A A A A A

พระเจ้า: [ปาฏิหาริย์]


กิจการของอัครทูต ๓:๑๖
ชาย​ง่อย​คนนี้​หาย​ได้ เพราะ​ความ​เชื่อ​ใน​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเยซู คุณ​ก็​เห็น​และ​รู้จัก​เขา​ดี​นี่ แต่​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​ใน​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเยซู​ทำ​ให้​เขา​หาย​เป็น​ปกติ​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​เห็น​อยู่

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๐:๒๑
พระองค์​คือ​ผู้ที่​ท่าน​ควร​จะ​ยกย่อง​สรรเสริญ พระองค์​คือ​พระเจ้า​ของ​ท่าน พระองค์​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ยิ่งใหญ่​และ​น่ากลัว​ต่างๆนี้​เพื่อ​ท่าน ที่​ท่าน​ได้​เห็น​มา​แล้ว​กับ​ตา​ตัวเอง

อพยพ ๑๕:๒๖
พระองค์​พูดว่า “ถ้า​เจ้า​เชื่อฟัง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเจ้า​จริงๆ​และ​ทำ​สิ่งที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของพระองค์ และ​ฟัง​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระองค์ และ​รักษา​กฎ​ทั้งหมด​ของ​พระองค์​แล้วละก็ เรา​ก็​จะ​ไม่ให้​โรคร้าย​ต่างๆ​ที่​เกิดขึ้น​กับ​ชาว​อียิปต์ เกิดขึ้น​กับ​เจ้าเลย​เพราะ​เรา​คือ​ยาห์เวห์ ผู้ที่​รักษา​เจ้า”

เยเรมีย์ ๓๒:๒๗
“เยเรมียาห์ เรา​คือ​ยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​สิ่งมีชีวิต​ทั้งปวง มี​อะไร​ยาก​เกินไป​สำหรับ​เรา​หรือ”

ยอห์น ๒:๑๑
นี่​เป็น​เรื่อง​อัศจรรย์​ครั้ง​แรก​ที่​พระเยซู​ได้​ทำ ตอน​ที่​พระองค์​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​คานา ใน​แคว้น​กาลิลี พวกศิษย์​ต่าง​ก็​พา​กัน​ไว้วางใจ​พระองค์​เพราะ​ได้​เห็น​ความยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์

ลูกา ๑๘:๒๗
พระเยซู​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​หรอก แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้”

มาระโก ๙:๒๓
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ทำไม​ถึง​พูด​ว่า ‘ถ้า​อาจารย์​ช่วย​ได้’ ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ”

มัทธิว ๑๗:๒๐
พระเยซู​ตอบ​ว่า “เพราะ​พวก​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​น้อย​เกิน​ไป เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​นะ​ว่า แค่​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​เท่า​เมล็ด​มัสตาร์ด คุณ​สั่ง​ภูเขา​ลูกนี้​ให้​เคลื่อน​จาก​ที่​นี่​ไป​ที่​โน่น มัน​ก็​เคลื่อน​ไป​แล้ว จะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​คุณ​ทำ​ไม่​ได้​เลย”

มัทธิว ๑๙:๒๖
พระเยซู​มอง​พวก​ศิษย์​และ​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​อยู่​แล้ว แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้”

มัทธิว ๒๑:๒๑
พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้ ถ้า​คุณ​เชื่อ​โดย​ไม่​สงสัย​เลย คุณ​ก็​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้​เหมือน​กัน และ​จะ​ทำ​ได้​มาก​กว่า​นั้น​ด้วย แม้แต่​สั่ง​ให้​ภูเขา​ลูกนี้​ลอย​ลง​ไป​ใน​ทะเล มัน​ก็​จะ​เป็น​ไป​ตาม​นั้น

โรม ๑๕:๑๘-๑๙
[๑๘] ผม​ไม่​กล้า​พูด​ถึง​เรื่อง​อื่น​หรอก นอกจาก​เรื่อง​ที่​พระคริสต์​ได้​ทำ​ผ่าน​ผม​ใน​การ​นำ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ให้​มา​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า ผ่าน​ทาง​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ของ​ผม[๑๙] โดย​ฤทธิ์​อำนาจ​แห่ง​ปาฏิหาริย์ และ​การ​อัศจรรย์​ที่​มา​จาก​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า ดังนั้น​ผม​ได้​ประกาศ​ข่าว​ดี​ของ​พระคริสต์​จน​ทั่ว​แล้ว ตั้ง​แต่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​จน​ถึง​แคว้น​อิลลีริคุม

กิจการของอัครทูต ๑๙:๑๑-๑๒
[๑๑] ใน​ตอน​นั้น​พระเจ้า​กำลัง​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​อัน​เหลือเชื่อ​ผ่าน​มือ​ของ​เปาโล[๑๒] แม้แต่​ผ้า​เช็ดหน้า​กับ​ผ้า​กัน​เปื้อน​ที่​เปาโล​จับ เมื่อ​เอา​ไป​วาง​ไว้​ที่​ตัว​คนป่วย โรคภัย​ไข้เจ็บ​ก็​หาย​ไป และ​พวก​ผีชั่ว​ก็​ออก​จาก​ร่าง​ไป​ด้วย

โยบ ๕:๘-๙
[๘] ถ้า​เป็น​ข้า ข้า​จะ​แสวงหา​พระเจ้า และ​จะ​ยื่น​คำ​ร้อง​ของ​ข้า​ต่อ​พระองค์[๙] พระเจ้า​ทำ​เรื่อง​ยิ่งใหญ่​เกิน​กว่า​ที่​พวกเรา​จะ​เข้าใจ​ได้ กิจการ​อัน​น่ายำเกรง​ที่​พระองค์​ทำนั้น​เกิน​กว่า​ที่​จะ​นับ​ได้

เอเฟซัส ๓:๒๐-๒๑
[๒๐] พระเจ้า​สามารถ​ทำได้​ทุกสิ่ง​มาก​ยิ่งกว่า​ที่​เรา​จะขอ​หรือ​คิด​ได้ ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์​ที่​กำลัง​ทำงาน​อยู่​ใน​ตัวเรา[๒๑] ขอให้​พระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ทั้ง​จาก​หมู่ประชุม​ของ​พระองค์ และ​จาก​พระเยซู​คริสต์​ทุกยุค​ทุกสมัย​ตลอดไป อาเมน

กิจการของอัครทูต ๔:๒๙-๓๑
[๒๙] ตอนนี้​องค์​เจ้า​ชีวิต ขอ​โปรด​ฟัง​คำ​ขู่​ของ​พวก​เขา และ​ช่วย​พวก​เรา​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ให้​กล้า​ที่​จะ​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระองค์​ด้วย​เถิด[๓๐] ขอ​โปรด​ยื่น​มือ​ของ​พระองค์​ออก​มา​รักษา​โรค และ​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์ ผ่าน​ทาง​ชื่อ​ของ​พระเยซู ผู้รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์”[๓๑] เมื่อ​พวก​ผู้เชื่อ​อธิษฐาน​เสร็จ ที่​ที่​พวก​เขา​มา​รวม​ตัว​กัน​ก็​สั่น​สะเทือน จาก​นั้น​พวก​เขา​ทุก​คน​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​เริ่ม​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​อย่าง​กล้าหาญ

มาระโก ๑๖:๑๗-๒๐
[๑๗] คน​ที่​เชื่อ​จะ​มี​ฤทธิ์​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​ได้ คือ​จะ​ไล่​ผี​ชั่ว​ออก​ได้​โดย​อ้าง​ชื่อ​ของ​เรา จะ​พูด​ภาษา​แปลกๆ​ได้ จะ​จับ​งู​ได้​ด้วย​มือ​เปล่า[๑๘] หรือ​ถ้า​ดื่ม​ยา​พิษ​เข้า​ไป ก็​จะ​ไม่​เป็น​อันตราย​เลย และ​พวก​เขา​จะ​สามารถ​วางมือ​บน​คนป่วย​แล้ว​ทำ​ให้​พวก​คนป่วย​หาย​ได้”[๑๙] หลังจาก​ที่​องค์​พระเยซู​เจ้า​พูด​กับ​พวก​เขา​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ และ​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า[๒๐] ตั้ง​แต่​นั้น​เป็น​ต้น​มา พวก​ศิษย์​ได้​ออก​ไป​ประกาศ​ทุก​หน​ทุก​แห่ง องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ทำงาน​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ด้วย และ​ให้​ฤทธิ์​อำนาจ​กับ​พวก​เขา​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​ต่างๆ​ได้ เพื่อ​รับรอง​ว่า​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​พูด​นั้น​เป็น​ความจริง

ลูกา ๙:๑๓-๑๗
[๑๓] แต่​พระเยซู​กลับ​บอก​ว่า “พวก​คุณ​หา​อะไร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ” พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​มี​แค่​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่า​นั้น ถ้า​จะ​ให้​มี​อาหาร​พอ​ก็​ต้อง​ไป​ซื้อ​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​ทุก​คน”[๑๔] ขณะ​นั้น​มี​ผู้ชาย​อยู่​ประมาณ​ห้าพัน​คน แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ถ้า​งั้น​ไป​บอก​ให้​พวก​เขา​นั่ง​กัน​เป็น​กลุ่มๆ กลุ่ม​ละ​ประมาณ​ห้าสิบ​คน”[๑๕] พวก​เขา​ก็​ไป​ทำ​ตาม ทุก​คน​นั่ง​ลง​เป็น​กลุ่มๆ[๑๖] พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน และ​ปลา​สอง​ตัว​ขึ้น​มา พร้อม​แหงน​หน้า​ขึ้น​มอง​ท้องฟ้า ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ เพื่อ​เอา​ไป​แบ่ง​ให้​กับ​ทุก​คน[๑๗] พวก​ชาวบ้าน​ต่าง​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​กิน​ได้​อีก​สิบสอง​เข่ง​เต็มๆ

ลูกา ๘:๔๓-๔๘
[๔๓] ใน​กลุ่ม​คนนี้​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก​เพราะ​ตก​เลือด​มา​สิบสอง​ปี​แล้ว นาง​เสีย​เงิน​เสีย​ทอง​ไป​กับ​การรักษา​จน​หมดเนื้อ​หมดตัว แต่​ก็​ยัง​ไม่​หาย[๔๔] นาง​จึง​เข้า​มา​ทาง​ข้างหลัง​พระองค์ และ​แตะ​พู่​ที่​ชาย​เสื้อ​คลุม​พระองค์ เลือด​ที่​ไหล​อยู่​ก็​หยุด​ทันที[๔๕] พระเยซู​ถาม​ขึ้น​ว่า “ใคร​แตะ​ตัว​เรา” พวก​เขา​ต่าง​ปฏิเสธ เปโตร​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ มี​คน​เบียดเสียด​พระองค์​แน่น​ไป​หมด”[๔๖] แต่​พระองค์​ก็​พูด​ว่า “มี​คน​แตะ​ตัว​เรา​แน่ เพราะ​เรา​รู้สึก​ว่า​มี​พลัง​แผ่ซ่าน​ออก​จาก​ตัว”[๔๗] เมื่อ​หญิง​คน​นั้น​เห็น​ว่า นาง​หลบ​ไม่​พ้น​แล้ว ก็​ออก​มา​ก้มกราบ​ลง​ต่อหน้า​พระเยซู ด้วย​ความกลัว​จน​ตัว​สั่น​ต่อหน้า​คน​ทั้งหลาย นาง​อธิบาย​ว่า ทำไม​นาง​ถึง​ไป​แตะ​ต้อง​ตัว​พระองค์ ซึ่ง​ทำ​ให้​นาง​หาย​จาก​โรค​ทันที[๔๘] แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​หญิง​คน​นั้น​ว่า “ลูก​เอ๋ย ความเชื่อ​ของ​คุณ ได้​ทำ​ให้​คุณ​หาย​แล้ว ไป​เป็น​สุข​เถิด”

ยอห์น ๔:๔๖-๕๔
[๔๖] พระเยซู​ไป​หมู่บ้าน​คานา​ใน​แคว้น​กาลิลี​อีก​ครั้ง​หนึ่ง ซึ่ง​เป็น​หมู่บ้าน​ที่​พระองค์​เคย​เปลี่ยน​น้ำ​ให้​กลาย​เป็น​เหล้าองุ่น​มา​ก่อน ข้าราชการ​คน​หนึ่ง​ของ​กษัตริย์​อาศัย​อยู่​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม ลูกชาย​ของ​เขา​กำลัง​ป่วย​หนัก[๔๗] เมื่อ​ข้าราชการ​คน​นั้น​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​เดิน​ทาง​จาก​แคว้น​ยูเดีย​มา​ที่​แคว้น​กาลิลี เขา​มา​ขอ​ร้อง​ให้​พระเยซู​ไป​รักษา​ลูก​ของ​เขา​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม เพราะ​ลูก​ของ​เขา​กำลัง​จะ​ตาย[๔๘] พระเยซู​พูด​กับ​เขา​ว่า “คน​อย่าง​พวก​คุณ​คง​ไม่​เชื่อ​เรา​หรอก นอก​จาก​จะ​ได้​เห็น​เรื่อง​อัศจรรย์​หรือ​ปาฏิหาริย์​เสีย​ก่อน”[๔๙] ข้าราชการ​คน​นั้น​บอก​พระองค์​ว่า “ท่าน​ครับ ช่วย​ไป​ก่อน​ที่​ลูก​ของ​ผม​จะ​ตาย​ด้วย​เถิด”[๕๐] พระเยซู​บอก​ว่า “กลับ​บ้าน​ไป​เถอะ ลูก​คุณ​หาย​ดี​แล้ว” เขา​ก็​เชื่อ​ใน​คำพูด​ของ​พระเยซู แล้ว​กลับ​ไป[๕๑] ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น​เขา​ก็​ได้​พบ​กับ​พวก​คนใช้​ของ​เขา​ที่​มา​ส่งข่าว​ว่า​ลูกชาย​ของ​เขา​หาย​เป็น​ปกติ​แล้ว[๕๒] เขา​ถาม​พวก​คนใช้​ว่า​ลูกชาย​ของ​เขา​หาย​ป่วย​ตอนไหน พวก​คนใช้​ตอบ​ว่า “หาย​ไข้​เมื่อวานนี้​ตอน​บ่ายโมง​ครับ”[๕๓] พ่อ​ของ​เด็ก​ก็​รู้​ว่า​เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​พระเยซู​พูด​ว่า “ลูก​คุณ​หาย​ดี​แล้ว” ดังนั้น​ตัว​เขา​และ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​เขา​ได้​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู[๕๔] นี่​เป็น​เรื่อง​อัศจรรย์​ครั้ง​ที่​สอง​ที่​พระเยซู​ทำ​ตั้งแต่​ออก​จาก​แคว้น​ยูเดีย​มา​ที่​แคว้น​กาลิลี

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International