A A A A A

ชีวิต: [ภาวะมีบุตรยาก]

๑ ซามูเอล ๒:๒๑
และพระยาห์เวห์ทรงเยี่ยมเยียนฮันนาห์ และนางก็ตั้งครรภ์คลอดบุตรเป็นชายสามหญิงสอง ส่วนกุมารซามูเอลก็เติบโตขึ้นเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์

เฉลยธรรมบัญญัติ 7:14
ท่านจะได้รับพระพรเหนือชนทุกชาติ จะไม่มีชายหรือหญิงเป็นหมันท่ามกลางท่านหรือในหมู่สัตว์เลี้ยงของท่านด้วย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๘:๒
ท่านจงระลึกถึงทางซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงนำท่านในถิ่นทุรกันดารถึงสี่สิบปี เพื่อจะทรงทำให้ท่านถ่อมใจ และทรงทดสอบเพื่อจะทราบว่าจิตใจของท่านเป็นอย่างไร ดูว่าท่านจะรักษาพระบัญญัติของพระองค์หรือไม่

ปฐมกาล ๑:๒๘
พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา ตรัสกับพวกเขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในท้องฟ้า กับสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินทั้งหมด”

ปฐมกาล ๒๕:๒๑
อิสอัคอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์เพื่อภรรยาของท่านเพราะนางเป็นหมัน พระเจ้าประทานตามคำอธิษฐานของท่าน เรเบคาห์ภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์

ฮีบรู 11:11
โดยความเชื่อ อับราฮัมได้รับพลังที่จะมีบุตร แม้ท่านชรามากแล้ว และนางซาราห์เองก็เป็นหมัน เพราะท่านถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นซื่อสัตย์

๑ โครินธ์ ๓:๑๖
ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่าน?

ยากอบ ๑:๑๗
ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้าง แห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง

ยอห์น ๑๖:๓๓
เราบอกเรื่องนี้กับพวกท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงมีใจกล้าเถิด เพราะว่าเราชนะโลกแล้ว”

สดุดี ๑๑๓:๙
พระองค์โปรดให้หญิงหมันมีบ้านอยู่ เป็นแม่ที่ชื่นบานมีบุตร สรรเสริญพระยาห์เวห์

สดุดี ๑๒๗:๓
นี่แน่ะ บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระยาห์เวห์ ผลิตผลของครรภ์เป็นรางวัล

สดุดี ๑๒๘:๓
ภรรยาของท่านจะเป็นอย่างเถาองุ่นลูกดก อยู่ภายในบ้านของท่าน เด็กๆ ของท่านจะเป็นเหมือนหน่อมะกอก รอบโต๊ะของท่าน

สดุดี ๑๓๙:๑๓
เพราะพระองค์ทรงสร้างชิ้นส่วนภายในข้าพระองค์ พระองค์ทรงถักทอข้าพระองค์เข้าด้วยกันในครรภ์มารดา

สดุดี ๑๔๗:๓
พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลาย และทรงพันแผลให้เขา

มาระโก ๑๑:๒๔
เพราะเหตุนี้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เมื่อพวกท่านอธิษฐานขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ แล้วพวกท่านจะได้รับสิ่งนั้น

ฟีลิปปี ๔:๑๓
ข้าพเจ้าเผชิญ ได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า

โรม ๑๒:๑๒
จงชื่นชมยินดีในความหวัง จงสู้ทนต่อความยากลำบาก จงขะมักเขม้นอธิษฐาน

ลูกา ๑:๓๖-๓๗
[๓๖] นี่แน่ะ ถึงแม้นางเอลีซาเบธญาติของเธอจะชราแล้ว ก็ยังตั้งครรภ์มีบุตรชาย บัดนี้นางนั้นที่คนเขาถือว่าเป็นหญิงหมันก็มีครรภ์ได้หกเดือนแล้ว[๓๗] เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงทำไม่ได้ ”

โรม 5:3-5
[3] ยิ่งกว่านั้น เราก็ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน[4] และความทรหดอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เป็นเช่นนั้นทำให้มีความหวัง[5] และความหวังจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว

ลูกา ๑:๑๓-๒๑
[๑๓] แต่ทูตสวรรค์องค์นั้นกล่าวแก่ท่านว่า “เศคาริยาห์เอ๋ย อย่ากลัวเลย เพราะพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว นางเอลีซาเบธภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่ายอห์น[๑๔] ท่านจะมีความยินดีและเปรมปรีดิ์ และคนจำนวนมากจะชื่นชมยินดีที่บุตรนั้นเกิดมา[๑๕] เพราะว่าเขาจะเป็นใหญ่เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า เขาจะไม่ดื่มน้ำองุ่นหมักและเหล้าเลย และเขาจะเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา[๑๖] เขาจะนำพงศ์พันธุ์อิสราเอลหลายคนให้หันกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของพวกเขา[๑๗] เขาจะนำหน้าพระองค์ด้วยจิตวิญญาณและฤทธิ์เดชของเอลียาห์ ให้พ่อกลับคืนดีกับลูก และให้คนดื้อด้านกลับได้ปัญญาของคนชอบธรรม เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้ให้พร้อมสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า”[๑๘] เศคาริยาห์จึงพูดกับทูตสวรรค์ว่า “ข้าพเจ้าจะรู้แน่ได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว?”[๑๙] ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงตอบว่า “เราคือกาเบรียล ซึ่งยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และพระองค์ทรงใช้ให้มาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้ง[๒๐] นี่แน่ะ เพราะท่านไม่ได้เชื่อถ้อยคำของเราที่จะสำเร็จตามกำหนด ท่านจะเป็นใบ้ พูดไม่ได้จนกว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น”[๒๑] คนทั้งหลายที่คอยเศคาริยาห์ก็ประหลาดใจเพราะท่านอยู่ในพระวิหารนานมาก

สดุดี ๑๑๒:๑-๑๐
[๑] สรรเสริญพระยาห์เวห์ คนที่ยำเกรงพระยาห์เวห์ก็เป็นสุข เขายินดีอย่างยิ่งในพระบัญญัติของพระองค์[๒] พงศ์พันธุ์ของเขาจะมีอำนาจในแผ่นดิน พวกคนเที่ยงธรรมจะรับพระพร[๓] ทรัพย์สินและความมั่งคั่งอยู่ในบ้านของเขา และความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์[๔] ความสว่างผุดขึ้นมาในความมืดให้คนเที่ยงธรรม เขาเป็นผู้มีพระคุณ มีความกรุณาและความชอบธรรม[๕] คนที่เมตตาคนอื่นและให้ยืม ก็อยู่เย็นเป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินกิจการของเขาด้วยความยุติธรรม[๖] เพราะเขาจะไม่คลอนแคลนเลย คนชอบธรรมจะมีคนระลึกถึงอยู่เป็นนิตย์[๗] เขาจะไม่กลัวข่าวร้าย ใจของเขามั่นคง วางใจในพระยาห์เวห์[๘] ใจของเขามีที่พึ่งพิง เขาจะไม่กลัว จนกว่าจะเห็นคู่อริของเขาพ่ายแพ้[๙] เขาแจกจ่าย เขาได้ให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์ เขาจะมีอำนาจและเกียรติ[๑๐] คนอธรรมเห็นเข้าก็โกรธ เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วละลายไป ความปรารถนาของคนอธรรมย่อมสูญไป

อิสยาห์ 54:1-17
[1] พระยาห์เวห์ตรัสว่า “จงร้องเพลงเถิด โอ หญิงหมันที่ไม่ได้คลอดบุตร จงเปล่งเสียงร้องเพลงและจงร้องเสียงดัง เจ้าผู้ไม่ได้เจ็บครรภ์ เพราะว่าบุตรของแม่ร้างจะมีมากกว่า บุตรของหญิงที่แต่งงาน[2] จงขยายพื้นที่เต็นท์ของเจ้าให้ใหญ่ขึ้น และยืดม่านที่อาศัยของเจ้าออกไป อย่าหน่วงไว้ จงต่อเชือกของเจ้าให้ยาวขึ้น และเสริมหลักหมุดของเจ้าให้มั่นคง[3] เพราะเจ้าจะกระจายออกไปทางขวาและทางซ้าย และเชื้อสายของเจ้าจะได้บรรดาประชาชาติเป็นกรรมสิทธิ์ และจะให้มีคนอาศัยในเมืองร้าง[4] “อย่ากลัวเลย เพราะเจ้าจะไม่ต้องอับอาย อย่าอดสูเลย เพราะเจ้าจะไม่ต้องละอาย เพราะเจ้าจะลืมความขายหน้าในวัยสาวของเจ้า และเจ้าจะไม่จดจำความอายในการเป็นม่ายของเจ้าอีก[5] เพราะพระผู้สร้างเจ้าเป็นสามีเจ้า พระนามของพระองค์คือพระยาห์เวห์จอมทัพ และองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลเป็นผู้ไถ่ของเจ้า เขาเรียกพระองค์ว่าพระเจ้าของสากลโลก[6] เพราะพระยาห์เวห์ทรงเรียกเจ้า ดั่งภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งและโทมนัสในวิญญาณจิต คือภรรยาที่ยังสาว เมื่อนางถูกทิ้ง” พระเจ้าของเจ้าตรัสดังนี้[7] “เราได้ละทิ้งเจ้าอยู่ชั่วครู่เดียว แต่เราจะรวบรวมเจ้าด้วยความสงสารยิ่ง[8] เราซ่อนหน้าเราจากเจ้าอยู่ขณะหนึ่ง ด้วยความโกรธอันท่วมท้น แต่เราจะสงสารเจ้าด้วยความรักมั่นคงนิรันดร์” พระยาห์เวห์พระผู้ไถ่เจ้าตรัสดังนี้[9] “สำหรับเราแล้ว เรื่องนี้ก็เหมือนสมัยของโนอาห์ เราได้ปฏิญาณว่า น้ำสมัยโนอาห์ จะไม่ท่วมแผ่นดินโลกอีกอย่างไร เราก็ปฏิญาณว่า เราจะไม่โกรธเจ้า และจะไม่ดุด่าเจ้าอีกอย่างนั้น[10] เพราะภูเขาทั้งหลายอาจถูกเคลื่อนย้ายไป และบรรดาเนินเขาอาจจะคลอนแคลน แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่เคลื่อนย้ายไปจากเจ้า และพันธสัญญาแห่งสวัสดิภาพของเราจะไม่คลอนแคลน” พระยาห์เวห์ผู้ทรงสงสารเจ้าตรัสดังนี้[11] “โอ เจ้าผู้ถูกข่มใจ ผู้ถูกพายุพัดพาและขาดการชูใจ นี่แน่ะ เราจะวางศิลาของเจ้าไว้ในพลวง และวางรากฐานของเจ้าด้วยไพลิน[12] เราจะทำบรรดาปิ่นเมือง ของเจ้าด้วยทับทิม และประตูเมืองของเจ้าด้วยเบริล และกำแพงทุกด้านของเจ้าด้วยเพชรนิลจินดา[13] บุตรทุกคนของเจ้าจะได้รับการสั่งสอนจากพระยาห์เวห์ และบุตรทั้งหลายของเจ้าจะมีสวัสดิภาพ เป็นอย่างมาก[14] เจ้าจะได้รับการสถาปนาด้วยความชอบธรรม เจ้าจะห่างไกลการถูกกดขี่ เพราะเจ้าจะไม่ต้องกลัว และห่างไกลจากความสยดสยองเพราะมันจะไม่มาใกล้เจ้า[15] ถ้ามีใครปลุกปั่นให้เกิดการต่อสู้ ก็ต้องไม่ใช่มาจากเรา ใครปลุกปั่นให้เกิดการต่อสู้เจ้า เขาก็จะล้มลงเพราะเจ้า[16] ดูสิ เราเองได้สร้างช่างเหล็ก ผู้เป่าไฟจากถ่าน และทำให้เกิดอาวุธที่เหมาะกับงานของมัน เราเองได้สร้างผู้ล้างผลาญเพื่อทำลายด้วย[17] อาวุธทุกชนิดที่ทำขึ้นเพื่อต่อสู้เจ้าจะไม่ชนะ และเจ้าจะพิสูจน์ว่าลิ้นทุกลิ้นที่ลุกขึ้นต่อสู้เจ้าในการพิพากษานั้นชั่วร้าย นี่คือมรดกของบรรดาผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ และการให้ความยุติธรรมต่อพวกเขานั้นมาจากเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ

๑ ซามูเอล ๑:๑-๒๘
[๑] มีชายคนหนึ่งเป็นชาวรามาธาอิมโซฟิม แห่งแดนเทือกเขาเอฟราอิมชื่อเอลคานาห์บุตรเยโรฮัม ผู้เป็นบุตรเอลีฮู ผู้เป็นบุตรโทหุ ผู้เป็นบุตรศูฟ คนเผ่าเอฟราอิม[๒] เขามีภรรยาสองคน คนหนึ่งชื่อฮันนาห์ อีกคนหนึ่งชื่อเปนินนาห์ เปนินนาห์มีบุตรแต่ฮันนาห์ไม่มี[๓] ชายผู้นี้เคยขึ้นไปจากเมืองของเขาทุกปี ไปนมัสการและถวายสัตวบูชาแด่พระยาห์เวห์จอมทัพที่เมืองชิโลห์ ที่นั่นมีบุตรชายสองคนของเอลีชื่อโฮฟนีและฟีเนหัส เป็นพวกปุโรหิตของพระยาห์เวห์[๔] ในวันที่เอลคานาห์ถวายสัตวบูชา ท่านให้ส่วนแบ่งแก่เปนินนาห์ภรรยาของท่าน และแก่พวกบุตรชายบุตรหญิงทุกคนของนาง[๕] ท่านแบ่งให้ฮันนาห์สองส่วน เพราะท่านรักนางมาก แม้ว่าพระยาห์เวห์ทรงปิดครรภ์ของนางเสีย[๖] เมียคู่กับนางก็ยั่วเย้านางอย่างรุนแรงทำให้นางระคายเคือง เพราะเหตุที่พระยาห์เวห์ทรงปิดครรภ์ของนาง[๗] เหตุการณ์ก็เป็นอยู่ดังนี้ปีแล้วปีเล่า เมื่อนางขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์ครั้งไหน เมียคู่ของนางก็เคยยั่วเย้านาง ดังนั้นนางฮันนาห์จึงร้องไห้ไม่รับประทานอาหาร[๘] เอลคานาห์สามีของนางจึงถามนางว่า “ฮันนาห์ทำไมเธอร้องไห้? ทำไมเธอจึงไม่รับประทานอาหาร? ทำไมจิตใจของเธอจึงโศกเศร้า? สำหรับเธอ ฉันไม่ดีกว่าบุตรชายสิบคนหรือ?”[๙] หลังจากที่ได้รับประทานอาหารและดื่มที่เมืองชิโลห์แล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น เอลีปุโรหิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเสาประตูพระวิหารของพระยาห์เวห์[๑๐] นางขมขื่นใจมากจึงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์และร้องไห้อย่างหนัก[๑๑] นางบนไว้ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ ถ้าพระองค์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจของผู้รับใช้ของพระองค์จริงๆ ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ และไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์ แต่จะประทานบุตรชายแก่ผู้รับใช้ของพระองค์สักคน แล้วข้าพระองค์จะถวายเขาแด่พระยาห์เวห์ตลอดชีวิตของเขา และมีดโกนจะไม่แตะต้องศีรษะของเขาเลย”[๑๒] อยู่มาเมื่อนางยังวิงวอนเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์อยู่นั้น เอลีก็สังเกตดูปากของนาง[๑๓] ฮันนาห์นั้นนางพูดแต่ในใจ ริมฝีปากของนางขยับอยู่เท่านั้น ไม่ได้ยินเสียงของนาง เพราะเหตุนี้เอลีจึงคิดว่านางเมา[๑๔] เอลีจึงพูดกับนางว่า “เธอจะเมาไปนานสักเท่าใด? จงทิ้งเหล้าองุ่นเถอะ”[๑๕] แต่ฮันนาห์ตอบว่า “ไม่ใช่เช่นนั้นค่ะเจ้านายของดิฉัน ดิฉันเป็นหญิงที่ทุกข์ใจยิ่งนัก ดิฉันไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นหรือของมึนเมา แต่ดิฉันระบายความในใจของดิฉันออกเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์[๑๖] ขออย่าถือว่าหญิงผู้รับใช้ของท่านเป็นหญิงเลว ที่ดิฉันพูดตลอดมานั้น ก็พูดด้วยความกระวนกระวายและความเศร้าใจมาก”[๑๗] แล้วเอลีก็ตอบว่า “จงกลับไปเป็นสุขเถิด ขอพระเจ้าแห่งอิสราเอลโปรดประทานตามคำขอที่เจ้าได้ทูลขอจากพระองค์”[๑๘] และนางก็ตอบว่า “ขอหญิงผู้รับใช้ของท่านได้รับความโปรดปรานจากท่านเถิด” แล้วหญิงนั้นก็ไปตามทางของนาง รับประทานอาหาร และใบหน้าของนางก็ไม่โศกเศร้าอีกต่อไป[๑๙] พวกเขาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ นมัสการพระยาห์เวห์ แล้วก็กลับไปบ้านที่รามาห์ และเอลคานาห์มีเพศสัมพันธ์กับฮันนาห์ภรรยาของเขา และพระยาห์เวห์ทรงระลึกถึงนาง[๒๐] และต่อมาเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ฮันนาห์ก็ตั้งครรภ์คลอดบุตรชายคนหนึ่ง และนางให้ชื่อเด็กนั้นว่าซามูเอล เพราะนางกล่าวว่า “ดิฉันทูลขอมาจากพระยาห์เวห์”[๒๑] เอลคานาห์สามีและทุกคนในครอบครัวของเขาจะขึ้นไปถวายสัตวบูชาประจำปีแด่พระยาห์เวห์ และแก้บนของเขา[๒๒] แต่ฮันนาห์ไม่ได้ขึ้นไปด้วย เพราะนางบอกสามีว่า “ฉันจะไม่ไปจนกว่าเด็กคนนี้หย่านม แล้วฉันจะพาเขาขึ้นไป เพื่อเขาจะได้ปรากฏตัวเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ และอยู่ที่นั่นตลอดไป”[๒๓] เอลคานาห์สามีบอกนางว่า “จงทำตามที่เธอเห็นว่าดีเถิด รออยู่จนให้เขาหย่านม ขอเพียงให้พระดำรัสของพระยาห์เวห์สำเร็จเถิด” นางนั้นก็คอยอยู่และให้บุตรกินนมของเธอ จนนางให้เขาหย่านม[๒๔] และเมื่อนางให้เขาหย่านมแล้ว นางก็พาเขาขึ้นไปพร้อมกับวัวผู้อายุสามปีหนึ่งตัว แป้ง 10 กิโลกรัมและเหล้าองุ่นหนึ่งถุงหนัง และนางก็นำเขามาที่พระนิเวศของพระยาห์เวห์ที่เมืองชิโลห์ และเด็กนั้นก็ยังเล็กอยู่[๒๕] แล้วพวกเขาก็ฆ่าวัวผู้ตัวนั้นและนำเด็กมาหาเอลี[๒๖] นางก็กล่าวว่า “เจ้านายของดิฉันมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ท่านเจ้าข้า ดิฉันเองคือผู้หญิงที่เคยยืนอยู่ที่นี่ต่อหน้าท่าน และทูลวิงวอนต่อพระยาห์เวห์[๒๗] ดิฉันทูลวิงวอนขอเด็กคนนี้ และพระยาห์เวห์ประทานตามคำทูลขอของดิฉันตามที่ได้ทูลวิงวอนต่อพระองค์[๒๘] เพราะฉะนั้นดิฉันเองถวายเขาแด่พระยาห์เวห์ เขาถูกถวายแด่พระยาห์เวห์ตลอดชีวิตของเขา” และเขาก็นมัสการพระยาห์เวห์ที่นั่น

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน