A A A A A

เพิ่มเติม: [วิทยาศาสตร์]

๑ ทิโมธี ๖:๒๐
ทิโมธีเอ๋ย จงพิทักษ์รักษาสิ่งที่ท่านได้รับมอบหมาย จงหลีกหนีจากการพูดคุยอันไร้สาระ และความคิดขัดแย้งที่สำคัญผิดว่าเป็นความรู้

ลูกา ๑๑:๕๒
“วิบัติแก่เจ้า พวกผู้เชี่ยวชาญทางบทบัญญัติ เพราะเจ้าได้เอากุญแจแห่งความรู้ไป ตัวเจ้าเองไม่เข้าไป แล้วยังขัดขวางคนอื่นที่กำลังเข้าไป”

โรม 2:20
เป็นผู้สอนคนโง่ เป็นครูสอนเด็ก เพราะท่านมีความรู้และความจริงทั้งมวลที่อยู่ในบทบัญญัติ

ปฐมกาล ๒:๔-๒๕
[๔] นี่คือเรื่องราวการทรงสร้างสวรรค์และโลก เมื่อพระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงสร้างโลกและสวรรค์[๕] ขณะนี้ยังไม่มีต้นไม้และพืชพันธุ์ในท้องทุ่งปรากฏขึ้นในโลก เลย เพราะว่าพระเจ้าพระยาห์เวห์ยังไม่ได้ประทานฝนลงมา ทั้งยังไม่มีมนุษย์ที่จะไถพรวนดิน[๖] แต่ก็มีน้ำ พลุ่งขึ้นจากพื้นโลกและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวดินทั้งหมด[๗] แล้วพระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงปั้นมนุษย์ จากธุลีดินและทรงระบายลมหายใจแห่งชีวิตเข้าไปทางจมูกของเขา มนุษย์จึงมีชีวิต[๘] พระเจ้าพระยาห์เวห์ได้ทรงสร้างสวนแห่งหนึ่งไว้ในเอเดนทางทิศตะวันออก และให้ชายที่ทรงสร้างขึ้นอาศัยอยู่ในสวนนั้น[๙] พระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดทั้งที่งดงามน่าดูและที่เหมาะเป็นอาหารงอกขึ้นในสวน ที่กลางสวนนั้นมีต้นไม้แห่งชีวิตและต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว[๑๐] มีแม่น้ำสายหนึ่งจากเอเดนไหลมาหล่อเลี้ยงสวนนั้นแล้วแยกออกเป็นต้นน้ำสี่สาย[๑๑] สายที่หนึ่งชื่อปิโชน ไหลผ่านดินแดนฮาวิลาห์ที่ซึ่งมีแร่ทองคำ[๑๒] (ดินแดนนี้มีแร่ทองคำคุณภาพดี ยางไม้หอม และพลอยด้วย)[๑๓] สายที่สองชื่อกิโฮน ไหลผ่านทั่วดินแดนคูช[๑๔] สายที่สามคือไทกริส ซึ่งไหลไปทางทิศตะวันออกของอัสชูร์ และสายที่สี่คือยูเฟรติส[๑๕] พระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงกำหนดให้ชายผู้นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้เขาทำงานและดูแลรักษาสวนแห่งนั้น[๑๖] และพระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงบัญชาเขาไว้ว่า “เจ้ามีอิสระที่จะกินผลจากต้นใดๆ ในสวนก็ได้[๑๗] แต่เจ้าต้องไม่กินผลจากต้นแห่งการรู้ดีรู้ชั่ว เพราะถ้าเจ้ากินผลของมันเมื่อใด เจ้าจะตายแน่นอน”[๑๘] แล้วพระเจ้าพระยาห์เวห์ตรัสว่า “ไม่ควรให้ชายผู้นี้อยู่คนเดียว เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ที่เหมาะสมเท่าเทียมกับเขา”[๑๙] พระเจ้าพระยาห์เวห์ได้ทรงปั้นสัตว์และนกทุกชนิดขึ้นจากดิน พระองค์ทรงนำมายังชายผู้นั้นเพื่อดูว่าเขาจะเรียกมันว่าอย่างไร สัตว์เหล่านั้นก็ได้ชื่อตามที่เขาเรียก[๒๐] ดังนั้นชายผู้นั้นจึงตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงทั้งปวง นกในอากาศ และสัตว์ในท้องทุ่งทั้งสิ้น แต่อาดัม ยังไม่พบผู้อุปถัมภ์ที่เหมาะสมเท่าเทียมสำหรับเขา[๒๑] พระเจ้าพระยาห์เวห์จึงทรงบันดาลให้ชายนั้นหลับสนิท จากนั้นทรงชักกระดูกซี่โครงของเขาออกมาซี่หนึ่ง และทรงปิดเนื้อให้สนิทเข้าดังเดิม[๒๒] แล้วพระเจ้าทรงสร้างผู้หญิงขึ้นจากกระดูกซี่โครง ที่พระองค์ทรงนำออกมาจากชายนั้น และพานางมาหาเขา[๒๓] ชายผู้นั้นกล่าวว่า “นี่คือกระดูกจากกระดูกของเรา และเนื้อจากเนื้อของเรา นางจะได้ชื่อว่า ‘หญิง ’ เพราะนางมาจากชาย”[๒๔] เพราะเหตุนี้ผู้ชายจะละจากบิดามารดาของตนไปผูกพันกับภรรยา และพวกเขาจะเป็นเนื้อเดียวกัน[๒๕] ชายนั้นกับภรรยาต่างเปลือยกายอยู่ และพวกเขาไม่รู้สึกละอายเลย

วิวรณ์ ๑๑:๑๕-๑๘
[๑๕] ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดเป่าแตรและมีเสียงดังหลายเสียงในสวรรค์กล่าวว่า “ราชอาณาจักรของโลกนี้ได้กลับมาเป็นราชอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรากับพระคริสต์ของพระองค์แล้ว และพระองค์จะทรงครองอาณาจักรเป็นนิตย์”[๑๖] แล้วผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่คนซึ่งนั่งบนบัลลังก์ของตนต่อหน้าพระเจ้าก็หมอบซบหน้าลงนมัสการพระเจ้า[๑๗] ทูลว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบคุณพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบันและผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีต เพราะพระองค์ได้ทรงสำแดงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ และได้ทรงเริ่มครอบครองอาณาจักรแล้ว[๑๘] บรรดาประชาชาติโกรธกริ้ว แต่พระพิโรธของพระองค์มาถึงแล้ว และเวลานั้นได้มาถึงแล้ว เวลาที่จะทรงพิพากษาคนที่ได้ตายไป เวลาที่จะประทานบำเหน็จแก่เหล่าผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์ และแก่ประชากรของพระองค์และบรรดาผู้ยำเกรงพระนามของพระองค์ ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย และเวลาที่จะทรงทำลายบรรดาผู้ที่ทำลายโลก”

โคโลสี ๑:๑๕-๑๖
[๑๕] พระบุตรทรงเป็นพระฉายของพระเจ้าผู้ที่เราไม่อาจมองเห็นได้ เป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง[๑๖] เพราะโดยพระองค์ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นทั้งในฟ้าสวรรค์และบนแผ่นดินโลก ทั้งสิ่งที่มองเห็นได้และไม่อาจมองเห็นได้ ไม่ว่าบรรดาเทพผู้ครองบัลลังก์ หรือเทพผู้ทรงเดชานุภาพ หรือเทพผู้ครอง หรือเทพผู้ทรงอำนาจ ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และเพื่อพระองค์

วิวรณ์ ๑:๕
และจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพยานที่สัตย์ซื่อ เป็นคนแรกที่เป็นขึ้นมาจากตาย และเป็นผู้ปกครองเหนือกษัตริย์ทั้งหลายของโลก แด่พระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลายและได้ทรงให้เราพ้นจากบาปของเราโดยพระโลหิตของพระองค์

วิวรณ์ ๕:๖
จากนั้นข้าพเจ้าเห็นพระเมษโปดก ดูประหนึ่งว่าได้ถูกฆ่าแล้ว พระองค์ประทับยืนอยู่ตรงกลางพระที่นั่ง รายล้อมด้วยสิ่งมีชีวิตทั้งสี่และเหล่าผู้อาวุโส พระองค์ทรงมีเขาเจ็ดเขาและมีตาเจ็ดดวงซึ่งเป็นวิญญาณทั้งเจ็ด ของพระเจ้าที่ทรงส่งออกไปทั่วโลก

วิวรณ์ ๑๓:๑๔
เนื่องด้วยหมายสำคัญเหล่านี้ที่มันได้รับอำนาจให้ทำการแทนสัตว์ร้ายตัวแรก มันล่อลวงชาวโลก สั่งให้พวกเขาสร้างรูปจำลองขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่สัตว์ร้ายที่ถูกฟันด้วยดาบแต่ยังไม่ตายนั้น

วิวรณ์ ๑๗:๑๘
หญิงที่ท่านได้เห็นนั้นคือนครใหญ่ซึ่งปกครองบรรดากษัตริย์ของโลก”

โยบ ๒๖:๗
พระเจ้าทรงคลี่ท้องฟ้าด้านเหนือบนความว่างเปล่า และทรงแขวนโลกไว้เหนือที่เวิ้งว้าง

อิสยาห์ ๔๐:๒๒
พระองค์ประทับบนบัลลังก์เหนือเส้นรอบวงของโลก และประชากรโลกก็เหมือนตั๊กแตน พระองค์ทรงคลี่ฟ้าสวรรค์ออกเหมือนคลี่ผ้าม่าน ทรงขึงมันเหมือนเต็นท์สำหรับพักอาศัย

ปฐมกาล ๑:๑-๓
[๑] ในปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งในฟ้าสวรรค์และโลก[๒] ขณะนั้นโลกยังไม่มีรูปทรงและว่างเปล่า ความมืดปกคลุมอยู่เหนือพื้นผิวของห้วงน้ำ พระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือน้ำนั้น[๓] และพระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง” ความสว่างก็เกิดขึ้น

ปัญญาจารย์ ๑:๑๓-๑๗
[๑๓] ได้ทุ่มเทศึกษาและใช้สติปัญญาใคร่ครวญทุกสิ่งที่ทำกันใต้ฟ้าสวรรค์ พระเจ้าทรงวางภาระหนักแก่มนุษย์จริงๆ![๑๔] ข้าพเจ้าได้เห็นทุกสิ่งซึ่งทำกันภายใต้ดวงอาทิตย์ ล้วนแต่อนิจจังเหมือนวิ่งไล่ตามลม[๑๕] สิ่งที่คดงอก็ทำให้เหยียดตรงไม่ได้ สิ่งที่ขาดอยู่ก็นับไม่ได้[๑๖] ข้าพเจ้ารำพึงว่า “ดูเถิด เรามีสติปัญญามากกว่ากษัตริย์องค์ก่อนๆ ที่ครองเยรูซาเล็ม เราเข้าถึงสติปัญญาและความรู้”[๑๗] แล้วข้าพเจ้าก็ทุ่มเทสุดตัวที่จะเข้าใจสติปัญญา ความบ้าคลั่ง และความโฉดเขลาด้วย แต่ได้เรียนรู้ว่านี่ก็วิ่งไล่ตามลมเช่นกัน

ปฐมกาล ๒:๔
นี่คือเรื่องราวการทรงสร้างสวรรค์และโลก เมื่อพระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงสร้างโลกและสวรรค์

ดาเนียล ๑๒:๔
ส่วนท่าน ดาเนียลเอ๋ย จงม้วนและประทับตราถ้อยคำแห่งหนังสือม้วนนี้ไว้จนถึงวาระสุดท้าย คนเป็นอันมากจะไปที่นี่ที่นั่นเพื่อเพิ่มพูนความรู้”

อิสยาห์ ๔๒:๕
นี่คือพระดำรัสของพระเจ้าพระยาห์เวห์ พระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และคลี่มันออก ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสรรพสิ่งที่บังเกิดจากโลก ผู้ประทานลมปราณแก่มนุษย์ และประทานชีวิตแก่ทุกคนในโลก

โยบ ๒๖:๗-๑๔
[๗] พระเจ้าทรงคลี่ท้องฟ้าด้านเหนือบนความว่างเปล่า และทรงแขวนโลกไว้เหนือที่เวิ้งว้าง[๘] พระองค์ทรงห่อหุ้มน้ำไว้ในเมฆของพระองค์ และเมฆก็ไม่ได้แตกกระจายเพราะน้ำหนักของมัน[๙] พระองค์ทรงคลี่เมฆ ทรงบดบังจันทร์เพ็ญ[๑๐] พระองค์ทรงกำหนดเส้นขอบฟ้าที่ทะเล เป็นพรมแดนระหว่างความสว่างกับความมืด[๑๑] เสาของฟ้าสวรรค์สั่นคลอน เมื่อพระองค์ทรงกำราบ[๑๒] และโดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ทะเลก็สงบราบคาบ โดยพระปรีชาญาณ ทรงหั่นราหับออกเป็นชิ้นๆ[๑๓] ฟ้าสวรรค์งดงามโดยลมปราณของพระเจ้า พระหัตถ์ของพระองค์ทรงแทงพญางูที่กำลังเลื้อยไป[๑๔] เหล่านี้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่พระองค์ทรงกระทำ เป็นแค่เสียงกระซิบแผ่วๆ ที่เราได้ยินเกี่ยวกับพระองค์เท่านั้น! แล้วใครเล่าจะสามารถเข้าใจความเกรียงไกรแห่งฤทธิ์อำนาจของพระองค์ได้?”

สดุดี ๑๐๔:๕
พระองค์ทรงตั้งโลกไว้บนฐาน โลกจะไม่มีวันเคลื่อนย้าย

สดุดี ๑๐๔:๙
พระองค์ทรงวางเขตกั้นไม่ให้น้ำข้ามไป เพื่อไม่ให้น้ำท่วมแผ่นดินโลกอีก

อิสยาห์ ๔๕:๑๒
เรานี่แหละสร้างโลก และสร้างมนุษยชาติบนโลก มือของเรานี่แหละคลี่ฟ้าสวรรค์ออก และบัญชาดวงดาวทั้งปวง

อาโมส ๙:๖
พระองค์ผู้ทรงสร้างที่ประทับอันสูงส่ง ไว้ในฟ้าสวรรค์ และวางฐานราก ของมันไว้ที่แผ่นดินโลก ผู้ทรงเรียกน้ำทะเลขึ้นมา และเทมันรดผิวโลก ทรงพระนามว่าพระยาห์เวห์

ปฐมกาล ๖:๑๒
พระเจ้าทรงเห็นว่าโลกเสื่อมทรามมากเพราะสิ่งมีชีวิตทั้งปวงล้วนดำเนินชีวิตอย่างเสื่อมทราม

ปฐมกาล ๘:๙
แต่นกพิราบไม่พบที่ที่จะเกาะเพราะว่าระดับน้ำยังสูงอยู่ จึงกลับมาหาโนอาห์ที่เรือ โนอาห์ก็ยื่นมือออกรับนกพิราบเข้ามาในเรือดังเดิม

ปฐมกาล ๙:๑๑
เราทำพันธสัญญากับเจ้าว่าจะไม่ให้น้ำท่วมทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทั้งปวงอีกเลยและจะไม่ให้น้ำท่วมทำลายโลกอีกต่อไป”

อิสยาห์ ๑๑:๑๒
พระองค์จะทรงชูธงขึ้นเพื่อประชาชาติทั้งหลาย และรวบรวมเชลยอิสราเอล กับชนยูดาห์ที่กระจัดกระจายไป กลับคืนมาจากสี่มุมโลก

ดาเนียล ๑๒:๑-๓
[๑] “ครั้งนั้นเทพบดีมีคาเอลผู้พิทักษ์ประชากรของท่านจะมา จะเกิดช่วงทุกข์ลำเค็ญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่มีประชาชาติขึ้น แต่ในครั้งนั้นประชากรของท่านคือทุกคนที่มีชื่ออยู่ในหนังสือนั้นจะได้รับการช่วยกู้[๒] คนเป็นอันมากที่ตายไปแล้วจะฟื้นขึ้น บางคนก็เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ บางคนก็เข้าสู่ความอับอายและถูกดูหมิ่นเหยียดหยามตลอดกาล[๓] บรรดาผู้มีปัญญา จะส่องแสงเหมือนความสว่างแห่งฟ้าสวรรค์ และบรรดาผู้ที่นำคนเป็นอันมากมาสู่ความชอบธรรมจะส่องสว่างดั่งดวงดาวชั่วนิรันดร์

อิสยาห์ ๕๑:๑๓
เจ้าเป็นใครจึงลืมพระยาห์เวห์พระผู้สร้างของเจ้า ผู้คลี่ฟ้าสวรรค์ออกมา และวางฐานรากของโลก? เรื่องอะไรเจ้าถึงต้องอกสั่นขวัญแขวนอยู่ทุกวี่ทุกวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้ข่มเหง ผู้มุ่งสู่หายนะ? ไหนล่ะความเกรี้ยวกราดของผู้ข่มเหง?

เยเรมีย์ ๑๐:๑๒
แต่พระเจ้าทรงสร้างโลกโดยฤทธานุภาพ ทรงสถาปนาพิภพไว้ด้วยพระปรีชาญาณ และทรงคลี่ฟ้าสวรรค์ออกด้วยความเข้าใจ

อิสยาห์ ๕๕:๑๐
เฉกเช่นฝนและหิมะ โปรยลงมาจากฟ้าสวรรค์ และไม่กลับไปที่นั่น จนกว่าจะทำให้แผ่นดินโลกชุ่มฉ่ำ และทำให้พืชพันธุ์แตกหน่องอกงาม เพื่อให้มันเกิดเมล็ดสำหรับผู้หว่านและอาหารสำหรับผู้บริโภค

ปฐมกาล ๑๐:๒๕
เอเบอร์มีบุตรชายสองคนได้แก่ คนหนึ่งชื่อเปเลก เพราะในสมัยของเขาโลกถูกแบ่งแยก และอีกคนหนึ่งชื่อโยกทาน

ยูดา ๑:๙
แม้แต่เทพบดีมีคาเอล เมื่อโต้แย้งกับมารเรื่องศพของโมเสสก็ยังไม่กล้าล่วงเกินกล่าวหามารเลย พูดเพียงว่า “ให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดการกับเจ้า!”

โคโลสี ๑:๑๕
พระบุตรทรงเป็นพระฉายของพระเจ้าผู้ที่เราไม่อาจมองเห็นได้ เป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง

๑ เธสะโลนิกา ๔:๑๖
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ด้วยพระบัญชากึกก้อง ด้วยเสียงแห่งเทพบดีและเสียงแตรของพระเจ้า และผู้ที่ตายในพระคริสต์จะเป็นขึ้นก่อน

วิวรณ์ ๓:๑๔
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์แห่งคริสตจักรที่เมืองเลาดีเซียว่า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระอาเมน เป็นพยานที่สัตย์ซื่อและเที่ยงแท้ เป็นผู้ปกครองเหนือสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างตรัสว่า

อิสยาห์ ๙:๖
ด้วยว่ามีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งที่ประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของเขา และเขาจะได้รับการขนานนามว่า “ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”

ดาเนียล ๑๑:๑
และในปีแรกของรัชกาลดาริอัสชาวมีเดีย เราได้ยืนหยัดเพื่อสนันสนุนและปกป้องทูตสวรรค์มีคาเอล)

สดุดี ๒๒:๑๖
เหล่าสุนัขรายล้อมข้าพระองค์ กลุ่มคนชั่วรุมล้อมข้าพระองค์ พวกเขาทิ่มแทงมือและเท้าของข้าพระองค์

โยบ ๒๘:๒๕
เมื่อพระเจ้าทรงกำหนดแรงลม และชั่งตวงห้วงน้ำ

โยบ ๓๘:๑๖
“เจ้าเคยเดินทางไปถึงที่ตาน้ำของห้วงสมุทร หรือเดินในห้วงลึกของมันไหม?

ปัญญาจารย์ ๑:๗
แม่น้ำไหลลงสู่ทะเล แต่ทะเลก็ไม่เคยอิ่ม และน้ำกลับไปสู่แม่น้ำอีกครั้ง แล้วไหลลงสู่มหาสมุทรอยู่ร่ำไป

ยอห์น ๑:๑๘
ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้า แต่พระเจ้าคือพระบุตรองค์เดียว ผู้ทรงอยู่เคียงข้างพระบิดาได้ทรงทำให้พระองค์เป็นที่ประจักษ์แล้ว

ปฐมกาล ๑:๖-๘
[๖] และพระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดแผ่นฟ้าในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน”[๗] พระเจ้าจึงทรงสร้างแผ่นฟ้าแยกน้ำออกจากกันเป็นส่วนบนและส่วนล่าง ก็เป็นไปตามนั้น[๘] พระเจ้าทรงเรียกแผ่นฟ้านั้นว่า “ท้องฟ้า” เวลาเย็นและเวลาเช้าผ่านไป นี่เป็นวันที่สอง

Thai Bible (TNCV) 2007
Thai New Contemporary Bible Copyright © 1999, 2001, 2007 by Biblica, Inc.®