A A A A A

เพิ่มเติม: [โทษประหาร]

โรม 6:23
เพราะว่าค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือความตาย แต่ของขวัญจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ใน พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

กิจการของอัครทูต 25:11
อย่างไรก็ตามหากว่าข้าพเจ้าได้ทำผิดใดๆ อันควรแก่โทษประหารข้าพเจ้าก็ยอมตายโดยไม่ขัดขืนเลย แต่หากข้อกล่าวหาใดๆ ของชาวยิวเหล่านี้ไม่เป็นความจริงก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มอบตัวข้าพเจ้าให้พวกเขา ข้าพเจ้าขอถวายฎีกาถึงซีซาร์!”

วิวรณ์ ๒๑:๘
ส่วนคนขี้ขลาดตาขาว คนที่ไม่เชื่อ คนชั่วช้า ฆาตกร คนผิดศีลธรรมทางเพศ คนใช้คาถาอาคม คนกราบไหว้รูปเคารพ และคนทั้งปวงที่พูดโกหก ที่ของเขาคือบึงไฟกำมะถันลุกโชน นั่นคือความตายครั้งที่สอง”

เลวีนิติ ๒๐:๑๐-๑๓
[๑๐] “ ‘ผู้ใดเป็นชู้กับภรรยาของคนอื่น คือกับภรรยาของเพื่อนบ้าน ทั้งชายและหญิงที่เป็นชู้กันจะต้องถูกประหาร[๑๑] “ ‘ผู้ใดหลับนอนกับภรรยาของบิดา ก็ทำให้บิดาของตนอับอายขายหน้า ทั้งชายและหญิงคู่นั้นจะต้องตาย ที่พวกเขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของพวกเขาเอง[๑๒] “ ‘ผู้ใดหลับนอนกับบุตรสะใภ้ของตน ทั้งคู่ต้องถูกประหารเพราะได้ทำสิ่งที่วิปริต ที่พวกเขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของพวกเขาเอง[๑๓] “ ‘ผู้ใดสมสู่รักร่วมเพศ พวกเขาทำสิ่งที่น่ารังเกียจเดียดฉันท์ จะต้องประหารทั้งคู่ ที่พวกเขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของพวกเขาเอง

อพยพ ๒๑:๑๒-๑๗
[๑๒] “ผู้ใดทำร้ายร่างกายคนอื่นถึงแก่ความตายจะต้องมีโทษถึงตายแน่นอน[๑๓] หากเขาทำไปโดยไม่เจตนาแต่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้น เราจะกำหนดสถานที่แห่งหนึ่งให้เขาหนีไปลี้ภัย[๑๔] แต่หากผู้ใดวางแผนฆ่าคนโดยเจตนา จงนำตัวผู้นั้นออกไปจากแท่นบูชาของเราและประหารเขา[๑๕] “ผู้ใดทำร้าย บิดามารดาของตนจะต้องมีโทษถึงตาย[๑๖] “ผู้ใดลักพาตัวผู้อื่นไปขายเป็นทาสหรือยังกักตัวไว้กับตนขณะที่ถูกจับได้จะต้องมีโทษถึงตาย[๑๗] “ผู้ใดแช่งด่าบิดามารดาจะต้องมีโทษถึงตาย

อพยพ ๒๒:๑๙
“ผู้ใดสมสู่กับสัตว์เดรัจฉานจะต้องมีโทษถึงตาย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๒:๒๔
ทั้งคู่จะต้องถูกนำตัวไปที่ประตูเมืองและถูกหินขว้างตาย เพราะเหตุที่ฝ่ายหญิงไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ และฝ่ายชายได้ละเมิดพรหมจารีคู่หมั้นของคนอื่น ท่านต้องขจัดความชั่วร้ายออกไปจากหมู่พวกท่าน

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๓:๕
ผู้เผยพระวจนะและผู้ฝันเห็นเหตุการณ์นั้นจะต้องถูกประหาร เพราะเขาสั่งสอนให้กบฏต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านผู้ได้ทรงนำท่านออกจากอียิปต์และทรงไถ่ท่านจากแดนทาส ผู้นั้นพยายามชักจูงท่านให้หันเหจากทางที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงสั่งให้ท่านเดินตาม ท่านต้องขจัดความชั่วออกไปจากหมู่พวกท่าน

เลวีนิติ ๒๔:๑๖
ผู้ใดหมิ่นประมาทพระนามพระยาห์เวห์ จะต้องมีโทษถึงตาย ชุมนุมประชากรทั้งหมดจะต้องเอาหินขว้างเขา ไม่ว่าคนต่างด้าวหรือคนอิสราเอลโดยกำเนิด ผู้ใดหมิ่นประมาทพระนามพระเจ้าจะต้องถูกประหาร

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๑:๑๘-๒๑
[๑๘] หากคนใดมีบุตรชายที่ดื้อดึงหัวแข็ง ไม่อยู่ในโอวาทไม่ยอมเชื่อฟังบิดามารดา แม้ถูกตีสั่งสอนก็แล้ว[๑๙] ให้บิดามารดานำตัวบุตรนั้นมาพบผู้อาวุโสของเมืองนั้นที่ประตูเมือง[๒๐] เขาจะแจ้งผู้อาวุโสว่า “ลูกคนนี้ดื้อรั้นหัวแข็ง ไม่เชื่อฟัง ชอบสำมะเลเทเมา”[๒๑] แล้วชาวเมืองนั้นจะเอาหินขว้างเขาให้ตาย ท่านต้องขจัดความชั่วร้ายออกไปจากหมู่พวกท่าน ชนอิสราเอลทั้งปวงจะได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเกรงกลัว

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๗:๖
แต่อย่าประหารใครเมื่อมีพยานเพียงปากเดียว จะต้องมีพยานอย่างน้อยสองหรือสามปาก

เลวีนิติ ๒๐:๒๗
“ ‘คนทรงทั้งหญิงและชายหรือพ่อมดหมอผีท่ามกลางพวกเจ้าจะต้องตาย เจ้าจะต้องเอาหินขว้างพวกเขา ที่พวกเขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของพวกเขาเอง’ ”

กันดารวิถี ๑๕:๓๒-๓๖
[๓๒] ขณะที่ชนอิสราเอลอยู่ในถิ่นกันดาร ชายคนหนึ่งถูกจับได้ในขณะเก็บฟืนในวันสะบาโต[๓๓] คนที่พบเขากำลังเก็บฟืนจึงได้นำตัวเขามาพบโมเสส อาโรน และชุมนุมประชากรทั้งหมด[๓๔] เขาถูกคุมตัวไว้เพราะยังไม่รู้ชัดเจนว่าควรจัดการกับเขาอย่างไร[๓๕] แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “ชายคนนั้นมีโทษถึงตาย ชุมนุมประชากรทั้งปวงต้องเอาหินขว้างเขานอกค่ายพัก”[๓๖] เขาทั้งปวงจึงพาคนนั้นออกไปนอกค่าย และเอาหินขว้างจนตายตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสส

เลวีนิติ ๒๐:๒-๙
[๒] “จงกล่าวแก่ชนอิสราเอลว่า ‘ผู้ใดก็ตามไม่ว่าชาวอิสราเอลหรือคนต่างด้าวซึ่งมาอาศัยอยู่กับพวกเขา ที่ยก ลูกหลานของตนให้พระโมเลคจะต้องตาย ประชากรในชุมชนจะเอาหินขว้างเขา[๓] เราเองจะเป็นปฏิปักษ์กับคนนั้น และตัดเขาออกจากหมู่ประชากรของเขา เพราะการที่เขายกลูกให้พระโมเลคก็ทำให้สถานนมัสการของเราเป็นมลทินและลบหลู่นามอันบริสุทธิ์ของเรา[๔] และหากประชากรในชุมชนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ยอมประหารคนนั้นที่ยกลูกให้พระโมเลค[๕] เราจะเป็นศัตรูกับคนนั้นและครอบครัวของเขา และจะตัดเขากับทุกคนที่ทำตามเขาที่ขายตัวให้พระโมเลคออกจากหมู่ประชากรของเขา[๖] “ ‘เราจะเป็นศัตรูกับผู้ที่หันไปหาคนทรงและหมอผี ทำตัวแพศยาโดยการติดตามคนเหล่านี้ และเราจะตัดคนนั้นออกจากหมู่ประชากรของเขา[๗] “ ‘จงชำระตัวและจงบริสุทธิ์ เพราะเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า[๘] จงรักษาและปฏิบัติตามกฎหมายของเรา เราคือพระยาห์เวห์ผู้ทำให้เจ้าบริสุทธิ์[๙] “ ‘ผู้ใดแช่งด่าบิดามารดาของตนจะต้องมีโทษถึงตาย เขาได้แช่งด่าบิดามารดาของเขาเอง ที่เขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของเขาเอง

เลวีนิติ 24:17
“ ‘ผู้ใดฆ่าคนจะต้องรับโทษถึงตาย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๗:๑๒
ผู้ใดดูหมิ่นตุลาการหรือปุโรหิตซึ่งปรนนิบัติพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่นั่นจะต้องถูกประหาร ท่านจะต้องขจัดความชั่วออกจากอิสราเอล

อพยพ ๒๑:๑๔
แต่หากผู้ใดวางแผนฆ่าคนโดยเจตนา จงนำตัวผู้นั้นออกไปจากแท่นบูชาของเราและประหารเขา

ปฐมกาล ๙:๖
“ใครก็ตามที่ฆ่าคน เขาก็จะถูกคนฆ่า เพราะพระเจ้าทรงสร้างคนขึ้น ตามพระฉายของพระองค์

อพยพ ๒๐:๑๓
“อย่าฆ่าคน

โรม ๑๓:๑-๗
[๑] ทุกคนต้องยอมตนเชื่อฟังผู้มีอำนาจปกครอง เพราะไม่มีผู้ใดมีอำนาจเว้นแต่พระเจ้าได้ทรงสถาปนา ผู้มีอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่ ล้วนได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้า[๒] ฉะนั้นผู้ที่กบฏต่อผู้มีอำนาจก็กำลังกบฏต่อผู้ที่พระเจ้าได้ทรงสถาปนา และผู้ที่ทำเช่นนั้นจะนำโทษมาสู่ตนเอง[๓] เพราะว่าผู้ปกครองบ้านเมืองนั้นไม่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำถูก แต่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำผิด ท่านอยากจะพ้นจากความกลัวผู้มีอำนาจใช่ไหม? ถ้าเช่นนั้นก็จงทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเขาจะชมเชยท่าน[๔] เพราะเขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อประโยชน์ สุขของท่าน แต่ถ้าท่านทำผิดก็จงกลัวเถิด เพราะเขาไม่ได้ถือดาบไว้เฉยๆ เขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า เป็นตัวแทนของพระพิโรธที่จะนำการลงโทษมาสู่ผู้กระทำผิด[๕] ฉะนั้นเราจึงต้องยอมเชื่อฟังผู้มีอำนาจไม่เพียงเพราะกลัวการลงโทษ แต่เพราะเห็นแก่จิตสำนึกด้วย[๖] และนี่คือเหตุผลที่ท่านเสียภาษี เพราะผู้มีอำนาจเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ผู้ให้เวลาทั้งหมดของตนในการปกครองบ้านเมือง[๗] จงให้แก่ทุกคนในสิ่งที่ท่านติดค้างเขาคือ ถ้าท่านติดค้างส่วยสาอากร จงเสียส่วยสาอากร ถ้าติดค้างภาษี จงเสียภาษี ถ้าควรให้ความเคารพ จงให้ความเคารพ ถ้าควรให้เกียรติ จงให้เกียรติ

ยอห์น ๘:๓-๑๑
[๓] เหล่าธรรมาจารย์และพวกฟาริสีนำตัวหญิงคนหนึ่งมา นางถูกจับฐานล่วงประเวณี พวกเขาให้นางยืนอยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนั้น[๔] แล้วทูลพระเยซูว่า “ท่านอาจารย์ หญิงผู้นี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี[๕] ในหนังสือบทบัญญัติโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างหญิงที่ทำอย่างนี้ ท่านจะว่าอย่างไร?”[๖] เขาใช้คำถามนี้เป็นกับดักเพื่อหาเหตุกล่าวโทษพระองค์ แต่พระเยซูทรงโน้มพระกายลงและทรงใช้นิ้วพระหัตถ์เขียนที่พื้น[๗] เมื่อพวกเขายังถามไม่หยุด พระองค์ก็ทรงยืดพระกายขึ้นแล้วตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าผู้ใดในพวกท่านไม่มีบาป ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างนางเป็นคนแรก”[๘] แล้วทรงโน้มพระกายลงเขียนที่พื้นอีก[๙] ถึงตรงนี้พวกที่ได้ยินก็ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่จนเหลือแต่พระเยซูกับหญิงคนนั้นซึ่งยังคงยืนอยู่[๑๐] พระเยซูก็ทรงยืดพระกายขึ้นตรัสถามว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนกันหมด? ไม่มีใครเอาโทษเจ้าเลยหรือ?”[๑๑] นางทูลว่า “ไม่มีเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูประกาศว่า “เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเช่นกัน บัดนี้จงไปเถิด และจงทิ้งวิถีชีวิตที่ผิดบาปของเจ้า”

มัทธิว ๕:๑๗
“อย่าคิดว่าเรามาเพื่อล้มล้างหนังสือบทบัญญัติหรือหนังสือผู้เผยพระวจนะ เราไม่ได้มาล้มล้างแต่มาเพื่อทำให้สำเร็จครบถ้วน

ปฐมกาล ๙:๕-๖
[๕] สำหรับเลือดอันเป็นชีวิตของพวกเจ้า เราจะให้มีการชดใช้อย่างแน่นอน เราจะให้สัตว์ทุกตัวชดใช้ และเราจะให้แต่ละคนชดใช้ชีวิตของพี่น้องเพื่อนมนุษย์เช่นกัน[๖] “ใครก็ตามที่ฆ่าคน เขาก็จะถูกคนฆ่า เพราะพระเจ้าทรงสร้างคนขึ้น ตามพระฉายของพระองค์

มัทธิว ๕:๓๘-๓๙
[๓๘] “ท่านทั้งหลายได้ยินคำกล่าวไว้ว่า ‘ตาแทนตาและฟันแทนฟัน’[๓๙] แต่เราบอกท่านว่าอย่าต่อสู้กับคนชั่ว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาด้วย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๒:๒๒
ชายใดถูกจับได้ในขณะนอนกับภรรยาของคนอื่น ทั้งตัวเขาและหญิงผู้คบชู้จะต้องมีโทษถึงตาย ท่านจะต้องขจัดความชั่วร้ายออกไปจากอิสราเอล

โรม ๑๒:๑๙
เพื่อนเอ๋ย อย่าแก้แค้น แต่จงปล่อยให้พระเจ้าทรงสำแดงพระพิโรธ เพราะมีเขียนไว้ว่า “การแก้แค้นเป็นหน้าที่ของเราเอง เราจะคืนสนอง” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้

โรม ๑๓:๙
พระบัญญัติที่ว่า “อย่าล่วงประเวณี” “อย่าฆ่าคน” “อย่าลักขโมย” “อย่าโลภ” และพระบัญญัติอื่นๆ ล้วนรวมอยู่ในข้อนี้คือ “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”

มัทธิว ๗:๕
เจ้าคนหน้าซื่อใจคด จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาเจ้าเองก่อน แล้วเจ้าจะเห็นชัดเพื่อจะเขี่ยผงออกจากตาของพี่น้องได้

เลวีนิติ ๒๐:๑๔
“ ‘ผู้ใดแต่งงานกับทั้งหญิงสาวและแม่ของนาง นั่นเป็นความชั่วช้า ทั้งสามคนจะต้องถูกเผา เพื่อไม่ให้มีความชั่วร้ายท่ามกลางพวกเจ้า

เลวีนิติ ๒๑:๙
“ ‘บุตรสาวของปุโรหิตคนใดปล่อยตัวให้เป็นมลทินโดยเป็นหญิงโสเภณีก็ทำให้บิดาอับอายขายหน้า นางจะต้องถูกเผาไฟ

เลวีนิติ ๒๔:๑๔-๒๓
[๑๔] “จงนำตัวคนที่หมิ่นประมาทนั้นออกไปนอกค่ายพัก และให้ทุกคนที่ได้ยินเขากล่าวหมิ่นประมาทวางมือบนศีรษะของเขา จากนั้นชุมนุมประชากรทั้งหมดจงเอาหินขว้างเขา[๑๕] จงแจ้งชนอิสราเอลว่า ‘ถ้าผู้ใดแช่งด่าพระเจ้า เขาจะต้องรับผิดชอบ[๑๖] ผู้ใดหมิ่นประมาทพระนามพระยาห์เวห์ จะต้องมีโทษถึงตาย ชุมนุมประชากรทั้งหมดจะต้องเอาหินขว้างเขา ไม่ว่าคนต่างด้าวหรือคนอิสราเอลโดยกำเนิด ผู้ใดหมิ่นประมาทพระนามพระเจ้าจะต้องถูกประหาร[๑๗] “ ‘ผู้ใดฆ่าคนจะต้องรับโทษถึงตาย[๑๘] ผู้ใดฆ่าสัตว์ของคนอื่นจะต้องชดใช้ ชีวิตแลกชีวิต[๑๙] โทษสำหรับการทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บคือถูกทำให้บาดเจ็บเช่นเดียวกัน[๒๐] กระดูกหักแทนกระดูกหัก ตาแทนตา ฟันแทนฟัน เขาทำร้ายคนอื่นอย่างไรก็จะถูกทำร้ายอย่างนั้น[๒๑] ผู้ใดฆ่าสัตว์จะต้องชดใช้สำหรับสัตว์ตัวนั้น ผู้ใดฆ่าคนจะต้องถูกประหาร[๒๒] กฎเกณฑ์นี้สำหรับทั้งคนต่างด้าวและคนอิสราเอลโดยกำเนิด เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’ ”[๒๓] โมเสสจึงแจ้งชนอิสราเอล พวกเขาก็นำตัวชายที่หมิ่นประมาทออกไปนอกค่ายพัก เอาหินขว้างเขา ชาวอิสราเอลได้ทำตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสส

๒ ซามูเอล ๑๒:๑๓
ดาวิดตรัสกับนาธันว่า “เราได้ทำบาปต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” นาธันจึงทูลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงลบล้างบาปให้ฝ่าพระบาท ฝ่าพระบาทจะไม่ตาย

โรม ๕:๘
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์เองแก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

เฉลยธรรมบัญญัติ ๕:๑๗
“อย่าฆ่าคน

ลูกา ๒๓:๓๓
เมื่อมาถึงที่ซึ่งเรียกว่า หัวกะโหลก เขาก็ตรึงพระองค์ไว้ที่ไม้กางเขนพร้อมกับอาชญากรสองคน คนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย อีกคนหนึ่งอยู่ข้างขวาของพระองค์

มัทธิว ๗:๑
“อย่าตัดสิน มิฉะนั้นท่านเองจะถูกตัดสินด้วย

Thai Bible (TNCV) 2007
Thai New Contemporary Bible Copyright © 1999, 2001, 2007 by Biblica, Inc.®