A A A A A

เพิ่มเติม: [การเป็นทาส]

๑ โครินธ์ ๗:๒๑
ถ้า​เป็น​ทาส​อยู่​ก็​ไม่ต้อง​กลุ้มใจ แต่​ถ้า​มี​โอกาส​เป็น​อิสระ​ก็​ให้​ฉวย​เอา​ไว้

๑ เปโตร ๒:๑๖-๑๘
[๑๖] ขอให้​พวกคุณ​ใช้​ชีวิต​อย่าง​อิสระ แต่​อย่า​ใช้​ความ​เป็น​อิสระ​นั้น​มา​เป็น​ข้ออ้าง​บังหน้า​เพื่อ​จะ​ทำชั่ว แต่​ให้​ใช้​ชีวิต​สม​กับ​ที่​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​ดีกว่า[๑๗] ให้​เกียรติ​กับ​ทุกๆคน ให้​รัก​พี่น้อง​ใน​พระคริสต์ ให้​เกรง​กลัว​พระเจ้า และ​ให้​เกียรติ​กับ​กษัตริย์​ด้วย[๑๘] พวกคุณ​ที่​เป็น​ทาส ให้​ยอม​เชื่อฟัง​เจ้านาย​ของ​ตน​ด้วย​ความ​เคารพ​อย่างสูง ไม่ใช่​ยอม​เชื่อฟัง​เจ้านาย​ที่​ดี​และ​มี​น้ำใจ​เท่านั้น แต่​ให้​ยอม​เชื่อฟัง​เจ้านาย​ที่​โหดร้าย​ด้วย

๑ ทิโมธี ๑:๑๐
คน​ที่​ทำ​ผิด​ทาง​เพศ คน​ที่​เป็น​เกย์ คน​ที่​ค้า​ขาย​ทาส คน​โกหก คน​ที่​ให้​การ​เท็จ​ใน​ศาล และ​คน​ที่​ชอบ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ขัด​กับ​คำสอน​ที่​เป็น​ประโยชน์

๑ ทิโมธี ๖:๑
ทุก​คน​ที่​เป็น​ทาส​อยู่​ภายใต้​แอก​ของ​เจ้านาย​ที่​ไม่​เชื่อ​พระเจ้า ให้​เคารพ​นับถือ​นาย​ของ​เขา​ใน​ทุก​เรื่อง จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​ดูหมิ่น​ชื่อ​ของ​พระเจ้า​และ​คำสอน​ของ​เรา

โคโลสี ๓:๒๒
พวก​คุณ​ที่​เป็น​ทาส ให้​เชื่อฟัง​นาย​ใน​โลก​นี้​ทุก​อย่าง อย่า​เพียง​แต่​ทำดี​แค่​ต่อหน้า​อย่าง​คน​ประจบ​ประแจง แต่​ให้​ทำ​จาก​ใจ​จริง และ​ทำ​เพราะ​เกรง​กลัว​เจ้า​นาย​สูงสุด

โคโลสี ๔:๑
พวก​คุณ​ที่​เป็น​นาย ให้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​และ​ยุติธรรม​กับ​ทาส​ของ​ตัวเอง จำ​ไว้​ว่า​คุณ​ก็​มี​เจ้านาย​องค์​หนึ่ง​บน​สวรรค์​เหมือนกัน

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๓:๑๕
ทาส​ที่​หนี​นาย​ของ​เขา​มา​อยู่​กับ​ท่าน ท่าน​ต้อง​ไม่​ส่ง​ทาสนั้น​คืน​ไป​ให้​นาย​เก่า​ของ​เขา

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๔:๗
ถ้า​เจอ​ว่า​ใคร​ไป​ลักพา​ตัว​พี่น้อง​ชาว​อิสราเอล​ของ​เขา​เอง แล้ว​ทำ​ให้​เขา​กลาย​เป็น​ทาส​หรือ​ขาย​เขา​ไป คน​ที่​ลักพา​ตัวนั้น​ต้อง​ถูก​ฆ่า​ตาย ท่าน​ต้อง​ขจัด​สิ่ง​ชั่วร้าย​ไป​จาก​ท่ามกลาง​พวกท่าน

เอเฟซัส ๖:๕-๙
[๕] พวกคุณ​ที่​เป็น​ทาส ต้อง​เชื่อฟัง​เจ้านาย​ฝ่ายโลก​นี้ ควร​เกรง​กลัว​จน​ตัวสั่น​ด้วย​ความ​จริงใจ เหมือน​ที่​ทำ​กับ​พระคริสต์[๖] อย่า​ทำ​เป็น​ขยัน​แค่​ต่อหน้า​เมื่อ​มี​คน​มอง​เพื่อ​ประจบ​สอพลอ แต่​ควร​จะ​ทำงาน​เหมือนกับ​เป็น​ทาส​ของ​พระคริสต์ ที่​เต็มใจ​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า[๗] ให้​เต็มใจ​รับใช้​เหมือนกับ​ที่​ทำ​ต่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ไม่ใช่​ต่อ​มนุษย์[๘] จำไว้​ว่า ไม่ว่า​คุณ​จะ​เป็น​ทาส​หรือ​เป็น​คน​อิสระ​ก็​ตาม ถ้า​ทำ​ความดี​ก็​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ตอบแทน​จาก​องค์​เจ้า​ชีวิต[๙] ใน​ทำนอง​เดียวกัน พวกคุณ​ที่​เป็น​เจ้านาย​อย่า​ได้​ข่มขู่​ทาส​ของ​ตน จำไว้​ว่า​เจ้านาย​ของ​คุณ​และ​ของ​เขา​ก็​อยู่​บน​สวรรค์ และ​พระองค์​ก็​ไม่​ลำเอียง​เข้าข้าง​ใคร

อพยพ ๒๑:๒
เมื่อ​เจ้า​ซื้อ​ทาส​ชาว​ฮีบรู มา​คนหนึ่ง เขา​จะ​เป็น​ทาส​รับใช้​เจ้า​เป็น​เวลา​หกปี แต่​ใน​ปี​ที่เจ็ด เขา​จะ​ได้รับ​อิสระ​โดย​ไม่ต้อง​จ่าย​เงิน

อพยพ ๒๑:๗-๓๒
[๗] ถ้า​ชาย​คนหนึ่ง​ขาย​ลูกสาว​ไป​เป็น​ทาส นาง​จะ​ไม่ได้​ออกไป​เป็น​อิสระ​เหมือนกับ​พวก​ทาสชาย[๘] ถ้า​เจ้านาย​เอา​นาง​มา​เป็น​เมียน้อย แล้ว​เกิด​ไม่​ชอบใจ​นาง​ขึ้นมา เขา​ต้อง​ยอม​ให้​พ่อนาง​มา​ซื้อ​นาง​คืน​กลับไป แต่​เขา​จะต้อง​ไม่ขาย​นาง​ให้​กับ​คน​ต่าง​ชาติ ถ้า​ทำ​อย่างนั้น​ถือ​ว่า​เป็น​การ​ไม่​ซื่อสัตย์​กับนาง[๙] ถ้า​เขา​ยก​นาง​ให้​กับ​ลูกชาย​ของเขา เขา​จะต้อง​ทำ​กับนาง​เหมือน​กับ​นาง​เป็น​ลูกสาว[๑๐] ถ้า​ชาย​คนนั้น​เอา​เมีย​อีก​คนหนึ่ง เขา​จะต้อง​ไม่​ลด​อาหาร และ​เสื้อผ้า​ของ​เมียเก่า เขา​ต้อง​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​นาง​เหมือนเดิม[๑๑] แต่​ถ้า​เขา​ไม่ให้​สาม​อย่างนี้​กับนาง นาง​ก็​ออกไป​เป็น​อิสระ​ได้ โดย​ไม่ต้อง​จ่ายเงิน[๑๒] ถ้า​คนหนึ่ง​ทำร้าย​อีกคน​ถึงตาย คนๆนั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร[๑๓] แต่​ถ้า​เขา​ไม่ได้​ตั้งใจ​ฆ่า​คนนั้น แต่​เป็น​เพราะ​พระเจ้า​ทำ​ให้​เกิดขึ้น เรา​จะ​จัด​สถานที่​หนึ่ง​ให้ เป็น​ที่​ให้​เขา​หนี​ไปอยู่[๑๔] แต่​ถ้า​คนหนึ่ง​โกรธ​เป็นฟืน​เป็นไฟ​ต่อ​เพื่อน​บ้าน แล้ว​ยัง​วางแผน​และ​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน​ตาย เจ้า​ต้อง​เอา​ตัวเขา​ออกไป​จาก​แท่นบูชา​เรา และ​ประหาร​เขาเสีย[๑๕] คน​ที่​ทำร้าย​พ่อแม่​จะต้อง​ถูก​ประหาร[๑๖] คน​ที่​ลักพา​ตัว​คนอื่น จะต้อง​ถูก​ประหาร ไม่ว่า​เขา​จะ​ขาย​คน​ที่​เขา​ลักพา​ตัว​ไป หรือ​คนนั้น​ยังคง​อยู่​ใน​มือเขา​ก็ตาม[๑๗] คน​ที่​สาปแช่ง​พ่อแม่​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร[๑๘] เมื่อ​คนหนึ่ง​ตี​อีก​คนหนึ่ง​ด้วย​หิน​หรือ​กำปั้น ตอน​ที่​ต่อสู้​กัน และ​คนนั้น​ไม่ตาย​แต่​ต้อง​นอน​อยู่เฉยๆ[๑๙] ถ้า​คนนั้น​สามารถ​ลุก​ขึ้นมา​เดิน​รอบๆ​ด้วย​ไม้เท้า​ได้แล้ว คน​ที่​ทำร้าย​เขา​ก็​จะ​พ้นผิด แต่​เขา​จะ​ต้อง​จ่าย​ค่า​เสียเวลา​ให้​กับ​คนเจ็บ​ใน​ระหว่าง​ที่​รักษา​ตัวอยู่[๒๐] เมื่อ​เจ้านาย​เอา​ไม้เท้า​ตี​ทาสหญิง​หรือ​ทาสชาย​ของเขา​ตาย​คามือ เจ้านาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ลงโทษ[๒๑] แต่​ถ้า​ทาส​คนนั้น​ไม่ตาย และ​ดีขึ้น​ใน​วัน​สองวัน เจ้านาย​คนนั้น​ก็​ไม่ต้อง​ถูก​ลงโทษ เพราะ​ถือ​ว่า​เป็น​เงิน​ของเขา[๒๒] เมื่อ​มี​คน​ต่อสู้​กัน และ​ไป​ทำร้าย​ถูก​หญิง​ที่​กำลัง​ท้อง​อยู่ และ​ทำให้​หญิงนั้น​แท้งลูก แต่​นาง​ไม่​เป็น​อันตราย​อย่าง​อื่น ชาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ปรับ เป็น​เงิน​ตาม​จำนวน​ที่​สามี​ของ​นาง​เรียกร้อง และ​ตาม​คำสั่ง​ของ​ผู้ตัดสิน[๒๓] แต่​ถ้า​หญิง​คนนั้น​บาดเจ็บ​อย่างอื่น​ด้วย ต้อง​ใช้​ชีวิต​แลก​ด้วย​ชีวิต[๒๔] ตา​ต่อตา ฟัน​ต่อฟัน มือ​ต่อมือ ขา​ต่อขา[๒๕] รอยไหม้​ต่อ​รอยไหม้ แผล​ต่อแผล รอยช้ำ​ต่อ​รอยช้ำ[๒๖] เมื่อ​เจ้านาย​ทำร้าย​ถูก​ดวงตา​ของ​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ตาบอด เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​ไป​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับ​ตา​ของ​ทาสนั้น[๒๗] ถ้า​เขา​ตี​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ฟันหัก เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับฟัน​ของ​ทาสนั้น[๒๘] ถ้า​วัว​ขวิด​ชาย​หรือหญิง​จน​ตาย จะ​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​วัว​ตัวนั้น​จน​ตาย และ​ห้าม​เอา​เนื้อ​ของมัน​มา​กิน​ด้วย แต่​เจ้าของ​วัว​จะ​พ้นผิด[๒๙] แต่​ถ้า​วัว​ตัวนั้น​เคย​ขวิด​คน​มาแล้ว และ​มี​คน​เตือน​เจ้าของ​วัว​ตัวนั้น​แล้ว แต่​เขา​ไม่ได้​ขัง​มันไว้ แล้ว​มัน​ไป​ขวิด​คนตาย​เข้า ต้อง​เอา​หินขว้าง​วัว​ตัวนั้น​จน​ตาย และ​เจ้าของ​วัว​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร​ด้วย[๓๐] แต่​ถ้า​มี​การตั้ง​ค่าไถ่​ตัว เจ้าของ​วัว ต้อง​จ่าย​เงิน​ค่าไถ่​สำหรับ​ชีวิต​ของเขา ตาม​จำนวน​เงิน​ค่าไถ่​ที่​ตั้งไว้[๓๑] ถ้า​วัวนั้น​ขวิด​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ใคร​ตาย ก็​ใช้​กฎ​เดียว​กันนี้​จัดการ​กับ​เจ้าของ​วัว[๓๒] ถ้า​วัว​ขวิด​ทาสชาย​หรือ​ทาสหญิง​ของ​คนอื่น​ตาย เจ้าของ​วัว​ต้อง​จ่าย​เงิน​สามสิบ​เชเขล ให้​เจ้าของ​ทาส และ​วัว​ตัวนั้น​จะต้อง​ถูก​หินขว้าง​จนตาย

กาลาเทีย ๓:๒๘
ไม่มี​คนยิว​หรือ​คนกรีก ไม่มี​ทาส​หรือ​คน​อิสระ ไม่มี​ชาย​หรือ​หญิง เพราะ​พวกคุณ​ทุกคน​เป็น​หนึ่งเดียว​กัน​ใน​พระเยซู​คริสต์

กาลาเทีย ๕:๑
เมื่อ​พระคริสต์​ได้​ปลดปล่อย​ให้​เรา​เป็น​อิสระ​แล้ว ก็​ให้​อยู่​อย่าง​คน​อิสระ​เถิด รักษา​มัน​ไว้​ให้ดี อย่า​กลับ​ไป​เป็น​ทาส​ของ​กฎ​อีก

อพยพ ๒๑:๑๖
คน​ที่​ลักพา​ตัว​คนอื่น จะต้อง​ถูก​ประหาร ไม่ว่า​เขา​จะ​ขาย​คน​ที่​เขา​ลักพา​ตัว​ไป หรือ​คนนั้น​ยังคง​อยู่​ใน​มือเขา​ก็ตาม

เลวีนิติ ๒๕:๓๙
ถ้า​พี่น้อง​ร่วม​ชาติ​ของเจ้า​ยากจน และ​ขาย​ตัวเอง​ให้​กับ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ไม่ให้​เขา​ทำงาน​ของ​ทาส

ลูกา ๔:๑๘
“พระวิญญาณ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​กับ​เรา เพราะ​พระองค์​แต่งตั้ง​ให้​เรา​ประกาศ​ข่าว​ดี​กับ​คน​จน พระองค์​ส่ง​เรา​มา​บอก​นักโทษ​ว่า​จะ​ได้​เป็น​อิสระ บอก​คน​ตาบอด​ว่า​จะ​มอง​เห็น บอก​คน​ที่​ถูก​กดขี่​ข่มเหง​ว่า​จะ​ได้​เป็น​อิสระ

ฟีเลโมน ๑:๑๖
และ​ไม่​ใช่​กลับ​มา​อย่าง​ทาส​อีก​แล้ว แต่​ดี​กว่า​ทาส​เสีย​อีก คือ​เป็น​พี่น้อง​ที่รัก ผม​รัก​เขา​มาก แต่​คุณ​จะ​รัก​เขา​มาก​ยิ่งกว่า ไม่​ใช่​เป็น​เพียง​แค่​เพื่อน​มนุษย์​เท่านั้น แต่​เป็น​น้อง​ชาย​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต​ด้วย

สุภาษิต ๒๒:๑๖
คน​ที่​กดขี่​คนจน​เพื่อ​จะได้​รวย​ขึ้น และ​คน​ที่​ให้​ของขวัญ​กับ​คนรวย ทั้งคู่​ก็​จะ​จน

ทิตัส ๒:๙-๑๐
[๙] สอน​พวก​ทาส ให้​เชื่อฟัง​เจ้า​นาย​ใน​ทุก​เรื่อง ต้อง​เอาใจ​เจ้า​นาย และ​ไม่​โต้เถียง[๑๐] สอน​อย่า​ให้​เขา​ขโมย​ของ​เจ้า​นาย แต่​ให้​แสดง​ให้​เจ้า​นาย​เห็น​ว่า​สามารถ​ไว้ใจ​พวก​เขา​ได้​อย่าง​เต็มที่ ที่​บอก​ให้​ทำ​ทั้งหมด​นี้​ก็​เพื่อ​จะ​ใช้​ทุก​วิถีทาง ทำ​ให้​คน​มา​สนใจ​คำสอน​ของ​พระเจ้า​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ของ​เรา​มาก​ขึ้น

ลูกา 12:47-48
[47] ทาส​ที่​ไม่​ยอม​เตรียม​ตัว หรือ​ไม่​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เจ้านาย​สั่ง​ให้​ทำ จะ​ถูก​เฆี่ยน​อย่าง​หนัก[48] แต่​ถ้า​ทาส​ไม่​รู้​ว่า​เจ้านาย​สั่ง​ให้​ทำ​อะไร ก็​จะ​ถูก​เฆี่ยน​น้อย​หน่อย​เมื่อ​ทำ​ผิด พระเจ้า​ให้​พระพร​กับ​ใคร​มาก คน​นั้น​ก็​ต้อง​คืน​มาก พระเจ้า​ฝาก​ความรับผิดชอบ​ให้​กับ​ใคร​มาก พระองค์​ก็​จะ​คาด​หวัง​มาก​จาก​คนนั้น”

อพยพ ๒๑:๒๐-๒๗
[๒๐] เมื่อ​เจ้านาย​เอา​ไม้เท้า​ตี​ทาสหญิง​หรือ​ทาสชาย​ของเขา​ตาย​คามือ เจ้านาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ลงโทษ[๒๑] แต่​ถ้า​ทาส​คนนั้น​ไม่ตาย และ​ดีขึ้น​ใน​วัน​สองวัน เจ้านาย​คนนั้น​ก็​ไม่ต้อง​ถูก​ลงโทษ เพราะ​ถือ​ว่า​เป็น​เงิน​ของเขา[๒๒] เมื่อ​มี​คน​ต่อสู้​กัน และ​ไป​ทำร้าย​ถูก​หญิง​ที่​กำลัง​ท้อง​อยู่ และ​ทำให้​หญิงนั้น​แท้งลูก แต่​นาง​ไม่​เป็น​อันตราย​อย่าง​อื่น ชาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ปรับ เป็น​เงิน​ตาม​จำนวน​ที่​สามี​ของ​นาง​เรียกร้อง และ​ตาม​คำสั่ง​ของ​ผู้ตัดสิน[๒๓] แต่​ถ้า​หญิง​คนนั้น​บาดเจ็บ​อย่างอื่น​ด้วย ต้อง​ใช้​ชีวิต​แลก​ด้วย​ชีวิต[๒๔] ตา​ต่อตา ฟัน​ต่อฟัน มือ​ต่อมือ ขา​ต่อขา[๒๕] รอยไหม้​ต่อ​รอยไหม้ แผล​ต่อแผล รอยช้ำ​ต่อ​รอยช้ำ[๒๖] เมื่อ​เจ้านาย​ทำร้าย​ถูก​ดวงตา​ของ​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ตาบอด เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​ไป​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับ​ตา​ของ​ทาสนั้น[๒๗] ถ้า​เขา​ตี​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ฟันหัก เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับฟัน​ของ​ทาสนั้น

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๓:๑๕-๑๖
[๑๕] ทาส​ที่​หนี​นาย​ของ​เขา​มา​อยู่​กับ​ท่าน ท่าน​ต้อง​ไม่​ส่ง​ทาสนั้น​คืน​ไป​ให้​นาย​เก่า​ของ​เขา[๑๖] ทาสนั้น​จะ​เลือก​อยู่​ที่​ไหน​ก็​ได้​ใน​เมือง​ต่างๆ​ของ​ท่าน ตามใจ​เขา ห้าม​บังคับ​เขา

๑ ทิโมธี ๖:๑-๒
[๑] ทุก​คน​ที่​เป็น​ทาส​อยู่​ภายใต้​แอก​ของ​เจ้านาย​ที่​ไม่​เชื่อ​พระเจ้า ให้​เคารพ​นับถือ​นาย​ของ​เขา​ใน​ทุก​เรื่อง จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​ดูหมิ่น​ชื่อ​ของ​พระเจ้า​และ​คำสอน​ของ​เรา[๒] ส่วน​ทาส​ที่​มี​เจ้านาย​ที่​เชื่อ​ใน​พระเจ้า ก็​ไม่​ควร​ดูหมิ่น​เจ้านาย​นั้น เพราะ​เห็น​ว่า​เขา​เป็น​พี่น้อง แต่​ควร​จะ​เคารพ​นับถือ​เขา​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เพราะ​ถือ​ว่า​กำลัง​รับใช้​คน​ที่​เขา​รัก​ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระเจ้า​ด้วย​กัน นี่แหละ​คือ​สิ่ง​ที่​คุณ​จะ​ต้อง​สั่งสอน​และ​ขอ​ร้อง​ให้​คน​ทำ

เลวีนิติ ๒๕:๔๔-๔๖
[๔๔] ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง​ของ​เจ้า ต้อง​มา​จาก​ชนชาติ​ที่​อยู่​รอบๆ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ซื้อ​ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง​จาก​พวกเขา[๔๕] เจ้า​อาจ​ซื้อ​ทาส​จาก​ลูกๆ​ของ​พวก​ชาว​ต่างชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​กับ​เจ้า หรือ​จาก​ครอบครัว​ของ​เขา​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​และ​เกิด​บน​แผ่นดิน​ของ​เจ้า พวกนี้​จะ​กลาย​เป็น​สมบัติ​ของ​เจ้า[๔๖] และ​เมื่อ​เจ้า​ตาย คน​เหล่านี้​ก็​จะ​เป็น​มรดก​ตกทอด​ไป​สู่​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ตลอดไป คน​พวกนั้น​เจ้า​สามารถ​เอา​มา​เป็น​ทาส​ได้ แต่​เจ้า​ต้อง​ไม่​ปกครอง​พี่น้อง​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า ที่​เป็น​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​โหดร้าย​ทารุณ

อพยพ ๒๑:๒-๑๑
[๒] เมื่อ​เจ้า​ซื้อ​ทาส​ชาว​ฮีบรู มา​คนหนึ่ง เขา​จะ​เป็น​ทาส​รับใช้​เจ้า​เป็น​เวลา​หกปี แต่​ใน​ปี​ที่เจ็ด เขา​จะ​ได้รับ​อิสระ​โดย​ไม่ต้อง​จ่าย​เงิน[๓] ถ้า​เขา​มา​คนเดียว เขา​ก็​จะ​ไป​คนเดียว ถ้า​เขา​แต่งงาน เมีย​ของเขา​ก็​จะ​ไป​กับ​เขา​ด้วย[๔] ถ้า​นายเขา​เป็น​คน​หา​เมีย​ให้​กับเขา และ​นาง​ได้​เกิด​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ให้​กับเขา เมีย​กับ​ลูกๆ​ของเขา​จะ​เป็น​ของ​เจ้านาย ส่วน​ชาย​คนนั้น​จะ​ออกไป​ได้​แค่​คนเดียว[๕] ถ้า​ทาส​คนนั้น​พูด​ว่า “ผม​รัก​เจ้านาย ผม​รัก​เมีย​และ​ลูกๆ​ของผม ผม​จะ​ไม่​ออกไป​เป็น​อิสระ”[๖] เจ้านาย​ของเขา​จะต้อง​นำ​ตัวเขา​ไป​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า โดย​พา​เขา​ไป​ที่​ประตู​หรือ​เสาประตู และ​เจ้านาย​ของเขา​จะ​เอา​เหล็ก​หมาด เจาะ​ที่​หู​ของ​ทาส​คนนั้น เขา​จะ​เป็น​ทาส​รับใช้​นาย​ของเขา​ไป​ตลอดชีวิต[๗] ถ้า​ชาย​คนหนึ่ง​ขาย​ลูกสาว​ไป​เป็น​ทาส นาง​จะ​ไม่ได้​ออกไป​เป็น​อิสระ​เหมือนกับ​พวก​ทาสชาย[๘] ถ้า​เจ้านาย​เอา​นาง​มา​เป็น​เมียน้อย แล้ว​เกิด​ไม่​ชอบใจ​นาง​ขึ้นมา เขา​ต้อง​ยอม​ให้​พ่อนาง​มา​ซื้อ​นาง​คืน​กลับไป แต่​เขา​จะต้อง​ไม่ขาย​นาง​ให้​กับ​คน​ต่าง​ชาติ ถ้า​ทำ​อย่างนั้น​ถือ​ว่า​เป็น​การ​ไม่​ซื่อสัตย์​กับนาง[๙] ถ้า​เขา​ยก​นาง​ให้​กับ​ลูกชาย​ของเขา เขา​จะต้อง​ทำ​กับนาง​เหมือน​กับ​นาง​เป็น​ลูกสาว[๑๐] ถ้า​ชาย​คนนั้น​เอา​เมีย​อีก​คนหนึ่ง เขา​จะต้อง​ไม่​ลด​อาหาร และ​เสื้อผ้า​ของ​เมียเก่า เขา​ต้อง​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​นาง​เหมือนเดิม[๑๑] แต่​ถ้า​เขา​ไม่ให้​สาม​อย่างนี้​กับนาง นาง​ก็​ออกไป​เป็น​อิสระ​ได้ โดย​ไม่ต้อง​จ่ายเงิน

เอเฟซัส ๖:๕-๙
[๕] พวกคุณ​ที่​เป็น​ทาส ต้อง​เชื่อฟัง​เจ้านาย​ฝ่ายโลก​นี้ ควร​เกรง​กลัว​จน​ตัวสั่น​ด้วย​ความ​จริงใจ เหมือน​ที่​ทำ​กับ​พระคริสต์[๖] อย่า​ทำ​เป็น​ขยัน​แค่​ต่อหน้า​เมื่อ​มี​คน​มอง​เพื่อ​ประจบ​สอพลอ แต่​ควร​จะ​ทำงาน​เหมือนกับ​เป็น​ทาส​ของ​พระคริสต์ ที่​เต็มใจ​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า[๗] ให้​เต็มใจ​รับใช้​เหมือนกับ​ที่​ทำ​ต่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ไม่ใช่​ต่อ​มนุษย์[๘] จำไว้​ว่า ไม่ว่า​คุณ​จะ​เป็น​ทาส​หรือ​เป็น​คน​อิสระ​ก็​ตาม ถ้า​ทำ​ความดี​ก็​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ตอบแทน​จาก​องค์​เจ้า​ชีวิต[๙] ใน​ทำนอง​เดียวกัน พวกคุณ​ที่​เป็น​เจ้านาย​อย่า​ได้​ข่มขู่​ทาส​ของ​ตน จำไว้​ว่า​เจ้านาย​ของ​คุณ​และ​ของ​เขา​ก็​อยู่​บน​สวรรค์ และ​พระองค์​ก็​ไม่​ลำเอียง​เข้าข้าง​ใคร

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๕:๑๒-๑๘
[๑๒] ถ้า​พี่น้อง​ชาว​ฮีบรู​คน​ใด ไม่ว่า​จะ​เป็น​ชาย​หรือ​หญิง ได้​ขายตัว​เอง​ให้​กับ​ท่าน คนๆ​นั้น​จะ​ต้อง​รับใช้​ท่าน​หก​ปี และ​ใน​ปี​ที่​เจ็ด​ท่าน​ต้อง​ปล่อย​คนๆ​นั้น​ให้​เป็น​อิสระ[๑๓] ตอน​ที่​ท่าน​ปล่อย​เขา​ให้​เป็น​อิสระนั้น ท่าน​ต้อง​ไม่​ปล่อย​ให้​เขา​ไป​มือ​เปล่าๆ[๑๔] ท่าน​ต้อง​ใจกว้าง ให้ แกะ ข้าว และ​เหล้าองุ่น​ของ​ท่าน​กับ​เขา​ไปด้วย ท่าน​ต้อง​ให้​เขา​ตาม​ขนาด​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​อวยพร​ให้​ท่าน[๑๕] จำ​เอา​ไว้​ว่า ท่าน​ก็​เคย​เป็น​ทาส​อยู่​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​มา​ก่อน​เหมือนกัน และ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ได้​ปลดปล่อย​ให้​ท่าน​เป็น​อิสระ นี่​เป็น​เหตุ​ที่​เรา​ถึง​ได้​ให้​คำสั่งนี้​กับ​ท่าน​ใน​วันนี้[๑๖] ถ้า​ทาส​พูด​กับ​ท่าน​ว่า ‘ผม​จะ​ไม่​ไป​จาก​ท่าน’ เพราะ​เขา​รัก​ท่าน​และ​ครอบครัว​ของ​ท่าน เพราะ​เขา​รู้สึก​ดี​ที่​ได้​อยู่​กับ​ท่าน[๑๗] ท่าน​ต้อง​เอา​เหล็ก​หมาด มา​อัน​หนึ่ง และ​เอา​หู​เขา​แนบ​กับ​ประตู​แล้ว​เจาะ​ติ่งหู​ของ​ทาสนั้น แล้ว​เขา​จะ​เป็น​ทาส​ของ​ท่าน​ตลอด​ไป สำหรับ​ทาส​หญิง​ก็​ให้​ทำ​อย่าง​เดียวกัน[๑๘] ไม่​ต้อง​เสียดาย​ที่​จะ​ปล่อย​ทาส​ของ​ท่าน​ให้​เป็น​อิสระ เพราะ​หก​ปี​ที่​เขา​รับใช้​ท่าน​ก็​คุ้ม​ค่า​แล้ว พอๆ​กับ​ที่​ท่าน​ไป​จ้าง​คน​งาน​หนึ่ง​คน และ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​จะ​อวยพร​ท่าน​ใน​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ท่าน​ทำ

อพยพ ๒๑:๑-๓๖
[๑] ต่อไปนี้​คือ​กฎ​ต่างๆ​ที่​เจ้า​จะ​ต้อง​บอก​ให้​พวกเขา​รู้[๒] เมื่อ​เจ้า​ซื้อ​ทาส​ชาว​ฮีบรู มา​คนหนึ่ง เขา​จะ​เป็น​ทาส​รับใช้​เจ้า​เป็น​เวลา​หกปี แต่​ใน​ปี​ที่เจ็ด เขา​จะ​ได้รับ​อิสระ​โดย​ไม่ต้อง​จ่าย​เงิน[๓] ถ้า​เขา​มา​คนเดียว เขา​ก็​จะ​ไป​คนเดียว ถ้า​เขา​แต่งงาน เมีย​ของเขา​ก็​จะ​ไป​กับ​เขา​ด้วย[๔] ถ้า​นายเขา​เป็น​คน​หา​เมีย​ให้​กับเขา และ​นาง​ได้​เกิด​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ให้​กับเขา เมีย​กับ​ลูกๆ​ของเขา​จะ​เป็น​ของ​เจ้านาย ส่วน​ชาย​คนนั้น​จะ​ออกไป​ได้​แค่​คนเดียว[๕] ถ้า​ทาส​คนนั้น​พูด​ว่า “ผม​รัก​เจ้านาย ผม​รัก​เมีย​และ​ลูกๆ​ของผม ผม​จะ​ไม่​ออกไป​เป็น​อิสระ”[๖] เจ้านาย​ของเขา​จะต้อง​นำ​ตัวเขา​ไป​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า โดย​พา​เขา​ไป​ที่​ประตู​หรือ​เสาประตู และ​เจ้านาย​ของเขา​จะ​เอา​เหล็ก​หมาด เจาะ​ที่​หู​ของ​ทาส​คนนั้น เขา​จะ​เป็น​ทาส​รับใช้​นาย​ของเขา​ไป​ตลอดชีวิต[๗] ถ้า​ชาย​คนหนึ่ง​ขาย​ลูกสาว​ไป​เป็น​ทาส นาง​จะ​ไม่ได้​ออกไป​เป็น​อิสระ​เหมือนกับ​พวก​ทาสชาย[๘] ถ้า​เจ้านาย​เอา​นาง​มา​เป็น​เมียน้อย แล้ว​เกิด​ไม่​ชอบใจ​นาง​ขึ้นมา เขา​ต้อง​ยอม​ให้​พ่อนาง​มา​ซื้อ​นาง​คืน​กลับไป แต่​เขา​จะต้อง​ไม่ขาย​นาง​ให้​กับ​คน​ต่าง​ชาติ ถ้า​ทำ​อย่างนั้น​ถือ​ว่า​เป็น​การ​ไม่​ซื่อสัตย์​กับนาง[๙] ถ้า​เขา​ยก​นาง​ให้​กับ​ลูกชาย​ของเขา เขา​จะต้อง​ทำ​กับนาง​เหมือน​กับ​นาง​เป็น​ลูกสาว[๑๐] ถ้า​ชาย​คนนั้น​เอา​เมีย​อีก​คนหนึ่ง เขา​จะต้อง​ไม่​ลด​อาหาร และ​เสื้อผ้า​ของ​เมียเก่า เขา​ต้อง​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​นาง​เหมือนเดิม[๑๑] แต่​ถ้า​เขา​ไม่ให้​สาม​อย่างนี้​กับนาง นาง​ก็​ออกไป​เป็น​อิสระ​ได้ โดย​ไม่ต้อง​จ่ายเงิน[๑๒] ถ้า​คนหนึ่ง​ทำร้าย​อีกคน​ถึงตาย คนๆนั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร[๑๓] แต่​ถ้า​เขา​ไม่ได้​ตั้งใจ​ฆ่า​คนนั้น แต่​เป็น​เพราะ​พระเจ้า​ทำ​ให้​เกิดขึ้น เรา​จะ​จัด​สถานที่​หนึ่ง​ให้ เป็น​ที่​ให้​เขา​หนี​ไปอยู่[๑๔] แต่​ถ้า​คนหนึ่ง​โกรธ​เป็นฟืน​เป็นไฟ​ต่อ​เพื่อน​บ้าน แล้ว​ยัง​วางแผน​และ​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน​ตาย เจ้า​ต้อง​เอา​ตัวเขา​ออกไป​จาก​แท่นบูชา​เรา และ​ประหาร​เขาเสีย[๑๕] คน​ที่​ทำร้าย​พ่อแม่​จะต้อง​ถูก​ประหาร[๑๖] คน​ที่​ลักพา​ตัว​คนอื่น จะต้อง​ถูก​ประหาร ไม่ว่า​เขา​จะ​ขาย​คน​ที่​เขา​ลักพา​ตัว​ไป หรือ​คนนั้น​ยังคง​อยู่​ใน​มือเขา​ก็ตาม[๑๗] คน​ที่​สาปแช่ง​พ่อแม่​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร[๑๘] เมื่อ​คนหนึ่ง​ตี​อีก​คนหนึ่ง​ด้วย​หิน​หรือ​กำปั้น ตอน​ที่​ต่อสู้​กัน และ​คนนั้น​ไม่ตาย​แต่​ต้อง​นอน​อยู่เฉยๆ[๑๙] ถ้า​คนนั้น​สามารถ​ลุก​ขึ้นมา​เดิน​รอบๆ​ด้วย​ไม้เท้า​ได้แล้ว คน​ที่​ทำร้าย​เขา​ก็​จะ​พ้นผิด แต่​เขา​จะ​ต้อง​จ่าย​ค่า​เสียเวลา​ให้​กับ​คนเจ็บ​ใน​ระหว่าง​ที่​รักษา​ตัวอยู่[๒๐] เมื่อ​เจ้านาย​เอา​ไม้เท้า​ตี​ทาสหญิง​หรือ​ทาสชาย​ของเขา​ตาย​คามือ เจ้านาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ลงโทษ[๒๑] แต่​ถ้า​ทาส​คนนั้น​ไม่ตาย และ​ดีขึ้น​ใน​วัน​สองวัน เจ้านาย​คนนั้น​ก็​ไม่ต้อง​ถูก​ลงโทษ เพราะ​ถือ​ว่า​เป็น​เงิน​ของเขา[๒๒] เมื่อ​มี​คน​ต่อสู้​กัน และ​ไป​ทำร้าย​ถูก​หญิง​ที่​กำลัง​ท้อง​อยู่ และ​ทำให้​หญิงนั้น​แท้งลูก แต่​นาง​ไม่​เป็น​อันตราย​อย่าง​อื่น ชาย​คนนั้น​จะต้อง​ถูก​ปรับ เป็น​เงิน​ตาม​จำนวน​ที่​สามี​ของ​นาง​เรียกร้อง และ​ตาม​คำสั่ง​ของ​ผู้ตัดสิน[๒๓] แต่​ถ้า​หญิง​คนนั้น​บาดเจ็บ​อย่างอื่น​ด้วย ต้อง​ใช้​ชีวิต​แลก​ด้วย​ชีวิต[๒๔] ตา​ต่อตา ฟัน​ต่อฟัน มือ​ต่อมือ ขา​ต่อขา[๒๕] รอยไหม้​ต่อ​รอยไหม้ แผล​ต่อแผล รอยช้ำ​ต่อ​รอยช้ำ[๒๖] เมื่อ​เจ้านาย​ทำร้าย​ถูก​ดวงตา​ของ​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ตาบอด เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​ไป​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับ​ตา​ของ​ทาสนั้น[๒๗] ถ้า​เขา​ตี​ทาสชาย​หรือหญิง​จน​ฟันหัก เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​คนนั้น​เป็น​อิสระ เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​กับฟัน​ของ​ทาสนั้น[๒๘] ถ้า​วัว​ขวิด​ชาย​หรือหญิง​จน​ตาย จะ​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​วัว​ตัวนั้น​จน​ตาย และ​ห้าม​เอา​เนื้อ​ของมัน​มา​กิน​ด้วย แต่​เจ้าของ​วัว​จะ​พ้นผิด[๒๙] แต่​ถ้า​วัว​ตัวนั้น​เคย​ขวิด​คน​มาแล้ว และ​มี​คน​เตือน​เจ้าของ​วัว​ตัวนั้น​แล้ว แต่​เขา​ไม่ได้​ขัง​มันไว้ แล้ว​มัน​ไป​ขวิด​คนตาย​เข้า ต้อง​เอา​หินขว้าง​วัว​ตัวนั้น​จน​ตาย และ​เจ้าของ​วัว​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร​ด้วย[๓๐] แต่​ถ้า​มี​การตั้ง​ค่าไถ่​ตัว เจ้าของ​วัว ต้อง​จ่าย​เงิน​ค่าไถ่​สำหรับ​ชีวิต​ของเขา ตาม​จำนวน​เงิน​ค่าไถ่​ที่​ตั้งไว้[๓๑] ถ้า​วัวนั้น​ขวิด​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ใคร​ตาย ก็​ใช้​กฎ​เดียว​กันนี้​จัดการ​กับ​เจ้าของ​วัว[๓๒] ถ้า​วัว​ขวิด​ทาสชาย​หรือ​ทาสหญิง​ของ​คนอื่น​ตาย เจ้าของ​วัว​ต้อง​จ่าย​เงิน​สามสิบ​เชเขล ให้​เจ้าของ​ทาส และ​วัว​ตัวนั้น​จะต้อง​ถูก​หินขว้าง​จนตาย[๓๓] ใคร​ที่​เปิด​ฝา​บ่อน้ำ​ทิ้งไว้ หรือ​ขุด​บ่อน้ำ​แล้ว​ไม่​หา​อะไร​ปิดมัน แล้ว​มี​วัว​หรือ​ลา​ตก​ลงไป​ตาย[๓๔] เขา​จะต้อง​จ่ายเงิน​ชดใช้​ให้​เจ้าของ​สัตว์ แต่​สัตว์​ที่​ตายนั้น​จะ​ตก​เป็น​ของ​เจ้าของ​บ่อน้ำ[๓๕] ถ้า​วัว​ใคร​ไป​ขวิด​วัว​ของ​เพื่อน​บ้าน​จน​ตาย พวกเขา​จะ​ต้อง​ขาย​วัว​ที่​ยัง​มี​ชีวิตอยู่ และ​เอา​เงิน​มา​แบ่ง​กัน​คนละ​ครึ่ง และ​พวกเขา​ก็​เอา​เนื้อวัว​ตัว​ที่​ตายนั้น​มา​แบ่ง​กันด้วย[๓๖] แต่​ถ้า​รู้​กัน​ไปทั่ว​ว่า วัว​ตัวนั้น​ชอบ​ขวิด แต่​เจ้าของ​ไม่​ยอม​ขัง​มันไว้ เจ้าของ​วัว​ตัวนั้น​จะ​ต้อง​ชดใช้​วัว​ตัวใหม่​ให้ แต่​วัว​ตัว​ที่​ตาย​ก็​จะ​ตก​เป็น​ของเขา เมื่อ​มี​คน​ขโมย​วัว​หรือ​แกะ​ไป​ฆ่า หรือ​ไป​ขาย เขา​จะ​ต้อง​ชดใช้ ถ้า​ขโมย​วัว​หนึ่งตัว​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​วัว​ห้าตัว ถ้า​ขโมย​แกะ​หนึ่งตัว​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​แกะ​สี่ตัว

เลวีนิติ ๒๕:๑-๕๕
[๑] พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​บน​ภูเขา​ซีนาย​ว่า[๒] “ให้​บอก​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ว่า ‘เมื่อ​เจ้า​เข้าไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​เรา​กำลัง​ยก​ให้​เจ้านี้ เจ้า​ต้อง​ปล่อย​ให้​ผืนดิน​ได้​พักผ่อน​เจ็ดปี​ครั้ง เพื่อ​เป็น​เกียรติ​กับ​พระยาห์เวห์[๓] ใน​เวลา​หกปี​เจ้า​จะ​ปลูก​พืช​ใน​ทุ่งนา​ได้ หก​ปีนี้​เจ้า​อาจ​ตัดแต่ง​ต้นองุ่น​ของ​เจ้า และ​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ได้[๔] แต่​ใน​ปี​ที่เจ็ด จะ​เป็น​เวลา​พิเศษ สำหรับ​ให้​แผ่นดิน​หยุดพัก​อย่าง​เต็มที่ เป็น​การ​หยุดพัก​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​พระยาห์เวห์ เจ้า​ต้อง​ไม่​หว่าน​พืช​ใน​ทุ่ง เจ้า​ต้อง​ไม่​ตัดแต่ง​ต้นองุ่น​ของ​เจ้า[๕] เจ้า​ต้อง​ไม่​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ที่​เกิด​ขึ้น​มาเอง และ​เจ้า​ต้อง​ไม่​เก็บ​องุ่น​จาก​ต้นองุ่น​ที่​ไม่ได้​ตัดแต่ง มัน​จะ​เป็น​ปี​ที่​แผ่นดิน​จะได้​หยุดพัก​อย่าง​เต็มที่[๖] แต่​ใน​ปี​แห่ง​การ​หยุดพัก​นี้ ถ้า​ผืนดิน​นั้น​ให้​ผลผลิต​อะไร​ออกมา​ก็​ตาม สิ่งนั้น​ก็​จะ​เป็น​ของ​พวกเจ้า​เอา​ไว้​กิน สำหรับ​ตัว​เจ้าเอง คน​รับใช้​ชาย​หญิง​ของ​เจ้า คน​งาน​ที่​เจ้า​จ้าง​มา และ​ชาว​ต่างชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​กับ​เจ้า[๗] รวมทั้ง​วัว​ของ​เจ้า​และ​สัตว์ป่า​ที่​อยู่​บน​ที่ดิน​ของ​เจ้า ทุกอย่าง​ที่​เป็น​ผลผลิต​ของ​แผ่นดิน​นั้น ก็​เอา​มา​เป็น​อาหาร​ได้[๘] ให้​นับ​ไป​เจ็ดปี​คือ​ปี​แห่ง​การ​หยุดพัก แล้ว​ให้​นับ​ปี​แห่ง​การ​หยุดพัก​ไป​เจ็ดครั้ง คือ​เจ็ด​คูณ​เจ็ด รวม​เป็น​เวลา​สี่สิบเก้า​ปี[๙] แล้ว​เจ้า​ต้อง​เป่า​แตร​ที่​ทำ​จาก​เขาแกะ​ให้​ดัง​ใน​วัน​ที่สิบ​ของ​เดือน​เจ็ด ซึ่ง​เป็น​วัน​ชำระ​ประชาชน​ให้​บริสุทธิ์ เจ้า​ต้อง​เป่า​แตร​ที่​ทำ​จาก​เขาแกะ​ให้​ดัง​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน[๑๐] เจ้า​ต้อง​อุทิศ​ปี​ที่​ห้าสิบ​ให้​กับ​พระเจ้า และ​เจ้า​ต้อง​ประกาศ​อิสรภาพ​ใน​แผ่นดิน​ให้​กับ​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น เจ้า​ต้อง​เรียก​ปีนี้​ว่า ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย ทุกคน​จะ​กลับ​สู่​ที่ดิน​ของ​ตน และ​ทุกคน​จะ​กลับ​ไป​ยัง​ตระกูล​ของตน[๑๑] ใน​ปี​ที่​ห้าสิบ​จะ​เป็น​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย​สำหรับ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ไม่​เพาะ​ปลูก​และ​ไม่​เก็บ​เกี่ยว​สิ่ง​ที่​เติบโต​เอง​ตาม​ธรรมชาติ และ​เจ้า​ต้อง​ไม่​เก็บ​องุ่น​จาก​ต้นองุ่น​ที่​ยัง​ไม่ได้​ตัด​แต่ง[๑๒] เพราะ​มัน​เป็น​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย เป็น​ปี​ที่​อุทิศ​ให้​กับ​พวกเจ้า เจ้า​จะ​กิน​ได้​แต่​ผลผลิต​ที่​เกิด​ขึ้น​มาเอง​จาก​ทุ่งนา​นั้น[๑๓] ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย ทุกคน​จะ​กลับ​ไป​ยัง​ที่ดิน​ของ​ตน[๑๔] ดังนั้น​เมื่อ​เจ้า​ขาย​ที่ดิน​ให้​เพื่อน​บ้าน หรือ​ซื้อ​ที่ดิน​จาก​เพื่อน​บ้าน​มา ก็​อย่า​โกง​กัน[๑๕] ถ้า​เจ้า​ต้อง​การ​ซื้อ​ที่ดิน​จาก​เพื่อน​บ้าน ก็​ให้​นับ​ดู​ว่า​ผ่าน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย​ครั้ง​หลังสุด​นี้​มา​กี่ปี​แล้ว และ​เพื่อน​บ้าน​ก็​ต้อง​ดู​ว่า​จะ​เพาะ​ปลูก​ได้​อีก​กี่ปี ก่อน​จะ​ถึง​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย​ครั้ง​ต่อไป แล้ว​ก็​ซื้อ​ขาย​กัน​ตาม​จำนวน​ปี​ที่เหลือ​นั้น[๑๖] ยิ่ง​เหลือ​เวลา​อีก​หลาย​ปี ราคา​ของ​ที่ดิน​ก็​จะ​ยิ่ง​สูงขึ้น ยิ่ง​เหลือ​เวลา​น้อย ราคา​ก็​จะ​ยิ่ง​ถูก​ลง เพราะ​เขา​กำลัง​ขาย​จำนวน​ปี​ที่​จะ​ใช้​ปลูก​พืชผล​ได้[๑๗] อย่า​ได้​โกง​กัน แต่​ให้​ยำเกรง​พระเจ้า​ของ​เจ้า เพราะ​เรา​คือ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เจ้า[๑๘] เจ้า​ต้อง​เชื่อฟัง​กฎ​เหล่านั้น​ของ​เรา และ​รักษา​ระเบียบ​ต่างๆ​ของ​เรา และ​ทำ​ตาม​พวกมัน เพื่อ​พวกเจ้า​จะ​ได้​อาศัย​อยู่​อย่าง​ปลอดภัย​ใน​แผ่นดิน​นี้[๑๙] แล้ว​แผ่นดิน​จะ​ให้​ผลผลิต​ของมัน และ​เจ้า​จะ​มี​กิน​อย่าง​เหลือเฟือ และ​จะ​อยู่​กัน​อย่าง​ปลอดภัย​ใน​แผ่นดิน​นั้น[๒๐] ถ้า​เจ้า​พูด​ว่า “แล้ว​เรา​จะ​เอา​อะไร​กิน​กัน​ใน​ปี​ที่เจ็ด ถ้า​เรา​ไม่​เพาะ​ปลูก​และ​ไม่​เก็บ​เกี่ยว​ผลผลิต​ใน​ที่ดิน​นั้น”[๒๑] เรา​จะ​อวยพร​เจ้า​ใน​ปี​ที่หก แผ่นดิน​จะ​ให้​ผลผลิต​กับ​เจ้า​พอ​สำหรับ​สามปี[๒๒] เมื่อ​เจ้า​เริ่ม​เพาะ​ปลูก​ใน​ปี​ที่แปด เจ้า​จะ​ยัง​สามารถ​กิน​ผลผลิต​เก่า​ที่​เก็บ​ไว้​ได้ จนกว่า​จะ​ถึง​ปี​ที่เก้า​ซึ่ง​ผลผลิต​ใหม่​จะ​เริ่ม​ออกมา[๒๓] เจ้า​จะ​ขาย​ที่ดิน​กัน​อย่าง​ถาวร​ไม่ได้ เพราะ​แผ่นดิน​นี้​เป็น​ของ​เรา เจ้า​เป็น​เพียง​คน​ต่างด้าว​ที่​มา​อาศัย​อยู่ และ​เป็น​คนเช่า​ที่​อาศัย​อยู่​ร่วม​กับเรา[๒๔] ทั่ว​ทั้ง​ประเทศ​ที่​พวกเจ้า​เป็น​เจ้าของ​อยู่ พวกเจ้า​ต้อง​ยินยอม​ให้​คน​ที่​ขาย​ที่ดิน​นั้น​ให้​กับ​เจ้า ไถ่​ที่ดิน​นั้น​กลับ​คืน​ไปได้[๒๕] ถ้า​ญาติ​ของเจ้า​ยากจน​และ​ขาย​ที่ดิน​บาง​ส่วน​ไป ญาติ​สนิท​ของ​เขา​ต้อง​มา​ไถ่​ที่​ผืนนั้น​ของ​ญาติ​เขา​กลับ​คืน[๒๖] ถ้า​เขา​ไม่มี​ญาติ​สนิท​ที่​จะ​มา​ไถ่​คืน แต่​ตัว​เขาเอง​หา​เงิน​มา​ได้​เพียงพอ​ที่​จะ​ไถ่​ที่ดิน​ของ​เขา​คืน[๒๗] เขา​ต้อง​นับ​ดู​ว่า​เขา​ขาย​ที่ดิน​ไป​กี่ปี​แล้ว เขา​ก็​จ่าย​เงิน​คืน​ให้​กับ​ผู้ซื้อ​ใน​ส่วน​ที่​ผู้ซื้อ​จ่าย​เกินมา แล้ว​เขา​ก็​จะได้​ที่ดิน​กลับ​คืน[๒๘] แต่​ถ้า​เขา​ไม่​สามารถ​ซื้อ​กลับคืน​ได้ ที่ดิน​ผืนนั้น​จะ​คงอยู่​กับ​คน​ที่​ซื้อ​มัน​ไป​จาก​เขา จน​กระทั่ง​ถึง​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย​นี้ ที่ดิน​ก็​จะ​ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย และ​เจ้าของ​ที่ดิน​ดั้งเดิม​จะ​ได้​ที่ดิน​ของเขา​กลับ​คืน​ไป[๒๙] ถ้า​คนหนึ่ง​ขาย​บ้าน​ที่​เขา​อยู่​อาศัย​ภาย​ใน​เขต​กำแพง​เมือง เขา​สามารถ​ไถ่คืน​ภายใน​เวลา​หนึ่งปี​หลัง​จาก​ที่​เขา​ขาย​มัน สิทธิ​ใน​การ​ไถ่​นี้​จะ​ถูก​จำกัด​เพียง​หนึ่งปี​เท่านั้น[๓๐] ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ไถ่​คืน​หลัง​จาก​หนึ่ง​ปี​เต็ม บ้าน​ที่​อยู่​ใน​เขต​กำแพง​เมือง​หลังนั้น จะ​ตก​เป็น​ของ​ผู้ซื้อ​และ​ลูกหลาน​ของเขา​อย่าง​ถาวร และ​จะ​ไม่​ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย​ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย​ด้วย[๓๑] แต่​บ้าน​ใน​หมู่บ้าน​เล็กๆ​ที่​ไม่มี​กำแพง​ล้อม​รอบ จะ​ใช้​กฎ​เดียว​กับ​ที่ดิน คือ​คนขาย​สามารถ​ไถ่​คืน​ได้ และ​มัน​ก็​จะ​ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย​ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย[๓๒] แต่​ถ้า​เป็น​เมือง​ของ​ชาว​เลวี ชาว​เลวี​มี​สิทธิ​ไถ่​บ้าน​ของ​พวกเขา​ที่​อยู่​ใน​เมือง​กลับ​คืน​ได้​ตลอด​เวลา[๓๓] แต่​ถ้า​ชาว​เลวี​ไม่ได้​ไถ่​บ้าน​ของเขา​คืน บ้าน​ที่​เขา​ขาย​ไปนั้น​ก็​จะ​กลับ​มา​เป็น​ของ​เขา ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย เพราะ​บ้าน​ของ​พวก​เลวี​ที่​อยู่​ใน​เมืองนั้น เป็น​สมบัติ​ถาวร​ของ​พวกเขา​ท่ามกลาง​คน​อิสราเอล[๓๔] แต่​ทุ่งหญ้า​ที่​อยู่​รอบๆ​เมือง​ของ​ชาว​เลวี​นั้น จะ​ขาย​ไม่ได้ เพราะ​มัน​จะ​เป็น​สมบัติ​ของ​พวกเขา​ตลอดไป[๓๕] ถ้า​พี่น้อง​ของเจ้า​เกิด​ยากจน​ขึ้นมา และ​เขา​ไม่​สามารถ​เลี้ยงดู​ตนเอง​ได้ ก็​ให้​ช่วยเหลือ​เขา เหมือน​กับ​ที่​เจ้า​ช่วยเหลือ​ชาว​ต่างชาติ​หรือ​คน​ผ่าน​ทาง เพื่อ​เขา​จะได้​อยู่​ต่อไป​ท่ามกลาง​เจ้า[๓๖] เจ้า​ต้อง​ไม่​คิด​ดอกเบี้ย​ทบต้น​จาก​เขา แต่​ให้​ยำเกรง​พระเจ้า​ของ​เจ้า เพื่อ​พี่น้อง​ของเจ้า​จะได้​อยู่​กับ​เจ้า​ต่อไป[๓๗] เจ้า​ต้อง​ไม่​คิด​ดอกเบี้ย​จาก​เงิน​ที่​เจ้า​ให้​เขา​กู้ยืม และ​ไม่​คิด​ดอกเบี้ย​ทบต้น​จาก​อาหาร​ที่​เจ้า​ให้​เขา​กิน[๓๘] เรา​คือ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเจ้า ที่​นำ​เจ้า​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ เพื่อ​ยก​แผ่นดิน​คานาอัน​นี้​ให้​กับเจ้า และ​เพื่อ​จะได้​เป็น​พระเจ้า​ของเจ้า[๓๙] ถ้า​พี่น้อง​ร่วม​ชาติ​ของเจ้า​ยากจน และ​ขาย​ตัวเอง​ให้​กับ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ไม่ให้​เขา​ทำงาน​ของ​ทาส[๔๐] เขา​จะ​เป็น​เหมือน​คนงาน​รับจ้าง​หรือ​คนงาน​ผู้​อยู่​อาศัย​กับเจ้า เขา​จะ​รับใช้​เจ้า​จนถึง​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย[๔๑] แล้ว​เขา​และ​ลูกๆ​ของเขา​จะ​ไป​จาก​เจ้า และ​กลับ​ไป​ยัง​ตระกูล​ของเขา​และ​ที่ดิน​ของ​บรรพบุรุษ​เขา[๔๒] เพราะ​พวกเขา​คือ​ทาส​ของเรา เรา​ได้​นำ​พวกเขา​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ พวกเขา​ต้อง​ไม่​ถูก​ขาย​เป็น​ทาส[๔๓] เจ้า​ต้อง​ไม่​ปกครอง​เขา​อย่าง​โหดร้าย​ทารุณ แต่​เจ้า​ต้อง​ยำเกรง​พระเจ้า​ของ​เจ้า[๔๔] ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง​ของ​เจ้า ต้อง​มา​จาก​ชนชาติ​ที่​อยู่​รอบๆ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ซื้อ​ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง​จาก​พวกเขา[๔๕] เจ้า​อาจ​ซื้อ​ทาส​จาก​ลูกๆ​ของ​พวก​ชาว​ต่างชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​กับ​เจ้า หรือ​จาก​ครอบครัว​ของ​เขา​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​และ​เกิด​บน​แผ่นดิน​ของ​เจ้า พวกนี้​จะ​กลาย​เป็น​สมบัติ​ของ​เจ้า[๔๖] และ​เมื่อ​เจ้า​ตาย คน​เหล่านี้​ก็​จะ​เป็น​มรดก​ตกทอด​ไป​สู่​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ตลอดไป คน​พวกนั้น​เจ้า​สามารถ​เอา​มา​เป็น​ทาส​ได้ แต่​เจ้า​ต้อง​ไม่​ปกครอง​พี่น้อง​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า ที่​เป็น​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​โหดร้าย​ทารุณ[๔๗] ถ้า​ชาว​ต่างชาติ​หรือ​แขก​ผู้​มา​เยือน​ของเจ้า​เป็น​คนรวย​และ​พี่น้อง​ร่วม​ชาติ​ของเจ้า​ยากจน​และ​ขาย​ตัวเอง​ให้​กับ​ชาว​ต่างชาติ​หรือ​แขก​ผู้​มา​เยือน หรือ​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ของ​ชาว​ต่างชาติ[๔๘] หลังจาก​ที่​เขา​ขาย​ตัวเอง​ไปแล้ว ญาติ​คนใด​คนหนึ่ง​ก็​มี​สิทธิ​ไถ่​เขา​คืน​มา​ได้[๔๙] หรือ​ลุง​หรือ​ลูกพี่​ลูกน้อง หรือ​ญาติ​สนิท​จาก​ครอบครัว​เขา ก็​มี​สิทธิ​ไถ่​เขา​คืน​มา​ได้ หรือ​ถ้า​เขา​หา​เงิน​มา​ได้​เพียง​พอ เขา​ก็​สามารถ​ไถ่​ตัวเอง​คืน​ได้​เหมือน​กัน[๕๐] เขา​และ​คน​ซื้อ​เขา​ไป ต้อง​นับ​จำนวน​ปี​ทั้งหมด ตั้งแต่​ปี​ที่​เขา​ขาย​ตัวเอง​ไป​จนถึง​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย และ​ราคา​ของ​ตัวเขา​ก็​จะ​ขึ้น​อยู่​กับ​จำนวน​ปี​ที่เหลือ​นั้น เวลา​ที่​เขา​อยู่​กับ​คน​ที่​ซื้อ​เขา​นั้น​จะ​นับ​เหมือน​เวลา​ของ​ลูกจ้าง​คน​หนึ่ง[๕๑] เขา​จะ​ต้อง​จ่าย​ค่าไถ่​ให้​กับ​คน​ที่​ซื้อ​เขา​มา จะ​จ่าย​มาก​หรือ​น้อย​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​จำนวน​ปี​ที่เหลือ ตั้งแต่​วัน​ที่​ตกลง​จะ​ไถ่​คืน​จนถึง​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย ถ้า​ยัง​เหลือ​อีก​หลายปี ก็​ต้อง​จ่าย​ค่าไถ่​มาก​หน่อย ถ้า​เหลือ​ไม่กี่ปี ก็​จ่าย​ค่าไถ่​น้อย​หน่อย[๕๒] ***[๕๓] คน​ที่​ขาย​ตัวเอง​จะ​อยู่​กับ​ชาว​ต่างชาติ​เหมือน​กับ​คนงาน​รับจ้าง​รายปี ชาว​ต่างชาติ​จะ​ต้อง​ไม่​ปกครอง​เขา​อย่าง​โหดร้าย​ทารุณ​ต่อหน้า​เจ้า[๕๔] แต่​ถ้า​เขา​ไม่​ได้รับ​การ​ไถ่ โดย​วิธีใด​วิธี​หนึ่ง​ที่​บอก​นี้ ตัวเขา​และ​ลูกๆเขา​ก็​จะ​เป็น​อิสระ​ใน​ปี​แห่ง​การ​ปลด​ปล่อย[๕๕] เพราะ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​คือ​ทาส​ของ​เรา พวกเขา​เป็น​ทาส​เรา เรา​ได้​นำ​พวกเขา​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ เรา​คือ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เจ้า

Thai Bible (ERV) 2001
Copyright © 2001 by Bible League International