A A A A A

ชีวิต: [แม่ม่าย]

ยากอบ ๑:๒๗
ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก

กิจการของอัครทูต ๖:๑
ในคราวนั้นเมื่อศิษย์กำลังทวีมากขึ้น พวกนิยมกรีกบ่นติเตียนพวกฮีบรูว่า ในการแจกทานทุกๆวันนั้น เขาเว้นไม่ได้แจกให้พวกแม่ม่ายชาวกรีก

๑ ทิโมธี ๕:๓-๑๖
[๓] จงให้เกียรติแก่แม่ม่ายไร้ที่พึ่ง[๔] ถ้าแม่ม่ายคนใดมีลูกหลาน ก็ให้ลูกหลานนั้นหัดปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนา โดยปฏิบัติกับครอบครัวของตนก่อน และให้ตอบแทนคุณบิดามารดา เพราะว่าการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า[๕] ฝ่ายผู้หญิงที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่ง และอยู่แต่ลำพังผู้เดียวนั้นก็ย่อมมอบความหวังไว้กับพระเจ้า และวิงวอนอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืนไม่ขาด[๖] ส่วนผู้หญิงที่ปล่อยตัวนั้นก็ตายทั้งเป็น[๗] จงกำชับข้อนี้ เพื่อเขาจะไม่ถูกตำหนิ[๘] ถ้าแม้ผู้ใดไม่เลี้ยงดูวงศ์ญาติของตน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในบ้านเรือนของตน ผู้นั้นก็ได้ปฏิเสธพระศาสนาเสียแล้ว และชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้เชื่อเสียอีก[๙] อย่าให้แม่ม่ายคนใดที่อายุต่ำกว่าหกสิบปี หรือผู้ที่ได้ทำการสมรสมากกว่าหนึ่งครั้ง ลงชื่อในทะเบียนแม่ม่าย[๑๐] และจะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี[๑๑] แต่แม่ม่ายสาวๆนั้น อย่ารับขึ้นทะเบียน เพราะว่าเมื่อเขาหลงระเริงห่างจากพระคริสต์ไปแล้ว ก็ใคร่จะสมรสอีก[๑๒] เขาจะต้องถูกตำหนิ เพราะเขาได้ละเมิดคำปฏิญาณเดิมของเขา[๑๓] นอกจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นคนเกียจคร้าน เที่ยวไปบ้านนี้บ้านนั้น และมิใช่แต่เกียจคร้านเท่านั้น แต่ปากบอนด้วย และเที่ยวยุ่งกับเรื่องของผู้อื่น พูดสิ่งซึ่งไม่ควรจะพูด[๑๔] เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้พวกแม่ม่ายสาวๆนั้นมีสามี มีบุตรและดูแลบ้านเรือน เพื่อมิให้ศัตรูมีช่องทางนินทาได้[๑๕] ด้วยว่ามีบางคนได้หลงตามพญามารไปแล้ว[๑๖] ถ้าหญิงผู้มีความเชื่อคนใดมีญาติพี่น้องที่เป็นแม่ม่าย ก็ให้เขาช่วยเลี้ยงดู อย่าให้เป็นภาระของคริสตจักรเลย เพื่อคริสตจักรจะได้สงเคราะห์คนที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่งจริงๆ

๑ ทิโมธี ๕:๙
อย่าให้แม่ม่ายคนใดที่อายุต่ำกว่าหกสิบปี หรือผู้ที่ได้ทำการสมรสมากกว่าหนึ่งครั้ง ลงชื่อในทะเบียนแม่ม่าย

๑ ทิโมธี ๕:๓
จงให้เกียรติแก่แม่ม่ายไร้ที่พึ่ง

๑ ทิโมธี ๕:๑๖
ถ้าหญิงผู้มีความเชื่อคนใดมีญาติพี่น้องที่เป็นแม่ม่าย ก็ให้เขาช่วยเลี้ยงดู อย่าให้เป็นภาระของคริสตจักรเลย เพื่อคริสตจักรจะได้สงเคราะห์คนที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่งจริงๆ

กิจการของอัครทูต ௯:௩௯
ฝ่ายเปโตรจึงลุกขึ้นไปกับเขา เมื่อถึงแล้วเขาพาท่านขึ้นไปในห้องชั้นบน และบรรดาหญิงม่ายได้ยืนอยู่กับท่านพากันร้องไห้ และชี้ให้ท่านดูเสื้อผ้าต่างๆซึ่งโดรคัสทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่

กิจการของอัครทูต ๖:๑-๖
[๑] ในคราวนั้นเมื่อศิษย์กำลังทวีมากขึ้น พวกนิยมกรีกบ่นติเตียนพวกฮีบรูว่า ในการแจกทานทุกๆวันนั้น เขาเว้นไม่ได้แจกให้พวกแม่ม่ายชาวกรีก[๒] ฝ่ายอัครทูตทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์ให้ประชุมกัน แล้วกล่าวว่า “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้า มัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่[๓] เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายจงเลือกเจ็ดคนในพวกท่าน ที่มีชื่อเสียงดีประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา เราจะตั้งเขาให้ดูแลการงานนี้[๔] ฝ่ายพวกเราจะขะมักเขม้นอธิษฐาน และรับใช้พระเจ้าในพันธกิจแห่งพระวจนะเสมอไป”[๕] คนทั้งหลายเห็นชอบกับคำนี้ จึงเลือกสเทเฟนผู้ประกอบด้วยความเชื่อและพระวิญญาณบริสุทธิ์ กับฟีลิป โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปารเมนัส และนิโคเลาส์ชาวเมืองอันทิโอกซึ่งเป็นผู้เข้าจารีตฝ่ายศาสนายิว[๖] คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มายืนต่อหน้าพวกอัครทูต แล้วพวกอัครทูตก็อธิษฐานและวางมือบนเขา

๑ ทิโมธี ௫:௧௧-௧௪
[௧௧] แต่แม่ม่ายสาวๆนั้น อย่ารับขึ้นทะเบียน เพราะว่าเมื่อเขาหลงระเริงห่างจากพระคริสต์ไปแล้ว ก็ใคร่จะสมรสอีก[௧௨] เขาจะต้องถูกตำหนิ เพราะเขาได้ละเมิดคำปฏิญาณเดิมของเขา[௧௩] นอกจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นคนเกียจคร้าน เที่ยวไปบ้านนี้บ้านนั้น และมิใช่แต่เกียจคร้านเท่านั้น แต่ปากบอนด้วย และเที่ยวยุ่งกับเรื่องของผู้อื่น พูดสิ่งซึ่งไม่ควรจะพูด[௧௪] เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้พวกแม่ม่ายสาวๆนั้นมีสามี มีบุตรและดูแลบ้านเรือน เพื่อมิให้ศัตรูมีช่องทางนินทาได้

๑ โครินธ์ ๗:๘-๙
[๘] ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่คนที่ยังเป็นโสดและพวกแม่ม่ายว่า การที่เขาจะอยู่เหมือนข้าพเจ้าก็ดีแล้ว[๙] แต่ถ้าเขายั้งใจไม่อยู่ ก็จงแต่งงานเสียเถิด เพราะแต่งงานเสียก็ดีกว่ามีใจเร่าร้อนด้วยกามราคะ

สดุดี ๖๘:๕
พระเจ้าในที่ประทับบริสุทธิ์ของพระองค์ ทรงเป็นพระบิดาของคนกำพร้าและทรง เป็นผู้ป้องกันหญิงม่าย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๔:๒๙
คนเลวี เพราะเขาไม่มีส่วนแบ่งหรือมรดกอย่างท่าน และคนต่างด้าวและลูกกำพร้า และแม่ม่าย ผู้ซึ่งอยู่ภายในเมืองของท่าน จะได้มารับประทานอย่างอิ่มหนำ เพื่อว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงอำนวย พระพรแก่บรรดากิจการซึ่งมือของท่านทั้งหลายได้กระทำนั้น

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๖:๑๑-๑๔
[๑๑] ท่านจงปีติร่าเริงต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ทั้งตัวท่านและบุตรชายหญิงของท่าน ทั้งทาสชายหญิงของท่าน คนเลวีซึ่งอยู่ในเมืองของท่าน ทั้งคนต่างด้าว เด็กกำพร้า และแม่ม่าย ซึ่งอยู่ท่ามกลางท่าน ณ สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกไว้ ให้พระนามของพระองค์ประทับที่นั่น[๑๒] ท่านพึงจำไว้ว่าท่านเคยเป็นทาสในอียิปต์ ท่านพึงระวังที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เหล่านี้[๑๓] “ท่านจงถือเทศกาลอยู่ เพิง เจ็ดวัน เมื่อท่านเก็บรวบรวมพืชผลของท่านจากลานนวดข้าว และจากบ่อย่ำองุ่นของท่านแล้ว[๑๔] ในการเลี้ยงนั้นท่านจงปีติร่าเริง ทั้งท่านและบุตรชายหญิงของท่าน และทาสชายหญิงของท่าน ทั้งคนเลวีและคนต่างด้าว ทั้งเด็กกำพร้า และแม่ม่ายซึ่งอยู่ในเมืองของท่าน

เยเรมีย์ ๔๙:๑๑
จงทิ้งเด็กกำพร้าพ่อของเจ้าไว้เถิดเราจะให้เขามีชีวิตอยู่ และให้แม่ม่ายของเจ้าวางใจในเราเถิด”

มาลาคี ๓:๕
“พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า แล้วเราจะมาใกล้เจ้าเพื่อการพิพากษา เราจะเป็นพยานที่รวดเร็วที่กล่าวโทษนักวิทยาคม พวกผิดประเวณี ผู้ที่สบถเท็จ ผู้ที่บีบบังคับลูกจ้างในเรื่องค่าจ้าง และแม่ม่าย และลูกกำพร้าพ่อ ผู้ที่ผลักไสคนต่างด้าวให้ไปเสีย และผู้ที่ไม่ยำเกรงเรา

เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๔:๒๘-๒๙
[๒๘] “พอครบสามปีทุกทีท่านทั้งหลายจงนำทศางค์จาก พืชผลที่ได้ในปีนั้นมาสะสมไว้ในเมืองของท่าน[๒๙] คนเลวี เพราะเขาไม่มีส่วนแบ่งหรือมรดกอย่างท่าน และคนต่างด้าวและลูกกำพร้า และแม่ม่าย ผู้ซึ่งอยู่ภายในเมืองของท่าน จะได้มารับประทานอย่างอิ่มหนำ เพื่อว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงอำนวย พระพรแก่บรรดากิจการซึ่งมือของท่านทั้งหลายได้กระทำนั้น

โยบ ௨௨:௯
ท่านไล่แม่ม่ายออกไปมือเปล่า และแขนของลูกกำพร้าพ่อก็หัก

เพลงคร่ำครวญ ๕:๓
พวกข้าพระองค์เป็นคนกำพร้าบิดา และเหล่ามารดาของข้าพระองค์เป็นดั่งหญิงม่าย

อพยพ ๒๒:๒๒-๒๔
[๒๒] อย่าข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้าเลย[๒๓] ถ้าเจ้าข่มเหงเขาโดยวิธีใดก็ตาม และเขาร้องทุกข์ถึงเรา เราจะฟังคำร้องทุกข์ของเขาแน่ๆ[๒๔] ความโกรธของเราจะพลุ่งขึ้น และเราจะประหารเจ้าด้วยดาบ ภรรยาของเจ้าจะต้องเป็นม่าย และบุตรของเจ้าจะต้องเป็นกำพร้า

อิสยาห์ ๑๐:๑-๒
[๑] วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ออกกฎหมายอธรรม และแก่ผู้เขียนที่เขียนแต่การบีบคั้นเรื่อยไป[๒] เพื่อหันคนขัดสนไปจากความยุติธรรม และปล้นสิทธิของคนจนแห่งชนชาติของเราเสีย เพื่อว่าหญิงม่ายจะเป็นของริบของเขา และเพื่อเขาจะกระทำให้คนกำพร้าพ่อเป็นเหยื่อของเขา

อพยพ ๒๒:๒๔
ความโกรธของเราจะพลุ่งขึ้น และเราจะประหารเจ้าด้วยดาบ ภรรยาของเจ้าจะต้องเป็นม่าย และบุตรของเจ้าจะต้องเป็นกำพร้า

เยเรมีย์ ௧௫:௮
เรากระทำให้หญิงม่ายของเขามีมาก ยิ่งกว่าทรายในทะเล ณ เวลาเที่ยงวัน เราได้นำผู้ทำลาย มาสู่บรรดาแม่ของคนหนุ่มทั้งหลาย เราได้กระทำให้ความแสนระทมและความสยดสยอง ตกเหนือเธอโดยฉับพลัน

โยบ ๒๗:๑๕
คนของเขาที่รอด โรคระบาดก็จะฝังเขาเสีย และเมียม่ายของเขาจะไม่คร่ำครวญ

อิสยาห์ ๑๐:๒
เพื่อหันคนขัดสนไปจากความยุติธรรม และปล้นสิทธิของคนจนแห่งชนชาติของเราเสีย เพื่อว่าหญิงม่ายจะเป็นของริบของเขา และเพื่อเขาจะกระทำให้คนกำพร้าพ่อเป็นเหยื่อของเขา

เยเรมีย์ ๑๘:๒๑
เพราะฉะนั้น ขอทรงมอบบุตรหลานของ เขาให้แก่การกันดารอาหาร มอบเขาทั้งหลายให้แก่อำนาจของดาบ ให้ภรรยาของเขาทั้งหลายขาดบุตรและเป็นหญิงม่าย ขอให้ผู้ชายของเขาประสบความตายด้วยโรคระบาด ให้อนุชนของเขาถูกดาบตายในสงคราม

สดุดี ๗๘:๖๔
บรรดาปุโรหิตของเขาล้มลงด้วยดาบ และหญิงม่ายของเขาไม่มีการร้องทุกข์

อพยพ ๒๒:๒๒
อย่าข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้าเลย

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๗:๑๙
“ ‘ผู้ใดทำให้เสียความยุติธรรมอันควรได้แก่คนต่างด้าว ลูกกำพร้า และแม่ม่าย ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง’ ให้ประชาชนทั้งปวงกล่าวพร้อมกันว่า ‘อาเมน’

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๔:๑๗
“ท่านทั้งหลายอย่าให้เสียความยุติธรรม ซึ่งควรได้แก่คนต่างด้าวหรือควรได้ แก่ลูกกำพร้าและอย่ารับเสื้อผ้าของหญิงม่ายไว้เป็นประกัน

ลูกา ๒:๓๗
แล้วก็เป็นม่ายมาจนถึงแปดสิบสี่ปี นางมิได้ไปจากบริเวณพระวิหารเลย อยู่นมัสการถืออดอาหารและอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืน

เฉลยธรรมบัญญัติ 10:18
พระองค์ประทานความยุติธรรมแก่ลูกกำพร้าและแม่ม่าย และทรงรักคนต่างด้าว ประทานอาหารและเครื่องนุ่งห่มแก่เขา

อิสยาห์ ๑:๑๗
จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย

โรม ๗:๓
ฉะนั้น ถ้าผู้หญิงนั้นไปหลับนอนกับชายอื่นในเมื่อสามียังมีชีวิตอยู่ นางก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงล่วงประเวณี แต่ถ้าสามีตายแล้ว นางก็พ้นจากกฎประเพณีสามีภรรยา แม้นางไปเป็นภรรยาชายอื่น ก็หาผิดประเวณีไม่

๑ ทิโมธี ๕:๔
ถ้าแม่ม่ายคนใดมีลูกหลาน ก็ให้ลูกหลานนั้นหัดปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนา โดยปฏิบัติกับครอบครัวของตนก่อน และให้ตอบแทนคุณบิดามารดา เพราะว่าการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

เฉลยธรรมบัญญัติ 24:19-21
[19] “เมื่อท่านเกี่ยวข้าวในนาของท่าน และลืมฟ่อนข้าวไว้ในนาฟ่อนหนึ่ง อย่ากลับไปเอามาเลย ให้เป็นของคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่ม่าย เพื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ ท่านจะอวยพระพรแก่กิจการทั้งหลายแห่งมือของท่าน[20] เมื่อท่านฟาดต้นมะกอกเทศ ท่านอย่าเก็บที่กิ่งเดิมซ้ำครั้งที่สอง ให้เหลือไว้สำหรับคนต่างด้าว ลูกกำพร้า และแม่ม่าย[21] เมื่อท่านเก็บผลองุ่นจากสวนองุ่นของท่าน ท่านอย่าไปเก็บเล็มอีก จงเหลือไว้สำหรับคนต่างด้าว ทั้งลูกกำพร้าและแม่ม่าย

โยบ 24:3
เขาไล่ต้อนลาของคนกำพร้าไป เขาเอาวัวของหญิงม่ายไปเป็นประกัน

เอเสเคียล 22:7
บิดามารดาถูกเหยียดหยามอยู่ในเจ้า คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ก็ถูกเบียดเบียนอยู่ท่ามกลางเจ้า ลูกกำพร้าและหญิงม่ายก็ถูกข่มเหง อยู่ในเจ้า

๑ ทิโมธี 5:10
และจะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี

สุภาษิต ๑๕:๒๕
พระเจ้าทรงรื้อเรือนของคนเย่อหยิ่ง แต่ให้ขอบเขตของหญิงม่ายคงอยู่

เศคาริยาห์ ๗:๑๐
อย่าบีบบังคับหญิงม่าย ลูกกำพร้าพ่อ คนต่างด้าวหรือคนยากจน และอย่าคิดอุบายชั่วในใจต่อพี่น้องของตน”

มาระโก ๑๒:๔๒-๔๓
[๔๒] มีหญิงม่ายคนหนึ่งเป็นคนจนเอาเหรียญทองแดงสองอัน มีค่าประมาณสลึงหนึ่งมาใส่ไว้[๔๓] พระองค์จึงทรงเรียกเหล่าสาวกมาตรัสแก่เขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายจนคนนี้ได้ใส่ไว้ในตู้เก็บเงินถวายมากกว่าคนทั้งปวงที่ใส่ไว้นั้น

โยบ ๒๙:๑๓
พรของคนที่จวนพินาศก็มาถึงข้า และข้าเป็นเหตุให้จิตใจของหญิงม่าย ร้องเพลงด้วยความชื่นบาน

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๔:๑๙
“เมื่อท่านเกี่ยวข้าวในนาของท่าน และลืมฟ่อนข้าวไว้ในนาฟ่อนหนึ่ง อย่ากลับไปเอามาเลย ให้เป็นของคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่ม่าย เพื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ ท่านจะอวยพระพรแก่กิจการทั้งหลายแห่งมือของท่าน

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๖:๑๒
“เมื่อท่านถวายทศางค์จากผลไม้ของท่านเสร็จแล้ว ในปีที่สามอันเป็นปีทศางค์ คือให้ทศางค์นั้นแก่คนเลวีและคนต่างด้าว ลูกกำพร้า และแม่ม่าย เพื่อเขาจะได้รับประทานให้อิ่มหนำ ภายในเมืองของท่าน

๑ ทิโมธี ๕:๕
ฝ่ายผู้หญิงที่เป็นแม่ม่ายไร้ที่พึ่ง และอยู่แต่ลำพังผู้เดียวนั้นก็ย่อมมอบความหวังไว้กับพระเจ้า และวิงวอนอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืนไม่ขาด

เยเรมีย์ ୭:୬
ถ้าเจ้าไม่ข่มเหงคนต่างด้าว ลูกกำพร้าพ่อหรือแม่ม่าย และไม่หลั่งโลหิตที่ไร้ความผิดให้ถึงตายในที่นี้ และเจ้าทั้งหลายไม่ติดตามพระอื่นไปให้เจ็บตัวเอง

สดุดี ๙๔:๖
เขาสังหารแม่ม่ายและคนต่างด้าว และกระทำฆาตกรรมลูกกำพร้า

สดุดี ๑๔๖:๙
พระเจ้าทรงเฝ้าดูคนต่างด้าว พระองค์ทรงชูลูกกำพร้าพ่อและหญิงม่าย แต่พระองค์ทรงพลิกทางของคนอธรรม

Thai Bible (TH1971)
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971