A A A A A

ชีวิต: [ข้อสำหรับผู้หญิง]

สดุดี ๔๖:๕
พระเจ้าสถิตกลางพระนคร นครนั้นจะไม่สั่นคลอน พอรุ่งอรุณพระเจ้าจะทรงช่วยนครนั้นไว้

สดุดี ๑๓๙:๑๔
ข้าพระองค์ขอบพระคุณ พระองค์ เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์น่าครั่นคร้าม บรรดาพระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ ข้าพระองค์ทราบดี

๑ ทิโมธี ๓:๑๑
ส่วนพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน ต้องเป็นคนน่านับถือ ไม่ใส่ร้ายคนอื่น รู้จักประมาณตน ซื่อสัตย์ในทุกๆ เรื่อง

๑ โครินธ์ ๑๑:๑๒
เพราะว่าเช่นเดียวกับที่ผู้หญิงมาจากผู้ชาย ผู้ชายก็มาโดยผู้หญิงเช่นกัน แต่ทุกสิ่งก็มาจากพระเจ้า)

๑ โครินธ์ ๑๕:๑๐
แต่โดยพระคุณของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ และพระคุณของพระองค์ที่ประทานแก่ข้าพเจ้านั้น ก็ไม่ไร้ประโยชน์ ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าตรากตรำมากกว่าพวกเขาทั้งหมด ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเองเป็นคนทำ แต่เป็นพระคุณของพระเจ้าซึ่งอยู่กับข้าพเจ้าที่ทำ

ลูกา ๑:๔๕
ความสุขเป็นของสตรีที่เชื่อว่าสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเธอนั้นจะสำเร็จ”

สุภาษิต ๑๑:๑๖
หญิงที่มีใจเมตตา ย่อมได้รับเกียรติ แต่ชายใจร้ายย่อมมั่งคั่ง

สุภาษิต ๑๔:๑
หญิงที่มีปัญญาสร้างบ้านของเธอขึ้น แต่หญิงโง่รื้อมันลงด้วยมือตนเอง

สุภาษิต ๑๙:๑๓
บุตรโง่เขลาเป็นความหายนะแก่บิดา และภรรยาขี้ทะเลาะก็เหมือนน้ำฝนย้อยหยดไม่หยุด

สุภาษิต 21:9
อยู่ที่มุมบนหลังคา ดีกว่าอยู่ร่วมบ้านกับหญิงขี้ทะเลาะ

สุภาษิต ๒๑:๑๙
อาศัยอยู่ในแดนกันดาร ดีกว่าอยู่กับหญิงขี้ทะเลาะและจู้จี้ขี้บ่น

๑ เปโตร 3:1-2
[1] ส่วนพวกท่านที่เป็นภรรยาก็เช่นกัน จงยอมเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าแม้สามีบางคนไม่เชื่อพระวจนะ แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจพวกเขาให้เชื่อได้ โดยไม่ต้องพูดเลยสักคำเดียว[2] คือเมื่อพวกเขาได้เห็นความประพฤติที่นอบน้อม และบริสุทธิ์ของพวกท่าน

เอเฟซัส ๕:๒๒-๒๓
[๒๒] ส่วนภรรยาจงยอมเชื่อฟังสามีของตน เหมือนยอมเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า[๒๓] เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ โดยพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด

สุภาษิต ๓๑:๑๖-๑๗
[๑๖] เธอพิเคราะห์ดูไร่นาแล้วซื้อไว้ ด้วยรายได้ของเธอ เธอปลูกสวนองุ่น[๑๗] เธอคาดเอวของเธอด้วยกำลัง และทำให้แขนของเธอแข็งแรง

ทิตัส ๒:๓-๕
[๓] ส่วนบรรดาผู้หญิงสูงอายุก็เหมือนกัน สอนพวกนางให้ประพฤติด้วยความน่านับถือ ไม่ใส่ร้าย ไม่ติดเหล้า แต่เป็นผู้สอนสิ่งที่ดีงาม[๔] เพื่ออบรมหญิงสาวให้รักสามีและบุตรของพวกตน[๕] มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์ ดูแลบ้านเรือนอย่างดี มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าพระวจนะของพระเจ้าจะไม่ถูกดูหมิ่น

ปฐมกาล ๒:๑๘-๒๔
[๑๘] พระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสว่า “การที่ชายผู้นี้จะอยู่แต่ลำพังนั้นไม่ดี เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น”[๑๙] พระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงปั้นสัตว์ทุกชนิดในท้องทุ่ง และนกทุกชนิดในท้องฟ้าจากดิน แล้วทรงนำมายังชายนั้น เพื่อดูว่า เขาจะเรียกชื่อมันว่าอะไร ชายนั้นตั้งชื่อสัตว์ทุกชนิดที่มีชีวิตว่าอย่างไร สัตว์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น[๒๐] ชายนั้นจึงตั้งชื่อสัตว์ใช้งานทุกชนิด และนกในอากาศและสัตว์ป่าทุกชนิด แต่ชายนั้นยังไม่พบคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสมกับเขา[๒๑] แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงทำให้ชายนั้นหลับสนิท ขณะที่เขาหลับอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกันเข้าแทนกระดูก[๒๒] ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทรงชักออกจากชายนั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นหญิง แล้วทรงนำมาให้ชายนั้น[๒๓] ชายนั้นจึงว่า “นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา จะเรียกคนนี้ว่าหญิง เพราะคนนี้ออกมาจากชาย”[๒๔] เพราะเหตุนั้นผู้ชายจะละจากบิดามารดาของเขาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน

๑ ทิโมธี ๒:๙-๑๕
[๙] ส่วนพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน ควรแต่งกายให้สุภาพด้วยความเหมาะสม และพอเหมาะพอควร ไม่ต้องถักผมหรือประดับกายด้วยทองคำ ไข่มุก หรือเสื้อผ้าราคาแพง[๑๐] แต่ประดับด้วยการทำดี สมกับเป็นหญิงที่ประกาศตนว่านมัสการพระเจ้า[๑๑] ให้ผู้หญิง เรียนอย่างเงียบๆ ด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง[๑๒] ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ผู้หญิงสั่งสอนหรือควบคุม ผู้ชาย แต่ให้เธออยู่เงียบๆ[๑๓] เพราะพระเจ้าทรงสร้างอาดัมก่อน แล้วจึงสร้างเอวา[๑๔] และอาดัมไม่ได้ถูกล่อลวง แต่ผู้หญิงถูกล่อลวงและทำบาป[๑๕] แต่ถึงกระนั้นเธอก็จะได้รับความรอดในการมีบุตร ถ้าหากพวกเธอดำรงอยู่ในความเชื่อ ความรัก และความบริสุทธิ์ ด้วยความสงบเสงี่ยม

สุภาษิต ๓๑:๑-๓๑
[๑] ถ้อยคำของเลมูเอล พระราชาแห่งมัสสา พระราชชนนีตรัสสอนคำนี้แก่พระองค์[๒] โอ ลูกแม่เอ๋ย โอ ลูกแห่งท้องแม่เอ๋ย โอ ลูกแห่งคำปฏิญาณของแม่เอ๋ย[๓] อย่าให้กำลังของเจ้าแก่ผู้หญิง หรือให้ทางของเจ้าแก่หญิงผู้ทำลายพระราชา[๔] โอ เลมูเอลเอ๋ย ไม่สมควรที่พระราชา ไม่สมควรที่พระราชาจะเสวยเหล้าองุ่น หรือผู้ครอบครองจะปรารถนาสุรา[๕] เกรงว่าเขาจะดื่มและลืมคำที่ตราเป็นกฎหมายนั้นเสีย และวินิจฉัยความของเจ้าทุกข์ให้เขวไป[๖] จงให้สุราแก่ผู้ที่กำลังพินาศ และเหล้าองุ่นแก่ผู้ทุกข์ใจอย่างขมขื่น[๗] จงให้เขาดื่มและลืมความยากจนของเขา และไม่จดจำความระทมทุกข์อีกต่อไป[๘] จงอ้าปากของเจ้าแทนคนใบ้ เพื่อสิทธิ ของทุกคนที่กำลังจะพินาศ[๙] จงอ้าปากของเจ้า พิพากษาอย่างชอบธรรม จงให้ความยุติธรรมแก่คนยากจนเข็ญใจ[๑๐] ภรรยาที่เลิศประเสริฐใครเล่าจะหาพบ? คุณค่าของเธอเลิศล้ำกว่าทับทิม[๑๑] สามีของเธอก็ไว้ใจเธอ และเขาจะไม่ขาดประโยชน์ใดๆ[๑๒] เธอนำสิ่งดีมาให้เขา ไม่นำสิ่งร้าย ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเธอ[๑๓] เธอแสวงหาขนแกะและป่าน และทำงานด้วยมืออย่างเต็มใจ[๑๔] เธอเป็นเหมือนเรือของพ่อค้า เธอนำอาหารของเธอมาจากที่ไกล[๑๕] เธอลุกขึ้นตั้งแต่ยังมืดอยู่ และจัดอาหารให้ครอบครัวของเธอ และจัดงาน ให้แก่สาวใช้ของเธอ[๑๖] เธอพิเคราะห์ดูไร่นาแล้วซื้อไว้ ด้วยรายได้ของเธอ เธอปลูกสวนองุ่น[๑๗] เธอคาดเอวของเธอด้วยกำลัง และทำให้แขนของเธอแข็งแรง[๑๘] เธอรู้ว่าสินค้าของเธอจะได้กำไร กลางคืนตะเกียงของเธอก็ไม่ดับ[๑๙] เธอยื่นมือออกจับไน และมือของเธอจับเครื่องปั่นฝ้าย[๒๐] เธอหยิบยื่นให้คนยากจน เธอยื่นมือออกช่วยคนขัดสน[๒๑] เธอไม่กลัวหิมะมาทำให้ครอบครัวของเธอหนาว เพราะทุกคนในครอบครัวสวมเสื้อสองชั้น[๒๒] เธอทำผ้าปูเตียงสำหรับเธอ เสื้อผ้าของเธอทำด้วยผ้าลินินเนื้อละเอียดและผ้าสีม่วง[๒๓] สามีของเธอเป็นที่รู้จักที่ประตูเมือง เมื่อเขานั่งอยู่ในหมู่พวกผู้ใหญ่ของแผ่นดิน[๒๔] เธอทำเครื่องนุ่งห่มด้วยผ้าลินินไว้ขาย เธอส่งผ้าคาดเอวให้แก่พ่อค้า[๒๕] กำลังและความสง่าผ่าเผยเป็นอาภรณ์ของเธอ เธอหัวเราะให้แก่เหตุการณ์ที่จะมาถึง[๒๖] เธออ้าปากกล่าวด้วยปัญญา และคำสอนเจือความเอ็นดูอยู่ที่ลิ้นของเธอ[๒๗] เธอดูแลความเป็นอยู่ในครอบครัวอย่างดี และไม่เคยเกียจคร้าน[๒๘] ลูกๆ ของเธอตื่นขึ้นมาก็ชมเชยเธอ สามีของเธอก็สรรเสริญเธอว่า[๒๙] “สตรีมากมายทำได้ดีเลิศ แต่เธอเลิศยิ่งกว่าเขาทั้งหมด”[๓๐] เสน่ห์เป็นของหลอกลวง และความงามก็ไม่จีรัง แต่สตรีที่ยำเกรงพระยาห์เวห์ สมควรได้รับคำสรรเสริญ[๓๑] จงให้เธอรับผลแห่งน้ำมือของเธอ และให้การงานของเธอสรรเสริญเธอที่ประตูเมือง

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน