A A A A A

ลึกลับ: [ความฝัน]

๑ ซามูเอล २८:१५
แล้วซามูเอลพูดกับซาอูลว่า “ท่านรบกวนเราด้วยเรียกเราขึ้นมาทำไม?” ซาอูลทรงตอบว่า “ข้าพเจ้ามีความทุกข์หนัก เพราะพวกฟีลิสเตียกำลังมาทำสงครามกับข้าพเจ้า และพระเจ้าทรงหันจากข้าพเจ้าเสียแล้ว ไม่ได้ทรงตอบข้าพเจ้าอีกเลย ไม่ว่าโดยผู้เผยพระวจนะหรือโดยความฝัน เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้เรียกท่านขึ้นมา เพื่อท่านจะได้แจ้งข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าจะทำประการใดดี”

กิจการของอัครทูต २:१७
‘พระเจ้าตรัสว่า ในวาระสุดท้าย เราจะเทพระวิญญาณของเราบนมนุษย์ทั้งหมด บุตรา บุตรีของท่านทั้งหลายจะเผยพระวจนะ บรรดาคนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และบรรดาคนแก่ของท่านทั้งหลายจะฝันเห็น

ดาเนียล १:१७
คนหนุ่มทั้งสี่คนนี้ พระเจ้าประทานความรู้ ความเข้าใจในวรรณกรรมทั้งปวง และปัญญา และดาเนียลเข้าใจนิมิตและความฝันทุกประการ

ปัญญาจารย์ ५:७
เพราะว่าเมื่อฝันมาก ก็อนิจจัง และคำพูดพล่อยๆ ก็มาก เจ้าจงยำเกรงพระเจ้าเถิด

ปฐมกาล ๒๐:๓
แต่พระเจ้าเสด็จมาหาอาบีเมเลคทางพระสุบินในเวลากลางคืน และตรัสกับอาบีเมเลคว่า “เจ้าจะต้องตาย เพราะหญิงซึ่งเจ้านำมานั้นมีสามีแล้ว”

ปฐมกาล ๔๐:๘
พวกเขาตอบว่า “เราทั้งสองฝันและไม่มีใครอธิบายได้” โยเซฟบอกเขาว่า “พระเจ้าทรงอธิบายได้ไม่ใช่หรือ? ขอท่านเล่าให้ข้าพเจ้าฟังเถิด”

ปฐมกาล ๔๒:๙
โยเซฟระลึกถึงความฝันที่เคยฝันถึงพวกเขา ท่านกล่าวแก่พวกพี่ชายว่า “พวกเจ้าเป็นสายลับ แอบมาดูความอ่อนแอของแผ่นดิน”

เยเรมีย์ २३:३२
นี่แน่ะ เราต่อสู้คนเหล่านั้นที่เผยความฝันเท็จ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “และผู้ซึ่งบอกและนำประชากรของเราให้หลงไป โดยคำมุสาอย่างไม่ยั้งคิดของเขา เมื่อเราไม่ได้ใช้เขาหรือสั่งเขา เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่ชนชาตินี้อย่างใดเลย” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ

มัทธิว २:१३
เมื่อพวกเขาไปแล้วก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า ได้มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า “จงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหาพระกุมาร เพื่อจะประหารชีวิตเสีย”

มัทธิว २:१९
เมื่อเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันที่ประเทศอียิปต์ สั่งว่า

กันดารวิถี ๑๒:๖
พระองค์ตรัสว่า “จงฟังถ้อยคำของเรา ถ้าจะมีผู้เผยพระวจนะขึ้นในพวกเจ้า เรา ยาห์เวห์จะสำแดงตัวต่อคนนั้นเป็นนิมิต เราจะพูดกับเขาทางฝัน

เศคาริยาห์ १०:२
เพราะว่ารูปเคารพประจำบ้านพูดไร้สาระ และผู้ทำนายก็เห็นนิมิตเท็จ คนช่างฝันเล่าความฝันเท็จ และให้คำเล้าโลมที่เปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น ประชาชนจึงหลงไปอย่างแกะ เขาต้องทนทุกข์เพราะขาดผู้เลี้ยง

โยเอล २:२८
“ต่อมาภายหลังจะเป็นอย่างนี้ คือเราจะเทวิญญาณของเรามาเหนือมนุษย์ทุกคน บุตรชายบุตรหญิงของเจ้าจะเผยพระวจนะ คนชราของเจ้าทั้งหลายจะฝัน และคนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิต

อิสยาห์ ๒๙:๗-๘
[७] และมวลประชาชาติทั้งหมดที่ต่อสู้กับอารีเอล ทั้งหมดที่ต่อสู้กับเธอและกับที่กำบังเข้มแข็งของเธอ ทั้งทำให้เธอทุกข์ใจ จะเป็นเหมือนความฝันหรือนิมิตในเวลากลางคืน[८] เหมือนคนหิวฝันว่าเขากำลังกินอยู่ และเมื่อตื่นขึ้นเขายังหิวอยู่ หรือเหมือนคนกระหายฝันว่าเขากำลังดื่มอยู่ แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็อ่อนเปลี้ย และคอยังแห้งอยู่ และจะเป็นเช่นนั้นกับมวลประชาชาติทั้งหมด ที่มาต่อสู้กับภูเขาศิโยน

ดาเนียล ๗:๑-๓
[๑] ในปีที่หนึ่งแห่งรัชกาลเบลชัสซาร์กษัตริย์บาบิโลน ดาเนียลมีความฝันและนิมิตในศีรษะของท่าน เมื่อท่านนอนบนที่นอน ท่านจึงบันทึกความฝันนั้นไว้ และบรรยายเนื้อเรื่องนั้น[๒] ดาเนียลกล่าวว่า “ในนิมิตเวลากลางคืน ข้าพเจ้าได้เห็น นี่แน่ะ ลมทั้งสี่ของฟ้าสวรรค์ได้ปลุกปั่นทะเลใหญ่นั้น[๓] และสัตว์มหึมา 4 ตัวได้ออกมาจากทะเล มีลักษณะต่างกัน

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๓:๑-๓
[๑] “ถ้าในท่ามกลางท่านเกิดมีผู้เผยพระวจนะหรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์ขึ้น และสำแดงหมายสำคัญหรือการอัศจรรย์แก่ท่าน[๒] และหมายสำคัญหรือการอัศจรรย์ซึ่งเขาบอกท่านนั้นสำเร็จจริง ถ้าเขากล่าวว่า ‘ให้เราติดตามพระอื่นๆ กันเถิด (ซึ่งเป็นพระที่ท่านไม่รู้จัก) และให้เรามาปรนนิบัติพระเหล่านั้น’[๓] ท่านอย่าเชื่อฟังคำของผู้เผยพระวจนะหรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์คนนั้น เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านทรงลองใจพวกท่านดู เพื่อจะได้ทรงทราบว่าพวกท่านรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่านหรือไม่?

ปฐมกาล ๔๑:๒๕-๒๗
[๒๕] โยเซฟจึงทูลฟาโรห์ว่า “พระสุบินของฟาโรห์มีความหมายอย่างเดียวกัน พระเจ้าทรงสำแดงให้ฟาโรห์ทราบสิ่งที่พระองค์จะทรงทำ[๒๖] โคอ้วนพีเจ็ดตัวนั้นคือเจ็ดปี และรวงข้าวดีเจ็ดรวงนั้นก็คือเจ็ดปี เป็นความฝันเดียวกัน[๒๗] โคเจ็ดตัวซูบผอมน่าเกลียดที่ขึ้นมาภายหลังคือเจ็ดปี กับรวงข้าวเจ็ดรวงลีบและเกรียมเพราะลมตะวันออกนั้น คือเจ็ดปีที่กันดารอาหารด้วย

มัทธิว १:२०-२३
[२०] เมื่อโยเซฟยังคิดเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์[२१] เธอจะให้พระกำเนิดบุตรชาย แล้วจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาปของพวกเขา”[२२] ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า[२३] “นี่แน่ะ หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่าอิมมานูเอล” (แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา )

ปฐมกาล ๔๑:๘-๑๒
[๘] เมื่อรุ่งเช้า พระองค์รุ่มร้อนพระทัย จึงรับสั่งให้เรียกโหรและพวกนักปราชญ์ทั้งปวงของอียิปต์มาเข้าเฝ้า แล้วฟาโรห์ทรงเล่าพระสุบินให้พวกเขาฟัง แต่ไม่มีใครทูลอธิบายพระสุบินนั้นแด่ฟาโรห์ได้[๙] ขณะนั้นหัวหน้าพนักงานเชิญถ้วยเสวยจึงทูลฟาโรห์ว่า “วันนี้ข้าพระบาทระลึกถึงความผิดของข้าพระบาท[๑๐] คือฟาโรห์ทรงพระพิโรธแก่เหล่าข้าราชการ ทรงขังข้าพระบาทไว้ในคุกที่บ้านผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ด้วยกันกับหัวหน้าพนักงานขนม[๑๑] ข้าพระบาททั้งสองฝันในคืนเดียวกัน ทั้งข้าพระบาทและเขา ความฝันของแต่ละคนมีความหมายต่างกัน[๑๒] มีชายหนุ่มชาวฮีบรูคนหนึ่งอยู่ที่นั่น เป็นคนใช้ของผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ เมื่อข้าพระบาททั้งสองเล่าความฝันให้เขาฟัง ชายนั้นก็อธิบายความฝันของแต่ละคนให้ข้าพระบาททั้งสองฟัง

โยบ ๓๓:๑๔-๑๘
[१४] เพราะพระเจ้าตรัสวิธีหนึ่ง เออ สองวิธี แต่มนุษย์ไม่รับรู้[१५] ในความฝัน ในนิมิตกลางคืน เมื่อคนหลับสนิท เมื่อเขาเคลิบเคลิ้มอยู่บนที่นอนของเขา[१६] แล้วพระองค์ทรงเบิกหูของมนุษย์ และประทับตราคำเตือนพวกเขา[१७] เพื่อจะหันมนุษย์กลับจากกิจการชั่ว และตัดความเย่อหยิ่งออกเสียจากมนุษย์[१८] พระองค์ทรงยึดตัวเขาไว้จากหลุมมรณะ และยึดชีวิตเขาไว้จากการพินาศด้วยดาบ

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน