A A A A A

ลึกลับ: [ยักษ์ในพระคัมภีร์]

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑:๒๘
เราจะขึ้นไปที่ไหนเล่า? พวกพี่น้องของเราก็ทำให้เราใจเสียโดยกล่าวว่า “คนเหล่านั้นสูงใหญ่กว่าพวกเราอีก เมืองเหล่านั้นก็ใหญ่โตและมีกำแพงสูงเทียมฟ้า ยิ่งกว่านั้นเราเห็นพวกคนอานาคอยู่ที่นั่นด้วย’ ”

เฉลยธรรมบัญญัติ ๓:๑๑
(ด้วยยังเหลืออยู่แต่โอกกษัตริย์แห่งบาชานซึ่งเป็นพวกเรฟาอิม นี่แน่ะ เตียงนอนของท่านทำด้วยเหล็ก เตียงนอนนั้นไม่ได้อยู่ที่เมืองรับบาห์ของคนอัมโมนหรือ ยาวถึงสี่เมตร กว้างเกือบสองเมตรตามมาตรฐานการวัด)

ปฐมกาล ๖:๔
เวลานั้นมีคนเนฟิล อยู่บนแผ่นดิน ภายหลังที่บุตรชายของพระเจ้าเข้าหาบุตรหญิงของมนุษย์และมีบุตร คือ พวกที่เป็นเหล่านักรบในโบราณกาล เป็นพวกที่มีชื่อเสียง

อิสยาห์ ๔๐:๒๒
คือพระองค์ประทับเหนือหลังคาโค้งของแผ่นดินโลก และชาวแผ่นดินโลกก็เป็นเหมือนตั๊กแตน พระองค์ทรงขึงฟ้าสวรรค์เหมือนขึงม่าน และกางมันออกเหมือนเต็นท์สำหรับอาศัย

ยากอบ ๒:๒๔
พวกท่านก็เห็นแล้วว่า คนหนึ่งคนใดจะถูกชำระให้ชอบธรรมได้ก็เพราะการประพฤติ และไม่ใช่เพราะความเชื่อเพียงอย่างเดียว

โยชูวา ๑๑:๒๑
คราวนั้นโยชูวาได้ทำลายคนอานาคจากแดนเทือกเขา จากเฮโบรน จากเดบีร์ จากอานาบ และจากทั่วแดนเทือกเขายูดาห์ และจากทั่วแดนเทือกเขาอิสราเอล โยชูวาได้ทำลายคนเหล่านี้เสียพร้อมทั้งเมืองของพวกเขาด้วย

ยูดา ๑:๖
และพวกทูตสวรรค์ที่ไม่รักษาอำนาจครอบครองของตนเอง แต่ละทิ้งถิ่นฐานของตน พระองค์ก็ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่อันไม่รู้จักสลายในที่มืดจนกว่าจะถึงเวลาพิพากษาในวันยิ่งใหญ่นั้น

กันดารวิถี ๑๓:๒๓-๓๓
[๒๓] เขาทั้งหลายมาถึงหุบเขาเอชโคล์ แล้วพวกเขาตัดองุ่นกิ่งหนึ่งที่มีองุ่นพวงหนึ่งจากที่นั่น ต้องใช้สองคนหามด้วยไม้คาน และพวกเขายังเก็บลูกทับทิมและมะเดื่อมาบ้าง[๒๔] เขาเรียกที่นั่นว่าหุบเขาเอชโคล์ เพราะพวงองุ่นซึ่งคนอิสราเอลตัดมาจากที่นั่น[๒๕] เมื่อผ่านไป 40 วัน เขาทั้งหลายก็กลับจากการสอดแนมแผ่นดินนั้น[๒๖] เขากลับมายังโมเสส อาโรน และชุมนุมชนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารปารานที่คาเดช พวกเขากลับมารายงานต่อท่านทั้งสองและชุมนุมชนทั้งหมด ทั้งให้ดูผลไม้ของแผ่นดินนั้น[๒๗] เขาทั้งหลายเล่าให้โมเสสฟังว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายไปถึงแผ่นดินซึ่งท่านส่งเราไปนั้น ที่นั่นมีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์จริง และนี่เป็นผลไม้ของแผ่นดินนั้น[๒๘] แต่ว่าคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้นมีกำลังมาก เมืองของพวกเขาก็มีกำแพงป้องกันและใหญ่โตมาก นอกจากนั้นเรายังเห็นลูกหลานคนอานาคที่นั่นด้วย[๒๙] คนอามาเลขอาศัยในดินแดนทางทิศใต้ คนฮิตไทต์ คนเยบุส และคนอาโมไรต์อยู่บนภูเขา คนคานาอันอาศัยอยู่ที่ริมทะเลและตามฝั่งแม่น้ำจอร์แดน”[๓๐] แต่คาเลบได้ให้ประชาชนเงียบต่อหน้าโมเสสแล้วกล่าวว่า “ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดแผ่นดินนั้น เพราะเราจะชนะแน่นอน”[๓๑] แต่คนทั้งหลายที่เข้าไปสอดแนมด้วยกล่าวว่า “เราไม่สามารถเข้าไปและชนะคนเหล่านั้นได้ เพราะพวกเขามีกำลังมากกว่าเรา”[๓๒] พวกเขายังกล่าวร้ายเรื่องแผ่นดินที่ได้ไปสอดแนมมาโดยเล่าให้คนอิสราเอลฟังว่า “แผ่นดินที่เราไปสอดแนมดูมาตลอดแล้วนั้น เป็นแผ่นดินที่กินคนซึ่งอยู่ในนั้น ชาวเมืองทั้งหมดที่เราเห็นล้วนเป็นคนรูปร่างใหญ่โต[๓๓] ที่นั่นเราเห็นคนเนฟิล (คนอานาคนั้นมาจากคนเนฟิล) ในสายตาของเรา เราเป็นเหมือนตั๊กแตน และเราก็เป็นเช่นนั้นในสายตาของพวกเขา”

สดุดี ๓:๖
ข้าพเจ้าไม่กลัวคนเป็นหมื่นๆ ซึ่งตั้งตนต่อสู้ข้าพเจ้าอยู่รอบด้าน

วิวรณ์ ๑๗:๘
สัตว์ร้ายที่ท่านเห็นนั้น มันเคยเป็นอยู่ แต่ไม่ได้เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันจวนจะขึ้นมาจากบาดาลลึก เพื่อไปสู่ความพินาศแล้ว และคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกซึ่งไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ตั้งแต่แรกสร้างโลกก็จะอัศจรรย์ใจเมื่อเห็นสัตว์ร้ายซึ่งเคยเป็นอยู่ แต่ไม่ได้เป็นอยู่ในปัจจุบัน และจะมาอีกนั้น

โรม ๖:๒๓
เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

อาโมส ๒:๙-๑๐
[๙] “เราเองได้ทำลายล้างคนอาโมไรต์ตรงหน้าพวกเขา แม้พวกนั้นจะมีส่วนสูงอย่างต้นสนสีดาร์ และแข็งแรงอย่างกับต้นโอ๊ก เราทำลายผลที่อยู่ด้านบน และรากที่อยู่ด้านล่างของเขาเสีย[๑๐] เราเองได้นำพวกเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ และนำเจ้าถึง 40 ปีในถิ่นทุรกันดาร เพื่อพวกเจ้าจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนอาโมไรต์

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒:๑๐-๒๑
[๑๐] (แต่ก่อนคนเอมิมอยู่ที่นั่น เป็นชนชาติใหญ่และมีจำนวนมาก และสูงอย่างคนอานาค[๑๑] คนเหล่านี้ได้ชื่ออีกว่าเรฟาอิม เหมือนคนอานาค แต่คนโมอับเรียกพวกนี้ว่าเอมิม[๑๒] เมื่อก่อนพวกโฮรีอยู่ที่เสอีร์ด้วย แต่ลูกหลานของเอซาวได้มาอยู่แทนพวกเขา และทำลายเขาเสีย และเข้าอาศัยแทนที่เขา เหมือนอิสราเอลทำต่อดินแดนที่พระยาห์เวห์ประทานให้เขาเป็นกรรมสิทธิ์นั้น)[๑๓] ‘บัดนี้พวกเจ้าจงยกเดินข้ามแม่น้ำเศเรด’ พวกเราจึงข้ามแม่น้ำเศเรด[๑๔] และนับเป็นเวลาสามสิบแปดปีที่เรามาจากคาเดชบารเนีย จนเราได้ข้ามแม่น้ำเศเรด จนคนรุ่นนั้นหมดไป คือพวกผู้ชายในค่ายที่ออกรบได้นั้นตายหมด ตามที่พระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณกับพวกเขา[๑๕] แท้จริงพระหัตถ์พระยาห์เวห์ทรงต่อสู้พวกเขา ทรงทำลายพวกเขาจากท่ามกลางค่าย จนพวกเขาพินาศหมดสิ้น[๑๖] “ต่อมาเมื่อคนที่ออกรบได้ตายไปหมดจากท่ามกลางประชาชนแล้ว[๑๗] พระยาห์เวห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า[๑๘] ‘วันนี้เจ้าจะเดินข้ามเมืองอาร์เขตแดนของคนโมอับ[๑๙] และเมื่อเข้าใกล้ชายแดนของคนอัมโมน อย่าเป็นศัตรูและอย่ารบกับเขา เพราะเราจะไม่ให้ดินแดนของลูกหลานคนอัมโมนแก่เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์เลย ด้วยเราได้ให้ที่นั่นแก่ลูกหลานของโลทเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว’[๒๐] (ทั้งที่นั่นก็นับว่าเป็นแผ่นดินของพวกเรฟาอิม แต่ก่อนคนเรฟาอิมเคยอยู่ที่นั่น แต่คนอัมโมนได้เรียกพวกเขาว่าศัมซุมมิม[๒๑] คนเหล่านั้นสูงใหญ่และมีจำนวนมาก เหมือนคนอานาค แต่พระยาห์เวห์ทรงทำลายพวกเขาเสีย และพวกอัมโมนได้ยึดครองและเข้าอยู่แทนที่เขา

ปฐมกาล ๖:๑-๔
[๑] อยู่มามนุษย์เริ่มทวีมากขึ้นบนแผ่นดินและมีบุตรหญิง[๒] บุตรชาย ของพระเจ้าเห็นว่าบุตรหญิงของมนุษย์งามดีก็เลือกและรับไว้เป็นภรรยา[๓] พระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “วิญญาณของเราจะไม่ต่อสู้กับมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง วันเวลาของเขาคือ 120 ปี”[๔] เวลานั้นมีคนเนฟิล อยู่บนแผ่นดิน ภายหลังที่บุตรชายของพระเจ้าเข้าหาบุตรหญิงของมนุษย์และมีบุตร คือ พวกที่เป็นเหล่านักรบในโบราณกาล เป็นพวกที่มีชื่อเสียง

๑ พงศาวดาร 20:4-8
[4] อยู่มาภายหลัง เกิดสงครามขึ้นกับคนฟีลิสเตียที่เมืองเกเซอร์ แล้วสิบเบคัยตระกูลหุชาห์สังหารสิปปัยผู้เป็นเชื้อสายของคนยักษ์เสีย และคนฟีลิสเตียก็ถูกปราบ[5] แล้วมีสงครามกับคนฟีลิสเตียอีก และเอลฮานันบุตรยาอีร์ฆ่าลามี น้องชายของโกลิอัทชาวกัทเสีย ผู้มีหอกด้ามโตเท่าไม้กระพั่นทอผ้า[6] และมีสงครามที่เมืองกัทอีก มีชายคนหนึ่งรูปร่างใหญ่โต ผู้ที่นิ้วมือข้างละ 6 นิ้ว และนิ้วเท้าข้างละ 6 นิ้ว จำนวน 24 นิ้ว และเขามีเชื้อสายมาจากคนยักษ์ด้วย[7] และเมื่อเขาท้าทายอิสราเอล โยนาธานบุตรชิเมอี พระเชษฐาของดาวิดก็ประหารเขาเสีย[8] คนเหล่านี้สืบเนื่องมาจากคนยักษ์ในเมืองกัท และพวกเขาล้มตายด้วยพระหัตถ์ของดาวิดและด้วยมือข้าราชการของพระองค์

๒ ซามูเอล ๒๑:๑๕-๒๒
[๑๕] พวกฟีลิสเตียมาทำสงครามกับคนอิสราเอลอีก ดาวิดก็เสด็จลงไปพร้อมกับบรรดาข้าราชการทหารของพระองค์ และทรงสู้รบกับคนฟีลิสเตีย และดาวิดก็ทรงอ่อนเพลีย[๑๖] อิชบีเบโนบผู้เป็นคนหนึ่งในพงศ์พันธุ์ของคนยักษ์ถือหอกทองสัมฤทธิ์หนักสามกิโลกรัมครึ่ง มีดาบใหม่คาดเอว คิดจะฆ่าดาวิดเสีย[๑๗] แต่อาบีชัยบุตรนางเศรุยาห์เข้ามาช่วยพระองค์ไว้ และสู้รบกับคนฟีลิสเตียคนนั้น ฆ่าเขาเสีย แล้วเหล่าทหารของดาวิดก็ทูลปฏิญาณต่อพระองค์ว่า “ขอฝ่าพระบาทอย่าเสด็จไปทำศึกพร้อมกับพวกข้าพระบาทอีกต่อไปเลย เพื่อฝ่าพระบาทจะไม่ดับประทีปของอิสราเอล”[๑๘] ต่อมาภายหลัง มีการรบกับพวกฟีลิสเตียอีกที่เมืองโกบ คราวนั้นสิบเบคัยตระกูลหุชาห์ได้ฆ่าสัฟผู้เป็นคนหนึ่งในพงศ์พันธุ์ของคนยักษ์[๑๙] และมีการรบกับพวกฟีลิสเตียที่เมืองโกบอีก เอลฮานันบุตรยาอาเรโอเรกิม ชาวเบธเลเฮมได้ฆ่าโกลิอัท ชาวกัทผู้มีหอกที่มีด้ามโตเท่าไม้กระพั่นทอผ้า[๒๐] มีการรบกันอีกที่เมืองกัท อันเป็นเมืองที่มีชายคนหนึ่งรูปร่างใหญ่โต มีนิ้วมือข้างละหกนิ้ว และนิ้วเท้าข้างละหกนิ้ว รวมกันยี่สิบสี่นิ้ว เขาก็สืบเชื้อสายมาจากพวกคนยักษ์ด้วย[๒๑] เมื่อเขาท้าทายอิสราเอล โยนาธานบุตรของชิเมอีเชษฐาของดาวิดก็ฆ่าเขาเสีย[๒๒] คนทั้งสี่นี้สืบเชื้อสายคนยักษ์ในเมืองกัท พวกเขาล้มตายด้วยพระหัตถ์ของดาวิด และด้วยมือของเหล่าข้าราชการทหารของพระองค์

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน