A A A A A

ตัวละครที่ดี: [ความเห็นอกเห็นใจ]


โคโลสี 3:12
ดังนั้น​ใน​ฐานะ​ที่​เรา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก เป็น​คน​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​คน​ที่​พระองค์​รัก ก็​ให้​สวม​ใส่​ความ​เห็นอก​เห็นใจ ความ​มี​น้ำใจ ความ​ถ่อม​ตน ความ​สุภาพ​อ่อนโยน และ​ความอดทน

อพยพ ๓๓:๑๙
พระยาห์เวห์​จึง​พูด​ว่า “เรา​จะ​ทำ​ให้​ความดี​ทั้งหมด​ของเรา ผ่าน​ไป​ต่อหน้า​เจ้า และ​เรา​จะ​เรียก​ชื่อ​พระยาห์เวห์​ต่อหน้า​เจ้า เรา​อยาก​จะ​ทำดี​กับ​ใคร เรา​ก็​จะ​ทำดี​กับ​คนนั้น เรา​อยาก​จะ​เมตตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมตตา​คนนั้น”

อิสยาห์ ๓๐:๑๘
อย่างนั้น พระยาห์เวห์​กำลัง​เฝ้าคอย​ให้​พวกเจ้า​กลับ​มาหา​พระองค์​เพื่อ​พระองค์​จะได้​อวยพรเจ้า พระองค์​จะ​ลุกขึ้นมา​แสดง​ความเมตตา​กับพวกเจ้า เพราะ​พระยาห์เวห์​เป็นพระเจ้า​ที่สัตย์ซื่อ​ยุติธรรม พวกที่​อดทน​รอคอย​พระองค์​ถือว่า​เป็นเกียรติจริงๆ

อิสยาห์ ๔๙:๑๐-๑๓
[๑๐] พวกเขา​จะ​ไม่ขาด​อาหาร​หรือ​น้ำ แสงแดด​และ​ลมร้อน​ของ​ทะเลทราย​จะ​ไม่โจมตี​พวกเขา เพราะ​พระองค์​ผู้ปลอบโยน​พวกเขา​จะ​นำหน้า​พวกเขา และ​พระองค์​จะ​นำทาง​พวกเขา​ไปถึง​ตาน้ำ​ทั้งหลาย[๑๑] เรา​จะ​ทำให้​ภูเขา​ทั้งหลาย​ของเรา​แบน​เป็นถนน และ​ถม​ที่ต่ำ​ขึ้นมา​เป็น​ทางหลวง​ของเรา[๑๒] ดูสิ จะ​มี​บางคน​มา​จาก​แดนไกล จะมี​บางคน​มา​จาก​ทิศเหนือ​และ​ทิศตะวันตก และ​จะมี​บางคน​มาจาก​ทาง​ภาคใต้​ของอียิปต์”[๑๓] ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ร้องเพลงเถิด แผ่นดินโลกเอ๋ย ชื่นชม​ยินดีเถิด ภูเขา​ทั้งหลายเอ๋ย ระเบิด​เป็น​เสียงเพลง​แห่งความชื่นชม​ยินดีเถิด เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ปลอบโยน​คนของพระองค์ และ​พระองค์​จะให้​ความรัก​กับ​คนของพระองค์​ที่​ทุกข์ยาก​ลำบาก

อิสยาห์ ๕๔:๑๐
ถึงแม้​พวกภูเขา​จะ​เคลื่อนไป และ​เนินเขาต่างๆ​จะ​สั่นคลอน แต่​ความรักมั่นคง​ของเรา​จะ​ไม่มีวัน​เคลื่อนไป​จากเจ้า และ​ข้อตกลง​ที่​เรา​สัญญา​ว่า​จะให้​สันติภาพ​นั้น​ก็จะ​ไม่มีวัน​สั่นคลอน พระยาห์เวห์ ที่​เมตตาเจ้า พูดไว้​ว่า​อย่างนี้

อิสยาห์ ๖๓:๗
ผม​จะ​เล่า​ถึง​เรื่องต่างๆ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​แสดง​ความเมตตา​กับเรา เป็น​เรื่อง​ที่​น่ายกย่อง​สรรเสริญ เรา​ควรจะ​สรรเสริญ​พระองค์​สำหรับ​เรื่อง​ทุกอย่าง​ที่​พระองค์ทำ​เพื่อ​พวกเรา สำหรับ​ความ​ดีงาม​ที่ยิ่งใหญ่​ที่​พระองค์มี​ต่อครอบครัว​ของอิสราเอล พระองค์​ได้​แสดง​ความเมตตาปรานี​ต่อ​พวกเรา พระองค์​ได้​ช่วย​พวกเรา​ด้วย​ความรักมั่นคง​ครั้งแล้วครั้งเล่า

ยากอบ ๕:๑๑
เรา​ถือ​ว่า​พวก​คน​ที่​อดทน​อดกลั้น​นั้น​มี​เกียรติ​จริงๆ คุณ​ก็​เคย​ได้ยิน​เรื่อง​ความ​อดทน​อดกลั้น​ของ​โยบ ​มา​แล้ว​นี่ และ​รู้​ว่า​ตอน​จบ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ให้​อะไร​กับ​เขา​บ้าง เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​นั้น​เต็ม​เปี่ยม​ไป​ด้วย​ความ​เมตตา​สงสาร

เพลงคร่ำครวญ ๓:๓๒
ถ้า​พระองค์​เป็น​ผู้ที่​ทำให้​เกิด​ความ​ทุกข์ยาก​ขึ้น พระองค์​ก็​จะ​แสดง​ความเมตตา​เหมือนกัน ตาม​ความรัก​มั่นคง​อัน​เหลือเฟือ​ของ​พระองค์

สดุดี ๕๑:๑
ถึง​หัวหน้า​นักร้อง เพลง​สดุดี​ของ​ดาวิด เขียน​ตอนที่​นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า​มาหา​ดาวิด หลังจาก​ที่​ดาวิด​ไป​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​บัทเชบา​แล้ว ข้าแต่​พระเจ้า โปรด​แสดง​ความรัก​มั่นคง​ของ​พระองค์ และ​มี​เมตตาปรานี​ต่อ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด โปรด​แสดง​ความเมตตา​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์​และ​ขจัด​การกบฏ​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด

สดุดี ๑๐๓:๑๓
พ่อใจดี​ต่อลูก​ยังไง พระยาห์เวห์​ก็​ใจดี​ต่อ​ผู้ที่ยำเกรงพระองค์​อย่างนั้น

สดุดี ๑๑๖:๕
พระยาห์เวห์​นั้น​มีน้ำใจ​และ​ทำ​ในสิ่ง​ที่ถูกต้อง พระเจ้า​ของเรานั้น​เปี่ยมไปด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา

สดุดี ๑๑๙:๗๗
ช่วย​ส่ง​ความเมตตา​ของพระองค์​มายังทาง​ของข้าพเจ้าด้วย​เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะได้​มีชีวิต​ต่อไป เพราะ​ข้าพเจ้า​เพลิดเพลิน​กับ​คำ​สั่งสอน​ของพระองค์

สดุดี ๑๑๙:๑๕๖
ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ความ​เมตตา​กรุณา​ของพระองค์​นั้นยิ่งใหญ่ ขอโปรด​ช่วยชีวิต​ของข้าพเจ้า​ด้วยเถิด เพราะ​พระองค์นั้น​ยุติธรรม

สดุดี ๑๔๕:๙
พระยาห์เวห์​ดี​กับ​ทุกคน และ​พระองค์​มีเมตตา​กับทุกอย่าง​ที่​พระองค์​สร้างขึ้นมา

โรม ๙:๑๕
เพราะ​พระองค์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​อยาก​จะ​เมตตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น เรา​อยาก​จะ​สงสาร​ใคร เรา​ก็​จะ​สงสาร​คน​นั้น”

๒ โครินธ์ ๑:๓-๔
[๓] สรรเสริญ​พระเจ้า พระบิดา​ของ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของเรา พระบิดา​ผู้​เต็ม​ไปด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา พระเจ้า​ผู้​ที่​ปลอบโยน​เรา​ใน​ทุกเรื่อง[๔] เมื่อ​เรา​มี​ความทุกข์ พระองค์​ปลอบโยน​เรา เพื่อว่า​เมื่อ​คนอื่น​มี​ความทุกข์ เรา​จะ​ได้​ปลอบโยน​เขา​เหมือนกับ​ที่​พระเจ้า​ทำ​กับ​เรา

ฟีลิปปี ๒:๑-๓
[๑] ดังนั้น ถ้า​พวก​คุณ​ได้รับ​กำลังใจ​เพราะ​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​พระคริสต์ ถ้า​ได้รับ​การ​ปลอบใจ​จาก​ความรัก ถ้า​ได้​ใช้​ชีวิต​ร่วม​กัน​เพราะ​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​พระวิญญาณ และ​ได้รับ​ความรักใคร่​เอ็นดู​และ​ความ​เห็นอก​เห็นใจ[๒] ผม​ก็​ขอให้​คุณ​ทำ​สิ่ง​ที่​จะ​ให้​ความสุข​กับ​ผม​อย่าง​เต็มที่ คือ​การ​เป็น​น้ำหนึ่งใจ​เดียวกัน มี​ความรัก​อย่าง​เดียวกัน เป็น​ใจ​เดียวกัน และ​มี​เป้าหมาย​เดียวกัน[๓] อย่า​ทำ​อะไร​ที่​ชิงดี​ชิงเด่น​กัน หรือ​เพราะ​หลง​คิด​ว่า​ตัวเอง​เก่ง แต่​ให้​ถ่อมตัว​ลง และ​มอง​คน​อื่น​ว่า​สำคัญ​กว่า​ตัวเอง

มัทธิว ๙:๓๕-๓๘
[๓๕] พระเยซู​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง​และ​ทุก​หมู่บ้าน ไป​สั่งสอน​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยว​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พร้อม​กับ​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ต่างๆ​ด้วย[๓๖] เมื่อ​พระองค์​เห็น​คน​มาก​มาย พระองค์​ก็​รู้สึก​สงสาร เพราะ​พวก​เขา​มี​ปัญหา​และ​ไม่​มี​ที่​พึ่ง เหมือน​ฝูง​แกะ​ที่​ไม่​มี​คน​เลี้ยง[๓๗] พระองค์​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “พืชผล​ที่​จะ​ให้​เก็บเกี่ยว​นั้น​มี​มาก​มาย แต่​คน​งาน​มี​น้อย[๓๘] ดังนั้น​ให้​อ้อนวอน​ขอ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​พืชผล ให้​ส่ง​คน​งาน​มา​ช่วย​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ของ​พระองค์​ด้วย”

สดุดี ๑๐๓:๑-๕
[๑] บทเพลง​ของ​ดาวิด จิตใจ​ของ​ข้าพเจ้า​เอ๋ย สรรเสริญ​พระยาห์เวห์เถิด หัวใจ​ทั้งดวง​ของข้าพเจ้า​เอ๋ย สรรเสริญ​ชื่อ​อันศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์เถิด[๒] จิตใจ​ของ​ข้าพเจ้า​เอ๋ย สรรเสริญ​พระยาห์เวห์เถิด และ​อย่า​ลืม​บุญคุณทั้งสิ้น​ของพระองค์[๓] พระองค์​คือ​ผู้ที่​อภัย​ให้กับ​ความผิดบาป​ทั้งสิ้น​ของเจ้า พระองค์​คือ​ผู้ที่​รักษาเจ้า​ให้หาย​จาก​ความเจ็บป่วย​ทั้งสิ้น[๔] พระองค์​คือ​ผู้ที่​ไถ่ชีวิตเจ้า​จาก​หลุมศพ พระองค์​คือ​ผู้ที่​เอา​ความรักมั่นคง​และ​ความ​เมตตา​กรุณา​มาสวม​เป็น​มงกุฎ​ให้กับเจ้า[๕] พระองค์​คือ​ผู้ที่​ทำให้​ชีวิต​ของเจ้า​เต็มอิ่ม​ไปด้วย​ของดีๆ และ​พระองค์​ทำให้​เจ้า​เป็นหนุ่ม​อีกครั้งหนึ่ง​เหมือนกับ​นกอินทรีหนุ่ม

มัทธิว ๒๐:๒๙-๓๔
[๒๙] เมื่อ​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​กำลัง​ออก​จาก​เมือง​เยริโค ก็​มี​ฝูงชน​เดิน​ตาม​เป็น​จำนวน​มาก[๓๐] มี​ชาย​ตาบอด​สอง​คน​นั่ง​อยู่​ริม​ถนน เมื่อ​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​กำลัง​ผ่าน​มา ก็​เริ่ม​ร้อง​ตะโกน​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต บุตร​ของ​ดาวิด สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ”[๓๑] ฝูงชน​ต่อว่า​พวก​เขา​ให้​เงียบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​อีก​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต บุตร​ของ​ดาวิด สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ”[๓๒] พระเยซู​จึง​หยุด​และ​เรียก​พวก​เขา​เข้า​มาถาม​ว่า “อยาก​ให้​เรา​ช่วย​อะไร”[๓๓] พวก​เขา​ตอบ​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต พวก​เรา​อยาก​จะ​มอง​เห็น”[๓๔] พระเยซู​รู้สึก​สงสาร​พวก​เขา จึง​แตะ​ดวงตา​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​มอง​เห็น​ได้​ทันที แล้ว​ก็​ติดตาม​พระองค์​ไป

มัทธิว ๑๔:๑๓-๒๑
[๑๓] เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​ยอห์น พระองค์​ได้​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​เพียง​คน​เดียว เมื่อ​ผู้คน​จาก​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ได้ยิน​เรื่องนี้ พวก​เขา​ก็​เดิน​เท้า​ติดตาม​พระองค์[๑๔] เมื่อ​พระองค์​มา​ถึง​ฝั่ง​ก็​เห็น​ฝูงชน​เป็น​จำนวน​มาก​รอ​อยู่​ก่อน​แล้ว พระองค์​รู้สึก​สงสาร​และ​ได้​รักษา​โรค​ให้​กับ​คนป่วย[๑๕] เมื่อ​ถึง​ตอนเย็น พวก​ศิษย์​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “ที่​นี่​ก็​เปลี่ยว​มาก​และ​นี่​ก็​เย็น​มาก​แล้ว ส่ง​ฝูงชน​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​เข้า​ไป​ตาม​หมู่บ้าน​ต่างๆ​หา​ซื้อ​อาหาร​กิน​กัน”[๑๖] แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​ไม่​ต้อง​ไป​ไหน​หรอก อยู่​นี่​แหละ พวก​คุณ​ไป​หา​อาหาร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ”[๑๗] พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ไม่​มี​อะไร​เลย​นอก​จาก​ขนมปัง​ห้า​ก้อน กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่านั้น”[๑๘] พระเยซู​บอก​ว่า “เอา​มา​นี่​สิ”[๑๙] พระเยซู​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​บน​หญ้า แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​มา พระเยซู​มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว​พระองค์​แบ่ง​ขนมปัง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​แจก​ขนมปัง​ให้​ประชาชน[๒๐] ทุก​คน​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ยัง​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​จน​เต็ม​สิบสอง​เข่ง[๒๑] คน​ที่​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​นั่น​มี​ผู้ชาย​ประมาณ​ห้า​พัน​คน ไม่​นับ​ผู้หญิง​และ​เด็ก

มัทธิว ๑๕:๒๙-๓๙
[๒๙] พระเยซู​ออก​จาก​ที่​นั่น เดิน​ไป​ตาม​ชาย​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี​และ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา แล้ว​นั่ง​พัก​อยู่​บน​นั้น[๓๐] มี​ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​หา​พระเยซู พวก​เขา​พา​คน​ง่อย คน​ตาบอด คน​พิการ คน​ใบ้ และ​คน​ที่​เป็น​โรค​อื่นๆ​อีก​มากมาย​มา​ด้วย และ​เอา​มา​วาง​นอน​อยู่​ที่​เท้า​ของ​พระองค์ แล้ว​พระองค์​ได้​รักษา​ทุก​คน​จน​หาย​หมด[๓๑] ผู้คน​ต่าง​ก็​พา​กัน​ประหลาดใจ เมื่อ​เห็น​คน​ใบ้​พูด​ได้ คน​พิการ​ก็​หาย คน​ขา​เป๋​เดิน​ได้ และ​คน​ตาบอด​ก็​มอง​เห็น ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล[๓๒] พระเยซู​เรียก​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​มา แล้ว​พูด​ว่า “สงสาร​คน​พวกนี้​จริงๆ​เพราะ​เขา​อยู่​ที่​นี่​กับ​เรา​มา​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อะไร​กิน​ด้วย ไม่​อยาก​จะ​ส่ง​พวก​เขา​กลับ​ไป​ทั้งๆ​ที่​ยัง​หิว​อยู่ อาจ​จะ​ไป​เป็น​ลม​กลาง​ทาง​ได้”[๓๓] พวก​ศิษย์​จึง​พูด​ว่า “ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​อย่างนี้ จะ​ไป​เอา​อาหาร​ที่​ไหน​มา​เลี้ยง​คน​ตั้ง​มากมาย​ขนาดนี้​ได้​ล่ะ​ครับ”[๓๔] พระเยซู​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​มี​ขนมปัง​อยู่​กี่​ก้อน” พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “เจ็ด​ก้อน​กับ​ปลา​ตัว​เล็กๆ​อีก​ไม่​กี่​ตัว”[๓๕] พระเยซู​บอก​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​กับ​พื้น[๓๖] พระองค์​เอา​ขนมปัง​ทั้ง​เจ็ด​ก้อน​และ​ปลา​มา ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​และ​ปลา​ส่ง​ให้​พวก​ศิษย์ พวก​ศิษย์​ก็​เอา​ไป​แจก​ให้​กับ​ฝูงชน​กิน​กัน[๓๗] เมื่อ​ทุก​คน​กิน​อิ่ม​แล้ว พวก​ศิษย์​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​เจ็ด​เข่ง​เต็มๆ[๓๘] นับ​ผู้ชาย​ที่​กิน​อยู่​ที่​นั่น​ได้​สี่​พัน​คน ไม่​รวม​ผู้หญิง​และ​เด็ก[๓๙] หลัง​จาก​ที่​พระเยซู​ส่ง​ทุก​คน​กลับ​บ้าน​หมด​แล้ว พระองค์​ก็​ลง​เรือ​ไป​แคว้น​มากาดาน

มัทธิว ๖:๓๐-๔๔
[๓๐] ดู​อย่าง​หญ้า​ใน​ทุ่ง​สิ มัน​อยู่​แค่​วันนี้ พรุ่งนี้​ก็​ถูก​เผา​ไฟ​แล้ว แต่​พระเจ้า​ยัง​ตกแต่ง​ให้​สวย​ถึง​ขนาดนี้ แล้ว​นับ​ประสา​อะไร​กับ​พวก​คุณ​เล่า พระองค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​ตกแต่ง​ให้​มาก​กว่า​ทุ่งหญ้า​หรือ พวก​คุณ​นี่​ช่าง​มี​ความเชื่อ​น้อย​เสีย​จริงๆ[๓๑] ดังนั้น​ไม่​ต้อง​กังวล​ว่า ‘จะ​มี​อะไร​กิน​ไหม’ หรือ ‘จะ​มี​อะไร​ดื่ม​ไหม’ หรือ ‘จะ​มี​อะไร​ใส่​ไหม’[๓๒] พวก​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ก็​ดิ้นรน​หา​สิ่ง​เหล่านี้​กัน แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​สิ่ง​เหล่านี้​จำเป็น​สำหรับ​คุณ[๓๓] แต่​ให้​ดิ้นรน​หา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​และ​ชีวิต​ที่​ทำ​ตามใจ​พระองค์​ก่อน แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทั้งหมดนี้​กับ​พวก​คุณ​เอง[๓๔] ดังนั้น​ไม่​ต้อง​กังวล​ถึง​วัน​พรุ่งนี้ เพราะ​พรุ่งนี้​ก็​มี​เรื่อง​กังวล​ของ​มัน​อยู่​แล้ว แต่​ละ​วัน​ก็​มี​ปัญหา​มาก​พอ​อยู่​แล้ว​สำหรับ​วัน​นั้น[๓๕] อย่า​ตัดสิน​คน​อื่น​แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ตัดสิน​คุณ[๓๖] เพราะ​คุณ​ตัดสิน​คน​อื่น​อย่าง​ไร พระเจ้า​ก็​จะ​ตัดสิน​คุณ​อย่าง​นั้น คุณ​ใช้​วิธี​อะไร​ตัดสิน​คน​อื่น พระเจ้า​ก็​จะ​ใช้​วิธี​นั้น​ตัดสิน​คุณ[๓๗] ทำไม​คุณ​ถึง​เห็น​ขี้ผง​ใน​ตา​ของ​พี่น้อง​คุณ แต่​กลับ​มอง​ไม่​เห็น​ไม้ซุง​ทั้ง​ท่อน​ใน​ตา​ของ​ตัวเอง[๓๘] คุณ​พูด​กับ​พี่น้อง​ออก​มา​ได้​ยังไง​ว่า ‘เดี๋ยว​ผม​จะ​เขี่ย​ขี้ผง​ออก​จาก​ตา​ให้’ ทั้งๆ​ที่​ยัง​มี​ไม้ซุง​ทั้ง​ท่อน​อยู่​ใน​ตา​ของ​คุณ​เอง[๓๙] ไอ้หน้าซื่อใจคด เอา​ไม้ซุง​ออก​จาก​ตา​ของ​ตัวเอง​ก่อน จะ​ได้​มอง​เห็น​ชัดๆ​ตอน​เขี่ย​ขี้ผง​ออก​จาก​ตา​ของ​พี่น้อง[๔๐] อย่า​เอา​ของ​วิเศษ​ให้​กับ​หมา อย่า​โยน​ไข่มุก​ให้​กับ​หมู เพราะ​มัน​จะ​เหยียบ​ย่ำ​ของ​เหล่า​นั้น และ​หัน​กลับ​มา​กัด​คุณ​ด้วย[๔๑] ขอ​สิ​แล้ว​จะ​ได้ หา​สิ​แล้ว​จะ​พบ เคาะ​สิ​แล้ว​ประตู​จะ​เปิด​ให้[๔๒] เพราะ​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​จะ​ได้ ทุก​คน​ที่​หา​ก็​จะ​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ประตู​ก็​จะ​เปิด​ให้[๔๓] มี​ใคร​บ้าง​ใน​พวก​คุณ ถ้า​ลูก​ขอ​ขนมปัง จะ​เอา​ก้อน​หิน​ให้[๔๔] หรือ​ถ้า​ลูก​ขอ​ปลา จะ​เอา​งู​พิษ​ให้

ลูกา ๑๕:๑๑-๓๒
[๑๑] พระเยซู​พูด​ว่า “ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ลูกชาย​สอง​คน[๑๒] ลูก​คน​เล็ก​พูด​ว่า ‘พ่อ​ครับ ช่วย​แบ่ง​สมบัติ​ส่วน​ที่​เป็น​ของ​ลูก​ให้​ด้วย’ พ่อ​จึง​แบ่ง​สมบัติ​ให้​กับ​ลูกชาย​ทั้ง​สอง​ไป[๑๓] หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน ลูก​คน​เล็ก​ก็​รวบรวม​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​เขา เดินทาง​ไป​เมือง​ไกล และ​เขา​ก็​ใช้​จ่าย​เงินทอง​อย่าง​สุรุ่ยสุร่าย[๑๔] จน​หมด​เนื้อ​หมดตัว พอ​เกิด​กันดารอาหาร​อย่าง​รุนแรง​ทั่ว​แผ่นดิน​นั้น เขา​ก็​เริ่ม​ไม่​มี​อะไร​จะ​กิน[๑๕] เขา​ก็​เลย​ไป​รับจ้าง​ทำงาน​กับ​ชาว​เมือง​นั้น​คน​หนึ่ง เขา​ถูก​ส่ง​ให้​ไป​เลี้ยง​หมู​ใน​ทุ่ง​นา[๑๖] เขา​หิว​มาก อยาก​จะ​กิน​อาหาร​ที่​หมู​กิน แต่​ก็​ไม่​มี​ใคร​ให้​อะไร​เขา​กิน​เลย[๑๗] ในที่สุด เขา​ก็​สำนึกตัว​ได้​และ​พูด​ว่า ‘ลูกจ้าง​ของ​พ่อ​เรา​มี​อาหาร​กิน​อย่าง​เหลือเฟือ แต่​ดู​เรา​สิ กำลัง​จะ​อด​ตาย​อยู่​แล้ว[๑๘] เรา​จะ​กลับ​ไปหา​พ่อ​และ​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “พ่อ​ครับ ลูก​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า​และ​ต่อ​ตัว​พ่อ[๑๙] ลูก​ไม่​สมควร​ที่​จะ​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป ให้​ลูก​เป็น​ลูกจ้าง​คน​หนึ่ง​ของ​พ่อ​เถอะ​ครับ”’[๒๐] ดังนั้น​เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​กลับ​ไป​หา​พ่อ​ของ​เขา ขณะ​ที่​เขา​ยัง​อยู่​แต่​ไกล พ่อ​ของ​เขา​ก็​มองเห็น​และ​เวทนาสงสาร วิ่ง​ออก​ไป​สวมกอด​และ​จูบ​เขา[๒๑] ลูกชาย​จึง​พูด​ว่า ‘พ่อ​ครับ ลูก​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า​และ​ต่อ​พ่อ ลูก​ไม่​สมควร​ที่​จะ​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป’[๒๒] แต่​พ่อ​หัน​ไป​สั่ง​คน​ใช้​ว่า ‘เร็วๆ​เข้า​ไป​เอา​เสื้อผ้า​ที่​ดี​ที่​สุด​มา​ใส่​ให้​เขา เอา​แหวน​มา​สวม​นิ้ว​เขา​และ​เอา​รองเท้า​มา​ใส่​ให้​เขา​ด้วย[๒๓] แล้ว​ไป​ฆ่า​ลูก​วัว​ตัว​อ้วน​พี​มา​เลี้ยง​ฉลอง​กัน[๒๔] เพราะ​ลูก​ข้า​คนนี้ ได้​ตาย​ไป​แล้ว​แต่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่ เคย​หลงหาย​ไป​แต่​ตอนนี้​พบ​แล้ว’ แล้ว​พวก​เขา​ก็​เลี้ยงฉลอง​กัน[๒๕] เมื่อ​ลูกชาย​คนโต​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​ทุ่ง​กลับ​มา​ใกล้​จะ​ถึง​บ้าน เขา​ได้ยิน​เสียง​ร้องรำ​ทำเพลง​กัน[๒๖] จึง​เรียก​คนใช้​เข้า​ไป​ถาม​ว่า ‘เกิด​อะไร​ขึ้น’[๒๗] คนใช้​จึง​ตอบ​ว่า ‘น้องชาย​ของ​ท่าน​กลับ​มา​บ้าน​ด้วย​ความปลอดภัย พ่อ​ของ​ท่าน​ก็​เลย​ให้​ฆ่า​ลูก​วัว​ตัว​อ้วน​พี​เลี้ยง​ฉลอง​กัน’[๒๘] พี่ชาย​โกรธ​มาก​และ​ไม่​ยอม​เข้า​ไป​ใน​งานเลี้ยง พ่อ​เขา​จึง​ออก​มา​ขอร้อง​ให้​เข้า​ไป​ข้าง​ใน[๒๙] แต่​เขา​ตอบ​พ่อ​ไป​ว่า ‘ดู​เอา​เถอะ ผม​รับใช้​พ่อ​มา​หลาย​ปี และ​ไม่​เคย​ขัด​คำสั่ง​พ่อ​เลย แต่​พ่อ​ยัง​ไม่​เคย​ให้​อะไร​ผม​เลย แม้แต่​แพะ​สัก​ตัว​เพื่อ​เลี้ยงฉลอง​กับ​เพื่อน​ฝูง​ก็​ไม่​มี[๓๐] แต่​พอ​ไอ้ลูก​ของ​พ่อ​คนนี้​กลับ​มา หลัง​จาก​ที่​ผลาญ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​พ่อ​ไป​กับ​หญิง​โสเภณี​จน​หมดเกลี้ยง พ่อ​ก็​ฆ่า​ลูกวัว​ตัว​อ้วนพี​ฉลอง​ให้​กับ​มัน’[๓๑] พ่อ​จึง​พูด​ว่า ‘ลูกรัก ลูก​อยู่​กับ​พ่อ​ตลอด​เวลา ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ของ​พ่อ​ก็​เป็น​ของ​ลูก​อยู่​แล้ว[๓๒] แต่​พวก​เรา​ควร​จะ​ดีใจ​และ​เฉลิม​ฉลอง​กัน เพราะ​น้อง​ตาย​ไป​แล้ว​แต่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่ หลงหาย​ไป​แล้ว​แต่​กลับ​พบ​กัน​อีก’”

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International