A A A A A

ชีวิต: [ความผิด]

ฮีบรู 10:22
ก็ให้เราเข้าไปใกล้ด้วยใจจริง ด้วยความไว้ใจเต็มที่ มีใจที่ได้รับการประพรมให้พ้นจาก มโนธรรมที่ไม่ดี และมีกายที่ล้างชำระด้วยน้ำสะอาด

ยากอบ 2:10
เพราะว่าใครที่รักษาธรรมบัญญัติทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว คนนั้นก็ทำผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด

ฮีบรู ๑๐:๒
เพราะถ้าทำได้ พวกเขาคงหยุดการถวายเครื่องบูชาแล้วไม่ใช่หรือ? เพราะถ้าผู้นมัสการได้รับการชำระให้บริสุทธิ์สักครั้งหนึ่งแล้ว คงจะไม่รู้สึกว่ามีบาปอีกต่อไป

เฉลยธรรมบัญญัติ ๕:๑๗
‘ห้ามฆ่าคน

สดุดี ๓๒:๑-๖
[๑] ของดาวิด มัสคิลบทหนึ่ง บุคคลผู้ซึ่งการละเมิดของเขาได้รับอภัยก็เป็นสุข คือผู้ซึ่งบาปได้รับการกลบเกลื่อน[๒] บุคคลซึ่งพระยาห์เวห์มิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในจิตใจของเขา[๓] เมื่อข้าพระองค์ไม่สารภาพบาป ร่างกายของข้าพระองค์ก็ทรุดโทรมไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำ[๔] พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหือดแห้งไปอย่างกับถูกความร้อนในหน้าแล้ง เส-ลาห์[๕] ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ปกปิดความชั่วของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของข้าพระองค์ต่อพระยาห์เวห์” แล้วพระองค์ทรงอภัยความบาปชั่วของข้าพระองค์ เส-ลาห์[๖] เพราะฉะนั้น ขอให้ผู้จงรักภักดีทุกคนอธิษฐานต่อพระองค์ ในเวลาที่จะพบพระองค์ได้ ในเวลาน้ำท่วมมาก น้ำจะไม่มาถึงคนนั้น

เยเรมีย์ ๕๑:๕
เพราะว่าอิสราเอลและยูดาห์ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง โดยพระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าของเขา แต่แผ่นดินเคลเดียนั้นเต็มด้วยความผิด ต่อองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล

โฮเชยา ๕:๑๕
เราจะกลับมายังสถานที่ของเราอีก จนกว่าเขาจะยอมรับความผิดของเขาและแสวงหาหน้าของเรา เมื่อเขารับความทุกข์ร้อน เขาจะแสวงหาเรา

เลวีนิติ ๕:๑๔-๑๙
[๑๔] พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า[๑๕] “ถ้าผู้ใดทำการไม่ซื่อตรง และทำบาปโดยไม่เจตนาต่อบรรดาสิ่งบริสุทธิ์ของพระยาห์เวห์ ให้ผู้นั้นนำแกะตัวผู้ปราศจากตำหนิเป็นเครื่องบูชาชดใช้บาปมาถวายแด่พระยาห์เวห์ ให้เจ้าประเมินราคาเป็นเงินเชเขล ตามเชเขลของสถานนมัสการ เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป[๑๖] ผู้นั้นต้องชดใช้ความผิดที่เขาทำต่อสิ่งบริสุทธิ์ และเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของราคาของสิ่งบริสุทธิ์นั้น นำมามอบให้แก่ปุโรหิต และปุโรหิตจะลบล้างบาปของเขาด้วยแกะตัวผู้ ที่ถวายเป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป และเขาจะได้รับการอภัย[๑๗] “ถ้าผู้ใดทำผิด คือทำผิดพระบัญญัติข้อหนึ่งข้อใดของพระยาห์เวห์ที่ทรงห้ามทำ ถึงแม้ทำโดยไม่รู้ตัว เขามีความผิด จะต้องรับโทษความผิดของเขา[๑๘] ให้ผู้นั้นนำแกะตัวผู้ปราศจากตำหนิมาจากฝูงให้ปุโรหิต ตามที่เจ้าได้ประเมินราคา เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป ปุโรหิตจะลบล้างบาปของเขาตามความผิดซึ่งเขาได้ทำโดยไม่เจตนานั้น และเขาจะได้รับการอภัย[๑๙] เครื่องบูชานี้เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป เพราะเขาได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์”

เลวีนิติ ๗:๑-๑๐
[๑] “ต่อไปนี้เป็นกฎเรื่องเครื่องบูชาชดใช้บาป เป็นของถวายที่บริสุทธิ์ที่สุด[๒] ให้พวกเขาฆ่าสัตว์ที่เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาปในที่สำหรับฆ่าสัตว์ซึ่งเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว และให้นำเลือดสัตว์นั้นประพรมที่แท่นและทุกด้านของแท่น[๓] และให้เอาไขมันของสัตว์นั้นถวายบูชาเสียทั้งหมดด้วย คือหางอ้วนใหญ่ ไขมันที่หุ้มเครื่องใน[๔] ไตสองไตพร้อมกับไขมันที่ติดอยู่กับไตซึ่งอยู่ตรงบั้นเอว และให้เขาตัดไขที่อยู่เหนือตับนั้นออกพร้อมกับไต[๕] ให้ปุโรหิตเผาสิ่งเหล่านี้บนแท่นเป็นเครื่องบูชาด้วยไฟถวายแด่พระยาห์เวห์ เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป[๖] ให้ผู้ชายทุกคนที่เป็นปุโรหิตรับประทาน ให้รับประทานในวิสุทธิสถานเป็นของถวายที่บริสุทธิ์ที่สุด[๗] เครื่องบูชาชดใช้บาปก็เหมือนเครื่องบูชาลบล้างบาป มีกฎอย่างเดียวกัน ปุโรหิตผู้ทำพิธีถวายเครื่องบูชาลบมลทินจะได้เครื่องบูชานั้น[๘] ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวของผู้ใด ปุโรหิตผู้นั้นย่อมได้หนังของเครื่องบูชาเผาทั้งตัวที่ตนถวาย[๙] เครื่องธัญบูชาทุกอย่างที่ปิ้งในเตาอบ และทั้งหมดซึ่งเตรียมในกระทะหรือที่เหล็กให้ตกเป็นของปุโรหิตผู้ถวายของเหล่านั้น[๑๐] ธัญบูชาทุกอย่างที่เคล้าน้ำมันหรือไม่เคล้าจะตกเป็นของบรรดาบุตรอาโรนเท่าเทียมกัน

ปฐมกาล ๒๖:๑๐
อาบีเมเลคตรัสว่า “เจ้าทำอะไรแก่พวกเราอย่างนี้? ประชาชนคนหนึ่งอาจจะไปนอนกับภรรยาของเจ้าง่ายๆ แล้วเจ้าจะนำความผิดมาสู่พวกเรา”

กันดารวิถี ๕:๕-๑๐
[๕] และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า[๖] “จงบอกคนอิสราเอลว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ดีที่ทำบาปต่อกัน อันเป็นการทำผิดต่อพระยาห์เวห์ คนนั้นจึงมีความผิด[๗] ให้คนนั้นสารภาพความบาปที่ได้ทำ และให้เขาชดใช้การทำผิดของเขาอย่างเต็มที่พร้อมกับเพิ่มอีกหนึ่งส่วนห้า แล้วมอบให้แก่คนที่เขาได้ล่วงละเมิด[๘] ถ้าคนนั้นไม่มีญาติสนิทที่จะรับค่าชดใช้ ก็ให้ถวายค่าชดใช้นั้นแด่พระยาห์เวห์สำหรับปุโรหิต พร้อมทั้งแกะผู้สำหรับลบมลทินบาป ซึ่งจะลบมลทินบาปของเขา[๙] นอกจากนี้เครื่องถวายที่บริสุทธิ์ของคนอิสราเอลซึ่งนำมาให้แก่ปุโรหิตต้องเป็นของปุโรหิต[๑๐] สิ่งของบริสุทธิ์ของแต่ละคนให้เป็นของปุโรหิต และทุกสิ่งที่นำไปให้ปุโรหิตก็ต้องเป็นของปุโรหิต”

เลวีนิติ ๕:๑-๕
[๑] “ถ้าผู้ใดทำบาป คือได้ยินคำประกาศเรียกพยาน โดยที่เขารู้เห็นหรือรู้เรื่องในเหตุการณ์ที่เป็นคดี แต่เขาไม่ยอมให้การ เขาต้องรับโทษความผิดของเขา[๒] หรือผู้ใดแตะต้องสิ่งที่เป็นมลทิน จะเป็นซากสัตว์ป่าที่เป็นมลทิน หรือซากสัตว์เลี้ยงที่เป็นมลทิน หรือซากสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้นดินที่เป็นมลทินโดยไม่ทันรู้ตัว เขาจึงเป็นมลทินและมีความผิด[๓] ถ้าเขาแตะต้องมลทินของคน จะเป็นสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เขาเป็นมลทินโดยไม่รู้ตัว แล้วรู้ทีหลัง เขายังคงมีความผิด[๔] ถ้าคนใดเผลอตัวกล่าวคำสาบานว่าจะทำชั่วหรือดี หรือเผลอตัวกล่าวคำสาบานใดๆ โดยไม่ยั้งคิด แล้วเขานึกขึ้นได้ภายหลัง เขามีความผิดในเรื่องนั้นๆ[๕] เมื่อผู้ใดมีความผิดเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่กล่าวมานี้ ก็ให้เขาสารภาพบาปที่เขาได้ทำ

เลวีนิติ ๕:๑๕-๑๖
[๑๕] “ถ้าผู้ใดทำการไม่ซื่อตรง และทำบาปโดยไม่เจตนาต่อบรรดาสิ่งบริสุทธิ์ของพระยาห์เวห์ ให้ผู้นั้นนำแกะตัวผู้ปราศจากตำหนิเป็นเครื่องบูชาชดใช้บาปมาถวายแด่พระยาห์เวห์ ให้เจ้าประเมินราคาเป็นเงินเชเขล ตามเชเขลของสถานนมัสการ เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป[๑๖] ผู้นั้นต้องชดใช้ความผิดที่เขาทำต่อสิ่งบริสุทธิ์ และเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของราคาของสิ่งบริสุทธิ์นั้น นำมามอบให้แก่ปุโรหิต และปุโรหิตจะลบล้างบาปของเขาด้วยแกะตัวผู้ ที่ถวายเป็นเครื่องบูชาชดใช้บาป และเขาจะได้รับการอภัย

เลวีนิติ ๔:๒-๓
[๒] “จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า ถ้าผู้ใดทำบาปโดยไม่เจตนาต่อพระบัญญัติประการหนึ่งประการใดของพระยาห์เวห์ที่ทรงห้ามไว้ และเขาได้ทำผิดข้อหนึ่งข้อใด[๓] ถ้าปุโรหิตผู้รับการเจิมไว้ทำบาป ย่อมนำความผิดมาสู่ประชาชน เนื่องจากบาปที่เขาทำ ให้เขานำโคหนุ่มไร้ตำหนิมาถวายแด่พระยาห์เวห์เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป

เลวีนิติ ๔:๑๓
“ถ้าชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดทำผิดโดยไม่เจตนา และความผิดนั้นถูกปิดบังจากสายตาของที่ประชุม คือพวกเขาได้ทำผิดพระบัญญัติข้อหนึ่งข้อใดที่พระยาห์เวห์ทรงห้ามทำ พวกเขาจึงมีความผิด

เลวีนิติ ๔:๒๗
“ถ้าสามัญชนคนหนึ่งทำบาปโดยไม่เจตนา คือทำผิดพระบัญญัติข้อหนึ่งข้อใดของพระยาห์เวห์ที่ทรงห้ามทำ เขาจึงมีความผิด

สดุดี ๓๒:๑-๕
[๑] ของดาวิด มัสคิลบทหนึ่ง บุคคลผู้ซึ่งการละเมิดของเขาได้รับอภัยก็เป็นสุข คือผู้ซึ่งบาปได้รับการกลบเกลื่อน[๒] บุคคลซึ่งพระยาห์เวห์มิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในจิตใจของเขา[๓] เมื่อข้าพระองค์ไม่สารภาพบาป ร่างกายของข้าพระองค์ก็ทรุดโทรมไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำ[๔] พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหือดแห้งไปอย่างกับถูกความร้อนในหน้าแล้ง เส-ลาห์[๕] ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ปกปิดความชั่วของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของข้าพระองค์ต่อพระยาห์เวห์” แล้วพระองค์ทรงอภัยความบาปชั่วของข้าพระองค์ เส-ลาห์

อิสยาห์ 6:7
และท่านแตะต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่า “นี่แน่ะ สิ่งนี้ได้แตะต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว ความผิดของเจ้าก็ถูกขจัด และบาปของเจ้าก็ได้รับการลบล้าง”

๑ ยอห์น 1:9
ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

โรม ๘:๑
เพราะฉะนั้นไม่มีการลงโทษคนที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

ฮีบรู 9:14
มากยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระโลหิตของพระคริสต์ ผู้ทรงถวายพระองค์เองที่ปราศจากตำหนิแด่พระเจ้าโดยพระวิญญาณนิรันดร์ ก็จะทรงชำระมโนธรรมของเราจากการประพฤติที่เปล่าประโยชน์ เพื่อเราจะปรนนิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่

สดุดี 103:12
ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดไปไกลจากเราเท่านั้น

๒ โครินธ์ 5:17
ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

โรม 3:21-23
[21] แต่เดี๋ยวนี้ความชอบธรรมของพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือธรรมบัญญัติ ความชอบธรรมดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากหมวดธรรมบัญญัติและพวกผู้เผยพระวจนะ[22] คือความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งปรากฏโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แก่ทุกคนที่เชื่อ โดยไม่ทรงถือว่าเขาแตกต่างกัน[23] เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

๒ โครินธ์ 5:21
พระเจ้าทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

มีคาห์ 7:19
พระองค์ท่านจะทรงหวนกลับมาเมตตาเราอีก และจะทรงเหยียบความผิดทั้งหลายของเราไว้ พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเรา ลงไปในที่ลึกของทะเล

๑ ยอห์น 3:19-20
[19] เช่นนี้แหละ เราก็จะรู้ว่าเราอยู่ฝ่ายสัจจะ และใจเราจะหมดกังวลเฉพาะพระพักตร์พระองค์[20] เมื่อใจของเรากล่าวโทษตัวเราเอง พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าใจของเรา และพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง

โรม 6:23
เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

อิสยาห์ 43:25
“เรา เราเองคือผู้นั้น ผู้ลบล้างการทรยศของเจ้าด้วยเห็นแก่เราเอง และเราจะไม่จดจำบาปของเจ้า

วิวรณ์ 12:10
และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังในสวรรค์กล่าวว่า “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดช และอาณาจักรของพระเจ้าของเรา และสิทธิอำนาจของพระคริสต์ของพระองค์มาถึงแล้ว เพราะว่าผู้กล่าวหาพี่น้องของเรา ถูกโยนลงไปแล้ว คือผู้ที่กล่าวหาพวกเขาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเราทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น

๒ โครินธ์ ๗:๑๐
เพราะว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า ทำให้เกิดการกลับใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรอดและจะไม่ทำให้เสียใจ แต่ความเสียใจอย่างโลกนั้นย่อมนำสู่ความตาย

ฮีบรู ๔:๑๖
ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ

โรม ๘:๓๑-๓๙
[๓๑] ถ้าอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้เราจะว่าอย่างไร? ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเราได้?[๓๒] พระองค์ผู้ไม่ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง แต่ประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทุกคน ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ประทานสิ่งสารพัดให้เราด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ[๓๓] ใครจะฟ้องคนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้? พระเจ้าทรงทำให้พวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว[๓๔] ใครจะเป็นผู้ลงโทษอีก? พระเยซูคริสต์หรือ? ผู้สิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์สถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราด้วย[๓๕] แล้วใครจะให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์ได้? จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ?[๓๖] ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์จึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นแกะสำหรับเอาไปฆ่า”[๓๗] แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย[๓๘] เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย[๓๙] หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

โรม ๓:๒๖
และเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย

โรม ๑๔:๒๓
แต่คนที่มีความสงสัยอยู่นั้น ถ้าเขากินก็มีความผิด เพราะเขาไม่ได้กินตามที่ตนเชื่อ ทั้งนี้เพราะการกระทำใดๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความเชื่อก็เป็นบาปทั้งสิ้น

ยอห์น 3:17
เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก ไม่ใช่เพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

สุภาษิต 16:4
พระยาห์เวห์ทรงทำให้ทุกสิ่งมีเป้าหมายของมัน แม้คนอธรรมก็เพื่อวันลำเค็ญ

กิจการของอัครทูต ๓:๑๙
เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง

๑ ยอห์น 2:1
ลูกของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลายเพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป และถ้าใครทำบาป เราก็มีผู้ช่วยทูลขอพระบิดาเพื่อเรา คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมนั้น

ปฐมกาล ๒๐:๖-๑๖
[๖] แล้วพระเจ้าตรัสกับท่านในพระสุบินอีกว่า “เราเองรู้แล้วว่าเจ้าทำดังนี้ด้วยใจซื่อ ยิ่งกว่านั้นอีก เราเองเป็นผู้ที่ป้องกันเจ้าไม่ให้ทำบาปต่อเรา เหตุฉะนี้ เราจึงไม่ให้เจ้าแตะต้องหญิงนั้น[๗] บัดนี้ จงคืนภรรยาของชายนั้นไปเสีย เพราะเขาเป็นผู้เผยพระวจนะ เขาจะอธิษฐานเพื่อเจ้า แล้วเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าเจ้าไม่คืน ก็จงรู้เถิดว่าเจ้าจะต้องตายแน่ ทั้งเจ้าเอง และทุกคนที่เป็นของเจ้า”[๘] อาบีเมเลคตื่นบรรทมแต่เช้ามืด ทรงเรียกบรรดาข้าราชการทั้งหมดของพระองค์มา และทรงรับสั่งเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดให้พวกเขาฟัง คนเหล่านั้นก็กลัวยิ่งนัก[๙] อาบีเมเลคตรัสเรียกอับราฮัมมาเข้าเฝ้า และตรัสกับท่านว่า “เจ้าทำอะไรแก่เรานี่ เราได้ทำบาปต่อเจ้าอย่างไร? เจ้าจึงนำบาปใหญ่โตมายังเราและราชอาณาจักรของเรา เจ้าทำสิ่งซึ่งไม่น่าทำแก่เราเลย”[๑๐] อาบีเมเลคตรัสกับอับราฮัมว่า “เจ้าคิดอะไร เจ้าจึงทำเช่นนี้”[๑๑] อับราฮัมทูลว่า “เพราะข้าพระบาทคิดว่า ในที่นี้ไม่มีความยำเกรงพระเจ้าเสียเลย พวกเขาจะฆ่าข้าพระบาทเสียเพราะเหตุภรรยาของข้าพระบาท[๑๒] นอกจากนั้นเธอก็เป็นน้องสาวของข้าพระบาทจริงๆ เป็นบุตรหญิงของบิดาข้าพระบาท แต่ไม่ใช่บุตรหญิงของมารดาข้าพระบาท และนางได้มาเป็นภรรยาข้าพระบาท[๑๓] เมื่อพระเจ้าโปรดให้ข้าพระบาทต้องเดินทางจากบ้านบิดาของข้าพระบาท ข้าพระบาทพูดกับนางว่า ‘นี่เป็นความเมตตาที่เจ้าจะทำเพื่อเรา คือทุกที่ที่พวกเราจะไปนั้นจงพูดถึงเราว่า ‘เขาเป็นพี่ชายของข้าพเจ้า’ ”[๑๔] อาบีเมเลคจึงทรงนำแกะ โคและทาสชายหญิงประทานให้แก่อับราฮัม แล้วทรงคืนซาราห์ภรรยาของท่านให้ท่าน[๑๕] แล้วอาบีเมเลคตรัสว่า “ดูนี่ แผ่นดินของเราก็อยู่ต่อหน้าเจ้า จงอาศัยอยู่ที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ”[๑๖] พระองค์ตรัสกับซาราห์ว่า “นี่แน่ะ เราให้เงินหนึ่งพันแผ่นแก่พี่ชายของเจ้า เป็นค่าชดใช้ต่อหน้าทุกคนที่อยู่กับเจ้า เจ้ารับการแก้ไขในทุกเรื่องแล้ว”

อิสยาห์ ๕๓:๑๐
แต่พระยาห์เวห์ยังทรงประสงค์ให้ท่านบอบช้ำด้วยการบาดเจ็บ เมื่อชีวิตของท่าน เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป ท่านจะเห็นพงศ์พันธุ์ของท่าน ท่านจะยืดวันเวลาของท่าน พระประสงค์ของพระยาห์เวห์จะเจริญขึ้นในมือของท่าน

ลูกา ๑๕:๑๘-๑๙
[๑๘] ข้าน่าจะลุกขึ้นไปหาพ่อ และพูดกับท่านว่า “พ่อ ลูกผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย[๑๙] ไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่ออีกต่อไป ขอโปรดให้ลูกอยู่ในฐานะของลูกจ้างคนหนึ่งของท่านเถิด” ’

มัทธิว ๑๘:๒๑-๓๕
[๒๑] ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ควรยกโทษให้พี่น้องที่ทำผิดต่อข้าพระองค์สักกี่ครั้ง? ถึงเจ็ดครั้งเชียวหรือ?”[๒๒] พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราไม่ได้บอกท่านว่าเจ็ดครั้งแต่เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด[๒๓] “เพราะเหตุนี้ แผ่นดินสวรรค์ก็เปรียบเหมือนเจ้าองค์หนึ่งที่มีพระประสงค์จะคิดบัญชีกับบรรดาทาสของตน[๒๔] เมื่อท่านทรงเริ่มต้นคิดบัญชี คนหนึ่งที่เป็นหนี้หนึ่งหมื่นตะลันต์ ก็ถูกพามาเข้าเฝ้า[๒๕] ท่านจึงมีรับสั่งให้ขายตัวเขาพร้อมกับเมียและลูก รวมทั้งบรรดาสิ่งของที่เขามีอยู่นั้นเพื่อเอามาใช้หนี้ เพราะเขาไม่มีเงินที่จะใช้หนี้นั้น[๒๖] ทาสคนนั้นจึงกราบลงวิงวอนว่า ‘ขอโปรดผัดไว้ก่อน แล้วข้าพระองค์จะใช้หนี้ทั้งหมด’[๒๗] เจ้าองค์นั้นทรงสงสาร จึงทรงปล่อยตัวเขาและทรงยกหนี้[๒๘] แต่เมื่อทาสคนนั้นออกไปก็พบคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนทาสด้วยกัน ที่เป็นหนี้เขาอยู่หนึ่งร้อยเดนาริอัน เขาก็จับคนนั้นบีบคอบอกว่า ‘แกต้องใช้หนี้ให้ข้า’[๒๙] เพื่อนทาสคนนั้นจึงกราบลงอ้อนวอนว่า ‘ขอผัดไว้ก่อนแล้วข้าจะใช้ให้’[๓๐] แต่เขาไม่ยอม จึงนำทาสลูกหนี้นั้นไปขังคุกไว้จนกว่าจะสามารถใช้หนี้ได้[๓๑] พวกเพื่อนทาสเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก็เป็นทุกข์อย่างยิ่ง และนำเหตุการณ์ทั้งหมดไปกราบทูลเจ้าองค์นั้น[๓๒] ท่านจึงเรียกทาสนั้นมาตรัสว่า ‘ไอ้ข้าชั่วร้าย เรายกหนี้ให้เอ็งทั้งหมด ก็เพราะเอ็งอ้อนวอนเรา[๓๓] เอ็งควรจะเมตตาเพื่อนทาสด้วยกัน เหมือนเราเมตตาเอ็งไม่ใช่หรือ?’[๓๔] แล้วเจ้าองค์นั้นก็กริ้ว จึงทรงมอบทาสคนนั้นไว้ให้เจ้าหน้าที่ทรมานจนกว่าจะใช้หนี้หมด[๓๕] พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ ก็จะทรงทำต่อพวกท่านอย่างนั้น ถ้าพวกท่านแต่ละคนไม่ยอมยกโทษให้พี่น้องจากใจของพวกท่าน”

Thai Bible (THS) 2011
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉบับมาตรฐาน