A A A A A

ลึกลับ: [มนุษย์ต่างดาว]

โคโลสี ๑:๑๖
เพราะว่าโดยพระองค์ทุกสิ่งได้รับการทรงสร้างขึ้น ทั้งสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้าและบนแผ่นดินโลก ทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์แห่งพวกภูตผี หรือพวกภูตผีที่ปกครอง หรือพวกภูตผีที่ครอบครอง หรือพวกภูตผีที่มีอำนาจ ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และเพื่อพระองค์

เฉลยธรรมบัญญัติ ๔:๑๙
และจงระวังให้ดี เกรงว่าเมื่อท่านเงยหน้าขึ้นดูท้องฟ้าและท่านเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว คือบริวารของท้องฟ้า แล้วท่านจะถูกชักนำให้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงแบ่งสรรแก่ชนชาติทั้งหลายทั่วใต้ฟ้า

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๗:๓
และไปปรนนิบัติพระอื่น และนมัสการพระเหล่านั้น รวมทั้งดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์ หรือสิ่งใดที่เป็นบริวารท้องฟ้าซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้บัญชาไว้

เอเฟซัส 2:19
เพราะฉะนั้น พวกท่านจึงไม่ใช่คนนอกและคนต่างด้าวอีกต่อไป แต่เป็นพลเมืองเดียวกับบรรดาธรรมิกชน และเป็นครอบครัวของพระเจ้า

เอเฟซัส ๖:๑๒
เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับพวกภูตผีที่ครอบครอง พวกภูตผีที่มีอำนาจ พวกภูตผีที่ครองพิภพในยุคมืดนี้ ต่อสู้กับพวกวิญญาณชั่วในสวรรคสถาน

อพยพ ๑๒:๔๙
บทบัญญัติสำหรับคนพื้นเมืองและคนต่างด้าวซึ่งอาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเจ้าจะต้องเป็นอย่างเดียวกัน”

อพยพ ๒๒:๒๑
“ห้ามกดขี่ข่มเหงคนต่างด้าว เพราะพวกเจ้าเคยเป็นคนต่างด้าวในแผ่นดินอียิปต์

อพยพ ๒๓:๙
“ห้ามข่มเหงคนต่างด้าว เจ้ารู้จักใจคนต่างด้าวแล้ว เพราะว่าเจ้าก็เคยเป็นคนต่างด้าวในแผ่นดินอียิปต์มาก่อน

เอเสเคียล ๑:๔-๗
[๔] ดูสิ เมื่อข้าพเจ้ามองดู ลมพายุพัดมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีความสว่างโดยรอบ และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่เสมอ ท่ามกลางไฟนั้นดูเหมือนทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ[๕] และท่ามกลางไฟนั้นมีรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต 4 ตน ลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นเช่นนี้คือ มีรูปลักษณ์ของมนุษย์[๖] แต่ละตนมีหน้า 4 หน้า และมีปีก 4 ปีก[๗] ส่วนขานั้นตรง ฝ่าเท้าเหมือนกีบลูกโคและเป็นประกายเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดเงา

ปฐมกาล ๑:๒๖
แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา ตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในท้องฟ้าและฝูงสัตว์ใช้งาน ให้ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินทั้งหมด”

ปฐมกาล ๒:๑
ฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน และสรรพสิ่งทั้งสิ้นที่มีอยู่ในนั้นก็ถูกสร้างเสร็จ

ฮีบรู ๑๑:๑๓
คนเหล่านี้ทั้งหมดตายในขณะที่ยังมีความเชื่ออยู่ และยังไม่ได้รับสิ่งต่างๆ ที่ทรงสัญญาไว้ แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นแต่ไกลและรอรับด้วยใจยินดี และยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก

ฮีบรู ๑๓:๒
อย่าละเลยที่จะต้อนรับแขกแปลกหน้า เพราะว่าโดยการทำเช่นนั้น บางคนก็ได้ต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว

อิสยาห์ ๑๓:๕
เขาทั้งหลายมาจากดินแดนไกลโพ้น มาจากที่สุดขอบฟ้า พระยาห์เวห์และอาวุธแห่งพระพิโรธของพระองค์ เพื่อจะทำลายแผ่นดินโลกทั้งสิ้น

อิสยาห์ ๔๕:๑๒
เราเองสร้างแผ่นดินโลก และเนรมิตมนุษย์บนนั้น เราเองขึงฟ้าสวรรค์ด้วยมือของเรา และเราบัญชาบริวารทั้งหมดของมัน

อิสยาห์ ๖๐:๘
พวกนี้เป็นใครนะที่บินมาเหมือนเมฆ เหมือนนกพิราบที่มายังช่องหน้าต่างของมัน?

เลวีนิติ ๒๔:๒๒
จงมีกฎหมายอย่างเดียวกันสำหรับคนต่างด้าว และสำหรับคนท้องถิ่น เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า”

เนหะมีย์ ๙:๖
พระองค์คือพระยาห์เวห์ พระองค์ผู้เดียว พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์อันสูงสุดพร้อมกับบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์นั้น แผ่นดินโลกและทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น ทะเลและทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น และพระองค์ทรงรักษาทุกสิ่งเหล่านั้นไว้ และบริวารของฟ้าสวรรค์ได้นมัสการพระองค์

สดุดี ๙๗:๖
ฟ้าสวรรค์ป่าวร้องความชอบธรรมของพระองค์ และชนชาติทั้งสิ้นเห็นพระสิริของพระองค์

๑ เปโตร ๒:๑๑
ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่าน ผู้เป็นคนแปลกถิ่นและคนต่างด้าว ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง ซึ่งต่อสู้กับวิญญาณจิต

กิจการของอัครทูต ๑๙:๓๕
เมื่อเลขานุการสภาเมืองทำให้ฝูงชนเงียบลงแล้วจึงกล่าวว่า “นี่แน่ะ ท่านชาวเอเฟซัส มีใครบ้างที่ไม่ทราบว่าชาวเมืองเอเฟซัสนี้เป็นผู้ดูแลวิหารของเจ้าแม่อารเทมิสผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นผู้ดูแลรูปที่ตกลงมาจากฟ้า?

วิวรณ์ ๑๒:๑๒
เพราะเหตุนี้จงรื่นเริงยินดีเถิด สวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์ แต่วิบัติจะมีแก่แผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าทั้งหลาย ด้วยความเดือดดาลอย่างยิ่ง เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย”

วิวรณ์ ๑๓:๑
และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีสิบเขาและเจ็ดหัว และมีมงกุฎสิบอันอยู่บนเขาเหล่านั้นของมัน และมีชื่อต่างๆ ที่หมิ่นประมาทพระเจ้าจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน

อาโมส ๙:๒-๓
[๒] “แม้ว่าเขาจะขุดไปถึงแดนคนตาย มือของเราจะจับเขาขึ้นมาจากที่นั่น แม้ว่าเขาจะปีนไปถึงฟ้าสวรรค์ เราจะดึงเขาลงมาจากที่นั่น[๓] แม้ว่าเขาจะซ่อนตัวที่ยอดเขาคารเมล เราจะค้นหาเขาที่นั่น แล้วจับเขามา แม้ว่าเขาจะหลบซ่อนที่ก้นทะเลให้พ้นตาเรา เราจะบัญชางูที่นั่นและมันจะกัดเขา

เลวีนิติ ๑๙:๓๓-๓๔
[๓๓] “เมื่อคนต่างด้าวอาศัยอยู่กับเจ้าในแผ่นดินของพวกเจ้า ห้ามข่มเหงเขา[๓๔] คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่กับพวกเจ้านั้นก็เป็นเหมือนกับคนท้องถิ่นของเจ้า จงรักเขาเหมือนกับรักตัวเอง เพราะว่าพวกเจ้าเคยเป็นคนต่างด้าวในแผ่นดินอียิปต์ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า

วิวรณ์ ๙:๗-๑๑
[๗] ตั๊กแตนพวกนั้นมีรูปร่างเหมือนม้าที่เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม บนหัวของมันมีสิ่งที่ดูเหมือนอย่างมงกุฎทองคำ และหน้าของพวกมันเหมือนอย่างหน้าของมนุษย์[๘] พวกมันมีผมเหมือนอย่างผมของผู้หญิง ฟันของมันเหมือนอย่างฟันของสิงโต[๙] พวกมันมีเกราะป้องกันอกเหมือนอย่างเกราะเหล็ก เสียงปีกของมันเหมือนอย่างเสียงของรถและม้ามากมายที่กรูเข้าสู่สงคราม[๑๐] พวกมันมีหางและมีเหล็กในเหมือนแมงป่อง หางของมันนั้นมีอำนาจที่จะทำร้ายมนุษย์ตลอดห้าเดือน[๑๑] พวกมันมีทูตของบาดาลลึกเป็นกษัตริย์ปกครองเหนือมัน ทูตผู้นั้นมีชื่อภาษาฮีบรูว่าอาบัดโดน และในภาษากรีกว่า อปอลลิโยน

ปฐมกาล ๖:๑-๒๒
[๑] อยู่มามนุษย์เริ่มทวีมากขึ้นบนแผ่นดินและมีบุตรหญิง[๒] บุตรชาย ของพระเจ้าเห็นว่าบุตรหญิงของมนุษย์งามดีก็เลือกและรับไว้เป็นภรรยา[๓] พระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “วิญญาณของเราจะไม่ต่อสู้กับมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง วันเวลาของเขาคือ 120 ปี”[๔] เวลานั้นมีคนเนฟิล อยู่บนแผ่นดิน ภายหลังที่บุตรชายของพระเจ้าเข้าหาบุตรหญิงของมนุษย์และมีบุตร คือ พวกที่เป็นเหล่านักรบในโบราณกาล เป็นพวกที่มีชื่อเสียง[๕] พระยาห์เวห์ทรงเห็นว่าความชั่วร้ายของมนุษย์มีมากบนแผ่นดิน และทรงเห็นว่าเค้าความคิดในใจทั้งหมดของเขาล้วนเป็นเรื่องชั่วร้ายตลอดเวลา[๖] พระยาห์เวห์เสียพระทัยที่ทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดินและโทมนัสยิ่งนัก[๗] พระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “เราจะกวาดล้างมนุษย์ที่เราได้สร้างมานี้ไปเสียจากแผ่นดิน ทั้งมนุษย์และสัตว์ใช้งาน กับสัตว์เลื้อยคลานและนกในอากาศด้วย เพราะว่าเราเสียใจที่ได้สร้างพวกเขา”[๘] แต่โนอาห์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์[๙] ต่อไปนี้คือลำดับพงศ์พันธุ์ของโนอาห์ โนอาห์เป็นคนชอบธรรม ดีพร้อมในสมัยของเขา โนอาห์ดำเนินกับพระเจ้า[๑๐] โนอาห์มีบุตรสามคน ชื่อเชม ฮาม และยาเฟท[๑๑] คนทั้งโลกเสื่อมทรามไปเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และแผ่นดินก็เต็มด้วยความโหดร้าย[๑๒] พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินก็ทรงเห็นว่าเสื่อมทราม เพราะมนุษย์ทั้งหมดประพฤติตนเสื่อมทรามบนแผ่นดิน[๑๓] พระเจ้าจึงตรัสแก่โนอาห์ว่า “เราจะให้มนุษย์และสัตว์ทั้งปวงสิ้นสุดต่อหน้าเรา ด้วยเหตุว่า แผ่นดินโลกเต็มด้วยความโหดร้ายเพราะการกระทำของมนุษย์ ดูเถิด เราจะทำลายพวกเขาพร้อมกับแผ่นดินโลก[๑๔] เจ้าจงต่อเรือด้วยไม้สนโกเฟอร์ แล้วทำเรือเป็นห้องๆ และยาชันทั้งข้างในข้างนอก[๑๕] จงต่อเรือนั้นตามแบบนี้ คือ ยาว 133 เมตร กว้าง 22 เมตร สูง 13 เมตร[๑๖] จงทำช่อง สำหรับเรือให้เสร็จโดยให้ห่างจากข้างบน 44 เซนติเมตร จงตั้งประตูเรือที่ด้านข้าง และทำดาดฟ้าชั้นล่าง ชั้นที่สองและที่สาม[๑๗] เพราะดูเถิด เราเองจะเป็นผู้ทำให้น้ำท่วมแผ่นดิน เพื่อทำลายมนุษย์และสัตว์ใต้ฟ้าที่มีลมปราณ ทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินจะตายสิ้น[๑๘] แต่เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้า เจ้าจะเข้าอยู่ในเรือ ทั้งตัวเจ้า บรรดาบุตรของเจ้า ภรรยาของเจ้า และบรรดาบุตรสะใภ้ของเจ้า[๑๙] จงนำสัตว์ตัวผู้และตัวเมียทุกชนิดอย่างละคู่จากสัตว์ที่มีชีวิตทั้งปวงเข้าไปไว้ในเรือ เพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่กับเจ้า[๒๐] นกตามชนิดของมัน สัตว์ตามชนิดของมัน สัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมัน ทุกชนิดอย่างละคู่จากสัตว์ทั้งปวงต้องมาหาเจ้า เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้[๒๑] เจ้าจงนำอาหารทุกอย่างที่กินได้ไปกับเจ้า และสะสมเพื่อเป็นอาหารของเจ้าและของบรรดาสิ่งมีชีวิต”[๒๒] พระเจ้าทรงบัญชาให้โนอาห์ทำอย่างไร โนอาห์ก็ทำอย่างนั้นทุกประการ

เอเสเคียล ๑:๑-๒๘
[๑] ในวันที่ 5 เดือนที่ 4 ปีที่ 30 ขณะเมื่อข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเชลยที่ริมแม่น้ำเคบาร์ ท้องฟ้าเปิดออก และข้าพเจ้าได้เห็นพระเจ้าในนิมิต[๒] ในวันที่ 5 เดือนนั้น (คือในปีที่ 5 ที่กษัตริย์เยโฮยาคีนตกเป็นเชลย)[๓] พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังปุโรหิตเอเสเคียลบุตรบุซี ในแผ่นดินของคนเคลเดียริมแม่น้ำเคบาร์ ณ ที่นั่นพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือท่าน[๔] ดูสิ เมื่อข้าพเจ้ามองดู ลมพายุพัดมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีความสว่างโดยรอบ และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่เสมอ ท่ามกลางไฟนั้นดูเหมือนทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ[๕] และท่ามกลางไฟนั้นมีรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต 4 ตน ลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นเช่นนี้คือ มีรูปลักษณ์ของมนุษย์[๖] แต่ละตนมีหน้า 4 หน้า และมีปีก 4 ปีก[๗] ส่วนขานั้นตรง ฝ่าเท้าเหมือนกีบลูกโคและเป็นประกายเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดเงา[๘] ที่ใต้ปีกมีมือเหมือนมือมนุษย์อยู่ข้างลำตัวทั้งสี่ ทั้งสี่ตนต่างมีหลายหน้าและมีหลายปีก[๙] ปีกของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่างก็จดปีกของกันและกัน ขณะที่บินไปก็ไม่ต้องหัน แต่ละตนสามารถบินไปในทิศที่ใบหน้านั้นๆ มุ่งไป[๑๐] รูปลักษณ์ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นคือด้านหน้า เป็นหน้าคน ด้านขวาเป็นหน้าสิงโต ด้านซ้ายเป็นหน้าโค และด้านหลัง เป็นหน้านกอินทรี[๑๑] ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็เป็นเช่นนี้แหละ ส่วนปีกทั้งหลายนั้นกางขึ้นข้างบน แต่ละตนมีสองปีกที่จดปีกของกันและกัน ส่วนอีกสองปีกคลุมกายของตัวเอง[๑๒] แต่ละตนบินไปในทิศที่ใบหน้ามุ่งไป วิญญาณจะไปทางไหน พวกเขาก็ไปทางนั้นและไปโดยไม่ต้องหันเลย[๑๓] รูปลักษณ์และลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเหมือนถ่านลุกโชน ลักษณะเหมือนคบเพลิง หลายอันเคลื่อนไปมาระหว่างสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น มีความสว่างของไฟและมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น[๑๔] สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นพุ่งไปพุ่งมาเหมือนลักษณะสายฟ้าแลบ[๑๕] เมื่อข้าพเจ้ามองดูสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ดูสิ มีวงล้อบนพื้นอยู่ข้างกายสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ตนละหนึ่งวงล้อทั้งสี่ตน[๑๖] ลักษณะและโครงสร้างของวงล้อเหล่านั้นเหมือนเบริล วงล้อทั้งสี่มีรูปลักษณ์เหมือนกัน มีลักษณะและโครงสร้างเหมือนวงล้อซ้อนอยู่กลางวงล้อ[๑๗] เมื่อเคลื่อนที่ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะไปทางด้านใดของใบหน้าทั้งสี่ก็ได้ทั้งนั้น พวกเขาเคลื่อนโดยไม่ต้องหันเลย[๑๘] ขอบวงล้อเหล่านั้นสูงและดูน่าสะพรึงกลัว และขอบล้อทั้งสี่เต็มด้วยดวงตาอยู่โดยรอบ[๑๙] เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่บินไป วงล้อเหล่านั้นก็เคลื่อนตามไปข้างๆ ด้วย เมื่อสิ่งมีชีวิตลอยขึ้นจากพิภพ วงล้อก็ลอยขึ้นด้วย[๒๐] เมื่อวิญญาณจะไปที่ไหน สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ไปด้วย และวงล้อนั้นก็ลอยตามไปอย่างใกล้ชิด เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอยู่ในวงล้อ[๒๑] เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่บินไป วงล้อก็เคลื่อนไปด้วย และเมื่อหยุด วงล้อก็หยุดด้วย เมื่อพวกนั้นลอยขึ้นจากพิภพ วงล้อก็ลอยตามไปอย่างใกล้ชิด เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอยู่ในวงล้อ[๒๒] เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีสิ่งที่มีรูปลักษณ์คล้ายพื้นฟ้า ซึ่งเหมือนผลึกพร่าตา แผ่กว้างอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา[๒๓] ที่ใต้พื้นฟ้านี้ ปีกของพวกเขากางออกตรงเข้าหากัน และแต่ละตนมีปีก 2 ปีก คลุมกายของตนเอง[๒๔] และเมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นบินไป ข้าพเจ้าได้ยินเสียงปีกเหมือนเสียงของน้ำไหลเชี่ยว เหมือนพระสุรเสียงขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เสียงโกลาหลเหมือนเสียงกองทหาร เมื่อพวกมันยืนนิ่ง ปีกก็จะหุบลง[๒๕] และมีเสียงจากข้างบนพื้นฟ้า ที่อยู่เหนือศีรษะพวกมัน ขณะที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยืนนิ่ง ปีกทั้งหลายก็หุบลง[๒๖] และบนพื้นฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขา มีสิ่งที่มีรูปลักษณ์ของพระที่นั่งซึ่งมีลักษณะเหมือนไพลิน และบนสิ่งที่มีรูปลักษณ์ของพระที่นั่งนั้นก็มีผู้มีลักษณะเหมือนมนุษย์อยู่บนนั้น[๒๗] และจากส่วนที่มีลักษณะของบั้นเอวของผู้นั้นขึ้นไป ข้าพเจ้าเห็นสิ่งคล้ายทองสัมฤทธิ์แวบวาบ ลักษณะคล้ายไฟถูกบังไว้โดยรอบ และจากส่วนที่มีลักษณะของบั้นเอวลงมา ข้าพเจ้าเห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายไฟและมีความสุกใสอยู่รอบๆ ท่านผู้นั้น[๒๘] ลักษณะความสุกใสที่อยู่รอบๆ นั้นเหมือนลักษณะของรุ้งที่ปรากฏในเมฆเมื่อฝนตก ลักษณะและรูปลักษณ์ของพระสิริของพระยาห์เวห์เป็นเช่นนี้แหละ และเมื่อข้าพเจ้าเห็นแล้ว ข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน และข้าพเจ้าได้ยินเสียงผู้หนึ่งกำลังตรัส

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน