A A A A A

โบสถ์: [บทบาทสตรี]

กาลาเทีย ๓:๒๘
ไม่มี​คนยิว​หรือ​คนกรีก ไม่มี​ทาส​หรือ​คน​อิสระ ไม่มี​ชาย​หรือ​หญิง เพราะ​พวกคุณ​ทุกคน​เป็น​หนึ่งเดียว​กัน​ใน​พระเยซู​คริสต์

๑ ทิโมธี ๒:๙-๑๕
[๙] ส่วน​ผู้หญิง​ก็​เหมือน​กัน แต่ง​ตัว​ให้​ดู​ดี สุภาพ​เรียบร้อย​และ​ถูก​กาลเทศะ ไม่​ใช่​ทำ​ผม​ซะ​หรูหรา หรือ​ใส่​ทอง ไข่มุก หรือ​เสื้อผ้า​แพงๆ[๑๐] แต่​ให้​แต่งตัว​ด้วย​ความดี​จะ​ดี​กว่า ให้​เหมาะสม​กับ​เป็น​ผู้หญิง​ที่​นับถือ​พระเจ้า[๑๑] ผู้หญิง​ควร​จะ​เรียน​อย่าง​สงบ​เสงี่ยม​และ​เชื่อฟัง[๑๒] ผม​ไม่​อนุญาต​ให้​ผู้หญิง​สั่งสอน​หรือ​ใช้​อำนาจ​กดขี่​ผู้ชาย แต่​ให้​พวก​เธอ​อยู่​อย่าง​สงบสุข[๑๓] เพราะ​พระเจ้า​สร้าง​อาดัม​ก่อน แล้ว​ถึง​สร้าง​เอวา[๑๔] และ​คน​ที่​ถูก​ล่อ​ลวง​ไม่​ใช่​อาดัม แต่​เป็น​ผู้หญิง​ที่​ถูก​ล่อลวง​แล้ว​กลาย​เป็น​คนบาป[๑๕] อย่างไร​ก็​ตาม​ผู้หญิง​จะ​รอด​ได้​ด้วย​การ​คลอด​ลูก ถ้า​พวก​เขา​ยัง​รักษา​ความเชื่อ​ไว้ มี​ความรัก มี​ความ​บริสุทธิ์ และ​รู้จัก​ควบคุม​ตน​เอง​อย่าง​ดี

๑ ทิโมธี ๒:๑๒
ผม​ไม่​อนุญาต​ให้​ผู้หญิง​สั่งสอน​หรือ​ใช้​อำนาจ​กดขี่​ผู้ชาย แต่​ให้​พวก​เธอ​อยู่​อย่าง​สงบสุข

ปฐมกาล ๓:๑๖
แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​หญิงนั้น​ว่า “เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​ต้อง​ทำงาน​อย่างหนัก เจ้า​จะ​ต้อง​ตั้งท้อง​บ่อยๆ นอกจาก​จะ​ต้อง​ทำงาน​หนักแล้ว เจ้า​จะต้อง​คลอดลูก​อีกด้วย เจ้า​จะ​อยาก​ควบคุม ​สามี แต่​สามี​จะ​ครอบงำ​เจ้า”

๑ โครินธ์ ๑๑:๓
แต่​ผม​อยาก​ให้​พวกคุณ​รู้​ว่า พระคริสต์​เป็น​ศีรษะ​ของ​ผู้ชาย ​ทุกคน และ​ผู้ชาย​ก็​เป็น​ศีรษะ​ของ​ผู้หญิง และ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ศีรษะ​ของ​พระคริสต์

ลูกา ๘:๑-๓
[๑] ต่อมา​พระเยซู​เดินทาง​ไป​ตาม​เมือง​และ​หมู่บ้าน​ต่างๆ เพื่อ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พวก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ก็​อยู่​กับ​พระองค์​ด้วย[๒] แล้ว​ยัง​มี​พวก​ผู้หญิง​บางคน​ติดตาม​มา​ด้วย ที่​พระองค์​เคย​ขับ​ผี​ชั่ว​และ​รักษา​โรค​ต่างๆ​ให้ คือ มารีย์​ชาว​มักดาลา​ที่​พระเยซู​เคย​ขับ​ผี​ชั่ว​ทั้ง​เจ็ด​ออก​ให้[๓] นาง​โยอันนา​เมีย​ของ​คูซา​ผู้จัดการ​ทรัพย์สิน​ส่วนตัว​ของ​กษัตริย์​เฮโรด และ​นาง​สูสันนา​กับ​ผู้หญิง​คน​อื่นๆ​ที่​ใช้​ทรัพย์สิน​ส่วนตัว​ของ​พวก​นาง​เอง​คอย​ช่วยเหลือ​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระองค์​นั้น

ปฐมกาล ๒:๑๘
พระยาห์เวห์​พระเจ้า​พูดว่า “มัน​ไม่ดี​ที่​จะ​ให้​ผู้ชาย​คนนี้​อยู่​คนเดียว เรา​จะ​สร้าง​ผู้ช่วย​คนหนึ่ง​ที่​เหมือน​กับเขา​ให้​กับเขา”

เอเฟซัส 5:22-33
[22] พวกคุณ​ที่​เป็น​ภรรยา ให้​ยินยอม​สามี เหมือน​ที่​ยินยอม​องค์​เจ้า​ชีวิต[23] เพราะ​สามี​คือ​ศีรษะ​ของ​ภรรยา เหมือนกับ​ที่​พระคริสต์​เป็น​ศีรษะ​ของ​หมู่ประชุม คือ​พระองค์​เอง​เป็น​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​ร่างกาย[24] แต่​หมู่ประชุม​ยินยอม​พระคริสต์​อย่างไร ภรรยา​ก็​ควร​จะ​ยินยอม​สามี​ของ​ตน​ใน​ทุกเรื่อง​อย่างนั้น​ด้วย[25] พวกคุณ​ที่​เป็น​สามี ให้​รัก​ภรรยา​ของ​ตน​เหมือนกับ​ที่​พระคริสต์​รัก​หมู่ประชุม​ของ​พระองค์ และ​ได้​สละ​พระองค์​เอง​เพื่อ​ประโยชน์​ของ​หมู่ประชุม[26] ที่​พระคริสต์​ทำ​อย่างนี้​ก็​เพื่อ​ชำระ​ล้าง​หมู่ประชุม​ของ​พระองค์ ให้​บริสุทธิ์​ด้วย​น้ำ​และ​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์[27] เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​มอบ​หมู่ประชุม​ที่​สง่างาม​ให้กับ​พระองค์​เอง เป็น​เจ้าสาว​ที่​ไม่มี​ตำหนิ ริ้วรอย หรือ​ความ​บกพร่อง​อะไร​เลย แต่​จะ​บริสุทธิ์​หมดจด​ทุกอย่าง[28] สามี​ก็​เหมือนกัน ควรจะ​รัก​ภรรยา​ของ​ตน​เหมือนกับ​รัก​ร่างกาย​ของ​ตนเอง คน​ที่​รัก​ภรรยา​ก็​รัก​ตัวเอง​นั่นแหละ[29] เพราะ​ไม่มี​ใคร​หรอก​ที่​เกลียด​ร่างกาย​ของ​ตนเอง มี​แต่​จะ​เลี้ยงดู​และ​เอาใจใส่ เหมือนกับ​ที่​พระคริสต์​เลี้ยงดู​และ​เอาใจใส่​หมู่ประชุม​ของ​พระองค์[30] เพราะ​เรา​เป็น​อวัยวะ​ใน​ร่างกาย​ของ​พระองค์[31] เหมือนกับ​ที่​พระคัมภีร์​พูด​เอาไว้​ว่า “ดังนั้น​ผู้ชาย​จะ​จาก​พ่อ​และ​แม่​ของ​เขา ไป​เป็น​หนึ่งเดียว​กับ​ภรรยา​ของ​ตน และ​เขา​ทั้งสอง​จะ​เป็น​ร่างกาย​เดียวกัน”[32] เรื่องนี้​เป็น​เรื่อง​ลึกลับ​มาก และ​ผม​เอา​เรื่องนี้​มา​เปรียบเทียบ​กับ​สายสัมพันธ์​ระหว่าง​พระคริสต์​กับ​หมู่ประชุม​ของ​พระองค์[33] อย่างไร​ก็ตาม พวกคุณ​แต่ละ​คน ต้อง​รัก​ภรรยา​ของ​ตน เหมือนกับ​รัก​ตนเอง ส่วน​ภรรยา​จะ​ต้อง​เคารพ​สามี​ของ​ตน

๑ ทิโมธี 2:11-15
[11] ผู้หญิง​ควร​จะ​เรียน​อย่าง​สงบ​เสงี่ยม​และ​เชื่อฟัง[12] ผม​ไม่​อนุญาต​ให้​ผู้หญิง​สั่งสอน​หรือ​ใช้​อำนาจ​กดขี่​ผู้ชาย แต่​ให้​พวก​เธอ​อยู่​อย่าง​สงบสุข[13] เพราะ​พระเจ้า​สร้าง​อาดัม​ก่อน แล้ว​ถึง​สร้าง​เอวา[14] และ​คน​ที่​ถูก​ล่อ​ลวง​ไม่​ใช่​อาดัม แต่​เป็น​ผู้หญิง​ที่​ถูก​ล่อลวง​แล้ว​กลาย​เป็น​คนบาป[15] อย่างไร​ก็​ตาม​ผู้หญิง​จะ​รอด​ได้​ด้วย​การ​คลอด​ลูก ถ้า​พวก​เขา​ยัง​รักษา​ความเชื่อ​ไว้ มี​ความรัก มี​ความ​บริสุทธิ์ และ​รู้จัก​ควบคุม​ตน​เอง​อย่าง​ดี

ลูกา ๑๐:๓๘-๔๒
[๓๘] ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​แห่ง​หนึ่ง ที่​นั่น​มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มารธา นาง​เชิญ​พระองค์​พัก​ที่​บ้าน​ของ​นาง[๓๙] มารีย์​ซึ่ง​เป็น​น้องสาว​ของ​มารธา มา​นั่ง​อยู่​ที่​เท้า​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ฟัง​พระองค์​พูด​อย่าง​ตั้งใจ[๔๐] ส่วน​มารธา​นั้น​กำลัง​ยุ่ง​อยู่​กับ​การจัดเตรียม​ต่างๆ นาง​ก็​มา​ตัดพ้อ​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ ไม่​สนใจ​เลย​หรือ​ที่​น้องสาว​ปล่อย​ให้​ดิฉัน​ทำงาน​อยู่​คน​เดียว สั่ง​ให้​เธอ​มา​ช่วย​หน่อย​ได้​ไหม”[๔๑] แต่​องค์​เจ้า​ชีวิต​ตอบ​นาง​ไป​ว่า “มารธา มารธา​เอ๋ย เธอ​กำลัง​กังวล​และ​วุ่นวาย​กับ​หลาย​เรื่อง​นัก[๔๒] แต่​มี​สิ่ง​เดียว​เท่านั้น​ที่​จำเป็น และ​มารีย์​ก็​เลือก​เอา​สิ่ง​นั้น​ที่​ดี​กว่า​ไว้​แล้ว และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​แย่ง​สิ่ง​นั้น​ไป​จาก​เธอ”

ทิตัส ๒:๓-๕
[๓] ส่วน​หญิง​สูง​อายุ​ก็​เหมือน​กัน สอน​ให้​เขา​มี​ชีวิต​ที่​บริสุทธิ์​อย่าง​ผู้ที่​นับถือ​พระเจ้า อย่า​เที่ยว​ไป​ซุบซิบ​นินทา หรือ​ติด​เหล้า แต่​ให้​เป็น​คน​สอน​สิ่ง​ดีๆ[๔] จะ​ได้​อบรม​หญิง​สาว​ให้​รัก​สามี​และ​ลูกๆ[๕] ให้​มี​ความ​สุขุม​รอบคอบ​และ​บริสุทธิ์ ดูแล​บ้าน​ช่อง​เป็น​อย่าง​ดี มี​ใจ​โอบอ้อมอารี​และ​ยินยอม​สามี จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​พูดจา​ดู​หมิ่น​คำสอน​ของ​พระเจ้า​ได้

๑ โครินธ์ ๑๑:๒-๑๖
[๒] ผม​ขอ​ชม​พวกคุณ​ที่​คิดถึง​ผม​บ่อยๆ​ใน​ทุกเรื่อง และ​ทำตาม​สิ่งต่างๆ​ที่​ผม​สอน​พวกคุณ[๓] แต่​ผม​อยาก​ให้​พวกคุณ​รู้​ว่า พระคริสต์​เป็น​ศีรษะ​ของ​ผู้ชาย ​ทุกคน และ​ผู้ชาย​ก็​เป็น​ศีรษะ​ของ​ผู้หญิง และ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ศีรษะ​ของ​พระคริสต์[๔] ผู้ชาย​ทุกคน​ที่​อธิษฐาน​ออกเสียง​หรือ​พูด​แทน​พระเจ้า​โดย​มี​ผ้าคลุมหัว​อยู่​ก็​ลบหลู่​ศีรษะ​ของเขา ​เอง[๕] แต่​ผู้หญิง​ทุกคน​ที่​อธิษฐาน​ออกเสียง​หรือ​พูด​แทน​พระเจ้า และ​ไม่ได้​เอา​ผ้าคลุมหัว​ไว้ นาง​ก็​ลบหลู่​ศีรษะ​ของ​นาง​เอง พอๆ​กับ​ที่​นาง​ไป​โกนหัว​มา[๖] ถ้า​ผู้หญิง​ไม่มี​ผ้า​คลุม​ศีรษะ นาง​ก็​ควรจะ​ตัด​ผม​เกรียน​เสีย แต่​ถ้า​ตัด​ผม​เกรียน​หรือ​โกนหัว​ก็​จะ​ทำ​ให้​นาง​ขายหน้า ก็​ให้​นาง​เอา​ผ้า​คลุม​ศีรษะ​ซะ[๗] แต่​ผู้ชาย​ไม่ควร​เอา​ผ้า​คลุม​ศีรษะ เพราะ​เขา​เป็น​ภาพ​สะท้อน​และ​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​พระเจ้า แต่​ผู้หญิง​ก็​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​ผู้ชาย[๘] เพราะ​ผู้หญิง​มา​จาก​ผู้ชาย ไม่ใช่​ผู้ชาย​มา​จาก​ผู้หญิง[๙] และ​ผู้ชาย​ก็​ไม่ได้​ถูก​สร้าง​มา​เพื่อ​ผู้หญิง แต่​ผู้หญิง​ถูก​สร้าง​มา​เพื่อ​ผู้ชาย[๑๐] เพราะ​เหตุนี้ พวก​ผู้หญิง​จึง​ต้อง​รู้จัก​ควบคุม​ตัวเอง​ใน​เรื่อง​ที่​เกี่ยวกับ​ศีรษะนี้ นาง​ควร​จะ​ทำ​อย่างนี้​เพื่อ​เห็นแก่​พวก​ทูตสวรรค์​ด้วย[๑๑] อย่างไร​ก็ตาม​ผู้หญิง​ก็​ต้อง​พึ่ง​ผู้ชาย​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ผู้ชาย​ก็​ต้อง​พึ่ง​ผู้หญิง[๑๒] เริ่มแรก​ผู้หญิง​มา​จาก​ผู้ชาย แต่​ต่อมา​ผู้ชาย​ก็​เกิด​มา​จาก​ผู้หญิง แต่​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ก็​มา​จาก​พระเจ้า[๑๓] พวกคุณ​ตัดสินใจ​กัน​เอาเอง​ก็​แล้วกัน​ว่า มัน​เหมาะ​หรือ​เปล่า​ที่​ผู้หญิง​จะ​อธิษฐาน​ออกเสียง​ต่อ​พระเจ้า​ใน​ที่ประชุม​โดย​ไม่มี​ผ้าคลุมศีรษะ[๑๔] โดย​ทั่วไป เรา​รู้​ว่า​มัน​เสีย​ศักดิ์ศรี​ที่​ผู้ชาย​จะ​ไว้​ผมยาว[๑๕] แต่​สำหรับ​ผู้หญิง​ที่​ไว้​ผมยาว​ก็​สม​ศักดิ์ศรี เพราะ​เอาไว้​คลุมหัว​ของ​นาง​ตาม​ธรรมชาติ[๑๖] ตอนนี้ ถ้า​มี​ใคร​คิด​อยาก​จะ​เถียง​ใน​เรื่องนี้ ผม​ขอ​บอก​ให้รู้​เลย​ว่า พวกเรา​รวมทั้ง​หมู่ประชุม​ต่างๆ​ของ​พระเจ้า ไม่​ทำ​อย่างอื่น​นอกจาก​สิ่ง​ที่​สอนนี้

กิจการของอัครทูต ๑๘:๒๖
อปอลโล เริ่ม​พูด​เรื่อง​ของ​พระเยซู​อย่าง​กล้าหาญ​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว เมื่อ​ปริสสิลลา​และ​อาควิลลา​มา​ได้ยิน​เข้า ก็​พา​อปอลโล​หลบ​มา​ข้างๆ​และ​อธิบาย​เรื่อง​แนว​ทาง​ของ​พระเจ้า​ให้​เขา​รู้​อย่าง​ถูกต้อง​ยิ่ง​ขึ้น

๑ โครินธ์ ๑๔:๓๓-๓๕
[๓๓] เพราะ​พระเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​ความ​วุ่นวาย แต่​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​สันติสุข เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​เป็น​ใน​ที่ประชุม​ทุก​แห่ง​ของ​คน​ของ​พระเจ้า[๓๔] พวก​ผู้หญิง ​ควร​จะ​อยู่​เงียบๆ​ใน​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้รับ​อนุญาต​ให้​พูด​สอด​แทรก​ขึ้น​มา​อยู่​เรื่อยๆ​แต่​ให้​อยู่​ใน​ระเบียบ​เหมือน​กับ​ที่​กฎ​บอก​ไว้[๓๕] ถ้า​พวก​เขา​อยาก​รู้​อะไร ก็​ให้​ไป​ถาม​สามี​ที่​บ้าน เพราะ​มัน​เป็น​เรื่อง​น่าอาย​ที่​ผู้หญิง​จะ​พูด​สอด​แทรก​ขึ้น​มา​อยู่​เรื่อยๆ​ใน​ที่ประชุม​ของ​พระเจ้า

๑ ทิโมธี ๒:๑๑
ผู้หญิง​ควร​จะ​เรียน​อย่าง​สงบ​เสงี่ยม​และ​เชื่อฟัง

เอเฟซัส ๕:๒๒-๒๔
[๒๒] พวกคุณ​ที่​เป็น​ภรรยา ให้​ยินยอม​สามี เหมือน​ที่​ยินยอม​องค์​เจ้า​ชีวิต[๒๓] เพราะ​สามี​คือ​ศีรษะ​ของ​ภรรยา เหมือนกับ​ที่​พระคริสต์​เป็น​ศีรษะ​ของ​หมู่ประชุม คือ​พระองค์​เอง​เป็น​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​ร่างกาย[๒๔] แต่​หมู่ประชุม​ยินยอม​พระคริสต์​อย่างไร ภรรยา​ก็​ควร​จะ​ยินยอม​สามี​ของ​ตน​ใน​ทุกเรื่อง​อย่างนั้น​ด้วย

โรม ๑๖:๑
ผม​ขอ​แนะนำ​เฟบี​น้องสาว​ของ​เรา​ให้​กับ​คุณ เธอ​เป็น​ผู้รับใช้​พิเศษ ​ของ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เคนเครีย

ทิตัส ๒:๔-๕
[๔] จะ​ได้​อบรม​หญิง​สาว​ให้​รัก​สามี​และ​ลูกๆ[๕] ให้​มี​ความ​สุขุม​รอบคอบ​และ​บริสุทธิ์ ดูแล​บ้าน​ช่อง​เป็น​อย่าง​ดี มี​ใจ​โอบอ้อมอารี​และ​ยินยอม​สามี จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​พูดจา​ดู​หมิ่น​คำสอน​ของ​พระเจ้า​ได้

เอเฟซัส ๕:๒๒
พวกคุณ​ที่​เป็น​ภรรยา ให้​ยินยอม​สามี เหมือน​ที่​ยินยอม​องค์​เจ้า​ชีวิต

๑ ทิโมธี ๕:๑๔
ดังนั้น ผม​จึง​อยาก​ให้​แม่ม่าย​ที่​ยัง​สาว​นั้น​แต่งงาน​ใหม่​และ​มี​ลูก​เสีย และ​ดูแล​บ้าน​เรือน​ของ​พวก​เธอ​เพื่อ​ไม่​ให้​คน​ที่​ต่อต้าน​เรา​ตำหนิ​ได้

มัทธิว ๒๗:๕๕-๕๖
[๕๕] มี​ผู้หญิง​หลาย​คน​ที่​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ พวก​เธอ​เคย​ติด​ตาม​รับใช้​พระเยซู​มา​ตั้งแต่​แคว้น​กาลิลี[๕๖] ใน​พวก​นั้น​มี มารีย์​ชาว​มักดาลา มารีย์​แม่​ของ​ยากอบ​กับ​โยเซฟ และ​แม่​ของ​ยากอบ​กับ​ยอห์น​ที่​เป็น​ภรรยา​ของ​เศเบดี

๑ โครินธ์ ๑๔:๓๔-๓๕
[๓๔] พวก​ผู้หญิง ​ควร​จะ​อยู่​เงียบๆ​ใน​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้รับ​อนุญาต​ให้​พูด​สอด​แทรก​ขึ้น​มา​อยู่​เรื่อยๆ​แต่​ให้​อยู่​ใน​ระเบียบ​เหมือน​กับ​ที่​กฎ​บอก​ไว้[๓๕] ถ้า​พวก​เขา​อยาก​รู้​อะไร ก็​ให้​ไป​ถาม​สามี​ที่​บ้าน เพราะ​มัน​เป็น​เรื่อง​น่าอาย​ที่​ผู้หญิง​จะ​พูด​สอด​แทรก​ขึ้น​มา​อยู่​เรื่อยๆ​ใน​ที่ประชุม​ของ​พระเจ้า

ผู้วินิจฉัย ๔:๔
เดโบราห์​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ที่​กำลัง​ทำ​หน้าที่​เป็น​ผู้นำ​ของ​อิสราเอล​อยู่​ใน​เวลา​นั้น นาง​เป็น​เมีย​ของ​ลับปิโดท

โรม ๑๖:๗
ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อันโดรนิคัส​และ​ยูเนีย เพื่อน​ยิว​ที่​เคย​ติด​คุก​อยู่​กับ​ผม​และ​เป็น​ศิษย์เอก​ที่​มี​ชื่อเสียง​ดี และ​เป็น​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระคริสต์​ก่อน​ผม​ด้วย

เอเฟซัส ๕:๒๑
ให้​ยินยอม​ซึ่งกัน​และ​กัน เพราะ​ยำเกรง​พระคริสต์

ทิตัส ๒:๑
ส่วน​คุณ​ให้​พูด​ใน​สิ่ง​ที่​สอดคล้อง​กับ​คำสอน​ที่​เป็น​ประโยชน์

๑ โครินธ์ ๑๑:๗
แต่​ผู้ชาย​ไม่ควร​เอา​ผ้า​คลุม​ศีรษะ เพราะ​เขา​เป็น​ภาพ​สะท้อน​และ​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​พระเจ้า แต่​ผู้หญิง​ก็​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​ผู้ชาย

สุภาษิต 31:10-31
[10] เมีย​ที่​ดีๆ​นั้น หา​ได้​ยาก​มาก เธอ​มี​ค่า​ยิ่งกว่า​ทับทิม​มากนัก[11] จิตใจ​ของ​สามี​เธอ​ก็​ไว้วางใจ​ใน​ตัว​เธอ และ​เขา​ไม่​ขาด​สิ่ง​ดี​อะไร​เลย[12] ตลอด​ชีวิต​ของ​เธอ เธอ​นำ​ประโยชน์​มา​ให้​เขา ไม่​ใช่​ความ​เสียหาย[13] เธอ​หา​ขน​แกะ​และ​ปอ เอา​มา​ทำ​เสื้อผ้า และ​เธอ​ก็​ทำ​งาน​ด้วย​มือ​อย่าง​มี​ความสุข[14] เธอ​เป็น​เหมือน​พวก​เรือ​สินค้า เธอ​นำ​อาหาร​มา​จาก​ที่​ห่างไกล[15] เธอ​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้ามืด เธอ​จัดเตรียม​อาหาร​ให้​กับ​ครัวเรือน​ของ​เธอ และ​แบ่ง​งาน​ให้​กับ​พวก​สาวใช้​ทำ[16] เธอ​สำรวจ​ไร่นา​อย่าง​ถี่ถ้วน แล้ว​ซื้อ​มัน​มา และ​เธอ​ก็​ปลูก​สวนองุ่น​ไว้​ที่นั่น เธอ​ทำ​ทั้งหมดนี้​ด้วย​เงิน​ที่​ได้​มา​จาก​น้ำพัก​น้ำแรง​ของ​เธอเอง[17] เธอ​เตรียม​ตัว​ทำ​งาน​อย่าง​ขยัน​ขันแข็ง และ​ทุ่มเท​ทำ​งาน​ด้วย​พละกำลัง​ของ​เธอ[18] เธอ​รู้​ว่า​การค้า​ของ​เธอ​มี​กำไร เธอ​ทำ​งาน​ทั้งวัน​ทั้งคืน ตะเกียง​ไม่​เคย​ดับ[19] เธอ​จับ​ไม้​พัน​ด้าย และ​เธอ​ก็​ปั่น​ด้าย​ทำ​เสื้อเอง[20] เธอ​หยิบยื่น​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​เธอ​ก็​ยื่น​มือ​เข้า​ช่วย​คน​ขัดสน[21] เมื่อ​หิมะ​ตก เธอ​ก็​ไม่​กลัว​ว่า ครัวเรือน​ของ​เธอ​จะ​หนาว เพราะ​เธอ​ได้​เตรียม​เสื้อผ้า​อย่างดี ที่​ทำ​จาก​ขนแกะ​สีแดงเข้ม ให้​กับ​ครัวเรือน​ของ​เธอแล้ว[22] เธอ​ทำ​ผ้า​ปู​ที่นอน​เอง เสื้อผ้า​ของ​เธอ​ก็​เป็น​ผ้าลินิน​สีม่วง​อย่างดี[23] สามี​ของ​เธอ​เป็น​ที่​นับถือ​ที่​ประตู​เมือง เขา​นั่ง​อยู่​ท่ามกลาง​ผู้​อาวุโส​ของ​แผ่นดิน[24] เธอ​ทำ​เสื้อผ้า​ลินิน​และ​ขาย​พวก​มัน และ​เธอ​ก็​จัดหา​ผ้า​คาดเอว​มา​ขายส่ง​ให้​กับ​พ่อค้า[25] ทุกคน​มอง​ว่า​เธอ​มี​พละกำลัง​และ​ศักดิ์ศรี เธอ​หัวเราะ​ให้​กับ​อนาคต​ที่​กำลัง​จะ​มา​ถึง[26] เธอ​อ้า​ปาก​พูด​ด้วย​สติปัญญา และ​ลิ้น​ของ​เธอ​สอน​อย่าง​สุภาพ​อ่อนโยน[27] เธอ​คอย​ควบคุม​ดูแล​การงาน​ต่างๆ​ใน​ครัวเรือน​ของ​เธอ เธอ​กิน​อาหาร​ที่​ได้​มา​จาก​น้ำพัก​น้ำแรง​ของ​เธอ​เอง[28] ลูกๆ​ของ​เธอ​ยืน​ขึ้น​พูด​ให้​เกียรติ​กับ​เธอ สามี​ของ​เธอ​ก็​ทำ​อย่างนั้น​ด้วย และ​เขา​ก็​ชม​เธอ[29] ว่า “มี​ผู้หญิง​จำนวน​มาก​ที่​พิสูจน์​ว่า​ตัวเอง​มี​ค่า แต่​เธอ​มี​ค่า​กว่า​พวกเขา​ทั้งหมด”[30] เสน่ห์​เป็น​เรื่อง​หลอกลวง และ​ความ​สวยงาม​ก็​ไม่​ยั่งยืน แต่​ผู้หญิง​ที่​ยำเกรง​พระยาห์เวห์ สมควร​จะ​ได้รับ​คำยกย่อง[31] ให้​เธอ​ได้รับ​รางวัล​สำหรับ​สิ่ง​ที่​เธอ​ทำ และ​ให้​การงาน​ต่างๆ​ของ​เธอ นำ​เกียรติ​มา​ให้​กับ​เธอ ที่​ประตู​เมือง

๑ ทิโมธี 2:13-14
[13] เพราะ​พระเจ้า​สร้าง​อาดัม​ก่อน แล้ว​ถึง​สร้าง​เอวา[14] และ​คน​ที่​ถูก​ล่อ​ลวง​ไม่​ใช่​อาดัม แต่​เป็น​ผู้หญิง​ที่​ถูก​ล่อลวง​แล้ว​กลาย​เป็น​คนบาป

๑ ทิโมธี ๓:๒
ผู้ดูแล​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​ไม่​มี​ที่ติ มี​เมีย​แค่​คน​เดียว ควบคุม​ตัวเอง​ได้ มี​สติ​รอบคอบ น่านับถือ ยินดี​ต้อนรับ​แขก​แปลก​หน้า และ​สอน​เก่ง

๑ ทิโมธี ๓:๑๑
ผู้ช่วย​พิเศษ​ที่​เป็น​ผู้หญิง ​ก็​เหมือน​กัน จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​น่า​นับถือ ต้อง​ไม่​ใส่ร้าย​คน​อื่น แต่​ต้อง​เป็น​คน​ที่​รู้จัก​ควบคุม​ตน​เอง และ​ไว้ใจ​ได้​ใน​ทุก​เรื่อง

ปฐมกาล ๑:๒๗
แล้ว​พระเจ้า​ได้​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระองค์ พระองค์​สร้าง​เขา​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระเจ้า พระองค์​สร้าง​พวกเขา​เป็น​ชาย​และ​หญิง

เอเฟซัส ๕:๒๓
เพราะ​สามี​คือ​ศีรษะ​ของ​ภรรยา เหมือนกับ​ที่​พระคริสต์​เป็น​ศีรษะ​ของ​หมู่ประชุม คือ​พระองค์​เอง​เป็น​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​ร่างกาย

ทิตัส ๒:๓
ส่วน​หญิง​สูง​อายุ​ก็​เหมือน​กัน สอน​ให้​เขา​มี​ชีวิต​ที่​บริสุทธิ์​อย่าง​ผู้ที่​นับถือ​พระเจ้า อย่า​เที่ยว​ไป​ซุบซิบ​นินทา หรือ​ติด​เหล้า แต่​ให้​เป็น​คน​สอน​สิ่ง​ดีๆ

๑ เปโตร ๓:๗
ใน​ทำนอง​เดียวกัน พวก​คุณ​ที่​เป็น​สามี​ก็​ให้​อยู่​กิน​กับ​ภรรยา​ด้วย​ความ​เข้าอก​เข้าใจ เพราะ​เธอ​อ่อนแอ​กว่า พระเจ้า​ได้​เมตตา​ยก​ชีวิต​ใหม่​ให้​พวกคุณ​เป็น​มรดก และ​เธอ​เป็น​หุ้นส่วน​กับ​คุณ​ใน​มรดก​นี้​ด้วย คุณ​จึง​ควร​จะ​ให้​เกียรติ​กับ​เธอ ถ้า​คุณ​ไม่​ทำ​อย่างนั้น พระเจ้า​ก็​จะ​ไม่ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​คุณ

โคโลสี ๓:๑๘-๑๙
[๑๘] พวก​คุณ​ที่​เป็น​ภรรยา ให้​ยินยอม​ต่อ​สามี​ของ​ตน เพราะ​นั่น​เป็น​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต[๑๙] พวก​คุณ​ที่​เป็น​สามี ให้​รัก​ภรรยา​ของ​ตน และ​อย่า​ได้​ก้าวร้าว​กับ​เธอ

ปฐมกาล ๑:๒๖-๒๘
[๒๖] พระเจ้า​พูด​อีก​ว่า “ขอให้​เรา​สร้าง​มนุษย์ ขึ้นมา​ตาม​รูปแบบ​ของเรา ให้​เหมือนกับ​เรา และ​ให้​เขา​ปกครอง​ฝูงปลา​ใน​ทะเล ฝูงนก​ใน​อากาศ สัตว์เลี้ยง​ขนาดใหญ่ และ​โลก​ทั้งโลก รวมทั้ง​สัตว์เลื้อย​คลาน​ขนาดเล็ก​ทั้งหมด​บน​โลก”[๒๗] แล้ว​พระเจ้า​ได้​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระองค์ พระองค์​สร้าง​เขา​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระเจ้า พระองค์​สร้าง​พวกเขา​เป็น​ชาย​และ​หญิง[๒๘] พระเจ้า​อวยพร​พวกเขา และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ขอให้​มี​ลูกดก​ทวี​มากมาย​จน​เต็ม​แผ่นดิน​โลก ให้​ควบคุม​โลกนี้ และ​ปกครอง​ฝูงปลา​ใน​ทะเล ฝูงนก​ใน​อากาศ และ​สิ่งมีชีวิต​ทุกอย่าง​ที่​เคลื่อนไหว​อยู่​บน​โลกนี้”

๑ เปโตร ๓:๑-๗
[๑] ใน​ทำนอง​เดียว​กัน พวกคุณ​ที่​เป็น​ภรรยา​ก็​ให้​ยินยอม​สามี เพื่อ​ว่า​ถ้า​มี​สามี​บางคน​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า ชีวิต​ที่​ดี​ของ​คุณ​อาจ​จะ​ชนะ​ใจ​เขา และ​ทำ​ให้​เขา​มา​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ได้ โดย​ที่​คุณ​ไม่ต้อง​พูด​อะไรเลย​สักคำ[๒] เพราะ​เขา​สังเกต​ว่า​ชีวิต​ของคุณ​บริสุทธิ์ และ​มี​ใจ​ยำเกรง​พระเจ้า​ขนาดไหน[๓] ความงาม​ของคุณ ไม่ควร​จะ​มา​จาก​การ​ตกแต่ง​ภายนอก เช่น​การ​ทำ​ผม​หรูหรา​ฟู่ฟ่า ใส่​เครื่องทอง หรือ ใส่​เสื้อผ้า​ราคา​แพง[๔] แต่​ให้​งาม​จาก​ภายใน​ที่​ไม่มี​วัน​จืดจาง ซึ่ง​ก็​หมายถึง​ความ​สุภาพ​อ่อนโยน สงบ​เรียบร้อย ซึ่ง​มีค่า​ยิ่งนัก​ใน​สายตา​พระเจ้า[๕] ผู้หญิง​ใน​สมัยก่อน​ที่​บริสุทธิ์ และ​หวังใจ​ใน​พระเจ้า​นั้น ได้​ตกแต่ง​ตัวเอง​ให้​มี​เสน่ห์​ด้วย​การ​ยินยอม​สามี[๖] เหมือนกับ​ที่​นาง​ซาราห์​เชื่อฟัง​อับราฮัม​และ​เรียก​เขา​ว่า “นาย​ของ​ฉัน” ถ้า​คุณ​ทำ​อย่างนี้ คุณ​ก็​จะ​เป็น​ลูกสาว​ที่​แท้จริง​ของ​นาง แต่​จะ​ต้อง​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ตามใจ​พระเจ้า โดย​ไม่​กลัว​ว่า​สามี​จะ​ทำ​อะไร​คุณ[๗] ใน​ทำนอง​เดียวกัน พวก​คุณ​ที่​เป็น​สามี​ก็​ให้​อยู่​กิน​กับ​ภรรยา​ด้วย​ความ​เข้าอก​เข้าใจ เพราะ​เธอ​อ่อนแอ​กว่า พระเจ้า​ได้​เมตตา​ยก​ชีวิต​ใหม่​ให้​พวกคุณ​เป็น​มรดก และ​เธอ​เป็น​หุ้นส่วน​กับ​คุณ​ใน​มรดก​นี้​ด้วย คุณ​จึง​ควร​จะ​ให้​เกียรติ​กับ​เธอ ถ้า​คุณ​ไม่​ทำ​อย่างนั้น พระเจ้า​ก็​จะ​ไม่ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​คุณ

สุภาษิต ๑๒:๔
ภรรยา​ที่​ดี​เปรียบ​เหมือน​มงกุฎ​ของ​สามี แต่​ภรรยา​ที่​นำ​ความอับอาย​มา​ให้ ก็​เปรียบ​เหมือน​มะเร็ง​ใน​กระดูก​ของ​เขา

๑ โครินธ์ ๑๔:๓๔
พวก​ผู้หญิง ​ควร​จะ​อยู่​เงียบๆ​ใน​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้รับ​อนุญาต​ให้​พูด​สอด​แทรก​ขึ้น​มา​อยู่​เรื่อยๆ​แต่​ให้​อยู่​ใน​ระเบียบ​เหมือน​กับ​ที่​กฎ​บอก​ไว้

โคโลสี ๔:๑๕
ผม​ขอ​ฝาก​ความคิดถึง​ไป​ให้​กับ​พี่น้อง​ใน​เมือง​เลาดีเซีย และ​นาง​นุมฟา​กับ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​ประชุม​ใน​บ้าน​ของ​เธอ​ด้วย

ฟีลิปปี ๔:๒-๓
[๒] ผม​ได้​ขอ​ร้อง ยูโอเดีย กับ สินทิเค ให้​เป็น​น้ำหนึ่งใจ​เดียวกัน​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต[๓] เพื่อน​รัก น้อง​เป็น​เพื่อน​ร่วม​งาน ผม ขอ​ร้อง​ให้​น้อง​ไป​ช่วย​ผู้หญิง​สอง​คน​นี้​ให้​ดี​กัน ทั้ง​สอง​คน​นี้​ได้​ทำงาน​อย่าง​หนัก​ใน​การ​ประกาศ​ข่าวดี​ร่วม​กับ​ผม พร้อม​กับ​เคลเมนต์​และ​เพื่อน​ร่วม​งาน​คน​อื่นๆ​ของ​ผม ชื่อ​ของ​คน​เหล่า​นี้​ได้​จด​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​แห่ง​ชีวิต

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International