A A A A A

ชีวิต: [ความมั่งคั่ง]

๑ ทิโมธี ๖:๑๗-๑๙
[๑๗] สั่ง​คน​ร่ำรวย​ใน​ยุคนี้ อย่า​หยิ่งยโส​หรือ​ฝาก​ความหวัง​ไว้​กับ​ความ​ร่ำรวย​นั้น เพราะ​มัน​ไม่​เที่ยงแท้ แต่​ให้​ฝาก​ความหวัง​ไว้​กับ​พระเจ้า​ผู้​แบ่งปัน​ทุกสิ่ง​ให้​กับ​เรา​อย่าง​ล้นเหลือ เพราะ​เห็น​แก่​ความ​สุขสบาย​ของ​เรา[๑๘] สั่ง​คน​ร่ำรวย​พวกนั้น​ให้​ทำ​ความดี ให้​ร่ำรวย​ใน​การ​ทำดี ให้​ใจดี​ใจกว้าง และ​รู้จัก​แบ่งปัน​ด้วย[๑๙] เมื่อ​ทำ​อย่าง​นี้ เขา​ก็​ได้​เก็บ​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​ให้​กับ​ตัวเอง​ใน​สวรรค์ ซึ่ง​เป็น​รากฐาน​ที่​มั่นคง​สำหรับ​อนาคต เพื่อ​จะ​ได้​ยึด​ชีวิต​ที่​แท้จริง​ไว้

ลูกา ๑๙:๑-๑๐
[๑] พระเยซู​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยริโค[๒] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ศักเคียส เป็น​หัวหน้า​คนเก็บภาษี ที่​ร่ำรวย​มาก[๓] เขา​อยาก​จะ​ดู​ว่า​พระเยซู​เป็น​ใคร แต่​เขา​มอง​ไม่​เห็น เพราะ​ตัว​เตี้ย​และ​คน​แน่น​มาก[๔] เขา​จึง​วิ่ง​ไป​ข้าง​หน้า​พระเยซู แล้ว​ปีน​ขึ้น​ไป​ดักคอย​พระองค์​อยู่​บน​ต้น​มะเดื่อ[๕] เมื่อ​พระเยซู​เดิน​มา​ถึง พระองค์​ก็​เงย​ขึ้น​ไป​พูด​กับ​ศักเคียส​ว่า “ศักเคียส รีบ​ลง​มา​เร็ว เรา​ต้อง​ไป​พัก​ที่​บ้าน​คุณ​วันนี้”[๖] เขา​รีบ​ลง​มา และ​พา​พระองค์​ไป​บ้าน​ของ​เขา​ด้วย​ความดีใจ[๗] ทุก​คน​ที่​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​บ่น​กัน​ว่า “เขา​ไป​เป็น​แขก​ใน​บ้าน​ของ​คน​บาป​ได้​ยังไง”[๘] ใน​วัน​นั้น​ศักเคียส​ลุก​ขึ้น​บอก​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า “อาจารย์ ผม​จะ​บริจาค​ทรัพย์​สมบัติ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ผม​ให้​กับ​คน​จน และ​ถ้า​ผม​ได้​โกง​ใคร​มา ผม​ยินดี​จะ​คืน​ให้​เขา​ถึงสี่​เท่า”[๙] พระเยซู​จึง​พูด​ถึง​เขา​ว่า “วันนี้​ความรอด​มา​ถึง​ครอบครัวนี้​แล้ว เพราะ​เขา​ก็​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม​ด้วย​เหมือน​กัน[๑๐] บุตร​มนุษย์ มา​ก็​เพื่อ​เรื่องนี้​แหละ​คือ​เพื่อ​ค้นหา​และ​ช่วย​คน​ที่​หลงหาย​ให้​รอด”

มาระโก ๔:๑๙
แต่​ยัง​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยวกับ​ชีวิต​ใน​โลกนี้ หลง​ไหล​อยู่​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​และ​ความโลภ​ที่​ไม่​สิ้นสุด สิ่ง​เหล่านี้​มา​คลุม​ถ้อยคำ​ไว้​เลย​ไม่​เกิด​ผล

ลูกา 18:18-30
[18] มี​ผู้นำ​ชาวยิว​คน​หนึ่ง​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ผู้ประเสริฐ​ผม​จะ​ต้อง​ทำ​อย่าง​ไร​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”[19] พระเยซู​จึง​ถาม​ว่า “คุณ​เรียก​เรา​ว่า​ผู้ประเสริฐ​ทำไม ไม่​มี​ใคร​ประเสริฐ​หรอก​นอก​จาก​พระเจ้า​เท่านั้น[20] คุณ​ก็​รู้​กฎปฏิบัติ​แล้ว​นี่ ที่​ว่า ‘อย่า​มี​ชู้ อย่า​ฆ่า​คน อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ และ​ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่’”[21] ผู้นำ​คน​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ผม​รักษา​กฎ​ทั้งหมด​นั้น​มา​ตั้งแต่​เด็ก​แล้ว​ครับ”[22] เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “คุณ​ยัง​ขาด​อยู่​อีก​อย่าง​หนึ่ง คือ​ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​ใน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติด​ตาม​เรา”[23] เมื่อ​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​เสียใจ​อย่าง​หนัก​เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก[24] เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ว่า​เขา​เสียใจ​มาก จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “มัน​ยาก​มาก​ที่​คน​รวย​จะ​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า[25] ความจริง​แล้ว ให้​อูฐ​ลอด​รูเข็ม​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​จะ​ให้​คนรวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”[26] คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ใคร​จะ​ไป​รอด​ได้”[27] พระเยซู​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​หรอก แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้”[28] แล้ว​เปโตร​ก็​พูด​ว่า “พวก​เรา​ได้​สละ​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​เรา เพื่อ​มา​ติดตาม​พระองค์”[29] พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ไหน​ที่​ได้​สละ​บ้าน​เรือน​หรือ​เมีย หรือ​พี่น้อง​หรือ​พ่อแม่ หรือ​ลูก เพราะ​เห็นแก่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แล้ว​ละ​ก็[30] เขา​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ตอบแทน​หลาย​เท่า​ใน​ชีวิตนี้ และ​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ใน​โลก​หน้า​ด้วย”

วิวรณ์ ๓:๑๗
เจ้า​พูดว่า เจ้า​ร่ำรวย​และ​มั่งคั่ง​ไม่ขาด​อะไรเลย แต่​เจ้า​ไม่รู้​ว่า​ตัวเจ้า​นั้น​น่าสมเพช น่าสงสาร ยากไร้ ตาบอด และ​เปลือยกาย​อยู่

ลูกา ๑๖:๑-๓
[๑] พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “เศรษฐี​คน​หนึ่ง​ได้​จ้าง​ผู้จัดการ​มา​ดูแล​กิจการ​ของ​เขา ต่อมา​มี​คน​มา​ฟ้อง​ว่า ผู้จัดการ​คนนี้​ใช้จ่าย​เงินทอง​ของ​เศรษฐี​อย่าง​สุรุ่ย​สุร่าย[๒] เศรษฐี​จึง​เรียก​ผู้จัดการ​คน​นั้น​มา​ถาม​ว่า ‘เจ้า​จะ​แก้​ตัว​ว่า​ยังไง​ใน​เรื่อง​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​นี้ ไป​เอา​บัญชี​ที่​เจ้า​จัดการ​อยู่​คืน​มา เรา​ไล่​เจ้า​ออก​แล้ว’[๓] ผู้จัดการ​คนนี้ จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ทำ​ยังไง​ดี นาย​กำลัง​จะ​ไล่​ออก จะ​ไป​ขุด​ดิน​ก็​ไม่​มี​แรง จะ​ไป​ขอ​ทาน​ก็​อาย​เขา

มาระโก 12:43-44
[43] พระเยซู​จึง​เรียก​พวก​ศิษย์​เข้า​มา​และ​บอก​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​หญิงม่าย​จนๆ​คนนี้​ได้​ใส่​เงิน​เข้า​ไป​ใน​กล่อง​รับ​เงิน​นั้น​มาก​กว่า​ทุกๆ​คน​ที่​เอา​เงิน​มา​ใส่[44] เพราะ​คน​อื่นๆ​เอา​เงิน​ที่​เหลือกิน​เหลือใช้​มา​ให้ แต่​หญิงม่าย​จนๆคนนี้​เอา​เงิน​เลี้ยงชีพ​ทั้งหมด​ของ​เธอ​มา​ให้”

ลูกา 19:1-27
[1] พระเยซู​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยริโค[2] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ศักเคียส เป็น​หัวหน้า​คนเก็บภาษี ที่​ร่ำรวย​มาก[3] เขา​อยาก​จะ​ดู​ว่า​พระเยซู​เป็น​ใคร แต่​เขา​มอง​ไม่​เห็น เพราะ​ตัว​เตี้ย​และ​คน​แน่น​มาก[4] เขา​จึง​วิ่ง​ไป​ข้าง​หน้า​พระเยซู แล้ว​ปีน​ขึ้น​ไป​ดักคอย​พระองค์​อยู่​บน​ต้น​มะเดื่อ[5] เมื่อ​พระเยซู​เดิน​มา​ถึง พระองค์​ก็​เงย​ขึ้น​ไป​พูด​กับ​ศักเคียส​ว่า “ศักเคียส รีบ​ลง​มา​เร็ว เรา​ต้อง​ไป​พัก​ที่​บ้าน​คุณ​วันนี้”[6] เขา​รีบ​ลง​มา และ​พา​พระองค์​ไป​บ้าน​ของ​เขา​ด้วย​ความดีใจ[7] ทุก​คน​ที่​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​บ่น​กัน​ว่า “เขา​ไป​เป็น​แขก​ใน​บ้าน​ของ​คน​บาป​ได้​ยังไง”[8] ใน​วัน​นั้น​ศักเคียส​ลุก​ขึ้น​บอก​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า “อาจารย์ ผม​จะ​บริจาค​ทรัพย์​สมบัติ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ผม​ให้​กับ​คน​จน และ​ถ้า​ผม​ได้​โกง​ใคร​มา ผม​ยินดี​จะ​คืน​ให้​เขา​ถึงสี่​เท่า”[9] พระเยซู​จึง​พูด​ถึง​เขา​ว่า “วันนี้​ความรอด​มา​ถึง​ครอบครัวนี้​แล้ว เพราะ​เขา​ก็​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม​ด้วย​เหมือน​กัน[10] บุตร​มนุษย์ มา​ก็​เพื่อ​เรื่องนี้​แหละ​คือ​เพื่อ​ค้นหา​และ​ช่วย​คน​ที่​หลงหาย​ให้​รอด”[11] ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​ฟัง​เรื่อง​ต่างๆ​นี้ พระเยซู​ก็​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​ฟัง เพราะ​เกือบ​จะ​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม​แล้ว​และ​พวก​ชาว​บ้าน​คิด​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ปรากฏ​ให้​เห็น​ใน​เร็วๆนี้[12] พระองค์​เล่า​ว่า “มี​เชื้อ​พระวงศ์​องค์​หนึ่ง​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​แดน​ไกล​เพื่อ​ไป​รับ​การแต่งตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์ แล้ว​เขา​จะ​กลับ​มา[13] ก่อน​ไป เขา​ก็​เรียก​ทาส​มา​สิบ​คน มอบ​เงิน​ให้​สิบ​มินา และ​สั่ง​ว่า ‘เอา​ไป​ทำการค้า​จน​กว่า​เรา​จะ​กลับ​มา’[14] แต่​คน​เมือง​นั้น​เกลียด​เขา จึง​ส่ง​ตัวแทน​ตาม​หลัง​เขา​ไป​เพื่อ​บอก​ว่า ‘เรา​ไม่​อยาก​ได้​คนนี้​มา​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​เรา’[15] แต่​สุดท้าย​เขา​ก็​ได้รับ​แต่งตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์ และ​ได้​เดินทาง​กลับ​มา เขา​เรียก​พวก​ทาส​ที่​เขา​ฝาก​เงิน​มา​พบ เพราะ​อยาก​รู้​ว่า​พวก​เขา​ทำ​กำไร​ได้​เท่าไหร่[16] คน​แรก​มา​ถึง​และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​เอา​ไป​ทำ​กำไร ได้​สิบ​มินา​ครับ’[17] เจ้านาย​ชม​เขา​ว่า ‘เยี่ยม​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี ไว้ใจ​ได้​แม้​แต่​เรื่อง​เล็กๆ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​ดูแล​เมือง​สิบ​เมือง’[18] ทาส​คน​ที่​สอง​ก็​เข้า​มา​หา​และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​เอา​ไป​ทำ​กำไร​ได้​ห้า​มินา’[19] เขา​ก็​บอก​ทาส​คน​นั้น​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เจ้า​ดูแล​ห้า​เมือง’[20] แล้ว​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​เข้า​มา​พบ​และ​บอก​ว่า ‘เจ้า​นาย​ครับ นี่​เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​ได้​เอา​ผ้า​ห่อ​เก็บ​ไว้​ใน​ที่​ที่​ปลอดภัย[21] เพราะ​กลัว​ที่​ท่าน​เป็น​คน​ที่​โหดร้ายทารุณ ชอบ​ยึด​เอา​ของ​คน​อื่น​มา​เป็น​ของ​ตน​เอง และ​ชอบ​เอา​เปรียบ​คน​อื่น​โดย​เก็บ​เกี่ยว​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​เอง​ไม่​ได้​หว่าน’[22] นาย​ผู้​นั้น​จึง​ด่า​ว่า ‘ไอ้​ทาส​ชาติชั่ว เรา​จะ​ลงโทษ​เจ้า ตาม​คำ​พูด​ของ​เจ้า ถ้า​เจ้า​รู้​ว่า เรา​เป็น​คน​เข้มงวด ชอบ​ยึด​ของ​ของ​คน​อื่น​และ​ชอบ​เอา​เปรียบ[23] แล้ว​ทำไม​ถึง​ไม่​เอา​เงิน​ไป​ฝาก​ธนาคาร เมื่อ​เรา​กลับ​มา​จะ​ได้รับ​ทั้ง​เงิน​ต้น​พร้อม​ดอก​เบี้ย’[24] แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​พวก​ทาส​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ว่า ‘เอา​เงิน​ที่​เขา​มี ไป​ให้​คน​ที่​มี​สิบ​มินา​นั่น’[25] พวก​เขา​จึง​พูด​ว่า ‘เจ้านาย เขา​มี​ตั้ง​สิบ​มินา​แล้ว​นะ’[26] เจ้านาย​ตอบ​ว่า ‘เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า “คน​ที่​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ได้รับ​เพิ่ม​มาก​ขึ้น แต่​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่งที่​เขา​มี​อยู่ ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​ก็​จะ​ถูก​ริบ​ไป​จน​หมด​ด้วย”[27] แล้ว​ไป​จับ​พวก​ที่​เป็น​ศัตรู​ของ​เรา​ที่​ไม่​อยาก​ให้​เรา​เป็น​กษัตริย์​มา​ฆ่า​ต่อ​หน้า​เรา​ที่​นี่’”

ลูกา ๑๘:๒๒-๒๓
[๒๒] เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “คุณ​ยัง​ขาด​อยู่​อีก​อย่าง​หนึ่ง คือ​ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​ใน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติด​ตาม​เรา”[๒๓] เมื่อ​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​เสียใจ​อย่าง​หนัก​เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก

มาระโก ๑๒:๔๑-๔๔
[๔๑] เมื่อ​พระเยซู​นั่ง​อยู่​หน้า​กล่อง​รับ​เงิน​ใน​วิหาร​นั้น พระองค์​นั่ง​ดู​คน​ใส่​เงิน​ใน​กล่อง​กัน คน​รวยๆ​ก็​ใส่​เงิน​เข้า​ไป​มาก[๔๒] มี​หญิงม่าย​ยากจน​คน​หนึ่ง ได้​ใส่​เหรียญ​ทองแดง​เล็กๆ​สอง​เหรียญ ลง​ไป[๔๓] พระเยซู​จึง​เรียก​พวก​ศิษย์​เข้า​มา​และ​บอก​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​หญิงม่าย​จนๆ​คนนี้​ได้​ใส่​เงิน​เข้า​ไป​ใน​กล่อง​รับ​เงิน​นั้น​มาก​กว่า​ทุกๆ​คน​ที่​เอา​เงิน​มา​ใส่[๔๔] เพราะ​คน​อื่นๆ​เอา​เงิน​ที่​เหลือกิน​เหลือใช้​มา​ให้ แต่​หญิงม่าย​จนๆคนนี้​เอา​เงิน​เลี้ยงชีพ​ทั้งหมด​ของ​เธอ​มา​ให้”

มัทธิว ๒๕:๑๔-๓๐
[๑๔] หรือ​เรา​อาจ​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​นั้น​เหมือน​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​ต่าง​ประเทศ จึง​เรียก​พวก​ทาส​มา​และ​ฝาก​ทรัพย์สิน​ให้​พวก​เขา​ดูแล[๑๕] เขา​ให้​เงิน​ห้า​ถุง​กับ​ทาส​คน​หนึ่ง ให้​เงิน​สอง​ถุง​กับ​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง และ​ให้​เงิน​หนึ่ง​ถุง กับ​ทาส​คน​สุดท้าย โดย​ได้​แบ่ง​ให้​ตาม​ความ​สามารถ​ของ​แต่​ละ​คน แล้ว​เขา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป[๑๖] ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​ห้า​ถุง เอา​เงิน​ไป​ค้าขาย​ทันที และ​ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ถุง[๑๗] ทาส​ที่​ได้​เงิน​สอง​ถุง เอา​เงิน​ไป​ค้าขาย​เหมือนกัน และ​ได้​กำไร​มา​อีก​สอง​ถุง[๑๘] แต่​ทาส​ที่​ได้​เงิน​หนึ่ง​ถุง​ได้​ขุด​หลุม​ซ่อน​เงิน​ของ​เจ้านาย​ไว้​ใน​พื้นดิน[๑๙] หลัง​จาก​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน เจ้า​นาย​กลับ​มา​และ​เรียก​พวก​เขา​มา​ถาม​ว่า​เอา​เงิน​ไป​ทำ​อะไร​กัน​บ้าง[๒๐] ทาส​ที่​ได้​เงิน​ไป​ห้า​ถุง​ได้​นำ​เงิน​กำไร​อีก​ห้า​ถุง​มา​ให้​นาย และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ท่าน​ให้​ผม​ดูแล​เงิน​ห้า​ถุง และ​นี่​ผม​ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ถุง’[๒๑] นาย​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เยี่ยม​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ได้​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กๆ​น้อยๆ​เรา​จะ​ตั้ง​ให้​เจ้า​ดูแล​ของ​จำนวน​มาก มา​ร่วม​ฉลอง​กับ​เรา’[๒๒] แล้ว​ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​สอง​ถุง​ก็​มา และ​พูด​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ท่าน​ให้​ผม​ดูแล​เงิน​สอง​ถุง ดู​สิ​ครับ ผม​ได้​กำไร​มา​อีก​สอง​ถุง’[๒๓] นาย​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เจ้า​ทำ​ดี​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กๆ​น้อยๆ เรา​จะ​ตั้ง​ให้​เจ้า​ดูแล​ของ​จำนวน​มาก มา​ร่วม​ฉลอง​กับ​เรา’[๒๔] แล้ว​ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​ถุง​เดียว​ก็​มา และ​พูด​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ผม​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ที่​โหดร้าย​ทารุณ ท่าน​เก็บเกี่ยว​ใน​ที่ดิน​ซึ่ง​ท่าน​ไม่​ได้​ปลูก และ​เก็บ​พืชผล​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​หว่าน[๒๕] ผม​กลัว​ท่าน ก็​เลย​เอา​ถุง​เงิน​ไป​ฝัง​ดิน​ซ่อน​ไว้ นี่​ไง​ถุง​เงิน​ของ​ท่าน’[๒๖] นาย​จึง​ด่า​เขา​ว่า ‘ไอ้​ทาส​ชาติชั่ว​จอมขี้เกียจ ใน​เมื่อ​เจ้า​รู้​ว่า​ข้า​เก็บเกี่ยว​ใน​ที่ดิน​ซึ่ง​ข้า​ไม่​ได้​ปลูก และ​เก็บ​พืชผล​ที่​ข้า​ไม่​ได้​หว่าน[๒๗] ถ้า​อย่าง​นั้น เจ้า​ก็​น่า​จะ​เอา​เงิน​ของ​ข้า​ไป​ฝาก​ธนาคาร​ไว้ เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ข้า​กลับ​มา ข้า​ก็​จะ​ได้​เงิน​กลับ​มา​พร้อม​ทั้ง​ดอกเบี้ย​ด้วย’[๒๘] แล้ว​เจ้านาย​ก็​บอก​ให้​เอา​ถุง​เงิน​จาก​เขา​ไป​ให้​คน​ที่​มี​ถุง​เงิน​สิบ​ถุง[๒๙] เพราะ​คน​ที่​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่ ก็​จะ​ได้รับ​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​จน​เหลือ​เฟือ แต่​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่ ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​จะ​ถูก​ริบ​ไป​จน​หมด​ด้วย[๓๐] จาก​นั้น​เขา​ก็​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​ทาส​ที่​ไร้​ประโยชน์นี้​โยน​ออก​ไป​ที่​มืด​ข้างนอก ที่​นั่น​จะ​มี​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​ด้วย​ความเจ็บปวด

มัทธิว ๑๓:๒๒
เมล็ดพืช​ที่​ตกลง​ใน​พงหนาม​นั้น คือ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ แต่​ยัง​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยว​กับ​ชีวิต​ใน​โลกนี้ และ​หลงไหล​ใน​ทรัพย์​สมบัติ สิ่ง​เหล่านี้​มา​คลุม​ถ้อยคำ​ไว้ เลย​ไม่​เกิด​ผล

สุภาษิต ๑๓:๒๒
คนดี​จะ​ทิ้ง​มรดก​ให้​แก่​ลูก​หลาน แต่​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คน​บาป จะ​ตก​เป็น​ของ​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า

สุภาษิต ๓:๙-๑๐
[๙] ให้​ถวาย​เกียรติ​กับ​พระยาห์เวห์​ด้วย​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เจ้า และ​ด้วย​ผลผลิต​แรก​จาก​พืชผล​ทุกชนิด​ที่​เจ้า​ปลูกไว้[๑๐] แล้ว​ยุ้งฉาง​ของ​เจ้า​จะ​เต็มเปี่ยม​ไป​ด้วย​เมล็ดข้าว และ​ถัง​เหล้าองุ่น​ของ​เจ้า​ก็​จะ​เต็มล้น​ไปด้วย​เหล้าองุ่น​ใหม่

สุภาษิต ๑๐:๔
มือ​ที่​เกียจคร้าน​ทำให้​ยากจน แต่​มือ​ที่​ขยัน​ทำ​ให้​ร่ำรวย

สุภาษิต ๑๘:๑๑
ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คน​ร่ำรวย​เป็น​ป้อม​ปราการ​คุ้มกัน​เขา เขา​คิด​ว่า​เป็น​เหมือน​กำแพง​สูง

โฮเชยา 12:8
เอฟราอิม​พูดว่า “ดูสิ เรา​ร่ำรวย​ขนาดไหน เรา​รวย​ขึ้น​มา​เอง​นะนี่ ทุกสิ่ง​ที่​เรา​ได้ทำ​ที่​ทำให้​เรา​ร่ำรวย​นี้ ไม่มี​สักเรื่อง​เลย​ที่​คน​สามารถ​ชี้​ได้ว่า​เป็น​ความบาป”

เศคาริยาห์ 14:14
แม้แต่​คนยูดาห์​จะ​มา​ต่อสู้​กับ​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​ชนชาติ​ทั้งหมด​รอบข้าง​ก็​จะ​ถูก​รวบรวม​มา มัน​จะ​มี​จำนวน​มหาศาล ทั้ง​ทองคำ เงิน และ​เสื้อผ้า

ปัญญาจารย์ ๕:๑๙
นอก​จากนี้ เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​คนหนึ่ง​คนใด​ร่ำรวย ให้​เขา​มี​ความสุข​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​และ​ได้รับ​ส่วนแบ่ง​ของเขา และ​มี​ความสุข​กับ​งานหนัก​ที่​ทำ ทั้งหมด​นี้​ถือว่า​เป็น​ของขวัญ​จาก​พระเจ้า

ปัญญาจารย์ ๖:๒
คือ​มี​คน​ซึ่ง​พระเจ้า​มอบ​ความ​ร่ำรวย ทรัพย์​สมบัติ และ​ชื่อเสียง​เกียรติยศ​ให้ จน​เขา​ไม่ขาด​อะไร​เลย​ที่​อยากได้ แต่​พระเจ้า​ไม่ได้​ให้​เขา​เสพสุข​จาก​สิ่ง​เหล่านั้น แต่​ให้​คนอื่น​มา​เสพสุข​แทน นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่เที่ยง และ​เลวร้าย​ทำ​ให้​หดหู่​ยิ่งนัก

เฉลยธรรมบัญญัติ ๘:๑๘
แต่​อย่า​ลืม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน เพราะ​พระองค์​คือ​ผู้ที่​ให้​อำนาจนั้น ที่​ทำ​ให้​ท่าน​ร่ำรวย​ขึ้น​มา เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​รักษา​ข้อตกลง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน อย่าง​ที่​พระองค์​กำลัง​ทำ​อยู่​ตอนนี้

สุภาษิต 10:22
เป็น​พระยาห์เวห์​ที่​อวยพร​ให้​คุณ​มั่งคั่ง งานหนัก​ของ​คุณเอง​ไม่​ทำ​ให้​คุณ​มั่งคั่ง​กว่า​นั้น​หรอก

สดุดี 37:16-17
[16] นิดๆหน่อยๆ​ที่​คนดี​คนหนึ่ง​มี ก็​ยัง​ดีกว่า​ความร่ำรวย​ของ​คนชั่ว​หลายคน[17] เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​หักแขน​ของ​คนชั่ว แต่​พระองค์​จะ​ดูแล​คนดี

สุภาษิต 15:16-17
[16] มี​ทรัพย์​น้อยนิด แต่​ยำเกรง​พระยาห์เวห์ ย่อม​ดี​กว่า​มี​ทรัพย์​มากมาย แต่​วุ่นวาย​ใจ​เพราะ​มัน[17] มี​แต่​ผัก​กิน ใน​ที่​ที่​มี​ความรัก ย่อม​ดี​กว่า​กิน​เนื้อ​วัว​ขุน แต่​ปรุง​ด้วย​ความ​เกลียดชัง

เฉลยธรรมบัญญัติ 8:17-18
[17] ระวัง​ให้​ดี อย่า​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘เป็น​เพราะ​พลัง​และ​อำนาจ​ของ​ฉัน​เอง ที่​ทำ​ให้​ฉัน​ร่ำรวย​ขนาดนี้’[18] แต่​อย่า​ลืม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน เพราะ​พระองค์​คือ​ผู้ที่​ให้​อำนาจนั้น ที่​ทำ​ให้​ท่าน​ร่ำรวย​ขึ้น​มา เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​รักษา​ข้อตกลง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน อย่าง​ที่​พระองค์​กำลัง​ทำ​อยู่​ตอนนี้

สุภาษิต 10:15
ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คน​ร่ำรวย​เป็น​ป้อม​ปราการ​คุ้มกัน​เขา แต่​ความขัดสน​ของ​คนจน​คือ​ความหายนะ​ของ​เขา

สดุดี 39:4-6
[4] ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ช่วย​บอก​ข้าพเจ้า​หน่อย​ว่า​ตอนนี้​จะ​เกิดอะไรขึ้น​กับ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​จะ​มี​ชีวิต​ไป​อีกนาน​แค่ไหน ช่วย​บอก​ข้าพเจ้า​ด้วย​ว่า​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​นั้น​จะ​สั้น​แค่ไหน[5] ดูเถิด พระองค์​ให้​ชีวิต​กับ​ข้าพเจ้า​ยาว​ไม่เกิน​ฝ่ามือเดียว ชีวิต​อัน​แสนสั้น​ของ​ข้าพเจ้า​นี้​แค่​พริบตาเดียว​ใน​สายตา​พระองค์ ชีวิต​ของ​คน​เปรียบเหมือน​ไอน้ำ​ที่​จาง​หายไป​อย่าง​รวดเร็ว เซลาห์[6] ชีวิต​ของ​คน​เป็น​เหมือน​เงา​ที่​ผ่านไป ชีวิต​ผู้คน​ก็​ยุ่ง​กับ​เรื่องโน้น​เรื่องนี้ แต่​เกิดผล​ที่​ไม่ยั่งยืน ผู้คน​ต่าง​ก็​พา​กัน​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​มากมาย ไม่รู้​เสีย​ด้วยซ้ำ​ว่า​ใคร​จะได้​ไป เมื่อ​เขา​ตายไป

ปัญญาจารย์ 5:8-17
[8] ถ้า​คุณ​เห็น​คน​ยากจน​ถูก​กดขี่​ข่มเหง​ใน​หมู่บ้าน​ของคุณ หรือ​ถูก​ปล้น​สิทธิ​หรือ​ไม่​ได้รับ​ความ​เป็นธรรม มัน​ก็​ไม่ใช่​เรื่อง​แปลก​หรอก เพราะ​เหนือ​เจ้านาย​คนนั้น ก็​ยัง​มี​เจ้านาย​ของเขา​เฝ้ามอง​อยู่ และ​เหนือ​เจ้านาย​ทั้ง​สองคน​นี้ ก็​ยัง​มี​เจ้านาย​ของ​พวกเขา​อีก​ทีหนึ่ง[9] แม้แต่​กษัตริย์​ก็​ยัง​ได้​ส่วนแบ่ง​จาก​การ​เพาะ​ปลูก​ใน​แผ่นดิน พวกเขา​ก็​ได้​แบ่ง​ผล​ประโยชน์​ของ​แผ่นดิน​กันไป[10] คน​รักเงิน​ก็​ไม่เคย​มีเงิน​พอ และ​คน​รัก​ความ​ร่ำรวย​ก็​ไม่เคย​พอใจ​กับ​รายได้ นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน[11] เมื่อ​มี​ข้าวของ​เงินทอง​เพิ่มขึ้น ก็​จะ​มีคน​มา​ช่วย​ผลาญ​มากขึ้น แล้ว​มัน​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร​กับ​เจ้าของ นอกจาก​จะได้​แค่​ชม​เป็น​ขวัญตา​เท่านั้น[12] กรรมกร​มี​ความสุข​นอนหลับ​สบาย ไม่ว่า​เขา​จะได้​กิน​น้อย​หรือ​มาก แต่​ความ​เหลือเฟือ​ของ​คน​ร่ำรวย​ทำ​ให้​เขา​นอน​ไม่หลับ[13] เรา​ได้เห็น​เรื่อง​เลวร้าย​อีก​เรื่องหนึ่ง​ที่​เกิดขึ้น​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้ คือ​คน​ที่​สะสม​ความ​ร่ำรวย​ไว้​ให้​กับ​ตัวเอง และ​สุดท้าย​ก็​ทำ​ให้​เขา​ต้อง​ทุกข์ใจ[14] คือ​การ​ที่​เขา​ต้อง​สูญเสีย​ความ​ร่ำรวย​ไปหมด​กับ​การ​ลงทุน​เสี่ยงภัย เขา​มี​ลูกชาย​หนึ่งคน แต่​ก็​ไม่มี​อะไร​เหลือ​ใน​มือ​เพื่อ​ให้​กับ​ลูกชาย​แล้ว[15] เขา​ออก​มา​จาก​ท้องแม่​ตัวเปล่า เขา​ก็​ย่อม​จะ​จากไป​ตัวเปล่า​เหมือน​เดิม ไม่ได้​อะไร​ติดมือ​ไปเลย จาก​งานหนัก​ที่​เขา​ได้​ตรากตรำ​ทำ​มา[16] ใช่แล้ว นี่แหละ​คือ​เรื่อง​เลวร้าย​ที่​ทำ​ให้​รู้สึก​แย่มาก เขา​มา​อย่างไร เขา​ก็​จะ​ไป​อย่างนั้น แล้ว​เขา​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร​ที่​ต้อง​ทำงาน​หนัก​เพื่อ​ได้มา​แต่​สิ่ง​ลมๆ​แล้งๆ[17] ความจริง​แล้ว ตลอด​วันเวลา​ของเขา​นั้น เขา​ก็​กิน​อยู่​ใน​ความมืด เต็ม​ไปด้วย​ความ​หงุดหงิด​งุ่นง่าน​ใจ เจ็บไข้​ได้ป่วย และ​โกรธแค้น

สดุดี 49:10-20
[10] ใครๆ​ก็​รู้​ว่า​คน​ที่​เฉลียว​ฉลาด​ก็​จะ​ต้องตาย​และ​เน่าเปื่อย​ไป​เหมือน​กับ​คน​ที่​โง่​อย่างกับ​ควาย แล้ว​พวกเขา​จะ​ต้อง​ทิ้ง​ทรัพย์​สมบัติ​ของตน​ไว้​ให้​กับ​คนอื่น[11] หลุมศพ​จะ​กลาย​เป็น​บ้าน​ชั่วนิรันดร์​ของเขา มัน​จะ​กลาย​เป็น​ที่อยู่​ของเขา​ไป​ชั่วลูกชั่วหลาน แม้ว่า​พวกเขา​จะ​ถือ​กรรมสิทธิ์​ใน​แปลง​ที่ดิน​ต่างๆ​ของตน มัน​ก็​ไม่แตกต่าง​อะไร[12] ถึง​เขา​จะ​รวย แต่​เขา​ก็​จะ​ไม่​ยั่งยืน​ตลอดไป เขา​เป็น​เหมือน​กับ​สัตว์​ที่​ถูก​ทำลายไป[13] นั่นแหละ​คือ​จุดจบ​ของ​คนโง่ คือ​คน​ที่​หลงระเริง​อยู่​กับ​ความร่ำรวย​ของตน เซลาห์[14] ความตาย​จะ​นำ​พวกเขา​ไป​ยัง​หลุมศพ เหมือนกับ​ผู้เลี้ยงแกะ​นำทาง​แกะ แล้ว​ใน​เช้า​วันนั้น คนซื่อตรง​จะ​มี​ชัยชนะ​เหนือ​พวกเขา ศพ​ของ​พวกเขา​ก็​จะ​เปื่อยเน่า​ใน​หลุม​ฝังศพ ห่างไกล​จาก​บ้าน​ที่​หรูหรา​ของ​พวกเขา[15] แต่​พระยาห์เวห์​จะ​ไถ่ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​พ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​ความตาย พระองค์​จะ​เอา​ข้าพเจ้า​ไปแน่ๆ เซลาห์[16] ไม่ต้อง​ไปกลัว เมื่อ​คนอื่น​ร่ำรวย​ขึ้น หรือ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​เพิ่ม​มากขึ้น[17] เพราะ​เมื่อ​พวกเขา​ตาย​และ​ลง​ไป​นอน​อยู่​ใน​หลุมศพ ก็​ไม่​สามารถ​เอา​ความร่ำรวย​ติดตัว​ไปได้[18] ตอนที่​พวกเขา​มี​ชีวิต​อยู่ พวกเขา​ให้​พร​ตัวเอง​ว่า “ขอให้​ทุกคน​ยกย่อง​ข้า เพราะ​ข้า​ประสบความสำเร็จ”[19] แต่​พวกเขา​จะ​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา เขา​จะ​ไม่เห็น​แสงสว่าง​อีกแล้ว[20] ถึงแม้​เขา​อาจจะ​ร่ำรวย​แต่​เขา​ก็​ไม่มี​ความเข้าใจ เขา​เป็น​เหมือนกับ​สัตว์​ที่​ถูก​ทำลายไป

สดุดี 52:7
“ดู​คน​ที่​แข็งแรง​นั่นสิ เขา​ไม่ได้​เอา​พระเจ้า​เป็น​ที่ลี้ภัย แต่​กลับ​พึ่ง​ความร่ำรวย​ของตน เขา​พยายาม​ทำให้​ตัวเอง​เข้มแข็ง​ขึ้น ด้วย​การทำลาย​ล้าง​ผู้อื่น”

ปัญญาจารย์ 5:10
คน​รักเงิน​ก็​ไม่เคย​มีเงิน​พอ และ​คน​รัก​ความ​ร่ำรวย​ก็​ไม่เคย​พอใจ​กับ​รายได้ นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน

๒ พงศาวดาร 1:11-12
[11] พระเจ้า​ตอบ​ซาโลมอน​ว่า “เพราะ​ว่า​สิ่งนี้​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​เจ้า และ​เจ้า​ไม่ได้​ขอ​ทรัพย์​สมบัติ ความร่ำรวย​หรือ​เกียรติยศ ไม่ได้​ขอ​ให้​ศัตรู​ของ​เจ้า​ตาย และ​ไม่ได้​ขอ​ให้​มี​ชีวิต​ที่​ยืนยาว แต่​กลับ​ขอ​ความ​เฉลียว​ฉลาด​และ​ความรู้ เพื่อ​ที่​จะ​ปกครอง​ชนชาติ​ของ​เรา ที่​เรา​ได้​ให้​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​พวกเขา[12] ดังนั้น เรา​จะ​ให้​ความ​เฉลียว​ฉลาด​และ​ความรู้​กับ​เจ้า และ​เรา​ก็​จะ​ให้​ทรัพย์​สมบัติ ความร่ำรวย​และ​เกียรติยศ​กับ​เจ้า​อย่าง​ที่​ไม่​มี​กษัตริย์​องค์ไหน​เคย​ได้รับ​มาก่อน ไม่ว่า​จะ​ก่อน​หน้านี้​หรือ​หลังจากนี้​ก็ตาม”

๑ พงศ์กษัตริย์ 3:11-13
[11] พระเจ้า​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “เป็น​เพราะ​เจ้า​ขอ​สิ่งนี้ และ​ไม่​ได้​ขอ​ให้​มี​อายุ​ยืนยาว หรือ​ขอ​ความร่ำรวย หรือ​ขอ​ให้​ฆ่า​พวก​ศัตรู​ของ​เจ้า แต่​เจ้า​กลับ​ขอ​สติปัญญา​สำหรับ​ตัว​เจ้าเอง เพื่อ​จะ​ได้​รู้จัก​ปกครอง​อย่าง​ยุติธรรม[12] อย่าง​นั้น เรา​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​เจ้าขอ เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​เฉลียว​ฉลาด​และ​มอง​ทุกอย่าง​ได้​อย่าง​ทะลุปรุโปร่ง จน​ไม่​มี​ใคร​ฉลาด​เหมือน​เจ้า​ทั้ง​ใน​อดีต​และ​ใน​อนาคตด้วย[13] แล้ว​เรา​จะ​แถม​สิ่ง​ที่​เจ้า​ไม่​ได้​ขอ​ให้ด้วย นั่น​คือ​ความร่ำรวย​และ​เกียรติยศ​ตลอด​ชีวิต​ของเจ้า แล้ว​จะ​ไม่​มี​กษัตริย์​องค์ไหน​มา​เปรียบเทียบ​กับ​เจ้า​ได้เลย

สุภาษิต 28:8
คน​ที่​ร่ำรวย​จาก​การ​ขูดรีด​ดอกเบี้ย​สูงๆ สุดท้าย​เงินนั้น​ก็​จะ​ตก​ไป​เป็น​ของ​คน​ที่​เมตตา​คนจน

สดุดี 112:1-3
[1] สรรเสริญ​พระยาห์เวห์ ถือว่า​มีเกียรติจริงๆ​คนที่​เกรง​กลัว​พระยาห์เวห์ และ​เชื่อฟัง​คำ​สั่งสอน​ของพระองค์​ด้วย​ความเต็มใจ[2] ลูกหลาน​ของเขา​จะ​มีอำนาจ​ในแผ่นดิน คนที่​ทำ​ในสิ่งที่​ถูกต้อง​จะได้รับ​พระพร[3] ความมั่งมี​และ​ความร่ำรวย​จะ​เต็มบ้าน​ของเขา ความ​ดีงาม​ของเขา​จะ​คงอยู่​ตลอดไป

มัทธิว 6:33
แต่​ให้​ดิ้นรน​หา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​และ​ชีวิต​ที่​ทำ​ตามใจ​พระองค์​ก่อน แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทั้งหมดนี้​กับ​พวก​คุณ​เอง

มัทธิว 6:24
ไม่​มี​ใคร​รับใช้​นาย​สอง​นาย​ได้ เพราะ​เขา​จะ​เกลียด​นาย​คน​หนึ่ง และ​รัก​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​ไม่​ก็​จะ​ทุ่มเท​ให้​กับ​นาย​คน​หนึ่ง และ​จะ​ดูถูก​นาย​อีก​คน​หนึ่ง คุณ​จะ​รับใช้​พระเจ้า​และ​เงินทอง​พร้อมๆ​กัน​ไม่​ได้​หรอก

สุภาษิต 21:5
แผนการ​ต่างๆ​ของ​คน​ขยัน​ขันแข็ง นำ​ไป​ถึง​ความ​อุดม​สมบูรณ์ แต่​คน​ที่​ทำ​อะไร​แบบ​ไม่​ยั้งคิด​จะ​ยากจน

เฉลยธรรมบัญญัติ 15:11
เพราะ​จะ​มี​คน​จน​อยู่​เสมอ​ใน​ดินแดน​แห่ง​นี้ ดัง​นั้น​เรา​ขอ​สั่ง​ท่าน​ว่า ท่าน​ต้อง​ใจ​กว้าง​กับ​พี่น้อง​ของ​ท่าน และ​กับ​คน​ยากจน​และ​คน​ที่​ขัดสน​ใน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน

๑ โครินธ์ 16:2
ทุกๆ​วัน​อาทิตย์ ให้​แต่​ละ​คน​แบ่ง​เงิน​ตาม​ที่​พระเจ้า​อวยพร​ให้ แล้ว​เก็บ​รวบรวม​ไว้​ที่​บ้าน พอ​ผม​มา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มี​การ​เรี่ยไร​กัน​อีก

๑ เปโตร 5:2
ขอให้​เลี้ยงดู​ฝูงแกะ​ของ​พระเจ้า​ที่​พระเจ้า​ฝาก​ให้​คุณ​ดูแล​อยู่นี้ ไม่ใช่​ฝืนใจ​ทำ แต่​ให้​ทำ​ด้วย​ความ​เต็มใจ​อย่าง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คุณ​ทำ ไม่ใช่​เพราะ​เห็นแก่​เงิน แต่​เพราะ​คุณ​อยาก​จะ​ทำ​จริงๆ

ลูกา 16:19-31
[19] ครั้ง​หนึ่ง​มี​เศรษฐี​คน​หนึ่ง เขา​แต่งกาย​ด้วย​ชุด​สีม่วง​ราคา​แพง และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี และ​ใช้​ชีวิต​อย่าง​หรูหรา​ทุก​วัน[20] มี​ขอทาน​คน​หนึ่ง​ชื่อ ลาซารัส มี​แผล​เต็มตัว​ไปหมด นอน​อยู่​หน้า​ประตู​บ้าน​เศรษฐี[21] เขา​อยาก​จะ​กิน​แค่​อาหาร​ที่​ตก​จาก​โต๊ะ​ของ​เศรษฐี หมา​ก็​มา​เลีย​แผล​ของ​เขา[22] ต่อมา​เมื่อ​ขอ​ทาน​นั้น​ตาย เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​มา​รับ​เขา​ไป​อยู่​กับ​อับราฮัม เศรษฐี​ก็​ตาย​เหมือน​กัน และ​ถูก​ฝัง​ไว้[23] เศรษฐี​ไป​อยู่​ใน​แดน​คน​ตาย และ​ได้รับ​ความทุกข์ทรมาน​มาก เขา​มอง​เห็น​อับราฮัม​อยู่​แต่​ไกล และ​เห็น​ลาซารัส​อยู่​ข้างๆ​อับราฮัม[24] เศรษฐี​จึง​ร้อง​ตะโกน​ว่า ‘คุณ​พ่อ​อับราฮัม สงสาร​ผม​ด้วย​เถิด​ครับ ช่วย​ส่ง​ลาซารัส​มา​นี่​หน่อย เพื่อ​เอา​ปลาย​นิ้ว​จุ่ม​น้ำ​มา​แตะ​ลิ้น​ของ​ผม​ให้​เย็น​ลง เพราะ​ผม​เจ็บปวด​ทรมาน​เหลือ​เกิน​ใน​เปลว​ไฟนี้’[25] แต่​อับราฮัม​พูด​ว่า ‘ลูก​เอ๋ย จำ​ได้​ไหม​ตอน​ที่​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​นั้น เจ้า​ได้รับ​แต่​สิ่ง​ดีๆ​แต่​ลาซารัส​นั้น​ได้รับ​แต่​สิ่ง​ที่​ไม่​ดี ตอนนี้​เขา​มี​ความสุข​อยู่​ที่​นี่ ส่วน​เจ้า​ได้รับ​ความทุกข์ทรมาน[26] นอก​จาก​นั้น​ก็​มี​เหว​กว้าง​ใหญ่​ขวางกั้น​พวก​เรา​อยู่ เพื่อ​ไม่​ให้​ไป​มา​หา​สู่​กัน​ได้’[27] เศรษฐี​จึง​พูด​ว่า ‘ถ้า​อย่าง​นั้น ขอ​ร้อง​คุณ​พ่อ​อับราฮัม​ให้​ช่วย​ส่ง​ลาซารัส​ไป​ที่​บ้าน​พ่อ​ผม​ด้วย[28] เพราะ​ผม​มี​พี่น้อง​อยู่​ห้า​คน ลาซารัส​จะ​ได้​ไป​เตือน​พวก​เขา เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มา​ทน​ทุกข์ทรมาน​เหมือน​กับ​ผม​ใน​ที่นี้’[29] แต่​อับราฮัม​ตอบ​ไป​ว่า ‘พวก​เขา​มี​โมเสส และ​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คอย​เตือน​อยู่​แล้ว ให้​เขา​ฟัง​คน​เหล่า​นั้น​เถิด’[30] ฝ่าย​เศรษฐี​จึง​พูด​ว่า ‘แต่​นั่น​ไม่​พอ​หรอก คุณ​พ่อ​อับราฮัม ถ้า​มี​คน​ที่​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​ไป​เตือน​พวก​เขา พวก​เขา​จะ​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่’[31] อับราฮัม​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​โมเสส และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ถึง​จะ​มี​คน​ที่​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย เขา​ก็​จะ​ไม่​ฟัง​อยู่​ดี’”

๑ ทิโมธี 6:10
เพราะ​การรัก​เงินทอง เป็น​รากเหง้า​ของ​ความชั่ว​ทุกชนิด ความอยาก​รวย​นี้​ทำให้​บางคน​ทิ้ง​ความเชื่อไป และ​ทั่ว​ทั้ง​ร่างกาย​ก็​ถูก​ทิ่มแทง​อย่าง​เจ็บปวด

ลูกา 6:20
พระเยซู​มองดู​พวก​ลูกศิษย์​แล้ว​ก็​พูด​ว่า “พวก​คุณ​คน​จน​นี่ ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คุณ

สุภาษิต 22:7
คนรวย​ปกครอง​อยู่​เหนือ​คนจน และ​ลูกหนี้​ก็​เป็น​ทาส​ของ​เจ้าหนี้

มัทธิว ๖:๑๙-๒๑
[๑๙] อย่า​เก็บ​สะสม​ของ​มี​ค่า​ไว้​ใน​โลกนี้ ซึ่ง​สนิม​หรือ​แมลง​ทำลาย​ได้ หรือ​ที่​ขโมย​ลัก​ไป​ได้[๒๐] แต่​ให้​เก็บ​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​บน​สวรรค์ ที่​สนิม​และ​แมลง​ไม่​มี​วัน​ทำลาย​ได้ หรือ​ขโมย​ก็​ลัก​เอา​ไป​ไม่​ได้[๒๑] เพราะ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คุณ​อยู่​ที่​ไหน ใจ​ของ​คุณ​ก็​จะ​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International