A A A A A

ชีวิต: [ความเจ็บปวด]


เยเรมีย์ 29:11
พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “เพราะ​เรา​รู้​แผนงาน​ต่างๆ​ที่​เรา​วางไว้​ให้​กับเจ้า เป็น​แผนงาน​สำหรับ​ความ​เจริญ​รุ่งเรือง ไม่ใช่​สำหรับ​ความ​หายนะ เพื่อ​จะ​ให้​อนาคต​และ​ความหวัง​กับเจ้า

สดุดี 34:18
พระยาห์เวห์​อยู่​ใกล้ และ​พร้อม​ที่​จะ​ช่วย​คน​ที่​หมด​กำลังใจ และ​พระองค์​ช่วยกู้​คน​ที่​สิ้นหวัง

สดุดี 147:3
พระองค์​เยียวยา​ผู้ที่​ใจแตก​สลาย และ​พันแผล​ให้​พวกเขา

วิวรณ์ 21:4
พระเจ้า​จะ​เช็ด​น้ำตา​ทุกหยด​ของเขา แล้ว​จะ​ไม่มี​ความตาย ความ​เศร้าโศก การ​ร้องไห้​หรือ​ความ​เจ็บปวด​อีก​ต่อไป เพราะ​สิ่งเก่าๆ​ที่​เคย​เป็น​มา​ได้​ผ่านพ้น​ไปแล้ว”

มัทธิว 4:23-25
[23] พระเยซู​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี เพื่อ​สั่งสอน​คน​ตาม​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ให้​ทุก​คน​รู้ นอก​จาก​นี้​ยัง​ได้​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ต่างๆ​ให้​กับ​คน​ใน​เมือง​จน​หาย​ด้วย[24] ทำ​ให้​ชื่อเสียง​ของ​พระองค์​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ประเทศ​ซีเรีย ผู้คน​แห่​กัน​มา​หา​พระเยซู เขา​พา​คน​ที่​เจ็บป่วย​ทนทุกข์​ทรมาน​ด้วย​โรค​ต่างๆ คน​ถูก​ผีสิง คน​เป็น​ลม​บ้าหมู และ​คน​เป็น​อัมพาต​มา​ด้วย แล้ว​พระองค์​ได้​รักษา​พวก​เขา​จน​หาย​หมด​ทุก​คน[25] คน​จำนวน​มาก​พา​กัน​ติด​ตาม​พระองค์ มี​ทั้ง​คน​จาก​แคว้น​กาลิลี แคว้น​เดคาโปลิศ เมือง​เยรูซาเล็ม แคว้น​ยูเดีย และ​ดินแดน​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน

สดุดี 23:1-6
[1] เพลง​สดุดี​ของ​ดาวิด พระยาห์เวห์​เลี้ยงดู​ข้าพเจ้า​เหมือน​เลี้ยงแกะ ดังนั้น ข้าพเจ้า​ไม่ขาด​อะไรเลย[2] พระองค์​นำ​ข้าพเจ้า​ไป​นอน​ลง​ที่​ทุ่งหญ้า​เขียวขจี พระองค์​นำ​ข้าพเจ้า​ไปยัง​ลำธาร​ที่​สงบเงียบ[3] พระองค์​ทำให้​ข้าพเจ้า​กลับ​มี​เรี่ยวแรง​เหมือนเดิม พระองค์​นำ​ข้าพเจ้า​เดิน​ไป​บน​หนทาง​ที่​ถูกต้อง​ทั้งหลาย​เพื่อ​รักษา​ชื่อเสียง​ที่ดี​ของ​พระองค์[4] แม้​ใน​ยาม​ที่​ข้าพเจ้า​เดิน​ไป​ตาม​หุบเขา​ที่​มืดมิด​อย่าง​ความตาย ข้าพเจ้า​ก็​ไม่​เกรง​กลัว​อันตราย​ใดๆ​ทั้งนั้น เพราะ​พระองค์​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า ไม้กระบอง​และ​ไม้เท้า​เลี้ยงแกะ​ของ​พระองค์​ทำให้​ข้าพเจ้า​รู้สึก​ปลอดภัย[5] พระองค์​จัดโต๊ะ​สำหรับ​ข้าพเจ้า​ต่อหน้า​พวกศัตรู​ของ​ข้าพเจ้า พระองค์​ต้อนรับ​ข้าพเจ้า​อย่าง​แขกผู้มีเกียรติ ถ้วย​ของ​ข้าพเจ้า​เต็ม​จนเอ่อล้น[6] ความดี​และ​ความรักมั่นคง​ของ​พระองค์ จะ​ติดตาม​ข้าพเจ้า​ไป​ตลอดชีวิต​อย่างแน่นอน และ​ข้าพเจ้า​จะ​อาศัย​อยู่ในบ้าน​ของ​พระยาห์เวห์​ไป​นานแสนนาน

๒ โครินธ์ 1:3-8
[3] สรรเสริญ​พระเจ้า พระบิดา​ของ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของเรา พระบิดา​ผู้​เต็ม​ไปด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา พระเจ้า​ผู้​ที่​ปลอบโยน​เรา​ใน​ทุกเรื่อง[4] เมื่อ​เรา​มี​ความทุกข์ พระองค์​ปลอบโยน​เรา เพื่อว่า​เมื่อ​คนอื่น​มี​ความทุกข์ เรา​จะ​ได้​ปลอบโยน​เขา​เหมือนกับ​ที่​พระเจ้า​ทำ​กับ​เรา[5] ยิ่ง​เรา​ร่วมทุกข์​กับ​พระคริสต์​มาก​เท่าไร พระเจ้า​ก็​จะ​ปลอบโยน​เรา​มากขึ้น​เท่านั้น โดย​ผ่าน​ทาง​พระคริสต์[6] ถ้า​เรา​ได้รับ​ความ​ทุกข์ทรมาน ก็​เพื่อ​พวกคุณ​จะ​ได้รับ​การ​ปลอบโยน​และ​ได้รับ​ความ​รอด ถ้า​เรา​ได้รับ​การ​ปลอบโยน ก็​เพื่อ​พวกคุณ​จะ​ได้รับ​การ​ปลอบโยน​ด้วย ซึ่ง​มี​ผล​ทำให้​คุณ​มี​ความ​ทรหด​อดทน​ต่อ​ความทุกข์​แบบ​เดียว​กับ​ที่​เรา​ได้รับ[7] เรา​มี​ความ​มั่นใจ​ใน​ตัว​พวกคุณ​มาก เพราะ​คุณ​ได้​ร่วมทุกข์​และ​ร่วม​การ​ปลอบโยน​กับ​เรา[8] พี่น้อง​ครับ เรา​อยากให้​พวกคุณ​รู้​ถึง​ความ​ทุกข์ทรมาน​อย่าง​แสนสาหัส​ที่​เรา​เจอ​ใน​แคว้น​เอเชีย ซึ่ง​หนัก​เกินกว่า​ที่​เรา​จะ​ทนได้ เรา​หมดหวัง​จน​คิดว่า​คง​ไม่​รอด​แล้ว

๑ เปโตร 4:12-19
[12] เพื่อนรัก อย่าเพิ่ง​แปลกใจ​กับ​ปัญหา​ที่​เกิดขึ้น​กับ​พวกคุณ มัน​ไม่ใช่​เรื่อง​แปลก​อะไรเลย แต่​ปัญหา​ก็​คือ​การ​ลองใจ​คุณ[13] ให้​ดีใจ​ที่​คุณ​ได้​ร่วมทุกข์​กับ​พระคริสต์ เพราะ​คุณ​จะ​ได้​ดีใจ​เป็น​ล้นพ้น​เมื่อ​พระคริสต์​กลับมา​อย่าง​มีเกียรติ[14] เมื่อ​มี​คน​ประณาม​คุณ​เพราะ​คุณ​เป็น​ของ​พระคริสต์ คุณ​ก็มี​เกียรติ​อย่าง​แท้จริง เพราะ​แสดงว่า​พระวิญญาณ​ผู้​ทรง​เกียรติ​ของ​พระเจ้า​นั้น​อยู่​กับ​พวกคุณ[15] ถ้า​คุณ​จะ​ต้อง​ทนทุกข์ ก็​ขอ​อย่า​ให้​เป็น​เพราะ​คุณ​ไป​ฆ่า​คน​มา ไป​ขโมย ไป​ทำ​ชั่ว หรือ​ไป​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​คนอื่น​เลย[16] แต่​ถ้า​คุณ​ต้อง​ทนทุกข์​เพราะ​เป็น​คริสเตียน ก็​อย่า​อาย​เลย แต่​ให้​สรรเสริญ​พระเจ้า เพราะ​คุณ​ได้​ชื่อ​ว่า​คริสเตียน[17] ถึงเวลา​สำหรับ​การ​ตัดสิน​โทษ​แล้ว การ​ตัดสิน​นั้น​จะ​เริ่มต้น​จาก​ครอบครัว​ของ​พระเจ้า​ก่อน แล้ว​ลอง​คิด​ดูสิว่า​จะ​เกิด​อะไรขึ้น​กับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​ข่าวดี​จาก​พระเจ้า[18] เหมือนกับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “ขนาด​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า ยัง​เกือบ​จะ​ไม่รอด แล้ว​มัน​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​คนชั่ว​และ​คนบาป​เล่า”[19] ถ้า​อย่างนั้น คน​ที่​ต้อง​ทนทุกข์​เพราะ​เป็น​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า​นั้น ก็​ต้อง​มอบ​ตัวเอง​ไว้​กับ​พระผู้สร้าง​ที่​ซื่อสัตย์ และ​ให้​ทำดี​ต่อไป

ยอห์น ๑๖:๑๖-๒๔
[๑๖] “อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​พวกคุณ​ก็​จะ​ไม่​เห็น​เรา​แล้ว และ​หลังจาก​นั้น​อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​คุณ​ก็​จะ​เห็น​เรา​อีก”[๑๗] พวก​ศิษย์​บางคน​ถาม​กัน​เอง​ว่า “อาจารย์​หมาย​ถึง​อะไร​ที่​พูด​ว่า ‘อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​พวก​คุณ​ก็​จะ​ไม่​เห็น​เรา​แล้ว และ​หลังจาก​นั้น​อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​คุณ​ก็​จะ​เห็น​เรา​อีก’ กับ​ที่​ว่า ‘เรา​กำลัง​จะ​ไป​หา​พระบิดา’”[๑๘] พวก​เขา​ก็​ยัง​ถาม​กัน​อีก​ว่า “อาจารย์​หมาย​ถึง​อะไร​ที่​พูด​ว่า ‘อีก​ประ​เดี๋ยว​หนึ่ง’ ไม่​เห็น​รู้​เรื่อง​เลย​ว่า​อาจารย์​พูด​ถึง​อะไร”[๑๙] พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​อยาก​จะ​ถาม​เรื่องนี้ พระองค์​จึง​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​กำลัง​สงสัย​กัน​อยู่​ใช่​ไหม​ว่า เรา​หมายถึง​อะไร​ที่​พูด​ว่า ‘อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​พวก​คุณ​ก็​จะ​ไม่​เห็น​เรา​แล้ว และ​หลังจาก​นั้น​อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​คุณ​ก็​จะ​เห็น​เรา​อีก’[๒๐] เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คุณ​จะ​ร้องไห้ โศกเศร้าเสียใจ แต่​โลก​จะ​รื่นเริงยินดี คุณ​จะ​ทุกข์ใจ แต่​ความทุกข์ใจ​นั้น​จะ​กลับ​กลาย​มา​เป็น​ความดีใจ[๒๑] เหมือน​กับ​ผู้หญิง​ที่​ถึง​กำหนด​คลอด​ก็​เป็น​ทุกข์​เพราะ​ความเจ็บปวด​ทรมาน แต่​เมื่อ​เธอ​คลอด​ลูก​แล้ว​ก็​ลืม​ความเจ็บปวด​ไป​หมด เพราะ​ดีใจ​ที่​ได้​เห็น​ลูก​เกิด​มา​ใน​โลกนี้[๒๒] พวกคุณ​ก็​เหมือน​กัน ตอนนี้​คุณ​ทุกข์ใจ แต่​เมื่อ​เรา​กลับ​มาหา​คุณ​อีก คุณ​ก็​จะ​ดีใจ แล้ว​ไม่​มี​ใคร​จะ​แย่ง​เอา​ความดีใจ​นั้น​ไป​จาก​คุณ​ได้[๒๓] ใน​วัน​นั้น​คุณ​จะ​ไม่​ต้อง​ถาม​อะไร​เรา​อีก​แล้ว เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​คุณ​ขอ​เพราะ​คุณ​เป็น​คน​ของ​เรา พระบิดา​ก็​จะ​ให้​กับ​คุณ[๒๔] ตั้งแต่​คุณ​เป็น​คน​ของ​เรา​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ พวก​คุณ​ยัง​ไม่​เคย​ขอ​อะไร​ใน​ฐานะ​คน​ของ​เรา ขอ​สิ​แล้ว​คุณ​จะ​ได้ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​มี​ความสุข​อย่าง​เต็มที่”

ฮีบรู 12:1-11
[1] ดังนั้น เมื่อ​เรา​มี​พยาน​มากมาย​ล้อมรอบ​เรา​อยู่​อย่างนี้​แล้ว ขอให้​เรา​ละทิ้ง​ทุกอย่าง​ที่​ถ่วง​เรา​ไว้ และ​บาป​ที่​เกาะติด​เรา​แน่น และ​ขอให้​วิ่งแข่ง​ด้วย​ความ​มานะ​อดทน​ไป​ตาม​ทาง​ที่​อยู่​ข้างหน้า​เรา[2] ขอให้​เรา​จ้อง​อยู่​ที่​พระเยซู ซึ่ง​เป็น​ผู้นำ​ความเชื่อ​ของเรา​และ​เป็น​ผู้ที่​ทำให้​ความเชื่อ​ของ​เรา​สมบูรณ์แบบ พระองค์​ได้​อดทน​ต่อ​การ​ถูก​ตรึง​บน​ไม้กางเขน เพื่อ​ความ​ยินดี​ที่​รอ​พระองค์​อยู่ พระองค์​ไม่​สนใจ​กับ​ความ​อับอาย​ที่​ต้อง​ตาย​บน​ไม้กางเขน และ​ใน​ตอนนี้​พระองค์​ได้​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​บัลลังก์​ของ​พระเจ้า[3] ขอให้​ใคร่ครวญ​ถึง​พระองค์​ผู้ที่​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​อย่าง​แสนสาหัส​จาก​คนบาป​ที่​ต่อต้าน​พระองค์ เพื่อ​พวกคุณ​จะ​ได้​ไม่ท้อใจ​หรือ​ยอมแพ้[4] ใน​เรื่อง​ที่​พวกคุณ​ต้อง​ต่อสู้​กับ​บาป​นั้น คุณ​ยัง​ไม่ต้อง​ต่อสู้​จน​ถึง​กับ​เลือดตก​ยางออก​เลย[5] พวกคุณ​คง​จะ​ลืม​คำ​ที่​ให้​กำลังใจ คำพูดนี้​เป็น​คำ​ที่​ได้​พูด​กับ​คุณ​ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า​ว่า “ลูกเอ๋ย อย่า​ถือ​ว่า​การ​ตีสอน​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​นั้น​เป็น​เรื่อง​เล่นๆ และ​อย่า​หมด​กำลังใจ​เมื่อ​พระองค์​มา​ตักเตือน​เจ้า[6] เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​ตีสอน​คนที่​พระองค์​รัก และ​จะ​ลงโทษ​ทุกคน​ที่​พระองค์​รับ​เป็น​ลูก”[7] ให้​อดทน​ต่อ​ความ​ยาก​ลำบาก เพราะ​เป็น​การ​ตีสอน แสดงว่า​พระเจ้า​กำลัง​ทำ​กับ​พวกคุณ​เหมือน​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์ มี​ลูก​คนไหน​บ้าง​ที่​พ่อ​ไม่เคย​ตีสอน[8] ถ้า​คุณ​ไม่​ถูก​ตีสอน​เหมือนกับ​ลูก​ทั่วๆไป แสดงว่า​ไม่ได้​เป็น​ลูกแท้ๆ แต่​เป็น​ลูก​ที่​ไม่มี​พ่อ[9] เรา​ทุกคน​มี​พ่อ​ที่​เป็น​มนุษย์​ที่​คอย​ตีสอน​เรา แต่​เรา​ก็​ยัง​เคารพ​เขา​อยู่ดี ยิ่งกว่า​นั้น​อีก​สัก​เท่าไร เรา​ควร​จะ​เชื่อฟัง​พระบิดา​ของ​จิต​วิญญาณ​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป[10] พ่อ​ของ​เรา​ที่​เป็น​มนุษย์​จะ​ตีสอน​เรา​แค่​ชั่วคราว​ตาม​ที่​เห็น​ว่า​ควร แต่​พระเจ้า​จะ​ตีสอน​เรา​เพื่อ​ประโยชน์​ของ​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ได้​มี​ลักษณะ​เหมือน​พระองค์[11] ตอนที่​ถูก​ตีสอน​นั้น ไม่มี​ใคร​ชอบ​หรอก​เพราะ​มัน​เจ็บ แต่​ภายหลัง​การ​ตีสอน​นั้น​จะ​ฝึกฝน​เรา แล้ว​ผล​ที่​ออก​มา​ก็​คือ​สันติสุข และ​ชีวิต​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ

โรม 8:18-28
[18] ผม​ถือ​ว่า​ความ​ทุกข์​ยาก​ใน​ชีวิตนี้ ไม่​หนักหนา​อะไร​เลย เมื่อ​เปรียบเทียบ​กับ​ศักดิ์ศรี​ที่​พระองค์​จะ​เปิดเผย​ให้​กับ​เรา​ใน​อนาคต[19] เพราะ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ กำลัง​ตั้งตา​คอย​วัน​ที่​พระเจ้า​จะ​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​ใคร​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระองค์​บ้าง[20] ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ทำ​ให้​มัน​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ผิดเพี้ยน​ไป ไม่​ใช่​ว่า​ตัว​มัน​เอง​อยาก​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​พระเจ้า​เป็น​ผู้​กำหนด​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น เพราะ​มี​ความหวัง​ว่า[21] ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​สร้าง​มานี้ จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​ความ​เสื่อมโทรม แล้ว​จะ​ได้​เป็น​อิสระ​และ​มี​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า[22] เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​มา​ใน​โลกนี้​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ ด้วย​ความ​เจ็บปวด​รวดร้าว​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ (เหมือน​กับ​ผู้หญิง​ที่​กำลัง​จะ​คลอด​ลูก)[23] ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​พวก​นั้น​ที่​ร้อง​คร่ำครวญ แม้แต่​เรา​เอง​ก็​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ​อยู่​ในใจ​ด้วย ทั้งๆ​ที่​เรา​ได้รับ​พระวิญญาณ​ซึ่ง​เป็น​พระพร​ส่วน​แรก​จาก​พระเจ้า​แล้ว เรา​ยัง​ตั้ง​ตา​รอคอย​วัน​ที่​พระองค์​จะ​ทำให้​เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์​อย่าง​สมบูรณ์ เมื่อนั้น​ร่างกาย​ของ​เรา​จะ​ได้​หลุดพ้น​เป็น​อิสระ[24] พระเจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​เรา​แล้ว เรา​จึง​มี​ความ​หวังนี้​อยู่​ใน​ใจ ความหวัง​ที่​เรา​เห็น​ได้​นั้น​ไม่​เรียกว่า​ความหวัง​หรอก เพราะ​ใคร​จะ​ไป​หวัง​กับ​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​แล้ว[25] แต่​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น และ​เรา​ก็​ตั้ง​ตา​รอคอย​มัน​ด้วย​ความอดทน[26] ใน​ทำนอง​เดียว​กัน​พระวิญญาณ​ก็​มา​ช่วย​เรา​ใน​ความ​อ่อนแอ​ของ​เรา​ด้วย เรา​ไม่​รู้​ว่า​เรา​ควร​จะ​ขอ​อะไร​เวลา​ที่​เรา​อธิษฐาน แต่​พระวิญญาณ​เอง​ได้​ขอ​ต่อ​พระเจ้า​แทน​เรา​ด้วย​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ที่​ไม่​เป็น​คำ[27] แต่​พระเจ้า​ผู้​หยั่งรู้​จิตใจ​รู้​ว่า​อะไร​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ได้​ร้องขอ​ให้​กับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า ตาม​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ[28] เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​ทุก​อย่าง​เกิด​ผลดี​สำหรับ​คน​ที่รัก​พระองค์ พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เรียก​ตาม​แผนงาน​ของ​พระองค์

สดุดี 91:1-16
[1] พวกเจ้า​ที่​พัก​อยู่ใน​ที่กำบัง​แห่ง​พระเจ้า​ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด พวกเจ้า​ที่​อาศัย​อยู่​ใต้ร่มเงา​ของ​พระเจ้า​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น[2] ให้​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “พระองค์​คือ​ที่ลี้ภัย​และ​ป้อม​ปราการ​ของข้าพเจ้า เป็น​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ผู้ที่​ข้าพเจ้า​ไว้วางใจ”[3] พระองค์​จะ​ช่วย​ท่าน​ให้พ้น​จาก​ตาข่าย​ของ​นักล่านก พระองค์​จะ​ช่วย​ท่าน​ให้พ้น​จาก​โรคร้ายแรง[4] พระองค์​จะ​กางปีกออก​เหนือท่าน​และ​ให้ท่าน​หลบภัย​อยู่​ใต้ปีก​ของ​พระองค์นั้น ความสัตย์ซื่อ​ของ​พระองค์​จะ​เป็นโล่​และ​กำแพง​ป้องกันภัย​ให้กับ​ท่าน[5] ท่าน​จะ​ไม่ต้อง​กลัว​การโจมตี​ใน​ตอนกลางคืน หรือ​การจู่โจม​ด้วย​ลูกธนู​ใน​ตอนกลางวัน[6] ท่าน​จะ​ไม่ต้อง​กลัว​โรค​ที่​ย่อง​เข้ามา​ตอนกลางคืน หรือ​ความเจ็บป่วย​ที่​เข้ามา​ปล้น​ใน​ตอนกลางวัน[7] คน​เป็นพัน​อาจจะ​ล้มตาย​อยู่​ข้างท่าน คน​เป็นหมื่น​อาจจะ​ล้มตาย​อยู่​ทางขวา​ของท่าน แต่​จะ​ไม่มี​อันตราย​ย่างกราย​เข้ามาหา​ท่านเลย[8] ใช่แล้ว ท่าน​จะ​เห็น​สิ่งเหล่านี้​กับตา​ท่านเอง ท่าน​จะได้​เห็น​คนชั่วร้าย​ได้รับ​ผลตอบแทน​อย่างสาสม[9] เพราะ​ท่าน​เอา​พระยาห์เวห์​เป็น​ที่ลี้ภัย​ของท่าน ท่าน​ให้​พระเจ้า​ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด​เป็น​ที่ปลอดภัย​ของท่าน[10] ดังนั้น จึง​ไม่มี​ความหายนะใดๆ​แตะต้อง​ท่าน ไม่มี​โรคระบาดใดๆ​เข้าไป​ในเต็นท์​ของท่าน​ได้[11] เพราะ​ไม่ว่า​ท่าน​จะ​ไป​ที่ไหน​ก็ตาม พระเจ้า​จะ​มอบหมาย​ให้​พวกทูตสวรรค์​คอย​คุ้มครอง​ท่าน[12] ทูตสวรรค์​เหล่านั้น​จะเอา​มือ​ยกท่านขึ้น เพื่อ​เท้าท่าน​จะได้​ไม่ต้อง​กระแทก​ก้อนหิน[13] ท่าน​จะ​เดิน​บน​พวกสิงโต​และ​งูเห่า และ​เหยียบย่ำ​พวกสิงโต​ดุร้าย​และ​พวกงูพิษ​ได้[14] พระยาห์เวห์​พูดว่า “เขา​รักเรา ดังนั้น เรา​จะ​ช่วยเหลือ​เขา เรา​จะ​วาง​เขาไว้​บน​ที่สูง​ที่ปลอดภัย​เพราะ​เขา​รู้จักเรา​จริงๆ[15] เมื่อ​เขา​ร้องขอ​ความช่วยเหลือ​จากเรา เรา​จะ​ตอบเขา เรา​อยู่​กับเขา​ในยามที่​เขา​ทุกข์ยาก เรา​ช่วย​ให้​เขา​พ้นภัย​และ​ทำให้​เขา​มีเกียรติ[16] เรา​จะ​ทำให้​เขา​เต็มอิ่ม​ด้วย​ชีวิต​ที่ยืนยาว แล้ว​ให้​เขา​เห็นว่า​เรา​สามารถ​ช่วย​ให้​เขารอดได้”

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International