กาย แต่ คน ที่ ล่วงประเวณี นั้น ทำ ผิด ต่อ ร่างกาย ของ ตน เอง

อพยพ ๒๐:๑๔
อย่า ล่วงประเวณี ผัว เมีย เขา

ฮีบรู ๑๓:๔
การ สมรส เป็น ที่ นับถือ แก่ คน ทั้งปวง และ ที่นอน ก็ ปราศจาก มลทิน แต่ คน ที่ ล่วงประเวณี และ คน เล่นชู้ นั้น พระเจ้า จะ ทรง พิพากษา โทษ เขา

ยากอบ ๔:๑๗
เหตุ ฉะนั้น คน ใด ที่ รู้จัก กระทำ การ ดี และ ไม่ ได้ กระทำ บาป จึง มี แก่ คน นั้น

เยเรมีย์ ๑๓:๒๗
เรา ได้ เห็น การ ล่วงประเวณี ของ เจ้า การ ครวญหา การ เล่นชู้ ที่มา ก ด้วย ราคะ ของ เจ้า และ การ ที่ น่า สะอิดสะเอียน ของ เจ้า บน เนิน เขา ทั้งหลาย ที่ ใน ทุ่ง นา โอ เยรูซา เล็ม เอ๋ย วิบัติ แก่ เจ้า อีก นาน สัก เท่าใด เจ้า จึง จะ ยอม กระทำ ให้ เจ้า สะอาด ได้ "

๑ ยอห์น ๑:๙
พระ สัญญา เกี่ยว กับ การ สารภาพ บาป ถ้า เรา สารภาพ บาป ของ เรา พระองค์ ทรง สัตย์ ซื่อ และ เที่ยงธรรม ก็ จะ ทรง โปรด ยก บาป ของ เรา และ จะ ทรง ชำระ เรา ให้ พ้น จาก การ อธรรม ทั้งสิ้น

ลูกา ๑๖:๑๘
พระ บัญญัติ ใหม่ เกี่ยว กับ การ หย่า ร้าง ( มธ 5 : 31 - 32 ; 19 : 5 - 11 ; มก 10 : 2 - 12 ; 1 ค ร 7 : 10 - 15 ) ผู้ ใด หย่า ภรรยา ของ ตน แล้วไป มี ภรรยา ใหม่ ก็ ผิด ประเวณี และ ผู้ ใด รับ หญิง ที่ สามี ได้ หย่า แล้ว มา เป็น ภรรยา ของ ตน ก็ ผิด ประเวณี ด้วย

มัทธิว ๑๙:๙
ฝ่าย เรา บอก ท่าน ทั้งหลาย ว่า ผู้ ใด หย่า ภรรยา ของ ตน เพราะ เหตุ ต่างๆ เว้นแต่ เป็นชู้ กับ ชาย อื่น แล้วไป มี ภรรยา ใหม่ ก็ ผิด ประเวณี และ ผู้ ใด รับ หญิง ที่ หย่า แล้ว นั้น มา เป็น ภรรยา ก็ ผิด ประเวณี ด้วย "

สุภาษิต ๖:๓๒
แต่ ผู้ ใด ที่ ล่วงประเวณี กับ ผู้หญิง คน หนึ่ง ก็ ขาด ความ เข้าใจ ผู้ ใด ที่ กระทำ อย่าง นั้น ก็ ทำลาย จิตใจ ตน เอง

โรม ๗:๒-๓
[๒] เพราะว่า ผู้หญิง ที่ สามี ยัง มี ชีวิต อยู่ นั้น ต้อง อยู่ ใต้ พระราชบัญญัติ ว่า ด้วย ประเพณี สามี ภรรยา แต่ ถ้า สามี ตาย ผู้หญิง นั้น ก็ พ้น จาก พระราชบัญญัติ ว่า ด้วย ประเพณี สามี ภรรยา[๓] ฉะนั้น ถ้า ผู้หญิง นั้น ไป แต่งงาน กับ ชาย อื่น ใน เมื่อ สามี ยัง มี ชีวิต อยู่ นาง ก็ได้ ชื่อว่า เป็น หญิง ล่วงประเวณี แต่ ถ้า สามี ตาย แล้ว นาง ก็ พ้น จาก พระราชบัญญัติ นั้น แม้ นาง ไป แต่งงาน กับ ชาย อื่น ก็ หา ผิด ประเวณี ไม่

มาระโก ๑๐:๑๑-๑๒
[๑๑] พระองค์ จึง ตรัส กับ เขา ว่า " ถ้า ผู้ ใด หย่า ภรรยา ของ ตน แล้วไป มี ภรรยา ใหม่ ผู้ นั้น ก็ได้ ผิด ประเวณี ต่อ เธอ[๑๒] และ ถ้า หญิง จะ หย่า สามี ของ ตน แล้วไป มี สามี ใหม่ หญิง นั้น ก็ ผิด ประเวณี "

มัทธิว ๕:๒๗-๓๒
[๒๗] ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน ว่า มี คำ กล่าว ใน ครั้ง โบราณ ว่า ` อย่า ล่วงประเวณี ผัว เมีย เขา '[๒๘] ฝ่าย เรา บอก ท่าน ทั้งหลาย ว่า ผู้ ใด มอง ผู้หญิง เพื่อให้ เกิด ใจ กำหนัด ใน หญิง นั้น ผู้ นั้น ได้ ล่วงประเวณี ใน ใจ กับ หญิง นั้น แล้ว[๒๙] ถ้า ตา ข้าง ขวา ของ ท่าน ทำให้ ท่าน หลง ผิด จง ควัก ออก และ โยน มัน ทิ้ง เสีย จาก ท่าน เพราะว่า จะ เป็น ประโยชน์ แก่ ท่าน มาก กว่า ที่ จะ เสีย อวัยวะ ไป อย่าง หนึ่ง แต่ ทั้ง ตัว ของ ท่าน ไม่ ต้อง ถูก ทิ้ง ลง ใน นรก[๓๐] และ ถ้า มือ ข้าง ขวา ของ ท่าน ทำให้ ท่าน หลง ผิด จง ตัด ออก และ โยน มัน ทิ้ง เสีย จาก ท่าน เพราะว่า จะ เป็น ประโยชน์ แก่ ท่าน มาก กว่า ที่ จะ เสีย อวัยวะ ไป อย่าง หนึ่ง แต่ ทั้ง ตัว ของ ท่าน ไม่ ต้อง ถูก ทิ้ง ลง ใน นรก[๓๑] พระ บัญญัติ ใหม่ เกี่ยว กับ การ หย่า ร้าง ( มธ 19 : 9 ; มก 10 : 2 - 10 ) ยัง มี คำ กล่าว ไว้ ว่า ` ผู้ ใด จะ หย่า ภรรยา ก็ ให้ เขา ทำ หนังสือ หย่า ให้ แก่ ภรรยา นั้น '[๓๒] ฝ่าย เรา บอก ท่าน ทั้งหลาย ว่า ผู้ ใด จะ หย่า ภรรยา เพราะ เหตุ อื่น นอกจาก การ เล่นชู้ ก็ เท่ากับ ว่าผู้ นั้น ทำให้ หญิง นั้น ล่วงประเวณี และ ถ้า ผู้ ใด จะ รับ หญิง ซึ่ง หย่า แล้ว เช่น นั้น มา เป็น ภรรยา ผู้ นั้น ก็ ล่วงประเวณี ด้วย

๑ โครินธ์ 6:9-16
[9] ชีวิต เดิม ก่อน ถูก แยก ตั้ง ไว้ และ ได้ รับ ความชอบ ธรรม โดย ความ เชื่อ ท่าน ไม่ รู้ หรือ ว่า คน อธรรม จะ ไม่ ได้ รับ อาณาจักร ของ พระเจ้า เป็น มรดก อย่า หลง เลย คน ล่วงประเวณี คน ถือ รูป เคารพ คน ผิด ผัว เมีย เขา คน นิสัย เหมือน ผู้หญิง หรือ คน ที่ เป็น กะเทย[10] คน ขโมย คน โลภ คน ขี้ เมา คน ปากร้าย คน ฉ้อโกง จะ ไม่ ได้ รับ อาณาจักร ของ พระเจ้า เป็น มรดก[11] แต่ ก่อน มี บาง คนใน พวก ท่าน เป็น คน อย่าง นั้น แต่ ท่าน ได้ รับ ทรง ชำระ แล้ว และ ได้ ทรง แยก ตั้งท่า น ไว้ แล้ว แต่ พระ วิญญาณ แห่ง พระเจ้า ของ เรา ได้ ทรง ตั้งท่า น ให้ เป็น ผู้ ชอบธรรม ใน พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า[12] ข้าพเจ้า ทำ สิ่ง สารพัด ได้ แต่ ไม่ ใช่ ทุก สิ่ง ที่ จะ ทำได้ นั้น เป็น ประโยชน์ ข้าพเจ้า ทำ สิ่ง สารพัด ได้ แต่ ข้าพเจ้า ไม่ ยอม อยู่ ใต้ อำนาจ ของ สิ่ง ใด เลย[13] จง หนี จาก การ ล่วงประเวณี อาหาร มี ไว้ สำหรับ ท้อง และ ท้อง ก็ สำหรับ อาหาร แต่ พระเจ้า จะ ทรง ให้ ทั้ง ท้อง และ อาหาร สิ้น สูญ ไป แล้ว ร่างกาย นั้น ไม่ ได้ มี ไว้ สำหรับ การ ล่วงประเวณี แต่ มี ไว้ สำหรับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มี ไว้ สำหรับ ร่างกาย[14] พระเจ้า ได้ ทรง ชุบ ให้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เป็น ขึ้น มา ใหม่ และ พระองค์ จะ ทรง ชุบ ให้ เรา ทั้งหลาย เป็น ขึ้น มา ใหม่ โดย ฤทธิ์ เดช ของ พระองค์ ด้วย[15] ท่าน ไม่ รู้ หรือ ว่า ร่างกาย ของ ท่าน เป็น อวัยวะ ของ พระ คริสต์ เมื่อ เป็น เช่น นั้น จะ ให้ ข้าพเจ้า เอา อวัยวะ ของ พระ คริสต์ มา เป็น อวัยวะ ของ หญิง แพศยา ได้ หรือ ขอ พระเจ้า อย่า ยอม ให้ เป็น เช่น นั้น เลย[16] ท่าน ไม่ รู้ หรือ ว่า คน ที่ ผูกพัน กับ หญิง แพศยา ก็ เป็น กาย อัน เดียวกัน กับ หญิง นั้น เพราะ พระองค์ ได้ ตรัส ว่า ` เขา ทั้ง สอง จะ เป็น เนื้อ อัน เดียวกัน '

ลูกา 18:18-20
[18] Onyẹ-ndu ohu jụ Jizọsị ajụjụ, sị a, “Onyẹ-nkuzi ọma, kịnị kẹ m jẹnkọ d'e mẹ nị m nwẹhẹn ndụn itẹbitẹ?”[19] Jizọsị nọ sị a, “K'ị rị a kpọnị m onyẹ-ọma? O nwọnni onyẹ rị mma wezụka Chuku sụọ.[20] 'Ya marịnghọ Iwu ndịnị wẹ: ‘Aghẹrẹlẹ; egbulẹ ọchụ; ezunlẹ ohin; ebuokinlẹ ịhịan ọnụ; gbaye nẹdi i lẹ nnẹ i.’ ”

๑ เธสะโลนิกา 4:3-5
[3] Makẹni, uche Osolobuẹ wụ nị ụnụ rị nsọ; nị ụnụ jụchanrịn ughẹrẹ;[4] nị onyẹ-onyẹ imẹ ụnụ marịn k'o dọn kwọndọn ẹhụ a, dọnmẹ ẹ nsọ, mẹ ẹ nwẹ mgbaye;[5] ẹlẹ hụn imẹ-mgba e gi lagbu ẹ ẹnya lẹkẹ ndị hụn marịnlẹni Osolobuẹ;

มาระโก 7:20-23
[20] Ọ nọ sịzị, “Ihiẹn gha imẹ ịhịan pụha wụ ihiẹn e mẹrụn'a.[21] Makẹni, imẹ ịhịan, imẹ obi ịhịan, kẹ ihiẹn ndịnị gha a pụha: eje-iroro, ụdị ughẹrẹ rị ichẹn-ichẹn, izun-ohin, igbu-ọchụ,[22] ịna-nwunyẹ-ịhịan lẹ ịzọ-ụkụ-eye-ọfịa, ẹnya-uku, imẹ ihiẹn-ifẹnrẹn, ndufie, obibi ‘mmẹ-nwọn-enwẹn-m,’ ẹnya-ụfụ, nkutọ, mpache lẹ nzuzu.[23] Imẹ ịhịan kẹ eje-ihiẹn ndịnị ile a gha a pụha, e mẹrụ a.”

มัทธิว 15:17-20
[17] Ụnụ a hụn n'a nị ihiẹn ọwụlẹ banye ọnụ e si ẹfọ, gha ẹrịra shi mgbugbu-nsịn?[18] Kanị ihiẹn gha ọnụ fụha gha obi ịhịan pụha—ịya wụ ihiẹn e mẹrụ ịhịan.[19] Makẹni imẹ obi kẹ ihiẹn ndịnị gha a pụha: eje-iroro, igbu-ọchụ, ịna-nwunyẹ-ịhịan lẹ ịzọ-ụkụ-eye-ọfịa, mgba-nzuzue, izun-ohin, ịshịa ẹri-ntụ lẹ nkutọ.[20] Ihiẹn ndịnị wẹ nwẹ e mẹrụ ịhịan. Kanị, igi ẹka wẹ kwọlẹni ri ihiẹn-oriri ara mẹrụ ịhịan.”

ยอห์น 8:4-11
[4] Wẹ nọ sị Jizọsị, “Onyẹ-nkuzi, wẹ nwụn okpohoni ebe ọ rị a zọ ụkụ e ye ọfịa.[5] Imẹ Iwu, Mozizi sị ẹnyi gi ọmụma magbu okpoho nọ ẹnịna, kalẹ, k'i k'e ku nwan banyen'ẹ?”[6] (Wẹ jụ a ihiẹnni nị wẹ gi ẹ kwọndọn Jizọsị, kẹni wẹ hụn ihiẹn wẹ k'a sị nị ya k'o mẹ.) Ya kẹ Jizọsị nọ hulụa alị, gi mkpịnsịn-ẹka a demẹ ihiẹn alị.[7] Ogẹn wẹ gi tọ a jụ a, o nọ lihi ọtọ, sị wẹ, “Onyẹ ọwụlẹ imẹ ụnụ mẹtulẹni njọ, 'ya bu ụzọ ma a ọmụma.”[8] 'Ya ọ nọ hulụazị alị, demẹ ihiẹn alị.[9] Ogẹn wẹ gi nụ ihiẹnni, wẹ ile nọ pụma, ohu-ohu, ndị kanị bu ụzọ pụma, d'e ru n'ọ họdụ Jizọsị sụọ; okpoho hụ turuhụkwọ ebẹhụ ihun Jizọsị.[10] Ya Jesu nọ lihi ọtọ, sị a, “Okpoho, elebe kẹ wẹ rị? O nwọnni onyẹ ma ị ikpe?”[11] Ọ nọ sị, “Di-ọkpa, o nwọnni.” Jizọsị nọ sị a, “Mmẹ nwẹn ẹ amakọkwọ ị ikpe. Jẹnmẹ. Kanị, gha kikẹnni jẹnmẹ, emẹzilẹ njọ.”]

๑ โครินธ์ 7:1-40
[1] Nị ẹnyi leban nwan ihiẹn ndị hụ ụnụ de ẹnya. “Ọ hụghọ mma omẹni okẹnnyẹ ebuni ụkụ tụkwasị okpoho.”[2] Kanị, makẹni ughẹrẹ jun ụzọ ile, okẹnnyẹ ọwụlẹ ya lụrụ nwunyẹ; okpoho ọwụlẹ ya lụrụ di.[3] Di k'a gha e mẹ ni nwunyẹ ẹ ihiẹn run'ẹ imẹ ọlụlụ di-lẹ-nwunyẹ; nwunyẹ ya e mẹzikwọ nị di ẹ ẹrịra.[4] Makẹni, ẹlẹ nwunyẹ k'e ku ihiẹn o k'e gi ẹhụ a mẹ, di ẹ nwẹ ku; ẹrịrazịkwọ, ẹlẹ di k'e ku ihiẹn o k'e gi ẹhụ a mẹ, nwunyẹ ẹ nwẹ ku.[5] Egilẹ ni ẹhụ ụnụ a jọ ibe ụnụ ẹfọ, mmanị ụnụ kwerigbama nị ụnụ ye efe ẹkẹrẹ ogẹn, kẹni ọnụ hụn ụzọ bu enwẹn ọnụ che imẹ ekpere. Omẹgụụ, ọnụ a nọgbamazị, amamgbe Ekwensụ a nwan ọnụ, makẹni ụnụ a saẹka kwọndọnsọnmẹ enwẹn ụnụ.[6] Kanị m rịhụ e ku ẹ n'ọ nị mẹ, ẹlẹ iwu kẹ m rị e ye;[7] k'ọ rị m, ịhịan ile rị kẹ mmẹ. Kanị, onyẹ-onyẹ nwọn oyiye nke ẹ, hụn gha ẹka Osolobuẹ bịa—hụnnị nwẹ nke ẹ, hụnnị nwẹ nke ẹ.[8] Nke ndị kelẹni lụ lẹ ndị hụn di wẹ mọbụ nwunyẹ wẹ nwụn, m sị wẹ n'ọ hụghọ mma nị wẹ nọdị nke wẹ—nọkẹ mmẹ.[9] Kanị, omẹni asakọ wẹ ẹka kwọndọn enwẹn wẹ, wẹ lụrụ—makẹni ọ ka mma nị ịhịan lụrụ di mọbụ nwunyẹ karị nị ẹgụn imẹ-mgba hụ e gbu ẹ.[10] Nke ndị lụgụnị, iwu m rị e ye wẹ wụ ọnwan (kanị ẹlẹ mmẹ rị e ye wẹ ya, Di-nwọnni-ẹnyi rọ): nwunyẹ ajụkwọlẹ di ẹ mọbụ kpechan a.[11] (Kanị ọ jụ di ẹ tọ mọbụ kpechan a, y'a lụlẹ ọnyẹ ọzọ. Hụn nkẹ o gi lụrụ onyẹ ọzọ, ya lẹ di ẹ sụọkin.) Di e kpechankwọlẹ nwunyẹ ẹ mọbụ jụ a.[12] Nke ndị ọzọ, lee ihiẹn m sị wẹ mẹ (mmẹ rị e ku ọnwan, ẹlẹ Di-nwọnni-ẹnyi): omẹni okẹnnyẹ wụ onyẹ itu-Kraịstị nwọn nwunyẹ hụn kwerilẹni ni Kraịstị, bụ nwunyẹ ẹ e kwerighọ n'o sọn ẹ e bi, y'e kpechanl'a mọbụ jụ a.[13] Omẹni okpoho wụ onyẹ itu-Kraịstị nwọn di hụn kwerilẹni ni Kraịstị, bụ di ẹ e kwerighọ n'o sọn ẹ e bi, y'e kpechanl'a mọbụ jụ a.[14] Makẹni di hụn kwerilẹni ni Kraịstị a wụrụọlẹ onyẹ wẹ dọn nsọ makẹ ifiri nwunyẹ ẹ hụn kwerini Kraịstị ; nwunyẹ hụn kwerilẹni a wụrụgụọlẹ onyẹ wẹ dọn nsọ makẹ ifiri di ẹ hụn kwerini. Omẹni ẹlẹ ẹrịra, ụmụ ụnụ e ke rị nsọ, kanị wẹ hụ nwan nsọ.[15] Kanị omẹni hụn kwerilẹni ni Kraịstị a jụ hụn kwerini Kraịstị, ya rị ẹrịra. Ọ rị ẹrịra, o nwọnni iwu gi hụn kwerini, makẹni udọn kẹ Osolobuẹ kpọ nị ẹnyi.[16] Nwunyẹ, y'a marịnghọ kẹ ẹka ị kẹ w'a gha zụọpụha di i? Di, y'a marịnghọ kẹ ẹka ị kẹ w'a gha zụọpụha nwunyẹ i?[17] K'osilẹrị, onyẹ-onyẹ ya bimẹ obibi Di-nwọnni-ẹnyi keye ẹ; wẹ nọdị kẹ wẹ nọ ogẹn Osolobuẹ gi kpọ wẹ; ebe okuni rị, ọnwan kẹ m'a kuzi imẹ ụka Kraịstị ile.[18] Omẹni ịhịan a kwagụọ ugun nị Osolobuẹ d'a kpọbanhan a imẹ Kraịstị, y'a chọkwọlẹ n'o wepụ apa ugun ọ kwa; omẹni ịhịan akwanị ugun nị Osolobuẹ d'a kpọbanhan a imẹ Kraịstị, y'a chọlẹ n'ọ kwa ugun.[19] Ịkwa-ugun enwọnni ihiẹn ọ wụ; akwanị-ugun enwọnni ihiẹn ọ wụ; ihiẹn rị mkpa wụ imẹ ihiẹn Osolobuẹ ku.[20] Onyẹ-onyẹ ya nọdị ọnọdị ọ rị ogẹn Chuku gi kpọbanhan a.[21] Ị wụ igbọn ogẹn o gi kpọbanhan ị? Anịlẹ ọhụn sọngbu i; kanị omẹni y'a hụn ụzọ y'e gi weri enwẹn i, ye e weri enwẹn i.[22] Makẹni, omẹni ịhịan wụ igbọn ogẹn wẹ gi kpọbanhan a imẹ Di-nwọnni-ẹnyi, onyẹ werigụụ enwẹn ẹ k'ọ wụ imẹ Di-nwọnni-ẹnyi. Ẹrịrazịkwọ, onyẹ hụn wụlẹni igbọn ogẹn wẹ gi kpọbanhan a wụ nwan igbọn Kraịstị.[23] Osolobuẹ ṅọn ụnụ eṅọn; awụrụlẹni igbọn ịhịan.[24] Umunẹ m, nọdị nị nwan ọnọdị ọwụlẹ ụnụ rị ogẹn Osolobuẹ gi kpọbanhan ụnụ e fe Osolobuẹ.[25] Nị ẹnyi ku nwan nke ndị lụlẹni di mọbụ nwunyẹ. O nwọnni ihiẹn Di-nwọnni-ẹnyi sị m ku banyeni ọnwan, kanị m rị e ku uche m, nọkẹ onyẹ furu wẹ gi e dọn ẹnya ghahanị ẹfọma Di-nwọnni-ẹnyi.[26] Kẹ ihiẹn rị ogẹnni, e roghọ m'a n'o furu ni ụnụ nọdị kẹ ụnụ nọ.[27] Omẹni i nwọn nwunyẹ, achọlẹ n'ị jụ a mọbụ kpechan a; omẹni y'e nwọnni nwunyẹ, achọlẹ n'ị lụrụ.[28] Kanị, ị lụrụ nwunyẹ, y'e mẹni njọ; okpoho kelẹni lụ di lụrụ di, o mẹni njọ. Kanị, ndị lụnị jẹnkọ d'e nwọn nsọngbu imẹ ndụnnị—nsọngbu ahụn kẹ m chọkọ nị m napụ ụnụ.[29] Umunẹ m, ihiẹn m gi ẹ e ku wụ nị ogẹn họdụnị ehizini; gha kikẹnni jẹnmẹ, ndị hụn nwọndẹ nwunyẹ wẹ bimẹ nọkẹ sị enwọn wẹ;[30] ndị rị a kwannị, wẹ bimẹ nọkẹ sị a rị wẹ a kwan; ndị rị a ghọghọnị wẹ bimẹ nọkẹ sị a rị wẹ a ghọghọ; ndị hụn e ṅọnni, wẹ bimẹ nọkẹ sị o nwọnni ihiẹn wẹ nwẹ;[31] ndị hụn gi ihiẹn ụwa e bi, wẹ ewerilẹ ẹ kẹ sị ọ rịka mkpa, w'e gilẹ ẹ dọn-ẹnya. E bi ni ẹrịra makẹni ụwanị rị ogẹnni ghafekọ aghafekọ.[32] Achọnị m nị ụnụ e rogbu enwẹn ụnụ. Okẹnnyẹ hụn gilẹni nwunyẹ e ro ihiẹn Di-nwọnni-ẹnyi, o ro k'o dọn mẹ ihiẹn ẹfọ gi a sụọ Di-nwọnni-ẹnyi ụsụọ.[33] Kanị onyẹ hụn nwọn nwunyẹ e ro ihiẹn ụwa, o ro k'o dọn mẹ ihiẹn ẹfọ gi a sụọ nwunyẹ ẹ ụsụọ—[34] ẹrịra kẹ obi ẹ e kebe. Okpoho mọbụ nwa-agbọọ hụn nwọnlẹni di e ro ihiẹn Di-nwọnni-ẹnyi, o ro k'o dọn dọnmẹchanrịn ẹhụ a lẹ mmọn a nsọ; kanị okpoho hụn nwọn di e ro ihiẹn ụwa, o ro kẹ o dọn mẹ ihiẹn ẹfọ gi a sụọ di ẹ ụsụọ.[35] M rị e ku ihiẹnni kẹni ọ rị nị ụnụ mma, ẹlẹ ni m gi ẹ gbọndọn ụnụ, kanị, kẹni ụnụ hụn ụzọ bi k'o furu, buchanrịn obi ụnụ che ebe Di-nwọnni-ẹnyi rị.[36] Kanị , omẹni ịhịan rị e ro ni ọ rịnị e mẹmẹ onyẹ hụn wẹ ẹbụọ kutọ nị wẹ k'a lụ ọhụnma, bụ o temẹgụọ hụn okpoho mọbụ nị hụn okẹnnyẹ a sakọzị ẹka din—ọ rị hụn okẹnnyẹ nị wẹ lụma, ya mẹ ihiẹn hụ ọ chọ, wẹ lụma, ẹlẹ njọ.[37] Kanị onyẹ hụn kwadẹmẹgụụ obi ẹ n'ọ lụkọ, n'ọ lụkọ okpoho hụ ya lẹ ịya kutọ, bụ ọ rịnị a dụ a n'ọ lụma a—kama, ọ hụ a sa ẹka e kwọndọn enwẹn ẹ—onyẹ ahụn e mẹghọzịkwọ ọhụnma omẹni ọ lụnị.[38] Ya wụ, onyẹ hụn lụnị mẹ ihiẹn rị ma, kanị onyẹ hụn lụlẹni mẹ ihiẹn ka mma.[39] Okpoho nwọn di k'a lụrịrị di ẹ, ka sị a mẹ ni di ẹ ahụn hụ ndụn. Kanị di ẹ nwụnhụn, o nwọn ikẹn lụrụ onyẹ sụọ n'a—ka sị a mẹ ni onyẹ nke Di-nwọnni-ẹnyi k'ọ nụrụn.[40] O mẹ uche m, ọ nọdị k'ọ rị, ya kẹ ọ k'a ka a mma. Ọnwan wụ uche m,—kanị e roghọ m'a nị mmẹ lẹ enwẹn m nwọnzikwọ Mmọn Osolobuẹ.

Ika Bible
Public Domain