A A A A A

เพิ่มเติม: [สามี]

๑ พงศาวดาร ๔:๕
อัชฮูร์บิดาของเทโคอา มีภรรยาสองคน คือเฮลาห์และนาอาราห์

๒ ซามูเอล 5:13
ภายหลังที่พระองค์เสด็จจากเฮโบรน ดาวิดทรงได้นางสนมและมเหสีจากเยรูซาเล็มเพิ่มขึ้นอีก และบังเกิดราชโอรสและราชธิดาอีก

๒ ซามูเอล ๑๒:๘
และเราได้มอบวงศ์เจ้านายของเจ้าไว้ในมือของเจ้า และได้มอบภรรยาเจ้านายของเจ้าไว้ในอกของเจ้า และมอบวงศ์วานอิสราเอลและวงศ์วานยูดาห์ให้แก่เจ้า ถ้าเท่านี้ยังน้อยไป เราจะเพิ่มให้อีกเท่านี้

๒ พงศาวดาร 11:21
เรโหโบอัมทรงรักมาอาคาห์ธิดาของอับซาโลม มากกว่ามเหสี และนางสนมของพระองค์ทั้งสิ้น (พระองค์มีมเหสีสิบแปดองค์และนางสนมหกสิบคน และมีโอรสยี่สิบแปดองค์และธิดาหกสิบองค์)

๒ พงศาวดาร 13:21
แต่อาบียาห์ก็มีอำนาจยิ่งขึ้น และมีมเหสีสิบสี่องค์ มีโอรสยี่สิบสององค์ และธิดาสิบหกองค์

อพยพ ๒๑:๑๐
ถ้าเขาหาหญิงอื่นมาเป็นภรรยา อย่าให้เขาลดอาหารการกิน เสื้อผ้าและประเพณีผัวเมียกับคนเก่า

ปฐมกาล ๔:๑๙
ส่วนลาเมคได้ภรรยาสองคน คนหนึ่งชื่ออาดาห์ คนหนึ่งชื่อศิลลาห์

ปฐมกาล ๓๐:๔-๙
[๔] นางจึงยกบิลฮาห์สาวใช้ของตนให้เป็นภรรยาของยาโคบ ยาโคบก็เข้าไปหานาง[๕] บิลฮาห์ก็ตั้งครรภ์กับยาโคบและมีบุตรชาย[๖] นางราเชลว่า “พระเจ้าผู้ทรงตัดสินเรื่องข้าพเจ้า ได้ทรงสดับฟังเสียงข้าพเจ้าทูลจึงประทานบุตรชายแก่ข้าพเจ้า” เหตุฉะนี้นางจึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า ดาน[๗] บิลฮาห์สาวใช้ของนางราเชลตั้งครรภ์อีก และคลอดบุตรชายคนที่สองให้แก่ยาโคบ[๘] นางราเชลจึงว่า “ข้าพเจ้าปล้ำสู้ กับพี่สาวของข้าพเจ้าเสียใหญ่โต และข้าพเจ้าได้ชัยชนะแล้ว” นางจึงให้ชื่อบุตรนั้นว่า นัฟทาลี[๙] เมื่อนางเลอาห์เห็นว่าตนหยุดคลอดบุตร จึงยกศิลปาห์สาวใช้ของตน ให้เป็นภรรยาของยาโคบ

อิสยาห์ 4:1
ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้ กล่าวว่า “เราจะหากินของเรา หานุ่งหาห่มของเราเอง ขอเพียงให้เขาเรียกเราด้วยชื่อของเธอ ขอจงปลดความอดสูของเราเสีย”

ผู้วินิจฉัย 8:30
กิเดโอนมีบุตรชายเกิดจากสายโลหิตของท่านเจ็ดสิบคน เพราะท่านมีภรรยาหลายคน

กันดารวิถี 12:1
มิเรียมและอาโรนได้พูดติโมเสส เหตุหญิงคนคูชที่ท่านได้แต่งงานด้วย เพราะโมเสสได้แต่งงานกับหญิงคนคูชคนหนึ่ง

๑ ซามูเอล ๑:๑-๒
[๑] มีชายคนหนึ่งเป็นชาวรามาธาอิมโซฟิม แห่งแดนเทือกเขาเอฟราอิมชื่อเอลคานาห์บุตรเยโรฮัม ผู้เป็นบุตรเอลีฮู ผู้เป็นบุตรโทหุ ผู้เป็นบุตรศูฟ คนเผ่าเอฟราอิม[๒] ท่านมีภรรยาสองคน คนหนึ่งชื่อฮันนาห์ อีกคนหนึ่งชื่อเปนินนาห์ เปนินนาห์มีบุตรแต่ฮันนาห์ไม่มี

เฉลยธรรมบัญญัติ ୨୧:୧୫-୧୭
[୧୫] “ถ้าชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน รักคนหนึ่ง ไม่ชอบอีกคนหนึ่ง ภรรยาทั้งสองคือทั้ง คนที่รักและคนที่ไม่ชอบก็มีบุตรด้วยกัน และบุตรหัวปีเป็นบุตรของภรรยาคนที่ตนไม่ชอบ[୧୬] เมื่อถึงวันแบ่งทรัพย์สินให้แก่บุตรเป็นมรดกนั้น อย่าให้เขากระทำแก่บุตรของภรรยาคนที่ตนรัก นั้นอย่างกับเป็นบุตรหัวปี แทนบุตรของภรรยาที่ตนไม่ชอบซึ่งเป็นบุตรหัวปี[୧୭] แต่เขาต้องยอมรับบุตรหัวปีคือบุตรของ ภรรยาคนที่ตนไม่ชอบ โดยแบ่งข้าวของให้แก่บุตรหัวปีสองเท่า เพราะว่าคนนี้เป็นต้นกำลังของบิดา สิทธิของบุตรหัวปีเป็นของเขา

๒ พงศาวดาร 24:1-3
[1] เมื่อโยอาชได้เริ่มครอบครองมีพระชนมายุเจ็ดพรรษา และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสี่สิบพรรษา พระมารดาของพระองค์ทรงพระนามว่าศิบียาห์แห่งเมือง เบเออร์เชบา[2] และโยอาชทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้า ตลอดชั่วอายุของเยโฮยาดาปุโรหิต[3] เยโฮยาดาหามเหสีให้พระองค์สององค์ และพระองค์ก็มีโอรสและธิดาหลายองค์

เอเสเคียล 23:1-4
[1] พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า[2] “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย มีผู้หญิงสองคนเป็นบุตรสาวมารดาเดียวกัน[3] เธอเล่นชู้ในอียิปต์ เธอเล่นชู้ตั้งแต่สาวๆ ณ ที่นั้นถันของเธอถูกเคล้าคลึง และอกพรหมจารีของเธอก็ถูกจับต้อง[4] คนพี่ชื่อโอโฮลาห์และโอโฮลีบาห์เป็นชื่อน้องสาว ทั้งสองมาเป็นของเรา ทั้งสองเกิดบุตรชายหญิง เรื่องชื่อนั้น โอโฮลาห์คือสะมาเรียและโอโฮลีบาห์ คือเยรูซาเล็ม

๑ โครินธ์ 7:1-5
[1] เรื่องที่พวกท่านเขียนมานั้นขอตอบว่า การที่ผู้ชายไม่ข้องแวะกับผู้หญิงเลยก็ดีแล้ว[2] แต่เพื่อป้องกันการล่วงประเวณี ผู้ชายทุกคนควรมีภรรยาเป็นของตน และผู้หญิงทุกคนมีสามีเป็นของตน[3] สามีพึงประพฤติต่อภรรยาตามควร และภรรยาก็พึงประพฤติต่อสามีตามควรเช่นเดียวกัน[4] ภรรยาไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตน แต่สามีมีอำนาจเหนือร่างกายของภรรยา ทำนองเดียวกันสามีไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตน แต่ภรรยามีอำนาจเหนือร่างกายของสามี[5] อย่าปฏิเสธการอยู่ร่วมกันเว้นแต่ได้ตกลงกันเป็นการชั่วคราว เพื่ออุทิศตัวในการอธิษฐาน แล้วจึงค่อยมาอยู่ร่วมกันอีก เพื่อมิให้ซาตานชักจูงให้ทำผิดเพราะตัวอดไม่ได้

เฉลยธรรมบัญญัติ ๒๕:๕-๑๐
[๕] “ถ้าพี่น้องอยู่ด้วยกัน และคนหนึ่งตายเสียหามีบุตรชายไม่ ภรรยาของผู้ที่ตายนั้นจะออกไปเป็นภรรยาของคนนอกไม่ได้ ให้พี่น้องของสามีนางเข้าไปหานางและรับหญิงนั้นมาเป็น ภรรยา และทำหน้าที่ของสามีแก่นาง[๖] บุตรหัวปีที่เกิดมากับหญิงคนนั้นให้ สืบชื่อพี่น้องคนที่ตายไปนั้น เพื่อชื่อของเขาจะมิได้ลบไปจาก อิสราเอล[๗] ถ้าชายคนนั้นไม่ประสงค์จะรับภรรยาของพี่น้องของเขา ก็ให้ภรรยาของพี่น้องของเขาไปหาพวกผู้ใหญ่ที่ประตูเมือง และกล่าวว่า ‘พี่น้องของสามีดิฉันไม่ยอมสืบชื่อของ พี่น้องของเขาในอิสราเอล เขาไม่ยอมรับหน้าที่ของสามีของดิฉัน’[๘] แล้วพวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้นจะเรียกชายคนนั้นมาพูดกับเขา ถ้าเขายังยืนยันโดยกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะรับนาง’[๙] แล้วนางนั้นจะเข้าไปใกล้ชายคนนั้นต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ ดึงเอารองเท้าของชายคนนั้นออกมาข้างหนึ่ง และถ่มน้ำลายรดหน้าชายนั้นแล้วกล่าวว่า ‘เลิกกันทีกับผู้ชายที่ไม่ยอมสร้างครอบครัวของพี่น้องของตน’[๑๐] ในอิสราเอลเขาจะเรียกชื่อครอบครัวนี้ว่าครอบครัวที่รองเท้าถูกดึงออก

๑ พงศาวดาร ୩:୧-୯
[୧] ต่อไปนี้เป็นโอรสของดาวิดประสูติให้แก่พระองค์ ในกรุงเฮโบรน อัมโนนโอรสหัวปี พระนางอาหิโนอัม ชาวยิสเรเอลประสูติ องค์ที่สองคือดาเนียล พระนางอาบีกายิลชาวคารเมลประสูติ[୨] องค์ที่สาม คืออับซาโลมพระมารดามี พระนามว่ามาอาคาห์ราชธิดาของทัลมัย พระราชาของเมืองเกชูร์ องค์ที่สี่คืออาโดนียาห์ พระมารดาทรงพระนามว่าฮักกีท[୩] องค์ที่ห้าคือเชฟาทิยาห์ พระนางอาบีทัลประสูติ องค์ที่หกคืออิทเรอัม เอกลาห์มเหสีของพระองค์ประสูติ[୪] ทั้งหกองค์ประสูติให้แก่พระองค์ในกรุงเฮโบรนที่นั่นพระองค์ ทรงครอบครองเจ็ดปีกับหกเดือน และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสามสิบสามปี[୫] ต่อไปนี้เป็นโอรสที่ประสูติให้แก่ พระองค์ในกรุงเยรูซาเล็ม คือชิเมอา โชบับ นาธัน และซาโลมอน สี่องค์นี้พระนางบัทชูวา บุตรีของอัมมีเอลประสูติ[୬] แล้วก็มีอิบฮาร์ เอลีชามา เอลีเฟเลท[୭] โนกาห์ เนเฟก ยาเฟีย[୮] เอลีชามา เอลียาดา และเอลีเฟเลท เก้าองค์ด้วยกัน[୯] ทั้งสิ้นนี้เป็นโอรสของดาวิด นอกเหนือจากบุตรชายของนางสนม และทามาร์เป็นขนิษฐาของโอรส

Thai Bible (TH1971)
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971