A A A A A

บาป: [ผัดวันประกันพรุ่ง]

๑ โครินธ์ 14:40
แต่จงให้ทุกสิ่งมีความเหมาะสมและเป็นระเบียบเถิด

ปัญญาจารย์ ๙:๑๐
มือของเจ้าจับงานอะไร ก็จงทำการนั้นด้วยเต็มกำลัง เพราะในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้นไม่มีการงาน หรือความคิด หรือความรู้ หรือปัญญา

ปัญญาจารย์ 11:4
ผู้ใดมัวสังเกตลมก็จะไม่หว่านพืช และผู้ใดมัวจ้องมองเมฆก็จะไม่เกี่ยวข้าว

กาลาเทีย ๖:๙
อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร

ฮีบรู ๑๒:๑๑
การตีสอนทุกอย่างดูไม่น่ายินดีเลยในเวลานั้น แต่น่าเศร้าใจ แต่ภายหลังก็ก่อให้เกิดผลคือสันติสุขและความชอบธรรม แก่บรรดาคนที่ถูกฝึกฝนโดยการตีสอนนั้น

ฮีบรู ๑๐:๑๒
แต่เมื่อพระคริสต์ทรงถวายเครื่องบูชาเพื่อลบบาป เพียงครั้งเดียวสำหรับตลอดไปแล้ว พระองค์ก็ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า

ยากอบ ๔:๑๗
เพราะฉะนั้น คนที่รู้ว่าอะไรเป็นความดีที่ต้องทำ แต่ไม่ได้ทำ คนนั้นจึงมีบาป

ยอห์น ๙:๔
เราต้องทำพระราชกิจของผู้ทรงใช้เรามาเมื่อยังวันอยู่ กลางคืนอันเป็นเวลาที่ไม่มีใครทำงานนั้นกำลังใกล้เข้ามา

ลูกา ๑๒:๓๕
“ท่านทั้งหลายจงคาดเอวไว้ และให้ตะเกียงของท่านจุดอยู่

ลูกา 12:40
พวกท่านจงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมด้วย เพราะในเวลาที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา ”

มัทธิว 6:33
แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้

ฟีลิปปี 4:13
ข้าพเจ้าเผชิญ ได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า

สุภาษิต ๑๐:๔
มือที่เกียจคร้านทำให้ยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็งทำให้มั่งคั่ง

สุภาษิต ๑๒:๒๔-๒๕
[๒๔] มือของคนขยันจะครอบครอง แต่คนเกียจคร้านจะถูกบังคับให้ทำงานหนัก[๒๕] ความกระวนกระวายในใจคนถ่วงเขาลง แต่ถ้อยคำที่ดีทำให้เขายินดี

สุภาษิต ๑๓:๔
ความต้องการของคนเกียจคร้านก็มีอยู่ แต่จะไม่ได้อะไรเลย ส่วนความต้องการของคนขยันจะได้รับการตอบสนองอย่างจุใจ

สุภาษิต ๑๔:๒๓
มีกำไรอยู่ในงานที่เหนื่อยยากทุกอย่าง การเพียงแต่พูดนั้นโน้มไปทางความขาดแคลน

สุภาษิต ๑๘:๙
คนเกียจคร้านในการงาน ก็เป็นพี่น้องกับคนที่ชอบทำลาย

สุภาษิต ๒๐:๔
คนเกียจคร้านไม่ไถนาในหน้านา เขาจะมองหาพืชผลในฤดูเกี่ยวแต่ไม่พบอะไรเลย

สุภาษิต ๒๑:๑๗
คนที่รักความบันเทิงจะเป็นคนจน คนที่รักเหล้าองุ่นและน้ำมันจะไม่มั่งคั่ง

สุภาษิต 27:1
อย่าคุยอวดถึงพรุ่งนี้ เพราะเจ้าไม่ทราบว่าวันหนึ่งๆ จะนำอะไรมาให้บ้าง

โรม ๗:๒๐-๒๑
[๒๐] ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะทำ ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้ทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ[๒๑] ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพบว่ามีกฎธรรมดาอย่างหนึ่ง คือเมื่อไรที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะทำความดี ก็มักจะเลือกทำชั่วซึ่งอยู่ใกล้ตัว

เอเฟซัส ๕:๑๕-๑๗
[๑๕] เพราะฉะนั้น จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา[๑๖] จงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ เพราะว่าทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่ชั่วร้าย[๑๗] เพราะเหตุนี้ อย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจว่าอะไรคือพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ลูกา ๙:๕๙-๖๒
[๕๙] แล้วพระองค์ตรัสกับอีกคนหนึ่งว่า “จงตามเรามาเถิด” แต่คนนั้นทูลตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดอนุญาตให้ข้าพระองค์ไปฝังศพพ่อก่อน”[๖๐] แต่พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถิด ส่วนท่านจงไปประกาศแผ่นดินของพระเจ้า”[๖๑] แล้วมีอีกคนหนึ่งมาทูลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะตามพระองค์ไป แต่ขอโปรดอนุญาตให้ข้าพระองค์อำลาคนที่บ้านก่อน”[๖๒] พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ไม่มีใครที่เอามือจับคันไถแล้วหันหลังกลับ จะสมควรกับแผ่นดินของพระเจ้า”

สุภาษิต 24:30-34
[30] ข้าผ่านไปที่ไร่นาของคนเกียจคร้าน ข้างสวนองุ่นของคนไม่มีสามัญสำนึก[31] และนี่แน่ะ มีหนามงอกเต็มไปหมด หน้าดินก็ปกคลุมด้วยต้นเหงือกหนาม และกำแพงหินของมันก็พังลง[32] เมื่อข้ามองดูและได้พิเคราะห์ ข้าเห็นและได้รับคติสอนใจ[33] “หลับนิด เคลิ้มหน่อย กอดมือพักนิดหน่อย”[34] แล้วความจนจะมาหาเจ้าอย่างขโมย และความขัดสนอย่างคนถืออาวุธ

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน