A A A A A


ค้นหา

มัทธิว ๑:๒๒
เรื่อง​ทั้งหมดนี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​มา​ทาง​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ที่​ว่า


มัทธิว ๑:๒๓
“จะ​มี​หญิง​พรหมจารี​ตั้ง​ท้อง และ​คลอด​ลูกชาย ซึ่ง​คน​จะ​เรียก​เขา​ว่า ‘อิมมานูเอล’ ที่​แปล​ว่า ‘พระเจ้า​อยู่​กับ​เรา’”


มัทธิว ๒:๕
พวกเขา​ตอบ​ว่า “ที่​เบธเลเฮม ใน​แคว้น​ยูเดีย​ครับ​ท่าน เพราะ​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขียน​ไว้​ว่า


มัทธิว ๒:๑๒
พระเจ้า​ได้​มา​เตือน​พวก​โหราจารย์​ใน​ความฝัน ไม่​ให้​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​เฮโรด พวก​เขา​จึง​ใช้​เส้นทาง​อื่น​กลับ​ไป​บ้าน​เมือง​ของ​ตน


มัทธิว ๒:๑๕
พวก​เขา​อยู่​ที่​นั่น​จน​กษัตริย์​เฮโรด​ตาย ซึ่ง​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​มา​ทาง​ผู้พูดแทนพระเจ้า ว่า “เรา​ได้​เรียก​ลูก​ของ​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์”


มัทธิว ๒:๑๗
ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​เยเรมียาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า​ว่า


มัทธิว ๒:๒๓
เขา​ไป​อยู่​ที่​เมือง​นาซาเร็ธ เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ไว้​เกี่ยว​กับ​พระคริสต์ ผ่าน​มา​ทาง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่​ว่า “คน​จะ​เรียก​เขา​ว่า ชาว​นาซาเร็ธ”


มัทธิว ๓:๓
อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ถึง​ยอห์น​คนนี้​ว่า “มี​เสียง​คน​ร้อง​ตะโกน​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ว่า ‘เตรียม​ทาง​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ทำ​ทาง​สำหรับ​พระองค์​ให้​ตรง’”


มัทธิว ๓:๗
เมื่อ​ยอห์น​เห็น​พวก​ฟาริสี และ​พวก​สะดูสี เป็น​จำนวน​มาก​พา​กัน​มา จะ​ให้​เขา​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้ ยอห์น​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ไอ้​ชาติ​อสรพิษ ใคร​เตือน​ให้​พวก​แก​หลบ​หนี​จาก​การ​ลงโทษ​ของ​พระเจ้า​ที่​กำลัง​จะ​มา​ถึง


มัทธิว ๓:๙
อย่า​นึก​เอา​เอง​ว่า ‘พวก​เรา​ไม่​ถูก​ลงโทษ​หรอก เพราะ​พวก​เรา​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม’ โธ่เอ๋ย ผม​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระเจ้า​สามารถ​เสก​ก้อน​หิน​พวกนี้​ให้​กลาย​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม​ก็​ได้


มัทธิว ๓:๑๕
แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “ตอนนี้ ให้​เป็น​อย่างนี้​ไป​ก่อน เพราะ​พวก​เรา​ควร​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเจ้า​ต้อง​การ” ยอห์น​ถึง​ยอม​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ ให้​พระองค์


มัทธิว ๓:๑๖
ทันที​ที่​พระองค์​โผล่​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ ท้องฟ้า​ก็​เปิด​ออก และ​พระองค์​ก็​เห็น​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​เหมือน​นก​พิราบ​ลง​มา​อยู่​เหนือ​พระองค์


มัทธิว ๔:๓
มาร​จึง​มา​ยั่วยุ​พระองค์​ว่า “ถ้า​เป็น​ลูก​พระเจ้า​จริง ก็​สั่ง​หิน​พวกนี้​ให้​กลาย​เป็น​ขนมปัง​สิ”


มัทธิว ๔:๔
พระเยซู​ตอบ​ว่า “พระคัมภีร์ เขียน​ไว้​ว่า ‘ชีวิต​ที่​เที่ยงแท้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ขนมปัง​เพียง​อย่าง​เดียว แต่​อยู่​ได้​ด้วย​คำพูด​ทุก​คำ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า’”


มัทธิว ๔:๖
แล้ว​มาร​ก็​ท้า​พระเยซู​ว่า “ถ้า​เป็น​ลูก​พระเจ้า​จริง ก็​กระโดด​ลง​ไป​เลย เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘พระเจ้า​จะ​สั่ง​ให้​ทูต​ของ​พระองค์​คุ้มครอง​ท่าน และ​เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​จะ​รับ​ท่าน​ไว้ เพื่อ​ไม่​ให้​เท้า​ของ​ท่าน​กระแทก​หิน’”


มัทธิว ๔:๗
พระเยซู​ตอบ​มาร​ว่า “แต่​พระคัมภีร์​ก็​เขียน​ไว้​เหมือน​กัน​ว่า ‘อย่า​ได้​ลองดี​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต พระเจ้า​ของ​เจ้า’”


มัทธิว ๔:๑๐
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​กราบไหว้บูชา​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า และ​รับใช้​พระองค์​แต่​เพียง​ผู้​เดียว’”


มัทธิว ๔:๑๔
เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ว่า


มัทธิว ๕:๓
“คน​ที่​รู้ตัว​ว่า​ต้อง​การ​พระเจ้า มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​เขา​ได้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์


มัทธิว ๕:๔
คน​ที่​โศกเศร้า มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​พระเจ้า​จะ​ปลอบโยน​เขา


มัทธิว ๕:๕
คน​ที่​มี​จิตใจ​อ่อนโยน มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​พระเจ้า​จะ​ให้​โลกนี้​กับ​เขา


มัทธิว ๕:๖
คน​ที่​หิว​กระหาย​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า มี​เกียรติ​จริงๆ​เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​เขา​อิ่ม​ใจ


มัทธิว ๕:๗
คน​ที่​มี​จิตใจ​เมตตา มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​พระเจ้า​จะ​เมตตา​เขา


มัทธิว ๕:๘
คน​ที่​มี​จิตใจ​บริสุทธิ์ มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​เขา​จะ​ได้​เห็น​พระเจ้า


มัทธิว ๕:๙
คน​ที่​สร้าง​สันติ มี​เกียรติ​จริงๆ เพราะ​พระเจ้า​จะ​เรียก​เขา​ว่า​เป็น​ลูก


มัทธิว ๕:๑๐
คน​ที่​โดน​ข่มเหง​รังแก​เพราะ​ทำ​ตาม​ความต้องการ​ของ​พระเจ้า มี​เกียรติ​จริงๆ​เพราะ​เขา​ได้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์


มัทธิว ๕:๑๒
ให้​ดีใจ​และ​มี​ความสุข​เถอะ เพราะ​พระเจ้า​ได้​เก็บ​รางวัล​อัน​ยิ่งใหญ่​ไว้​ให้​กับ​คุณ​แล้ว​ที่​บน​สวรรค์ เพราะ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ใน​สมัย​ก่อน​ก็​โดน​ข่มเหง​อย่าง​เดียว​กับ​คุณ​นี่​แหละ


มัทธิว ๕:๑๗
อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​ยกเลิก​กฎปฏิบัติ​ของ​โมเสส หรือ​มา​ยกเลิก​ข้อ​ความ​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เขียน​ไว้ เรา​ไม่​ได้​มา​ยกเลิก​แต่​มา​ทำ​ให้​มัน​สำเร็จ


มัทธิว ๕:๒๐
เพราะ​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ได้​เชื่อฟัง​พระเจ้า​มาก​ไป​กว่า​ที่​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​เชื่อฟัง​พระองค์ คุณ​ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์


มัทธิว ๕:๓๔
แต่​เรา​ขอ​บอก​ว่า​อย่า​สาบาน​เลย ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​สวรรค์ เพราะ​สวรรค์​นั้น​เป็น​ที่​นั่ง​ของ​พระเจ้า


มัทธิว ๕:๓๕
ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​โลกนี้ เพราะ​โลกนี้​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​พระเจ้า ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม เพราะ​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เมือง​ของ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่


มัทธิว ๕:๔๗
ถ้า​ทักทาย​แต่​เพื่อน คุณ​ได้​ทำ​อะไร​พิเศษ​ไป​กว่า​คน​อื่นๆ​หรือ เพราะ​คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน


มัทธิว ๖:๗
เมื่อ​คุณ​อธิษฐาน ก็​อย่า​พูด​ซ้ำซาก​ไร้สาระ​เหมือน​คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ทำ​กัน เพราะ​พวก​เขา​คิด​ว่า ถ้า​เขา​พูด​ซ้ำ​แล้ว​ซ้ำ​อีก พวก​เขา​จะ​ได้รับ​คำตอบ​จาก​การ​อธิษฐาน​นั้น


มัทธิว ๖:๒๔
ไม่​มี​ใคร​รับใช้​นาย​สอง​นาย​ได้ เพราะ​เขา​จะ​เกลียด​นาย​คน​หนึ่ง และ​รัก​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​ไม่​ก็​จะ​ทุ่มเท​ให้​กับ​นาย​คน​หนึ่ง และ​จะ​ดูถูก​นาย​อีก​คน​หนึ่ง คุณ​จะ​รับใช้​พระเจ้า​และ​เงินทอง​พร้อมๆ​กัน​ไม่​ได้​หรอก


มัทธิว ๖:๓๐
ดู​อย่าง​หญ้า​ใน​ทุ่ง​สิ มัน​อยู่​แค่​วันนี้ พรุ่งนี้​ก็​ถูก​เผา​ไฟ​แล้ว แต่​พระเจ้า​ยัง​ตกแต่ง​ให้​สวย​ถึง​ขนาดนี้ แล้ว​นับ​ประสา​อะไร​กับ​พวก​คุณ​เล่า พระองค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​ตกแต่ง​ให้​มาก​กว่า​ทุ่งหญ้า​หรือ พวก​คุณ​นี่​ช่าง​มี​ความเชื่อ​น้อย​เสีย​จริงๆ


มัทธิว ๖:๓๒
พวก​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ก็​ดิ้นรน​หา​สิ่ง​เหล่านี้​กัน แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​สิ่ง​เหล่านี้​จำเป็น​สำหรับ​คุณ


มัทธิว ๖:๓๓
แต่​ให้​ดิ้นรน​หา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​และ​ชีวิต​ที่​ทำ​ตามใจ​พระองค์​ก่อน แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทั้งหมดนี้​กับ​พวก​คุณ​เอง


มัทธิว ๗:๑
อย่า​ตัดสิน​คน​อื่น​แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ตัดสิน​คุณ


มัทธิว ๗:๒
เพราะ​คุณ​ตัดสิน​คน​อื่น​อย่าง​ไร พระเจ้า​ก็​จะ​ตัดสิน​คุณ​อย่าง​นั้น คุณ​ใช้​วิธี​อะไร​ตัดสิน​คน​อื่น พระเจ้า​ก็​จะ​ใช้​วิธี​นั้น​ตัดสิน​คุณ


มัทธิว ๗:๑๒
ดังนั้น​ให้​ทำ​กับ​คน​อื่น​เหมือน​กับ​ที่​คุณ​อยาก​ให้​คน​อื่น​ทำ​กับ​คุณ​ใน​ทุก​เรื่อง เพราะ​กฎปฏิบัติ​ของ​โมเสส และ​คำสอน​ของ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​สรุป​ได้​อย่างนี้​แหละ


มัทธิว ๗:๑๕
ให้​ระวัง​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ตัว​ปลอม ที่​มา​หา​คุณ​ใน​คราบ​ลูกแกะ​เชื่องๆ​แต่​ใจ​นั้น​ร้าย​เหมือน​หมาป่า


มัทธิว ๗:๒๐
ดังนั้น​จะ​รู้​ว่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​นั้น​เป็น​ตัว​ปลอม​หรือ​เปล่า ก็​ดู​จาก​ผล​ของ​การกระทำ​ของ​เขา


มัทธิว ๗:๒๒
เมื่อ​ถึง​วัน​พิพากษา​ก็​จะ​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​บอก​กับ​เรา​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต องค์​เจ้า​ชีวิต พวกเรา​ได้​อ้าง​ชื่อ​ของ​พระองค์​เมื่อ​พูด​แทน​พระเจ้า เมื่อ​ขับ​ไล่​ผี​และ​เมื่อ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​มากมาย’


มัทธิว ๘:๑๗
สิ่งนี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า “พระองค์​เอา​ความ​เจ็บป่วย​ของ​พวก​เรา​ไป​เสีย และ​แบก​รับ​เอา​โรคภัย​ของ​เรา​ไว้”


มัทธิว ๘:๒๙
สอง​คน​นั้น​ตะโกน​ว่า “บุตร​ของ​พระเจ้า มา​ยุ่ง​กับ​พวก​เรา​ทำไม จะ​มา​ทรมาน​พวก​เรา​ก่อน​เวลา​ที่​พระเจ้า​ได้​กำหนด​ไว้​หรือ”


มัทธิว ๙:๓
ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​ก็​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ไอ้​หมอ​นี่ พูดจา​ดู​หมิ่น​พระเจ้า​ชัดๆ”


มัทธิว ๙:๘
เมื่อ​เห็น​อย่าง​นั้น ทุก​คน​ก็​ตกตะลึง และ​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ที่​ให้​มนุษย์​มี​สิทธิอำนาจ​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้


มัทธิว ๙:๓๕
พระเยซู​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง​และ​ทุก​หมู่บ้าน ไป​สั่งสอน​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยว​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พร้อม​กับ​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ต่างๆ​ด้วย


มัทธิว ๙:๓๘
ดังนั้น​ให้​อ้อนวอน​ขอ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​พืชผล ให้​ส่ง​คน​งาน​มา​ช่วย​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ของ​พระองค์​ด้วย”


มัทธิว ๑๐:๔
ซีโมน ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า และ​ยูดาส อิสคาริโอท คน​ที่​ต่อ​มา​ได้​หักหลัง​พระองค์


มัทธิว ๑๐:๖
แต่​ให้​ไป​หา​คน​อิสราเอล แกะ​ของ​พระเจ้า​ที่​หลง​หาย


มัทธิว ๑๐:๑๒
เมื่อ​คุณ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน ก็​ขอ​พระเจ้า​อวยพร​ให้​เขา​อยู่​เย็น​เป็น​สุข


มัทธิว ๑๐:๑๙
เมื่อ​โดน​จับ ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง​ว่า​จะ​พูด​อะไร หรือ​จะ​พูด​อย่าง​ไร เพราะ​เมื่อ​ถึง​เวลา พระเจ้า​จะ​บอก​เอง​ว่า​จะ​ให้​คุณ​พูด​อะไร


มัทธิว ๑๐:๔๑
คน​ที่​ต้อนรับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า เพราะ​เขา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​จะ​ได้รับ​รางวัล​แบบ​เดียว​กับ​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​นั้น​ได้รับ และ​คน​ที่​ต้อนรับ​คน​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​เพราะ​เขา​เชื่อฟัง​พระเจ้า ก็​จะ​ได้รับ​รางวัล​แบบ​เดียว​กับ​คน​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​นั้น​ได้รับ


มัทธิว ๑๑:๙
ถ้า​อย่าง​นั้น พวก​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​กัน ไป​ดู​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ใช่​ไหม ใช่​แล้ว และ​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยอห์น​นั้น​เป็น​ยิ่ง​กว่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เสีย​อีก


มัทธิว ๑๑:๑๓
พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​รวม​ทั้ง​กฎ​ของ​โมเสส​จน​มา​ถึง​สมัย​ยอห์น ได้​บอก​ให้​รู้​ว่า​จะ​มี​อะไร​เกิดขึ้น​บ้าง


มัทธิว ๑๒:๔
ดาวิด​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า แล้ว​ไป​เอา​ขนมปัง​ศักดิ์สิทธิ์​มา​กิน​กัน​กับ​ลูกน้อง ซึ่ง​ตาม​กฎ​แล้ว​มี​แต่​พวก​นักบวช​เท่า​นั้น​ที่​กิน​ได้


มัทธิว ๑๒:๑๗
เรื่อง​เหล่านี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ว่า


มัทธิว ๑๒:๒๘
แต่​ถ้า​เรา​ขับไล่​ผีชั่ว​ออก​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า ก็​แสดง​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​ถึง​พวก​คุณ​แล้ว


มัทธิว ๑๒:๓๑
ดังนั้น​เรา​จะ​บอก​คุณ​ว่า พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ทุก​ชนิด และ​คำ​หมิ่นประมาท​ทุก​อย่าง แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​หมิ่นประมาท​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์


มัทธิว ๑๒:๓๒
พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​ใส่ร้าย​บุตรมนุษย์ แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​คน​ที่​ใส่ร้าย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ทั้ง​เดี๋ยวนี้​และ​ตลอด​ไป”


มัทธิว ๑๒:๓๘
พวก​ฟาริสี​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู​หน่อย พวก​เรา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​อยู่​กับ​อาจารย์”


มัทธิว ๑๒:๓๙
พระองค์​ตอบ​ว่า “มี​แต่​คน​ที่​ชั่ว​และ​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระเจ้า ที่​เรียกร้อง​ให้​ทำ​การอัศจรรย์​ให้​ดู แต่​เรา​จะ​ไม่​ทำ​ให้​ดู นอก​จาก​การอัศจรรย์​ของ​โยนาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า


มัทธิว ๑๓:๑๔
ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​บอก​ไว้​ว่า ‘คุณ​จะ​ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​จะ​ไม่​เข้าใจ คุณ​จะ​ดู​แล้ว​ดู​อีก แต่​จะ​ไม่​เห็น


มัทธิว ๑๓:๑๗
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​พวก​คน​ทั้งหลาย​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า ใฝ่ฝัน​อยาก​เห็น อยาก​ได้ยิน​สิ่งที่​พวก​คุณ​เห็น​และ​ได้ยิน​นี้ แต่​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​เห็น​และ​ก็​ไม่​ได้ยิน​ด้วย


มัทธิว ๑๓:๑๙
เมล็ดพืช​ที่​ตก​ตาม​ถนน​หนทาง คือ​คน​ที่​ฟัง​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แต่​ไม่​เข้าใจ มารร้าย​ก็​มา​ฉกฉวย​เอา​พืช​ที่​หว่าน​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา​ไป


มัทธิว ๑๓:๓๕
ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ตาม​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​พูด​ไว้​ว่า “เรา​จะ​พูด​ออก​มา​เป็น​เรื่อง​เปรียบเทียบ เรา​จะ​พูด​ถึง​ความลับ​ที่​ถูก​ปกปิด​ไว้​ตั้งแต่​สร้าง​โลก​มา”


มัทธิว ๑๓:๓๘
ไร่นา​คือ​โลกนี้ เมล็ด​พืชพันธุ์​ดี​คือ​คน​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ต้น​วัชพืช​คือ​คน​ของ​มารร้าย


มัทธิว ๑๓:๔๓
แล้ว​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​ก็​จะ​ส่อง​สว่าง​เหมือน​กับ​ดวง​อาทิตย์​ใน​อาณาจักร​ของ​พระบิดา​ของ​พวก​เขา ใคร​มี​หู ก็​ฟัง​ไว้​ให้​ดี”


มัทธิว ๑๓:๕๗
พวก​เขา​จึง​ขุ่นเคือง​พระองค์​มาก แต่​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้รับ​เกียรติ​ใน​ทุก​ที่ ยกเว้น​ใน​บ้านเมือง และ​ใน​ครอบครัว​ของ​ตนเอง​เท่า​นั้น”


มัทธิว ๑๔:๕
เฮโรด​จึง​อยาก​จะ​ฆ่า​ยอห์น แต่​เขา​ก็​กลัว​ประชาชน เพราะ​ประชาชน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า


มัทธิว ๑๔:๑๙
พระเยซู​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​บน​หญ้า แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​มา พระเยซู​มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว​พระองค์​แบ่ง​ขนมปัง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​แจก​ขนมปัง​ให้​ประชาชน


มัทธิว ๑๔:๓๓
พวก​ศิษย์​ที่​อยู่​ใน​เรือ​ต่าง​มา​กราบไหว้​พระองค์ และ​พูด​ว่า “อาจารย์​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​จริงๆ”


มัทธิว ๑๕:๓
พระเยซู​ตอบ​ว่า “แล้ว​ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ขัด​คำสั่ง​พระเจ้า​เพราะ​เห็นแก่​ประเพณี​ของ​พวก​คุณ​ล่ะ


มัทธิว ๑๕:๔
พระเจ้า​บอก​ว่า ‘ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​และ​แม่’ และ ‘ใคร​สาปแช่ง​พ่อแม่​จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย’


มัทธิว ๑๕:๕
แต่​พวก​คุณ​กลับ​สอน​ว่า​ไม่​ผิด​ที่​จะ​บอก​พ่อแม่​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ลูก​จะ​เอา​มา​ช่วย​พ่อแม่​ได้​นั้น ลูก​ได้​ยก​ให้​กับ​พระเจ้า​ไป​หมด​แล้ว’


มัทธิว ๑๕:๖
ด้วย​วิธีนี้ เขา​ก็​เลย​ไม่​ต้อง​เคารพ​พ่อ​ของ​เขา เพราะ​เห็นแก่​ประเพณี​ของ​คุณ คุณ​ยกเลิก​พระคำ​ของ​พระเจ้า


มัทธิว ๑๕:๗
ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด อิสยาห์​ได้​พูด​แทน​พระเจ้า​เกี่ยว​กับ​พวก​คุณ​ไว้​ถูกต้อง​เลย​ที่​ว่า


มัทธิว ๑๕:๑๑
สิ่ง​ที่​เข้า​ไป​ใน​ปาก​ไม่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า​หรอก แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ปาก​นั่น​แหละ ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”


มัทธิว ๑๕:๑๘
แต่​สิ่ง​ที่​พูด​ออก​มา​จาก​ปาก​นั้น มัน​มา​จาก​ใจ และ​สิ่งนี้​เอง​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า


มัทธิว ๑๕:๒๐
สิ่ง​เหล่านี้​แหละ​เป็น​สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า แต่​การ​ที่​ไม่​ได้​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร ไม่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า​หรอก”


มัทธิว ๑๕:๒๔
พระเยซู​ตอบ​ผู้หญิง​คน​นั้น​ว่า “พระเจ้า​ส่ง​เรา​มา​ช่วย​เฉพาะ​คน​อิสราเอล​ที่​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​หลง​ทาง​ของ​พระองค์”


มัทธิว ๑๕:๓๑
ผู้คน​ต่าง​ก็​พา​กัน​ประหลาดใจ เมื่อ​เห็น​คน​ใบ้​พูด​ได้ คน​พิการ​ก็​หาย คน​ขา​เป๋​เดิน​ได้ และ​คน​ตาบอด​ก็​มอง​เห็น ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล


มัทธิว ๑๕:๓๖
พระองค์​เอา​ขนมปัง​ทั้ง​เจ็ด​ก้อน​และ​ปลา​มา ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​และ​ปลา​ส่ง​ให้​พวก​ศิษย์ พวก​ศิษย์​ก็​เอา​ไป​แจก​ให้​กับ​ฝูงชน​กิน​กัน


มัทธิว ๑๖:๑
พวก​ฟาริสี​และ​พวก​สะดูสี​เรียก​ให้​พระเยซู​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู เพื่อ​ทดสอบ​ว่า​พระองค์​มา​จาก​พระเจ้า​จริง​หรือ​ไม่


มัทธิว ๑๖:๔
มี​แต่​คน​ที่​ชั่ว​และ​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระเจ้า ที่​เรียกร้อง​ให้​ทำ​การ​อัศจรรย์​ให้​ดู แต่​เรา​จะ​ไม่​ทำ​อะไร​ให้​ดู​นอก​จาก​การ​อัศจรรย์​ของ​โยนาห์” แล้ว​พระเยซู​ก็​ไป​จาก​พวก​เขา


มัทธิว ๑๖:๑๔
พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “บาง​คน​ว่า​เป็น​ยอห์น​คน​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บาง​คน​ก็​ว่า​เป็น​เอลียาห์ บาง​คน​ก็​ว่า​เป็น​เยเรมียาห์​หรือ​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า”


มัทธิว ๑๖:๑๖
ซีโมน เปโตร ตอบ​ว่า “พระองค์​เป็น​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่”


มัทธิว ๑๖:๑๙
เรา​จะ​ให้​กุญแจ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​กับ​คุณ อะไร​ก็​ตาม​ที่​คุณ​ห้าม​ไม่​ให้​ทำ​บน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ห้าม​ไม่​ให้​ทำ​ด้วย ส่วน​อะไร​ก็​ตาม​ที่​คุณ​ให้​ทำ​บน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ให้​ทำ​ด้วย”


มัทธิว ๑๖:๒๓
พระองค์​หัน​มา​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน แก​กำลัง​ขัดขวาง​เรา เพราะ​แก​ไม่​ได้​คิด​แบบ​พระเจ้า แต่​คิด​แบบ​มนุษย์”


มัทธิว ๑๘:๑๗
ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​อีก ก็​ให้​เอา​เรื่องนี้​ไป​บอก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า และ​ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ฟัง​แม้​แต่​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า ก็​ให้​ทำ​กับ​เขา​เหมือน​กับ​เป็น​คน​นอก​ศาสนา​หรือ​คน​เก็บ​ภาษี


มัทธิว ๑๘:๑๘
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า อะไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​คุณ​ห้าม​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ห้าม​ด้วย และ​อะไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​คุณ​ยอม​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ยอม​ด้วย


มัทธิว ๑๙:๖
พวก​เขา​จึง​ไม่​ใช่​สอง​คน​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​คนๆ​เดียว​กัน ดังนั้น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ได้​ผูกพัน​เข้า​ด้วย​กัน​แล้ว ก็​อย่า​ให้​ใคร​มา​แยก​ออก​จาก​กัน​เลย”


มัทธิว ๑๙:๘
พระเยซู​ตอบ​ว่า “โมเสส​อนุญาต​ให้​พวก​คุณ​หย่า​กับ​ภรรยา​ได้ เพราะ​คุณ​ดื้อดึง​ไม่​เชื่อฟัง​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า แต่​พระเจ้า​ไม่​ได้​ตั้งใจ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​ตั้ง​แต่​แรก


มัทธิว ๑๙:๑๑
พระเยซู​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่​ผู้ชาย​ทุก​คน​จะ​รับ​คำสอนนี้​ได้ แต่​มี​บางคน​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​รับ​ได้


มัทธิว ๑๙:๑๖
มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระเยซู และ​ถาม​ว่า “อาจารย์​ครับ ผม​จะ​ต้อง​ทำ​ความดี​อะไร​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”


มัทธิว ๑๙:๑๗
พระเยซู​ตอบ​ว่า “คุณ​ถาม​เรา​ทำไม​ว่า อะไร​ดี มี​แต่​พระเจ้า​เท่า​นั้น​ที่​ดี ถ้า​คุณ​อยาก​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ก็​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎปฏิบัติ”


มัทธิว ๑๙:๒๔
ขอ​ย้ำ​อีก​ครั้ง​ว่า จะ​ให้​อูฐ​ลอด​รู​เข็ม ก็​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ให้​คนรวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”


มัทธิว ๑๙:๒๖
พระเยซู​มอง​พวก​ศิษย์​และ​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​อยู่​แล้ว แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้”


มัทธิว ๑๙:๒๘
พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เมื่อ​พระเจ้า​สร้าง​โลก​ใหม่​แล้ว บุตร​มนุษย์​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​อัน​สง่างาม และ​พวก​คุณ​ที่​ได้​ติดตาม​เรา ก็​จะ​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​สิบสอง​บัลลังก์ และ​ตัดสิน​คน​อิสราเอล​สิบสอง​เผ่า


มัทธิว ๑๙:๒๙
ทุก​คน​ที่​สละ​บ้าน​เรือน หรือ​พี่น้อง​ชาย​หญิง หรือ​พ่อ หรือ​แม่ หรือ​ลูก หรือ​ไร่นา เพื่อ​มา​ติดตาม​เรา จะ​ได้รับ​มาก​กว่า​ที่​พวก​เขา​สละ​ไป​เป็น​ร้อย​เท่า และ​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


มัทธิว ๒๑:๔
สิ่งนี้​เกิดขึ้น เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า


มัทธิว ๒๑:๙
ฝูงชน​ที่​เดิน​นำ​หน้า​และ​ที่​เดิน​ตาม​หลัง​พระองค์ ต่าง​ก็​พา​กัน​โห่ร้อง​ว่า “ไชโย สำหรับ​บุตร​ของ​ดาวิด ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ไชโย แด่​พระเจ้า​ผู้​ใหญ่​ยิ่ง​สูงสุด​ใน​สวรรค์”


มัทธิว ๒๑:๑๑
ฝูงชน​ก็​ตอบ​ว่า “เยซู​ไง ผู้พูดแทนพระเจ้า คน​นั้น​ที่​มา​จาก​หมู่บ้าน​นาซาเร็ธ แคว้น​กาลิลี”


มัทธิว ๒๑:๑๖
พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “ได้ยิน​ที่​เด็กๆ​พวก​นั้น​โห่ร้อง​กัน​อยู่​หรือ​เปล่า” พระเยซู​ตอบ​ว่า “ได้ยิน​สิ พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​ใน​พระคัมภีร์​หรือ​ที่​ว่า ‘พระเจ้า​ได้​สอน​เด็กๆ​และ​ทารก​ให้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระองค์’”


มัทธิว ๒๑:๒๖
แต่​ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ เรา​ก็​กลัว​ฝูงชน​จะ​โกรธ เพราะ​พวก​นั้น​ต่าง​ก็​เชื่อ​ว่า ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า”


มัทธิว ๒๑:๓๑
“ลูก​สอง​คนนี้ คน​ไหน​ที่​เชื่อฟัง​พ่อ​ของ​เขา” พวก​หัวหน้า​ชาว​ยิว​ตอบ​ว่า “ลูก​คน​แรก” พระเยซู​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​เก็บ​ภาษี​และ​โสเภณี​กำลัง​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก่อน​พวก​คุณ​เสีย​อีก


มัทธิว ๒๑:๓๒
ยอห์น​ได้​มา​ชี้​ให้​เห็น​ว่า จะ​ใช้​ชีวิต​ที่​ถูกต้อง​กับ​พระเจ้า​ได้​อย่างไร พวก​คุณ​ก็​ไม่​ยอม​เชื่อ​เขา แต่​คน​เก็บ​ภาษี​และ​โสเภณี​กลับ​เชื่อ​ยอห์น ถึง​แม้​คุณ​เห็น​พวก​เขา​ทำ​อย่าง​นี้​แล้ว แต่​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ​มา​เชื่อ​ยอห์น​เลย


มัทธิว ๒๑:๔๓
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ถูก​ริบ​เอา​ไป​จาก​คุณ และ​ยก​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า


มัทธิว ๒๑:๔๖
พวก​เขา​จึง​หา​ทาง​ที่​จะ​จับ​พระเยซู แต่​ก็​กลัว​ฝูงชน เพราะ​พวก​นี้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า


มัทธิว ๒๒:๑๖
พวก​เขา​จึง​ส่ง​ลูกศิษย์​ของ​ตัวเอง กับ​พวก​ที่​สนับสนุน​กษัตริย์​เฮโรด​ไป​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ เรา​รู้​ว่า​อาจารย์​เป็น​คน​ซื่อสัตย์​และ​สอน​ความจริง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คน​ทำตาม อาจารย์​ไม่​กลัว​ว่า​คน​อื่น​จะ​คิด​อย่างไร เพราะ​อาจารย์​ไม่​เห็นแก่หน้า​ใคร​อยู่​แล้ว


มัทธิว ๒๒:๒๑
พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ซีซาร์” พระองค์​บอก​พวก​เขา​ว่า “ของๆ​ซีซาร์​ก็​ให้​กับ​ซีซาร์ ของๆ​พระเจ้า​ก็​ให้​กับ​พระเจ้า”


มัทธิว ๒๒:๒๙
พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ผิด​ถนัด​เลย นี่​เป็น​เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​เข้าใจ​พระคัมภีร์ และ​ไม่​รู้จัก​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า


มัทธิว ๒๒:๓๑
ใน​เรื่อง​การฟื้นขึ้น​จาก​ความ​ตาย​นั้น พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​เลย​หรือ ที่​พระเจ้า​พูด​ว่า


มัทธิว ๒๒:๓๒
‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’ ดังนั้น​พระเจ้า​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ที่​มี​ชีวิต ไม่​ใช่​ของ​คน​ตาย”


มัทธิว ๒๒:๓๗
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “‘รัก​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​คุณ​อย่าง​สุดใจ สุดจิต และ​สิ้นสุด​ความคิด’


มัทธิว ๒๒:๔๐
กฎปฏิบัติ​ทั้งหมด​และ​สิ่ง​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขียน​ไว้ ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​คำสั่ง​สอง​ข้อนี้”


มัทธิว ๒๒:๔๔
‘พระเจ้า​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ผม​ผู้เป็น​พระคริสต์​ว่า “นั่ง​ลง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​เรา จนกว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​ถูก​เหยียบ​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​ท่าน”’


มัทธิว ๒๓:๒๒
คน​ที่​ได้​สาบาน​ต่อ​สวรรค์ ก็​สาบาน​ต่อ​บัลลังก์​ของ​พระเจ้า​รวม​ถึง​พระองค์​ที่​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​นั้น​ด้วย


มัทธิว ๒๓:๒๓
น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​ให้​หนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​เจ้า​มี​กับ​พระเจ้า แม้แต่​สะระแหน่ ลูก​ผักชี และ​ยี่หร่า เจ้า​ก็​ให้ แต่​พวก​เจ้า​กลับ​มอง​ข้าม​เรื่อง​ที่​สำคัญ​กว่า​ใน​กฎ​ปฏิบัติ​นั้น คือ​ความ​ยุติธรรม ความ​เมตตา และ​ความซื่อสัตย์ การ​ให้​หนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​นั้น​ก็ดี​อยู่​แล้ว แต่​ก็​ไม่​ควร​ทิ้ง​คำ​สอน​ที่​สำคัญ​กว่า​นี้​ด้วย​เหมือน​กัน


มัทธิว ๒๓:๒๘
เหมือน​กับ​พวก​เจ้า ที่​ภาย​นอก​คน​เห็น​ว่า​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า แต่​ภาย​ใน​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​หน้าซื่อใจคด​และ​ความ​ชั่วร้าย


มัทธิว ๒๓:๒๙
น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​สร้าง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ให้​กับ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​ตก​แต่ง​อนุสาวรีย์​ให้​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า


มัทธิว ๒๓:๓๐
แล้ว​เจ้า​ก็​พูด​ว่า ‘ถ้า​เรา​อยู่​ใน​สมัย​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​นั้น เรา​จะ​ไม่​ยอม​ร่วม​มือ​กับ​เขา​ใน​การ​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​พวกนี้​แน่’


มัทธิว ๒๓:๓๑
นี่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า พวก​เจ้า​ยอมรับ​ว่า ตัวเอง​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ฆ่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า


มัทธิว ๒๓:๓๔
เรา​ส่ง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า คน​ที่​มี​ปัญญา และ​ครู​มา​หา​เจ้า แล้ว​พวก​เจ้า​ก็​จับ​พวก​เขา​ไป​ฆ่า​บ้าง ไป​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน​บ้าง ไป​เฆี่ยน​ใน​ที่ประชุม​บ้าง และ​ไล่​ล่า​พวก​เขา​หนี​จาก​เมือง​หนึ่ง​ไป​ยัง​อีก​เมือง​หนึ่ง​บ้าง


มัทธิว ๒๓:๓๕
ดังนั้น​เลือด​ของ​คน​ที่​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า​ที่​หลั่งไหล​ลง​บน​โลกนี้​จะ​ตก​ลง​บน​พวก​เจ้า ตั้งแต่​เลือด​ของ​อาเบล​จน​ถึง​เลือด​ของ​เศคาริยาห์ ลูก​ของ​เบเรคิยาห์​ที่​โดน​พวก​เจ้า​ฆ่า​ตาย​ระหว่าง​วิหาร​กับ​แท่น​บูชา


มัทธิว ๒๓:๓๗
เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็ม​เอ๋ย เจ้า​ได้​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​เอา​หิน​ขว้าง​คน​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา​หา​เจ้า​จน​ตาย มี​หลาย​ครั้ง​ที่​เรา​อยาก​จะ​โอบ​ลูกๆ​ของ​เจ้า​เข้า​มา​เหมือน​แม่​ไก่​กก​ลูก​อยู่​ใต้​ปีก​ของ​มัน แต่​เจ้า​ก็​ไม่​ยอม


มัทธิว ๒๓:๓๙
จาก​นี้​ไป พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เห็น​เรา​อีก​จน​กว่า​พวก​เจ้า​จะ​พูด​ว่า ‘ขอ​ให้​พระเจ้า​อวยพร​ผู้​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต’ ”


มัทธิว ๒๔:๑๑
จะ​มี​คน​มากมาย​มา​ปลอม​ตัว​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​มา​หลอกลวง​คน​จำนวน​มาก


มัทธิว ๒๔:๑๔
ข่าวดี​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ถูก​ป่าว​ประกาศ​ไป​ทั่วโลก เพื่อ​ทุก​ชาติ​จะ​ได้ยิน​เกี่ยวกับ​ข่าว​ดีนี้ แล้ว​ใน​ที่สุด​ก็​จะ​ถึง​วัน​สิ้น​ยุค


มัทธิว ๒๔:๑๕
‘สิ่ง​ที่​น่า​ขยะแขยง’ ที่​ทำลาย​วิหาร​จน​ราบเรียบ​เป็น​หน้ากลอง ตาม​ที่​ดาเนียล​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​บอก​ไว้​นั้น คุณ​จะ​ได้​เห็น​ตั้ง​อยู่​ใน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์” (คน​อ่าน​ต้อง​ทำ​ความ​เข้าใจ​กับ​สิ่งนี้​ให้​ดี)


มัทธิว ๒๔:๒๒
ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ทำ​ให้​วัน​เวลา​เหล่า​นั้น​สั้น​ลง ก็​จะ​ไม่​มี​ใคร​รอด​ชีวิต​เลย แต่​เพราะ​พระองค์​เห็นแก่​คน​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้ พระองค์​จึง​ทำ​ให้​วัน​เวลา​เหล่า​นั้น​สั้น​ลง


มัทธิว ๒๔:๒๔
เพราะ​จะ​มี​พวก​พระคริสต์​จอม​ปลอม​และ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม​เกิด​ขึ้น และ​พวก​เขา​ก็​จะ​ทำ​อิทธิฤทธิ์​ปาฏิหาริย์​กัน ถ้า​เป็น​ไป​ได้​พวก​เขา​ก็​จะ​หลอก​แม้​กระทั่ง​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​แล้ว


มัทธิว ๒๕:๓๗
แล้ว​พวก​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​จะ​ตอบ​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต พวก​เรา​เคย​เห็น​ท่าน​หิว​และ​เลี้ยง​ท่าน​ตั้งแต่​เมื่อไหร่ หรือ​เห็น​ท่าน​กระหาย​น้ำ แล้ว​ให้​น้ำ​ท่าน​ดื่ม​ตั้งแต่​เมื่อไหร่


มัทธิว ๒๕:๔๖
แล้ว​พวก​เขา​ก็​จะ​ต้อง​ไป​รับ​โทษ​ตลอด​ไป แต่​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​จะ​เข้า​สู่​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”


มัทธิว ๒๖:๒๖
ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​กัน​อยู่​นั้น พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง​มา ขอบคุณ​พระเจ้า จาก​นั้น​หัก​ขนมปัง​ให้​พวก​ศิษย์​และ​พูด​ว่า “รับ​ไป​กิน​สิ นี่​คือ​ร่างกาย​ของ​เรา”


มัทธิว ๒๖:๒๗
แล้ว​พระองค์​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา ขอบคุณ​พระเจ้า ส่ง​ไป​ให้​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “ให้​ทุก​คน​ดื่ม​จาก​ถ้วยนี้


มัทธิว ๒๖:๒๘
เพราะ​นี่​คือ​เลือด​ของ​เรา พระเจ้า​ได้​ทำ​สัญญา​ขึ้น​มา​ด้วย​เลือดนี้ มัน​ได้​หลั่งไหล​ออก​มา​เพื่อ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ของ​คน​ทั้งหลาย


มัทธิว ๒๖:๓๐
เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า​แล้ว ก็​ออก​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ


มัทธิว ๒๖:๕๖
แต่​ทั้งหมดนี้​เกิด​ขึ้น ก็​เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้” แล้ว​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ได้​ทิ้ง​พระองค์​และ​หนี​ไป


มัทธิว ๒๖:๖๑
ใน​ที่​สุด​ก็​มี​สอง​คน​ให้​การ​ว่า “ชาย​คนนี้​เคย​พูด​ว่า ‘เรา​สามารถ​ทำลาย​วิหาร​ของ​พระเจ้า และ​สร้าง​ขึ้น​มา​ใหม่​ภาย​ใน​สาม​วัน’”


มัทธิว ๒๖:๖๓
แต่​พระเยซู​ยัง​นิ่งเงียบ หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด จึง​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “เรา​ขอ​สั่ง​แก​ใน​นาม​ของ​พระเจ้า​ที่​มี​ชีวิต​อยู่ บอก​พวก​เรา​มา​สิ​ว่า แก​คือ​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ​เปล่า”


มัทธิว ๒๖:๖๔
พระองค์​จึง​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​พูด​ถูก​แล้ว แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​อนาคต​ท่าน​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า​ผู้​ยิ่งใหญ่ และ​เสด็จ​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า”


มัทธิว ๒๖:๖๕
แล้ว​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด ก็​ฉีกทึ้ง​เสื้อผ้า​ของ​ตัวเอง​และ​พูด​ว่า “มัน​พูด​หมิ่นประมาท​พระเจ้า​ชัดๆ เรา​ยัง​ต้องการ​พยาน​อะไร​อีก เห็น​ไหม พวก​คุณ​ก็​ได้ยิน​คำหมิ่นประมาท​แล้ว


มัทธิว ๒๗:๙
เรื่องนี้​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เยเรมียาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ไว้​ว่า “พวก​เขา​เอา​เงิน​สามสิบ​เหรียญ ซึ่ง​เป็น​ราคา​ค่าตัว​ของ​พระองค์​ที่​คน​อิสราเอล​ตั้ง​ขึ้น


มัทธิว ๒๗:๔๐
“อ้าว​ไหน​บอก​ว่า​จะ​ทำลาย​วิหาร แล้ว​สร้าง​มัน​ขึ้น​มา​ใหม่​ภาย​ใน​สาม​วัน​ไง ถ้า​แก​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า​จริง​ก็​ให้​ช่วย​ชีวิต​ตัวเอง แล้ว​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​สิ”


มัทธิว ๒๗:๔๓
มัน​วางใจ​ใน​พระเจ้า ถ้า​พระเจ้า​ต้องการ​ตัว​มัน ก็​ขอ​ให้​พระเจ้า​ช่วย​ชีวิต​มัน​เดี๋ยวนี้ เพราะ​มัน​พูด​ว่า ‘เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า’”


มัทธิว ๒๗:๔๖
ประมาณ​บ่าย​สาม​โมง พระเยซู​ร้อง​ออก​มา​เสียง​ดัง​ว่า “เอลี เอลี ลามา สะบัก​ธานี” แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ลูก พระเจ้า​ของ​ลูก ทำไม​ถึง​ทอดทิ้ง​ลูก​ไป”


มัทธิว ๒๗:๕๒
พวก​อุโมงค์ฝังศพ​เปิด​ออก และ​ร่าง​ของ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า​หลาย​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​ฟื้นขึ้น​มา


มัทธิว ๒๗:๕๔
เมื่อ​นายร้อย​และ​พวก​ทหาร​ที่​เฝ้า​พระเยซู​อยู่ เห็น​แผ่นดิน​ไหว​และ​เหตุการณ์​ทั้งหมด​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​กลัว​มาก ต่าง​ก็​พูด​ว่า “เขา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”


มาระโก ๑:๑
นี่​คือ​จุด​เริ่มต้น​ของ​ข่าวดี​เกี่ยว​กับ​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า


มาระโก ๑:๒
เรื่องนี้ เป็น​ไป​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “ดูสิ เรา​จะ​ส่ง​ผู้​ส่งข่าว​ของ​เรา​นำ​หน้า​ท่าน​ไป​ก่อน เขา​จะ​ไป​เตรียม​หนทาง​ให้​กับ​ท่าน”


มาระโก ๑:๔
แล้ว​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ มา​ปรากฏ​ตัว​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง และ​สั่งสอน​ว่า “ให้​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่​และ​รับ​พิธีจุ่มน้ำ แล้ว​พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ความผิดบาป​ของ​พวก​คุณ”


มาระโก ๑:๑๔
หลังจาก​ที่​ยอห์น​ถูก​จับ​ขัง​คุก พระเยซู​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​และ​เริ่ม​ประกาศ​ข่าวดี​ของ​พระเจ้า


มาระโก ๑:๑๕
พระองค์​ประกาศ​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่​และ​เชื่อ​ใน​ข่าวดีนี้​สิ”


มาระโก ๑:๒๔
“เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ มา​ยุ่ง​กับ​พวก​เรา​ทำไม จะ​มา​ทำลาย​พวก​เรา​เหรอ เรา​รู้​นะ​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร ท่าน​เป็น​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า”


มาระโก ๒:๒
ก็​พา​กัน​มา​เต็ม​บ้าน​จน​ล้น​ออก​มา​แออัด​ยัดเยียด​กัน​อยู่​หน้า​ประตู และ​พระเยซู​ก็​สั่งสอน​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ให้​กับ​พวก​เขา


มาระโก ๒:๗
“เอ๊ะ มัน​พูด​อย่างนี้​ได้​ไง แบบนี้​ดูหมิ่น​พระเจ้า​ชัดๆ​เพราะ​มี​แต่​พระเจ้า​เท่านั้น​ที่​ให้อภัย​บาป​ได้”


มาระโก ๒:๑๒
เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ทันที เก็บ​เปล แล้ว​เดิน​ออก​ไป​ต่อหน้า​ต่อตา​ทุก​คน​ที่​มอง​อยู่​ด้วย​ความ​งุนงง พวก​เขา​จึง​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​พูด​กัน​ว่า “พวก​เรา​ไม่​เคย​เห็น​อะไร​แบบนี้​มา​ก่อน​เลย”


มาระโก ๒:๒๖
เขา​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​อาบีอาธาร์​เป็น​นักบวช​สูงสุด​อยู่​ใน​ตอน​นั้น และ​กิน​ขนมปัง​ศักดิ์สิทธิ์​ซึ่ง​ตาม​กฎ​แล้ว​มี​แต่​พวก​นักบวช​เท่านั้น​ที่​กิน​ได้ แล้ว​ยัง​แบ่ง​ให้​ลูกน้อง​กิน​อีก​ด้วย”


มาระโก ๒:๒๗
พระเยซู​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “พระเจ้า​ตั้ง​วัน​หยุด​ไว้​เพื่อ​ช่วย​มนุษย์ ไม่​ใช่​ให้​มนุษย์​ต้อง​มา​ลำบาก เพราะ​วัน​หยุด​นั้น


มาระโก ๓:๑๑
เมื่อไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​ผี​ชั่ว​เห็น​พระองค์ พวก​มัน​ก็​จะ​ก้ม​ลง​กราบ และ​ตะโกน​ว่า “ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า”


มาระโก ๓:๑๘
อันดรูว์ ฟีลิป บารโธโลมิว มัทธิว โธมัส ยากอบ ลูก​ของ​อัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมน ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า


มาระโก ๓:๒๘
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ทุก​ชนิด​และ​คำหมิ่นประมาท​ทุก​อย่าง


มาระโก ๓:๒๙
แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​มี​วัน​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​พูด​หมิ่น​ประมาท​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ คน​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น​จะ​ไม่​ได้รับ​การอภัย​ตลอด​ไป”


มาระโก ๓:๓๕
คน​ที่​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า​คน​นั้น​แหละ​คือ​พี่น้อง​ชาย​หญิง​และ​แม่​ของ​เรา”


มาระโก ๔:๑๑
พระองค์​บอก​ว่า “มี​แต่​พวก​คุณ​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​นี้ ส่วน​พวก​คน​นอก​นั้น​เรา​จะ​ใช้​แต่​เรื่อง​เปรียบเทียบ​สอน


มาระโก ๔:๑๒
เพื่อ​ว่า ‘พวก​เขา​จะ​ดู​แล้ว​ดู​อีก แต่​ก็​จะ​ไม่​เห็น ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​ก็​จะ​ไม่​เข้าใจ เพราะ​ถ้า​เขา​เห็น​และ​เข้าใจ เขา​จะ​กลับ​มา​หา​พระเจ้า​และ​ได้รับ​การยกโทษ’”


มาระโก ๔:๑๔
ชาวนา​คนนี้​หว่าน​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า


มาระโก ๔:๑๕
เมล็ด​ที่​ตกลง​บน​ถนน​หนทาง​ก็​เหมือน​กับ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ซาตาน​มา​แย่ง​เอา​ถ้อยคำ​ที่​ได้​หว่าน​ไว้​ใน​พวก​เขา​นั้น​ไป​ทันที


มาระโก ๔:๒๖
พระองค์​พูด​ต่อว่า “อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เปรียบ​เหมือน​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​หว่าน​เมล็ด​พืช​ลง​ใน​ดิน


มาระโก ๔:๓๐
แล้ว​พระองค์​ก็​ถาม​ว่า “จะ​เปรียบเทียบ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​อะไร​ดี เปรียบเทียบ​กับ​เรื่อง​อะไร​ให้​ฟัง​ดี


มาระโก ๔:๓๓
พระองค์​ใช้​เรื่อง​แบบนี้​อีก​หลาย​เรื่อง​สั่งสอน​ฝูงชน เกี่ยว​กับ​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า​เท่า​ที่​พวก​เขา​จะ​รับ​ไหว


มาระโก ๕:๗
แล้ว​ร้อง​ตะโกน​สุด​เสียง​ว่า “เยซู บุตร​ของ​พระเจ้า​สูงสุด มา​ยุ่ง​กับ​ข้า​ทำไม ช่วย​สัญญา​ต่อ​พระเจ้า​หน่อย​ว่า​จะ​ไม่​ทรมาน​ข้า”


มาระโก ๖:๔
พระเยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ใน​ทุก​ที่ ยกเว้น​ใน​บ้าน​เมือง ใน​หมู่​ญาติ​พี่น้อง และ​ใน​ครอบครัว​ของ​ตัวเอง”


มาระโก ๖:๑๕
บางคน​พูด​ว่า “เขา​คือ​เอลียาห์” และ​บางคน​พูด​ว่า “เขา​คือ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เหมือน​กับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​อื่นๆ​ใน​สมัย​โบราณ​นั้น”


มาระโก ๖:๒๐
เพราะ​กษัตริย์​เฮโรด​กลัว​ยอห์น พระองค์​รู้​ว่า​ยอห์น​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า และ​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​จริงๆ จึง​ปกป้อง​ยอห์น​ไว้ ทุก​ครั้ง​ที่​เฮโรด​ฟัง​ยอห์น​สอน​ก็​ลำบากใจ แต่​ก็​ยัง​ชอบ​ฟัง


มาระโก ๖:๔๑
แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​และ​ปลา​สอง​ตัว​ขึ้น​มา มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์​ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์​ไป​แจก​ชาว​บ้าน และ​พระองค์​แบ่ง​ปลา​สอง​ตัว​นั้น​แจก​พวก​เขา​ทุก​คน​ด้วย


มาระโก ๗:๖
พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า พูด​ไว้​ถูกต้อง​เลย​เกี่ยวกับ​พวก​หน้าซื่อใจคด​อย่าง​พวก​คุณ​ที่​ว่า ‘คน​พวกนี้​นับถือ​เรา​แต่​ปาก​เท่า​นั้น แต่​ใจ​ของ​พวก​เขา​ห่าง​ไกล​จาก​เรา​มาก


มาระโก ๗:๘
พวก​คุณ​ละเลย​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​มนุษย์​สอน​ต่อๆ​กัน​มา”


มาระโก ๗:๙
แล้ว​พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “พวก​คุณ​นี่​เหลี่ยม​จัด​นะ เข้าใจ​หลีก​เลี่ยง​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา


มาระโก ๗:๑๑
แต่​พวก​คุณ​กลับ​สอน​ว่า​ไม่​ผิด​ที่​จะ​บอก​พ่อ​แม่​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ลูก​จะ​เอา​มา​ช่วย​พ่อ​แม่​ได้​นั้น ลูก​ได้​ยก​ให้​กับ​พระเจ้า​ไป​หมด​แล้ว’


มาระโก ๗:๑๓
แบบนี้​พวก​คุณ​ก็​เลย​ยกเลิก​พระคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา และ​พวก​คุณ​ยัง​ทำ​อย่างนี้​กับ​อีก​หลายๆ​เรื่อง​ด้วย”


มาระโก ๗:๑๕
ไม่​มี​อะไร​เลย​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า มี​แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​ตัว​เขา​เท่า​นั้น ที่​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”


มาระโก ๗:๑๘
พระองค์​บอก​ว่า “พวก​คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​เหรอ ไม่​มี​อะไร​หรอก​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า


มาระโก ๗:๒๐
พระองค์​ก็​พูด​ต่อว่า “สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ตัว​คน​นั่น​แหละ​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า


มาระโก ๗:๒๓
สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ทั้งหมดนี้​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​และ​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”


มาระโก ๘:๖
พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​กับ​พื้น แล้ว​พระองค์​เอา​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน​มา ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์​เอา​ไป​แบ่ง​ให้​กับ​ฝูงชน​กิน​กัน


มาระโก ๘:๗
พวก​เขา​มี​ปลา​ตัว​เล็กๆ​อยู่​ไม่​กี่​ตัว พระองค์​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​ปลา​เหล่า​นั้น และ​บอก​ให้​พวก​ศิษย์​เอา​ไป​แจก


มาระโก ๘:๑๑
พวก​ฟาริสี​ได้​มา​โต้เถียง​พระองค์​และ​ท้า​ให้​พระองค์​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู​เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระองค์​มา​จาก​พระเจ้า​จริง


มาระโก ๘:๒๘
พวก​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “บางคน​ว่า เป็น​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บางคน​ว่า เป็น​เอลียาห์ และ​มี​บางคน​ว่า เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง”


มาระโก ๘:๓๓
พระองค์​ก็​หัน​ไป​ดู​พวก​ศิษย์​แล้ว​ดุ​เปโตร​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน เพราะ​แก​ไม่​ได้​คิด​แบบ​พระเจ้า แต่​คิด​แบบ​มนุษย์”


มาระโก ๙:๑
แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​บางคน​ใน​ที่​นี้​จะ​ยัง​ไม่​ตาย จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​พร้อม​กับ​ฤทธิ์เดช​เสีย​ก่อน”


มาระโก ๙:๔๓
ถ้า​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ตัด​มัน​ทิ้ง​ซะ เพราะ​มือ​ด้วน​ข้าง​หนึ่ง​แล้ว​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า ก็ดี​กว่า​มี​มือ​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง แต่​ต้อง​ตก​นรก​ใน​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ


มาระโก ๙:๔๕
ถ้า​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ก็​ตัด​มัน​ทิ้ง​ซะ เพราะ​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ด้วน​แล้ว​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า ก็​ยัง​ดี​กว่า​มี​เท้า​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง​แต่​ต้อง​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​นรก


มาระโก ๙:๔๗
ถ้า​ตา​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป​ก็​ควัก​ทิ้ง​ซะ เพราะ​เหลือ​ตา​ข้าง​เดียว​แล้ว​ได้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ก็​ยัง​ดี​กว่า​มี​ตา​สอง​ข้าง​แล้ว​ถูก​โยน​ลงไป​ใน​นรก


มาระโก ๑๐:๖
แต่​อันที่จริง ตั้ง​แต่​เริ่ม​สร้าง​โลก​มา​แล้ว ‘พระเจ้า​สร้าง​มนุษย์​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง’


มาระโก ๑๐:๙
ดังนั้น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ได้​ผูกพัน​เข้า​ด้วย​กัน​แล้ว​ก็​อย่า​ให้​ใคร​มา​แยก​ออก​จาก​กัน​เลย”


มาระโก ๑๐:๑๔
เมื่อ​พระองค์​เห็น​ก็​ไม่​พอใจ จึง​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ปล่อย​ให้​พวก​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวก​เขา เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้


มาระโก ๑๐:๑๕
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​คน​ไหน​ไม่​ยอมรับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้​ยอมรับ คน​นั้น​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”


มาระโก ๑๐:๑๗
ใน​ขณะ​ที่​พระองค์​เริ่ม​ออก​เดิน​ทาง​นั้น​ก็​มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​มา​คุกเข่า​ลง​ต่อหน้า​พระองค์ แล้ว​ถาม​ว่า “อาจารย์​ผู้​ประเสริฐ ผม​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ครับ”


มาระโก ๑๐:๑๘
พระเยซู​ตอบ​ว่า “คุณ​เรียก​เรา​ว่า​ผู้​ประเสริฐ​ทำไม ไม่​มี​ใคร​ประเสริฐ​หรอก นอก​จาก​พระเจ้า​เท่า​นั้น


Marcus 10:23
พระเยซู​มอง​ไป​รอบๆ​และ​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “มัน​ยาก​มาก​ที่​คน​รวย​จะ​ได้​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”


Marcus 10:24
พวก​ศิษย์​ต่าง​ก็​งง​ที่​ได้ยิน​พระองค์​พูด​อย่าง​นั้น แต่​พระเยซู​พูด​ต่อว่า “ลูกๆ​เอ๋ย​รู้​ไหม​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​นี่​เข้า​ยาก​จริงๆ


Marcus 10:25
จะ​ให้​อูฐ​ลอด​รูเข็ม ก็​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​จะ​ให้​คน​รวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”


Marcus 10:27
พระเยซู​มอง​ดู​พวก​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์​ก็​เป็น​ไป​ไม่​ได้​เลย แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้ เพราะ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้​สำหรับ​พระเจ้า”


Marcus 10:30
คนๆ​นั้น​จะ​ได้รับ​ผล​ตอบแทน​คืน​เป็น​ร้อย​เท่า​ของ​สิ่ง​ที่​เขา​มี​ใน​โลกนี้ ทั้ง​บ้าน​เรือน พี่น้อง​ชาย​หญิง พ่อ​แม่ ลูกๆ​และ​ไร่นา รวม​ถึง​ว่า​พวก​เขา​จะ​ต้อง​ถูกกดขี่​ข่มเหง​ด้วย แต่​พวก​เขา​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ใน​โลก​หน้าที่​จะ​มา​ถึง


Marcus 10:40
แต่​จะ​ให้​ใคร​นั่ง​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น เรา​ไม่​ได้​เป็น​คน​เลือก พระเจ้า​จะ​เป็น​ผู้​เลือก​เอง”


Marcus 11:9
ทั้ง​พวก​ที่​เดิน​นำ​หน้า​และ​พวก​ที่​เดิน​ตาม​หลัง ก็​ส่งเสียง​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ไชโย พระเจ้า​ยิ่งใหญ่ ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต”


Marcus 11:10
“ขอ​พระเจ้า​อวยพร​อาณาจักร​ของ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เรา คือ​อาณาจักร​ที่​กำลัง​จะ​มา ไชโย แด่​พระเจ้า​ผู้ยิ่งใหญ่​สูงสุด​ใน​สวรรค์”


Marcus 11:22
พระเยซู​บอก​พวก​ศิษย์​ว่า “เชื่อ​ใน​พระเจ้า​สิ


Marcus 11:32
แต่​ถ้า​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ ก็​กลัว​ฝูงชน เพราะ​พวก​นั้น​เชื่อ​ว่า ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​อย่างแน่​นอน”


Marcus 12:14
พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์​ครับ เรา​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ ไม่​กลัว​ว่า​คน​อื่น​จะ​คิด​อย่างไร ไม่​เห็นแก่​หน้าใคร และ​สอน​ความจริง​ใน​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​มนุษย์​ทำ ช่วย​บอก​หน่อย​สิ​ครับ​ว่า​มัน​ถูกต้อง​ตามกฎ​หรือ​เปล่า​ที่​จะ​เสีย​ภาษี​ให้​กับ​ซีซาร์”


Marcus 12:17
พระเยซู​เลย​ตอบ​ว่า “ของๆ​ซีซาร์​ก็​ให้​กับ​ซีซาร์ และ​ของๆ​พระเจ้า​ก็​ให้​กับ​พระเจ้า” พวก​เขา​ก็​ทึ่ง​ใน​คำตอบ​ของ​พระองค์


Marcus 12:24
พระเยซู​ว่า “พวก​คุณ​เข้าใจ​ผิด​แล้ว นี่​เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​เข้าใจ​พระคัมภีร์ และ​ไม่​รู้จัก​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า


Marcus 12:26
พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​ใน​หนังสือ​ของ​โมเสส​หรือ ใน​ตอน​ที่​พุ่มไม้​ติด​ไฟ​แต่​ไม่​ไหม้ พระเจ้า​พูด​กับ​โมเสส​ว่า ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’


Marcus 12:27
พระเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ตาย แต่​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​มี​ชีวิต พวก​คุณ​เข้าใจ​เรื่องนี้​ผิด​หมด​เลย”


Marcus 12:29
พระเยซู​ตอบ​ว่า “ข้อ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​คือ ‘พวก​อิสราเอล​ฟัง​ไว้​ให้​ดี องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เรา​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​แต่​เพียง​ผู้​เดียว


Marcus 12:30
ให้​รัก​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า​อย่าง​สุดใจ สุดจิต สุดความคิด และ​สุด​กำลัง​ของ​เจ้า’


Marcus 12:32
ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​คนนี้​ก็​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​พูด​ถูกต้อง​เลย​ที่​ว่า​มี​พระเจ้า​เพียง​องค์​เดียว ไม่​มี​พระ​อะไร​อีก​แล้ว​นอก​จาก​พระองค์​เท่านั้น


Marcus 12:34
เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เขา​ตอบ​ได้​อย่าง​เฉลียว​ฉลาด พระองค์​ก็​พูด​ว่า “คุณ​อยู่​ไม่​ไกล​จาก​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แล้ว” หลังจาก​นั้น​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​พระองค์​อีก​เลย


Marcus 12:36
ใน​เมื่อ​ดาวิด​เอง​ได้​พูด​ตาม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ดลใจ​ว่า ‘พระเจ้า​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ผม​ผู้เป็น​พระคริสต์​ว่า นั่ง​ลง​ทาง​ขวามือ​ของ​เรา จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​ถูก​เหยียบ​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​ท่าน’


Marcus 13:11
ตอน​ที่​พวก​คุณ​ถูก​นำตัว​ไป​ขึ้นศาล ไม่​ต้อง​ห่วง​ว่า​จะ​พูด​แก้ตัว​อย่างไร ให้​พูด​ไป​ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​ใน​เวลา​นั้น เพราะ​คน​ที่​พูด​นั้น​ไม่​ใช่​ตัว​คุณ​เอง แต่​เป็น​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์


Marcus 13:19
เพราะ​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์ยาก​อย่าง​ใหญ่​หลวง​ชนิด​ที่​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​มา​ก่อน​นับ​ตั้งแต่​พระเจ้า​สร้าง​โลก​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ จะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​แย่​ไป​กว่า​นี้​อีก​แล้ว​ใน​อนาคต


Marcus 13:22
เพราะ​จะ​มี​พวก​พระคริสต์​จอม​ปลอม​และ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม​เกิดขึ้น และ​พวกนี้​จะ​ทำ​อิทธิฤทธิ์​ปาฏิหาริย์ ถ้า​เป็น​ไป​ได้​พวกนี้​ก็​จะ​หลอก​แม้แต่​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​แล้ว


Marcus 14:12
ใน​วัน​แรก​ของ​เทศกาล​กิน​ขนมปัง​ไร้​เชื้อ ซึ่ง​เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​จะ​ฆ่า​ลูกแกะ​ถวาย​พระเจ้า สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย ด้วย พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ได้​ถาม​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวก​เรา​ไป​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​ให้​กับ​อาจารย์​ที่​ไหน​ดี​ครับ”


Marcus 14:22
ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​อาหาร​อยู่​นั้น พระเยซู​ได้​หยิบ​ขนมปัง​ขึ้น​มา​ขอบคุณ​พระเจ้า จาก​นั้น​ก็​หัก​แบ่ง​ให้​พวก​ศิษย์​แล้ว​พูด​ว่า “รับ​ไป​กิน​สิ นี่​คือ​ร่างกาย​ของ​เรา”


Marcus 14:23
แล้ว​พระองค์​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​ยื่น​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ พวก​เขา​ก็​ได้​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นั้น​ทุก​คน


Marcus 14:24
แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “นี่​คือ​เลือด​ของ​เรา พระเจ้า​ทำ​สัญญา​ขึ้น​มา​ด้วย​เลือดนี้ มัน​ได้​หลั่งไหล​ออก​มา​เพื่อ​คน​เป็น​จำนวน​มาก


Marcus 14:25
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​อีก​เลย​จน​กว่า​จะ​ถึง​วัน​นั้น​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”


Marcus 14:26
เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า​แล้ว ก็​ออก​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ


Marcus 14:61
แต่​พระเยซู​ก็​ยัง​คง​เงียบ​ไม่​ตอบ​อะไร แล้ว​นักบวช​สูงสุด​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​เป็น​พระคริสต์ บุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ”


Marcus 14:62
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ใช่ เรา​เป็น และ​พวก​คุณ​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า​ผู้​ยิ่งใหญ่​และ​เสด็จ​มา​กับ​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า”


Marcus 14:65
บางคน​ถ่ม​น้ำลาย​ใส่​พระองค์ บางคน​ปิด​หน้า​พระองค์ ชก​หน้า​พระองค์ แล้ว​ถาม​พระองค์​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า ทาย​สิ​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ทำ” และ​พวก​ผู้​คุม​ก็​พา​พระองค์​ไป​ทุบตี


Marcus 15:34
เมื่อ​ถึง​บ่าย​สาม​โมง​แล้ว พระเยซู​ก็​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี” ซึ่ง​แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ลูก พระเจ้า​ของ​ลูก ทำไม​ถึง​ทอดทิ้ง​ลูก​ไป”


Marcus 15:39
เมื่อ​นายร้อย​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ๆ​นั้น เห็น​การตาย​ของ​พระองค์​อย่างนี้ เขา​ก็​พูด​ว่า “คนนี้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”


Marcus 15:43
โยเซฟ​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​เป็น​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​คน​หนึ่ง​ที่​คน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ เขา​กำลัง​คอย​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​อยู่ เขา​กล้า​ที่​จะ​เข้า​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​ของ​พระเยซู


Marcus 16:19
หลังจาก​ที่​องค์​พระเยซู​เจ้า​พูด​กับ​พวก​เขา​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ และ​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๑:๑
ตอน​เริ่มต้น​ก่อน​ที่​โลกนี้​จะ​เกิด​ขึ้น​ก็​มี​พระคำ​อยู่​แล้ว พระคำนี้​อยู่​กับ​พระเจ้า และ​เป็น​พระเจ้า​ด้วย


ยอห์น ๑:๒
พระคำ​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตั้งแต่​เริ่มต้น​ก่อน​ที่​โลกนี้​จะ​เกิด​ขึ้น


ยอห์น ๑:๖
พระเจ้า​ได้​ส่ง​ชาย​ชื่อ​ยอห์น มา​เป็น​ผู้​ส่งข่าว​ของ​พระองค์


ยอห์น ๑:๑๒
แต่​ส่วน​คน​ที่​ยอมรับ​และ​ไว้วางใจ​พระองค์ พระองค์​ให้​สิทธิ์​พวก​เขา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๑:๑๓
ลูก​ของ​พระเจ้านี้​ไม่​ใช่​ลูก​ที่​เกิด​มา​จาก​เลือดเนื้อ​หรือ​จาก​ความต้องการ​ของ​มนุษย์ หรือ​จาก​ความตั้งใจ​ของ​พ่อ แต่​เกิด​มา​จาก​พระเจ้า


ยอห์น ๑:๑๗
พระเจ้า​ได้​ให้​กฎปฏิบัติ​ที่​เป็น​ข้อบังคับ​ผ่าน​มา​ทาง​โมเสส แต่​พระเจ้า​ได้​แสดง​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​ความจริง​ผ่าน​มา​ทาง​พระเยซูคริสต์


ยอห์น ๑:๑๘
ไม่​เคย​มี​ใคร​เห็น​พระเจ้า มี​แต่​พระบุตร​เพียง​องค์​เดียว​ของ​พระองค์ ผู้ที่​เป็น​พระเจ้า​เอง ​และ​อยู่​ใกล้​ชิด​กับ​พระบิดา​ด้วย ได้​เปิดเผย​พระเจ้า​ให้​เรา​รู้จัก


ยอห์น ๑:๒๑
พวก​เขา​ก็​เลย​ถาม​อีก​ว่า “ถ้าอย่างนั้น​คุณ​เป็น​ใคร เป็น​เอลียาห์​หรือ” ยอห์น​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่” “หรือ​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​นั้น” ยอห์น​ก็​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่”


ยอห์น ๑:๒๓
ยอห์น​ตอบ​โดย​ยก​เอา​คำ​ของ​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่​ว่า “ผม​เป็น​เสียง​ของ​คน​ที่​ร้องตะโกน​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ว่า ทำ​ทาง​ให้​ตรง​สำหรับ​องค์​เจ้า​ชีวิต”


ยอห์น ๑:๒๕
ได้​ถาม​ยอห์น​ว่า “ถ้า​คุณ​ไม่​ใช่​พระคริสต์ ไม่​ใช่​เอลียาห์ แล้ว​ก็​ไม่​ใช่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​นั้น แล้ว​ทำไม​คุณ​ถึง​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้​ชาวบ้าน​ล่ะ”


ยอห์น ๑:๒๙
ใน​วัน​ต่อมา ยอห์น​เห็น​พระเยซู​เดิน​ตรง​มาหา​เขา แล้ว​ยอห์น​ป่าว​ประกาศ​ว่า “นี่ไง ลูกแกะ​ของ​พระเจ้า ที่​จะ​มา​เอา​ความผิด​บาป​ของ​โลก​ไป


ยอห์น ๑:๓๔
ผม​เห็น​เรื่องนี้​เกิด​ขึ้น​กับ​ตา และ​ผม​เป็น​พยาน​ได้​ว่า ‘ชาย​คนนี้​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า’”


ยอห์น ๑:๓๖
เมื่อ​เขา​เห็น​พระเยซู​เดิน​ผ่าน​ไป ยอห์น​ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “นั่น​ไง ลูกแกะ​ของ​พระเจ้า”


ยอห์น ๑:๔๕
ฟีลิป​พบ​นาธานาเอล และ​บอก​เขา​ว่า “พวกเรา​พบ​คน​ที่​โมเสส​และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​เขียน​ถึง​แล้ว เขา​คือ​เยซู​ชาว​เมือง​นาซาเร็ธ ลูก​ของ​โยเซฟ”


ยอห์น ๑:๔๙
นาธานาเอล​ตอบ​ว่า “อาจารย์ ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล”


ยอห์น ๑:๕๑
แล้ว​พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พวก​คุณ​จะ​ได้​เห็น​สวรรค์​เปิด​ออก​เป็น​ช่อง และ​พวก​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​ก็​จะ​ขึ้นๆ​ลงๆ​อยู่​เหนือ​บุตร​มนุษย์”


ยอห์น ๒:๑๗
พวก​ศิษย์​นึก​ขึ้น​มา​ได้​ถึง​ข้อความ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์ ว่า “การที่เราทุ่มเทใจ​ให้​กับ​บ้าน​ของ​พระเจ้า จะ​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​เรา​ถูก​ทำลาย”


ยอห์น ๓:๒
เขา​มาหา​พระเยซู​ตอน​กลางคืน และ​พูด​ว่า “อาจารย์ครับ พวก​เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ส่ง​อาจารย์​มา​สอน​พวก​เรา เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​อย่าง​ที่​อาจารย์​ทำ​ได้ นอก​จาก​จะ​มี​พระเจ้า​อยู่​ด้วย​เท่านั้น”


ยอห์น ๓:๓
พระเยซู​บอก​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ไม่​ได้​เกิด​ใหม่ ​ก็​จะ​ไม่​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”


ยอห์น ๓:๕
พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ไม่​ได้​เกิด​จาก​น้ำ​และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ จะ​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ไม่​ได้


ยอห์น ๓:๖
พ่อ​แม่​ให้​เรา​เกิด​มา​เป็น​ได้​แค่​ลูก​ของ​มนุษย์ แต่​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ทำ​ให้​เรา​เกิด​มา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๓:๑๕
เพื่อ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​บุตร​มนุษย์​นั้น​จะ​ได้​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”


ยอห์น ๓:๑๖
เพราะ​ว่า​พระเจ้า​รัก​ผูกพัน​กับ​มนุษย์​ใน​โลกนี้​มาก จน​ถึง​ขนาด​ยอม​สละ​พระบุตร​เพียง​องค์​เดียว​ของ​พระองค์ เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระบุตร​นั้น​จะ​ไม่​สูญ​สิ้น แต่​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


ยอห์น ๓:๑๗
พระเจ้า​ไม่​ได้​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​เข้า​มา​ใน​โลกนี้ เพื่อ​ตัดสิน​ลงโทษ​โลกนี้ แต่​เพื่อ​ช่วย​โลกนี้​ให้​รอดพ้น


ยอห์น ๓:๑๘
คน​ที่​ไว้วางใจ​พระบุตร​จะ​ไม่​ถูก​ตัดสินลงโทษ แต่​คน​ที่​ไม่​ไว้วางใจ​ก็​ได้​ถูก​ตัดสินลงโทษ​ไป​แล้ว เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ไว้​วางใจ​พระบุตร​เพียง​องค์​เดียว​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๓:๑๙
นี่​คือ​วิธี​ที่​พระเจ้า​ตัดสิน​ว่า​ใคร​ผิด​หรือ​ใคร​ถูก ความ​สว่าง​ได้​เข้า​มา​ใน​โลกนี้ แต่​คน​รัก​ความมืด​มาก​กว่า​ความสว่าง​เพราะ​พวก​เขา​ทำ​ชั่ว


ยอห์น ๓:๒๑
แต่​คน​ที่​ทำ​ดี​จะ​เข้า​มา​อยู่​ใน​ความสว่าง เพื่อ​ว่า​ความสว่าง​จะ​ทำ​ให้​ทุก​คน​เห็น​ว่า​ที่​เขา​ทำ​ดี​ได้​นั้น​เป็น​เพราะ​พึ่ง​อำนาจ​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๓:๒๗
ยอห์น​ตอบ​ว่า “คน​เรา​เป็น​ได้​แค่​ที่​พระเจ้า​ให้​เป็น​เท่า​นั้น


ยอห์น ๓:๓๓
ส่วน​คน​ที่​เชื่อ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​บอก​นั้น​ก็​แสดง​ว่า​เขา​เชื่อ​ว่า พระเจ้า​พูด​ความจริง​ด้วย


ยอห์น ๓:๓๔
เพราะ​ผู้ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา​นั้น​พูด​ตาม​ที่​พระเจ้า​พูด เพราะ​พระเจ้า​ให้​พระองค์​มี​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณบริสุทธิ์​อย่าง​เต็มที่​ไม่​จำกัด​เลย


ยอห์น ๓:๓๖
คน​ที่​ไว้วางใจ​พระบุตร​นั้น​ก็​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป แต่​คน​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อ​ฟัง​พระบุตร​นั้น​ก็​จะ​ไม่​พบ​กับ​ชีวิต​นั้น และ​ยัง​ต้อง​ตก​อยู่​ภาย​ใต้​การลงโทษ​ของ​พระเจ้า


ยอห์น ๔:๑๐
พระเยซู​ตอบ​หญิง​นั้น​ว่า “นี่​ถ้า​คุณ​รู้​ว่า​พระเจ้า​อยาก​ให้​อะไร​กับ​คุณ และ​รู้​ว่า​เรา​ที่​ขอ​น้ำ​คุณ​ดื่ม​อยู่นี้​เป็น​ใคร คุณ​ก็​คงจะ​ขอ​จาก​เรา และ​เรา​ก็​จะ​ให้​น้ำ​ที่​ให้​ชีวิต กับ​คุณ”


ยอห์น ๔:๑๔
แต่​คน​ที่​ดื่ม​น้ำ​ที่​เรา​ให้​จะ​ไม่​หิว​น้ำ​อีก​เลย เพราะ​น้ำ​ที่​เรา​ให้​เขา​ดื่ม​จะ​กลาย​เป็น​น้ำพุ​ที่​ไหล​ไม่​หยุด​อยู่​ใน​ตัว​เขา​และ​นำ​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​มา​ให้”


ยอห์น ๔:๑๙
เธอ​ร้อง​ว่า “คุณ​คะ ฉัน​เชื่อ​แล้ว​ว่า​คุณ​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า


ยอห์น ๔:๒๐
บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​กราบไหว้บูชา​พระเจ้า​ที่​ภูเขานี้ แต่​พวก​คุณ​ชาวยิว​กลับ​พูด​ว่า​จะ​ต้อง​ไป​กราบไหว้บูชา​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เท่า​นั้น”


ยอห์น ๔:๒๑
พระองค์​ตอบ​ว่า “เชื่อ​เรา​สิ ใกล้​จะ​ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​มัน​จะ​ไม่​สำคัญ​อีก​ต่อ​ไป​ว่า​จะ​กราบไหว้บูชาพระเจ้า​พระบิดา​ที่​ภูเขานี้​หรือ​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม


ยอห์น ๔:๒๒
จริงๆ​แล้ว​พวก​คุณ​ชาวสะมาเรีย​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ที่​พวก​คุณ​กราบไหว้บูชา​อยู่ แต่​พวก​เรา​ชาวยิว​รู้จัก​พระเจ้า​ที่​พวก​เรา​กราบไหว้บูชา เพราะ​พระเจ้า​จะ​ช่วย​โลกนี้​ให้​รอด​โดย​ผ่าน​ทาง​ชาวยิว


ยอห์น ๔:๒๔
พระเจ้า​เป็น​พระวิญญาณ ดังนั้น​คน​ที่​กราบไหว้บูชา​พระองค์​จะ​ต้อง​กราบไหว้บูชา​ด้วย​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​และ​ด้วย​ความ​จริง”


ยอห์น ๔:๓๖
ตอนนี้​คน​เก็บเกี่ยว​ก็​รับ​ค่าจ้าง​อยู่ และ​พืชผล​ที่​เก็บ​รวบรวม​มา​นี้​ก็​คือ​คน​ที่​จะ​ได้รับ​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ดังนั้น​ทั้ง​คน​ปลูก​และ​คน​เก็บเกี่ยว​ก็​จะ​มี​ความสุข​ร่วม​กัน


జాన్ ౪:౪౪
(พระเยซู​เคย​พูด​ว่า ผู้พูดแทนพระเจ้า​จะ​ไม่​ได้รับ​เกียรติ​ใน​บ้าน​เมือง​ของ​ตน)


జాన్ ౫:౧౮
ทำ​ให้​พวกยิว​ยิ่ง​พยายาม​มาก​ขึ้น​ที่​จะ​ฆ่า​พระองค์ เพราะ​นอก​จาก​พระองค์​จะ​ทำ​ผิด​กฎ​วันหยุดทางศาสนา​แล้ว พระองค์​ยัง​เรียก​พระเจ้า​เป็น​พระบิดา​ของ​ตัวเอง​อีก​ด้วย ซึ่ง​เท่ากับ​เป็น​การทำตัว​เสมอ​กับ​พระเจ้า


జాన్ ౫:౨౪
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ฟัง​คำพูด​เรา​และ​ไว้วางใจ​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา ก็​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป และ​เขา​จะ​ไม่​ถูก​ตัดสินลงโทษ เขา​ได้​ผ่านพ้น​ความตาย​ไป​สู่​ชีวิต​แล้ว


జాన్ ౫:౨౫
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​เวลา​นั้น​กำลัง​มา และ​ตอนนี้​ก็​มา​ถึง​แล้ว​ที่​คน​ตาย​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า แล้ว​คน​ที่​เชื่อฟัง​ก็​จะ​มี​ชีวิต


జాన్ ౫:౨౯
แล้ว​พวก​เขา​จะ​ออก​มา​จาก​อุโมงค์​ฝังศพ คน​ที่​ทำ​ดี​ก็​จะ​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ส่วน​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​ก็​จะ​ฟื้นขึ้น​มา​เพื่อ​รับ​การ​ตัดสิน​ลงโทษ”


జాన్ ౫:౩౦
“เรา​ทำ​อะไร​เอง​ไม่​ได้ เรา​ได้ยิน​จาก​พระเจ้า​มา​อย่างไร เรา​ก็​ตัดสิน​ไป​อย่างนั้น และ​คำตัดสิน​ของ​เรา​นั้น​ก็​ถูกต้อง เพราะ​เรา​ไม่​อยาก​ตามใจ​ตัวเอง แต่​อยาก​ตามใจ​พระเจ้า​ที่​ส่ง​เรา​มา


జాన్ ౫:౩౯
พวกคุณ​ศึกษา​พระคัมภีร์​อย่าง​ละเอียด เพราะ​คิด​ว่า​มัน​จะ​ให้​คุณ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป พระคัมภีร์​นั้น​ได้​พูด​ถึง​เรา


జాన్ ౫:౪౦
แต่​พวก​คุณ​กลับ​ไม่​ยอม​มาหา​เรา​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


జాన్ ౫:౪౨
แล้ว​เรา​ก็​รู้​ด้วย​ว่า พวก​คุณ​ไม่​ได้​รัก​พระเจ้า​จริงๆ​หรอก


జాన్ ౫:౪౪
พวก​คุณ​จะ​ไว้วางใจ​เรา​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​คุณ​ชอบ​คำชม​จาก​พวกเดียวกัน แต่​ไม่​อยาก​ได้​คำชม​จาก​พระเจ้า​เที่ยงแท้​องค์เดียว


జాన్ ౬:౧౧
พระเยซู​เอา​ขนมปัง​ของ​เด็กน้อย​คน​นั้น​มา เมื่อ​ขอบคุณ​พระเจ้า​เสร็จ​แล้ว ก็​แบ่ง​ขนมปัง​แจก​ให้​กับ​ทุกๆ​คน​ที่​นั่ง​อยู่​ที่​พื้น​นั้น​อย่าง​ไม่​อั้น และ​พระองค์​ก็​หยิบ​ปลา​มา​ทำ​อย่าง​เดียว​กัน


జాన్ ౬:౧౪
เมื่อ​คน​พวกนี้​เห็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ที่​พระองค์​ทำ เขา​เริ่ม​พูด​กัน​ว่า “คนนี้​ต้อง​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​นั้น​ที่​ว่า​กัน​ว่า​จะ​มา​ใน​โลกนี้​แน่ๆ”


జాన్ ౬:౨౩
มี​เรือ​บาง​ลำ​มา​จาก​ทิเบเรียส​เข้า​ไป​จอด​ที่​ฝั่ง​ใกล้ๆ​กับ​ที่​พวก​เขา​ได้​กิน​อาหาร​กัน คือ​หลัง​จาก​ที่​พระเยซู​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว


జాన్ ౬:౨౭
อย่า​ทำงาน​เพื่อ​จะ​ได้​อาหาร​ที่​เน่าเสีย แต่​ให้​ทำงาน​เพื่อ​จะ​ได้​อาหาร​ทิพย์​ที่​ให้​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป บุตร​มนุษย์​จะ​ให้​อาหารทิพย์​นั้น​กับ​พวก​คุณ เพราะ​พระเจ้า​พระบิดา​ให้​สิทธิอำนาจ​กับ​บุตร​มนุษย์​ที่​จะ​ทำ​สิ่งนี้”


జాన్ ౬:౨౮
พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “แล้ว​พวก​เรา​ควร​จะ​ทำงาน​อะไร​ล่ะ พระเจ้า​ถึง​จะ​พอใจ”


జాన్ ౬:౨౯
พระเยซู​ตอบ​ว่า “งาน​ที่​จะ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​คือ การไว้วางใจ​คนๆ​นั้น​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา”


జాన్ ౬:౩౦
พวกเขา​ถาม​อีก​ว่า “อาจารย์​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อะไร​ให้​ดู​ล่ะ เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​ส่ง​อาจารย์​มา ตกลง​ว่า​จะ​ทำ​อะไร​ให้​ดู​ล่ะ


జాన్ ౬:౩౩
เพราะ​ขนมปัง​จาก​พระเจ้านั้น​ก็​คือ​คน​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ และ​ให้​ชีวิต​กับ​โลกนี้”


జాన్ ౬:౪౦
พระบิดา​ของ​เรา​อยาก​ให้​ทุก​คน​ที่​เห็น​พระบุตร​และ​ไว้วางใจ​พระบุตร​นั้น มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​พวก​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย”


జాన్ ౬:౪౫
ผู้พูดแทนพระเจ้า​เขียน​ไว้​ว่า ‘พระเจ้า​จะ​สั่งสอน​พวก​เขา​ทุก​คน’ ทุก​คน​ที่​ได้​ฟัง​และ​เรียนรู้​จาก​พระบิดา​ก็​จะ​มาหา​เรา


జాన్ ౬:౪౭
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ไว้วางใจ​เรา​ก็​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


జాన్ ౬:౫౪
คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​เลือด​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป เรา​จะ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย


జాన్ ౬:౬౩
ไม่​ใช่​พละกำลัง​ของ​มนุษย์​ที่​เป็น​ผู้​ให้​ชีวิต แต่​เป็น​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า คำพูด​ที่​เรา​ได้​บอก​พวก​คุณ​นี้แหละ จะ​นำ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​มา​ให้​กับ​คุณ เป็น​พระวิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต


జాన్ ౬:౬౮
ซีโมน เปโตร​ตอบ​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวก​เรา​ทิ้ง​อาจารย์​ไปหา​ใคร​อีก​ล่ะ​ครับ อาจารย์​มี​คำพูด​ที่​ให้​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


జాన్ ౬:౬౯
พวก​เรา​เชื่อ​และ​รู้​แล้ว​ว่า​อาจารย์​เป็น​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า”


జాన్ ౭:౧౭
คน​ไหน​มีใจ​ที่​อยาก​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า คน​นั้น​ก็​จะ​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เรา​สอน​นั้น​มา​จาก​พระเจ้า​หรือ​เรา​พูด​ขึ้น​มา​เอง​กัน​แน่


జాన్ ౭:౪౦
เมื่อ​ประชาชน​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​พระเยซู​พูด ก็​มี​บางคน​พูด​ว่า “ชาย​คนนี้​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​นั้น​ที่​คน​รอคอย​แน่ๆ”


జాన్ ౭:౪౯
ส่วน​ไอ้​พวก​นอกคอก​ที่​ไม่​รู้​กฎปฏิบัติ​พวก​นั้น ยังไง​ก็​ถูก​พระเจ้า​สาป​แช่ง​อยู่​แล้ว”


జాన్ ౭:౫౨
แต่​พวก​เขา​บอก​นิโคเดมัส​ว่า “คุณ​ก็​มา​จาก​กาลิลี​กับ​เขา​ด้วย​หรือ ลอง​ไป​ค้น​พระคัมภีร์ ดู​สิ แล้ว​คุณ​จะ​รู้​ว่า​ไม่​มี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​มา​จาก​กาลิลี​เลย”


జాన్ ౮:౪౦
เรา​ได้​เอา​ความจริง​ที่​ได้ยิน​จาก​พระเจ้า​มา​บอก​พวกคุณ แต่​คุณ​กลับ​จะ​ฆ่า​เรา อับราฮัม​ไม่​เคย​ทำ​อย่างนี้​เลย


జాన్ ౮:౪౧
แต่​คุณ​ทำ​ตาม​ที่​พ่อ​ของ​คุณ​ทำ” พวก​ยิว​จึง​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “พวก​เรา​ไม่​ได้​เป็น​ลูก​ชู้ พระเจ้า​เท่านั้น​คือ​พ่อ​ที่​แท้จริง​ของ​เรา”


జాన్ ౮:౪౨
พระเยซู​พูด​ว่า “ถ้า​พระเจ้า​เป็น​พ่อ​ของ​พวก​คุณ​จริงๆ​พวก​คุณ​ก็​คง​รัก​เรา​แล้ว เพราะ​เรา​มา​จาก​พระเจ้า ที่​เรา​อยู่​ที่​นี่​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ส่ง​มา เรา​ไม่​ได้​เป็น​คน​ตัดสินใจ​เอง


జాన్ ౮:౪౭
คน​ของ​พระเจ้า​จะ​ฟัง​คำพูด​ของ​พระเจ้า แต่​ที่​พวกคุณ​ไม่​ยอม​ฟัง​เรา ก็​เพราะ​คุณ​ไม่​ได้​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า”


జాన్ ౮:౫౦
เรา​ไม่​ได้​อยาก​เด่น​อยาก​ดัง แต่​พระเจ้า​ต้อง​การ​ให้​เรา​ยิ่งใหญ่​และ​พระองค์​เป็น​ผู้ตัดสิน


జాన్ ౮:౫౨
พวกยิว​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ตอนนี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​แก​ถูก​ผี​สิง​แน่ เพราะ​ทั้ง​อับราฮัม​และ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​ตาย​กัน​หมด​แล้ว แต่​แก​กลับ​พูด​ว่า ‘ถ้า​ใคร​ทำ​ตาม​คำ​สั่งสอน​ของ​เรา คนๆ​นั้น​จะ​ไม่​มี​วัน​ตาย’


జాన్ ౮:౫౩
แก​ยิ่งใหญ่​กว่า​อับราฮัม พ่อ​ของ​เรา​หรือ​ไง อับราฮัม​ตาย พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ก็​ตาย แล้ว​แก​คิด​ว่า​แก​เป็น​ใคร”


జాన్ ౮:౫౪
พระเยซู​ตอบ​ว่า “ถ้า​เรา​ยกย่อง​ตัวเอง คำยกย่อง​นั้น​ก็​ไม่​มี​ความหมาย​อะไร พระบิดา​ของ​เรา ที่​พวกคุณ​อ้าง​ว่า​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ​นั่น​แหละ เป็น​ผู้ที่​ยกย่อง​เรา


జాన్ ౯:౩
พระเยซู​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่​บาป​กรรม​ของ​เขา​หรือ​ของ​พ่อ​แม่​เขา​หรอก แต่​ที่​เขา​ตาบอด​ก็​เพื่อ​ทุก​คน​จะ​ได้​เห็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ที่​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​กับ​เขา


జాన్ ౯:౧౬
พวก​ฟาริสี​บาง​คน​ก็​พูด​ว่า “คน​ที่​ทำ​อย่างนี้​ไม่​ได้​มา​จาก​พระเจ้า​หรอก เพราะ​ไม่​ได้​รักษา​กฎวันหยุดทางศาสนา” แต่​คน​อื่นๆ​พูด​ว่า “คน​บาป​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อย่างนี้​ได้​ยังไง” ดังนั้น​พวก​เขา​ก็​เลย​มี​ความ​เห็น​ขัด​กัน​ใน​เรื่องนี้


జాన్ ౯:౧౭
พวก​ฟาริสี​ถาม​ชาย​ที่​เคย​ตาบอด​อีก​ว่า “แก​คิด​ว่า​คน​ที่​ทำ​ให้​ตา​แก​หาย​บอด​เป็น​ใคร” เขา​ตอบ​ว่า “เขา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า”


జాన్ ౯:౨౪
พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​จึง​เรียก​ชาย​ที่​เคย​ตาบอด​มา​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​บอก​ว่า “แก​ต้อง​ให้​เกียรติ​กับ​พระเจ้า​โดย​พูด​ความจริง เรา​รู้​ว่า​ชาย​คน​นั้น​เป็น​คน​บาป”


జాన్ ౯:౨౯
เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ได้​พูด​กับ​โมเสส แต่​เรา​ไม่​รู้​ว่า​ชาย​คน​นั้น​มา​จาก​ไหน”


జాన్ ౯:౩౧
พวก​เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ไม่​ฟัง​คน​บาป พระองค์​จะ​ฟัง​คน​ที่​ยำเกรง​และ​ทำ​ตาม​พระองค์​เท่า​นั้น


జాన్ ౯:౩౩
ถ้า​ชาย​คนนี้​ไม่​ได้​มา​จาก​พระเจ้า เขา​ก็​จะ​ทำ​อะไร​แบบนี้​ไม่​ได้​เลย”


జాన్ ౧౦:౨౮
เรา​จะ​ให้​แกะ​ของ​เรา​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป แกะ​ของ​เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​ตาย แล้ว​ไม่​มี​ใคร​แย่ง​แกะ​ของ​เรา​ไป​จาก​มือ​เรา​ได้


జాన్ ౧౦:౩౩
พวกยิว​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่​ได้​เอา​หิน​ขว้าง​แก​เพราะ​การกระทำ​ดีๆ​แต่​เพราะ​แก​พูดจา​ดูหมิ่น​พระเจ้า แก​เป็น​แค่​มนุษย์​ธรรมดา แต่​มา​อ้าง​ว่า​ตัวเอง​เป็น​พระเจ้า”


జాన్ ౧౦:౩౪
พระเยซู​ตอบ​ว่า “ใน​กฎปฏิบัติ​ของ​พวก​คุณ​มี​เขียน​ไว้​ว่า ‘พระเจ้า​พูด​ว่า พวก​คุณ​เป็น​พระเจ้า​ทั้งหลาย’


జాన్ ౧౦:౩౫
ถ้า​พระเจ้า​เรียก​คน​ที่​รับ​ข้อความ​จาก​พระองค์​ว่า​เป็น​พระเจ้า​ทั้งหลาย และ​พระคัมภีร์​ถูกต้อง​เสมอ


జాన్ ౧౦:౩౬
แล้ว​พวก​คุณ​จะ​มาหา​ว่า​เรา​ดูหมิ่น​พระเจ้า​ได้​ยังไง ที่​เรา​บอก​ว่า ‘เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า’ ใน​เมื่อ​พระเจ้า​เอง​เป็น​ผู้​เลือก​และ​ส่ง​เรา​มา​ใน​โลกนี้


జాన్ ౧౧:౪
เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พระองค์​ก็​บอก​ว่า “ใน​ที่​สุด​แล้ว ผล​จาก​การป่วยนี้​จะ​ไม่​ใช่​ความตาย แต่​จะ​ทำ​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า​และ​ของ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ด้วย”


జాన్ ౧౧:౨౨
แต่​ถึง​เดี๋ยวนี้​แล้ว​ดิฉัน​ก็​ยัง​รู้​ว่า​พระเจ้า​จะ​ให้​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​อาจารย์​ขอ”


జాన్ ౧౧:౨౭
มารธา​ตอบ​พระองค์​ว่า “ค่ะ​ท่าน ดิฉัน​เชื่อ​ว่า​ท่าน​คือ​พระคริสต์​พระบุตร​ของ​พระเจ้า ท่าน​คือ​ผู้​นั้น​ที่​ผู้คน​กำลัง​คอย​กัน​ว่า​จะ​เข้า​มา​ใน​โลกนี้”


జాన్ ౧౧:౪౦
พระเยซู​บอก​เธอ​ว่า “คุณ​ลืม​แล้ว​หรือ​ที่​เรา​บอก​ว่า ถ้า​คุณ​ไว้วางใจ คุณ​จะ​ได้​เห็น​ความยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า”


జాన్ ౧౧:౫౧
คายาฟาส​ไม่​ได้​คิด​ที่​จะ​พูด​ขึ้น​มา​เอง แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​เขา​พูด​อย่าง​นั้น เพราะ​เขา​เป็น​หัวหน้า​สูงสุด​ของ​นักบวช​ใน​ปี​นั้น พระเจ้า​ก็​เลย​ทำ​ให้​คายาฟาส​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ว่า พระเยซู​กำลัง​จะ​ตาย​แทน​ชนชาติ​ยิว


జాన్ ౧౧:౫౨
แล้ว​พระเยซู​ไม่​ได้​ตาย​แทน​ชนชาติ​ยิว​เท่านั้น แต่​พระองค์​ตาย​เพื่อ​รวบรวม​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ทุก​คน​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​โลก ให้​มา​อยู่​รวม​กัน​เป็น​หนึ่ง​เดียว


జాన్ ౧౨:౧౩
พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ถือ​กิ่ง​ปาล์ม​ออก​ไป​ต้อนรับ​พระองค์ และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ไชโย ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต คือ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล”


జాన్ ౧౨:౨౦
ใน​ช่วง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​มี​พวก​กรีก​บางคน​มา​กราบไหว้บูชา​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ด้วย


జాన్ ౧౨:౨౩
พระเยซู​บอก​เขา​ทั้งสอง​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​พระเจ้า​จะ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า บุตร​มนุษย์​นั้น​ยิ่งใหญ่​แค่​ไหน


జాన్ ౧౨:౨౫
คน​ที่รัก​ชีวิต​ของ​ตน​เอง​ก็​จะ​สูญเสีย​ชีวิต​ไป แต่​คน​ที่​เกลียด​ชีวิต​ของ​ตน​ใน​โลกนี้​ก็​จะ​ได้​รักษา​ชีวิต​ไว้​ให้​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


జాన్ ౧౨:౩౮
ซึ่ง​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต มี​ใคร​บ้าง​ที่​เชื่อ​เรื่อง​ที่​เรา​บอก มี​ใคร​บ้าง​ที่​เห็น​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต”


జాన్ ౧౨:౩౯
และ​ที่​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​อิสยาห์​ว่า


జాన్ ౧౨:౪౩
พวก​เขา​รัก​เกียรติ​ที่​มา​จาก​มนุษย์​มาก​กว่า​เกียรติ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า


జాన్ ౧౨:౫౦
และ​เรา​ก็​รู้​ว่า​คำสั่งนี้​ของ​พระองค์​จะ​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป เรา​ถึง​พูด​ตาม​ที่​พระบิดา​สั่ง”


జాన్ ౧౩:౩
พระเยซู​รู้​ว่า​พระบิดา​ให้​พระองค์​มี​อำนาจ​เหนือ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง และ​พระองค์​รู้​ว่า​ตัวเอง​มา​จาก​พระเจ้า และ​กำลัง​จะ​กลับ​ไป​หา​พระเจ้า


జాన్ ౧౩:౩౧
หลังจาก​ที่​ยูดาส​ออก​ไป​แล้ว พระเยซู​พูด​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​ผู้คน​จะ​ได้​เห็น​ว่า​บุตร​มนุษย์​จะ​ได้รับ​เกียรติ​ขนาด​ไหน และ​พระเจ้า​จะ​ได้รับ​เกียรติ​ผ่าน​ทาง​บุตร​มนุษย์​นั้น


జాన్ ౧౩:౩౨
แล้ว​ถ้า​พระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ผ่าน​ทาง​เขา พระองค์​เอง​ก็​จะ​ให้​เกียรติ​เขา​และ​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ทันที


జాన్ ౧౪:౧
“อย่า​กลุ้มใจ​ไป​เลย ขอ​ให้​วางใจ​พระเจ้า​และ​วางใจ​เรา​ด้วย


జాన్ ౧౬:౨
พวก​เขา​จะ​ไล่​คุณ​ออก​จาก​ที่ประชุม อีก​ไม่​นาน​ทุก​คน​ที่​ฆ่า​คุณ ก็​จะ​คิด​ว่า​นั่น​เป็น​การ​รับใช้​พระเจ้า


జాన్ ౧౬:౮
เมื่อ​ผู้ช่วย​นั้น​มา พระองค์​จะ​ทำ​ให้​โลก​รู้​ความจริง​เกี่ยวกับ​ความบาป ให้​โลก​รู้​ว่า​ที่​เรา​พูด​และ​ทำ​นั้น​ถูกต้อง และ​ให้​โลก​รู้​ว่า​พระเจ้า​จะ​ตัดสิน​ลงโทษ​โลก


జాన్ ౧౬:౧౦
ใน​เรื่อง​ความ​ถูกต้อง​ของ​เรา​กับ​พระเจ้า​นั้น​ก็​คือ​การ​ที่​เรา​ได้​กลับ​ไปหา​พระบิดา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง จึง​ทำ​ให้​พวก​คุณ​ไม่​เห็น​เรา​อีก


జాన్ ౧౬:౨౬
ใน​วัน​นั้น​พวก​คุณ​จะ​ไม่​ต้อง​ขอ​อะไร​โดย​ผ่าน​ทาง​เรา​อีก​แล้ว คุณ​ขอ​จาก​พระเจ้า​ได้​โดย​ตรง เพราะ​คุณ​เป็น​คน​ของ​เรา


జాన్ ౧౬:౨౭
เพราะ​พระบิดา​เอง​ก็​รัก​พวก​คุณ พระองค์​รัก​พวก​คุณ​ทุก​คน​เพราะ​ว่า​คุณ​รัก​เรา และ​เชื่อ​ว่า​เรา​มา​จาก​พระเจ้า


జాన్ ౧౬:౩౦
ตอนนี้​พวก​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​อาจารย์​รู้​ทุก​อย่าง อาจารย์​รู้​ว่า​จะ​ตอบ​อะไร​ก่อน​ที่​เรา​จะ​ถาม​เสีย​อีก ถึง​ไม่​ถาม อาจารย์​ก็​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​เรา​คิด​อะไร แค่นี้​เรา​ก็​เชื่อ​แล้ว​ว่า​อาจารย์​มา​จาก​พระเจ้า”


జాన్ ౧౭:౩
ชีวิต​กับ​พระองค์​ตลอด​ไป​นั้น​ก็​คือ​การรู้จัก​พระองค์ ผู้​เป็น​พระเจ้า​เที่ยงแท้​องค์เดียว และ​รู้จัก​พระเยซูคริสต์​ผู้ที่​พระองค์​ส่ง​มา


జాన్ ౧౯:౭
พวกยิว​ตอบ​ว่า “ตาม​กฎปฏิบัติ​ของ​ยิว บอก​ว่า​มัน​ทำ​ผิด​สมควร​ตาย​เพราะ​อ้าง​ว่า​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า”


జాన్ ౧౯:౧౧
พระเยซู​จึง​ตอบ​เขา​ว่า “ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ได้​ให้​อำนาจ​นั้น​กับ​คุณ คุณ​ก็​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​เรา​หรอก ดังนั้น​คน​ที่​มอบ​ตัว​เรา​ให้​กับ​คุณ ก็​มี​ความผิด​บาป​ร้ายแรง​กว่า​คุณ”


జాన్ ౨౦:౧౭
พระองค์​พูด​กับ​เธอ​ว่า “อย่า​หน่วง​เหนี่ยว​เรา​ไว้ เพราะ​เรา​ยัง​ไม่​ได้​กลับ​ไป​หา​พระบิดา ให้​กลับ​ไป​หา​พี่น้อง​ของ​เรา​และ​บอก​พวก​เขา​ว่า เรา​กำลัง​จะ​กลับ​ไป​หา​พระบิดา​ของ​เรา และ​พระบิดา​ของ​พวก​คุณ​ด้วย คือ​ไป​หา​พระเจ้า​ของ​เรา​และ​พระเจ้า​ของ​คุณ​ด้วย”


జాన్ ౨౦:౨౮
โธมัส​ร้อง​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ข้า พระเจ้า​ของ​ข้า”


జాన్ ౨౦:౩౧
เท่า​ที่​ได้​เขียน​สิ่ง​เหล่านี้​ลง​ไป​ก็​เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า พระเยซู​คือ​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า และ​เมื่อ​คุณ​ไว้วางใจ​แล้ว คุณ​ก็​จะ​มี​ชีวิต​เพราะ​พระองค์


జాన్ ౨౧:౧౯
(พระเยซู​พูด​อย่างนี้ เพื่อ​บอก​ให้​รู้​ว่า​เปโตร​จะ​ตาย​แบบ​ไหน​เพื่อ​แสดง​ความยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า​ให้​คน​เห็น) แล้ว​พระเยซู​ก็​ได้​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “ตาม​เรา​มา”


โรม ๑:๑
จาก​เปาโล​ทาส​ของ​พระเยซูคริสต์ พระเจ้า​เรียก​ผม​ให้​มา​เป็น​ศิษย์เอก และ​แต่งตั้ง​ผม​ให้​มา​ประกาศ​ข่าวดี​ที่​มา​จาก​พระเจ้า


โรม ๑:๒
พวก​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ได้​ประกาศ​ข่าวดีนี้​ไว้​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว​ใน​พระคัมภีร์​อัน​ศักดิ์สิทธิ์


โรม ๑:๓
ข่าวดีนี้​เป็น​เรื่องราว​เกี่ยวกับ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า ผู้​ที่​ได้​เกิด​มา​เป็น​มนุษย์​ผ่าน​ทาง​เชื้อสาย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด


โรม ๑:๔
เมื่อ​พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย พระเจ้า​ได้​แต่งตั้ง​พระองค์​ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ให้​เป็น​พระบุตร​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ คือ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์​และ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​พวกเรา


โรม ๑:๕
พวก​เรา​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษ​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​ให้​มา​เป็น​ศิษย์เอก เรา​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษนี้​เพื่อ​พวก​เรา​จะ​ได้​นำ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ให้​มา​ไว้วางใจ​และ​เชื่อฟัง​พระเจ้า พวก​เรา​ทำงานนี้​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​พระเยซู


โรม ๑:๖
พวก​คุณ​ก็​รวม​อยู่​ใน​กลุ่ม​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​นี้​ด้วย และ​พระเจ้า​ก็​เรียก​คุณ​ให้​มา​เป็น​คน​ของ​พระเยซู​คริสต์


โรม ๑:๗
ผม​เขียน​จดหมาย​ฉบับนี้​ถึง​พวก​คุณ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​โรม เป็น​พวก​ที่​พระเจ้า​รัก​และ​เรียก​ให้​มา​เป็น​คน​ของ​พระองค์ ขอ​ให้​พระเจ้า​พระบิดา​ของ​เรา​และ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ให้​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​สันติสุข​กับ​คุณ​ทุกคน​ด้วย​เถิด


โรม ๑:๘
ก่อน​อื่น​ผม​ขอบคุณ​พระเจ้า​ของ​ผม​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​สำหรับ​คุณ​ทุกคน เพราะ​คน​ทั่ว​โลก​ต่าง​ก็​พา​กัน​พูด​ถึง​ความ​เชื่อ​ของ​คุณ


โรม ๑:๙
ผม​รับใช้​พระเจ้า​สุด​หัวใจ​ใน​การ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​พระบุตร​ของ​พระองค์ พระเจ้า​ผู้นี้​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ผม​ได้​ว่า ผม​อธิษฐาน​ให้​คุณ​ตลอด​เวลา


โรม ๑:๑๐
ผม​อธิษฐาน​ขอ​ตลอด​เวลา​ให้​พระเจ้า​จะ​เปิด​โอกาส​ให้​กับ​ผม​ไม่​ทาง​ใด​ก็​ทาง​หนึ่ง แล้ว​ใน​ที่​สุด​ผม​ก็​จะ​ได้​มา​เยี่ยม​คุณ​ตาม​ที่​ตั้งใจ​เอา​ไว้


โรม ๑:๑๖
ผม​ไม่​ละอาย​เกี่ยวกับ​ข่าวดีนี้​หรอก เพราะ​ข่าวดีนี้​เป็น​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า​ที่​จะ​ช่วย​ชีวิต​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ให้​รอด ช่วย​พวกยิว​ก่อน แล้ว​ต่อมา​ก็​ช่วย​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย


โรม ๑:๑๗
เพราะ​ใน​ข่าวดี​นั้น พระเจ้า​กำลัง​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า พระองค์​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ เพราะ​พระเจ้า​แสดง​ความซื่อสัตย์​ของ​พระองค์​ให้​เห็น​ก่อน คน​จึง​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์ เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​จะ​ใช้​ชีวิต​ด้วย​ความ​ไว้วางใจ”


โรม ๑:๑๘
เพราะ​พระเจ้า​กำลัง​แสดง​ความ​โกรธ​ของ​พระองค์​ให้​เห็น​จาก​สวรรค์ ต่อ​ความ​ชั่วช้า​ทุก​อย่าง​และ​ความผิด​ที่​คน​ทำ​ขึ้น สิ่ง​เหล่านี้​ไป​ปิดบัง​ความ​จริง​ไม่ให้​คน​รู้


โรม ๑:๑๙
ที่​พระเจ้า​โกรธ​ก็​เพราะ เรื่อง​ที่​คน​จะ​รู้​เกี่ยวกับ​พระเจ้า​ได้​นั้น คน​ก็​เห็น​อย่าง​ชัดเจน​แล้ว เพราะ​พระเจ้า​ได้​เปิดเผย​ให้​มัน​เห็น​ชัดเจน​อยู่​แล้ว


โรม ๑:๒๐
นับ​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​สร้าง​โลกนี้​มา คุณสมบัติ​ต่างๆ​ของ​พระเจ้า​ที่​ไม่​สามารถ​มอง​เห็น เช่น​ฤทธิ์​อำนาจ​ที่​ไม่​มี​วัน​เสื่อมสลาย หรือ​ความ​เป็น​พระเจ้า​ของ​พระองค์ มนุษย์​เห็น​ได้​ชัดเจน​เพราะ​เขา​สามารถ​เข้าใจ​เรื่องนี้​ได้​จาก​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา นี่​เป็น​เหตุผล​ที่​มนุษย์​จึง​ไม่​มี​ข้อ​แก้ตัว​เลย


โรม ๑:๒๑
เพราะ​เขา​รู้​เรื่อง​พระเจ้า แต่​ไม่​ได้​ยกย่อง​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​เขา และ​ไม่​ขอบคุณ​พระองค์​ด้วย แต่​พวก​เขา​กลับ​สนใจ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ไร้ค่า และ​จิตใจ​ของ​เขา​ที่​ขาด​ความ​เข้าใจ​ก็​มืดมน​ไป


โรม ๑:๒๓
เพราะ​เขา​ได้​เอา​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า​ที่​ไม่มี​วัน​ตาย​นี้ ไป​แลก​กับ​รูปปั้น​ที่​ทำ​ขึ้น​มา​เป็น​รูป​ของ​มนุษย์​ที่​ต้อง​ตาย หรือ​รูป​นก​ต่างๆ หรือ​สัตว์​สี่​เท้า หรือ​สัตว์​เลื้อย​คลาน


โรม ๑:๒๔
พระเจ้า​จึง​ปล่อย​ให้​มนุษย์​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ช้า​ลามก ตาม​กิเลสตัณหา​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​พวก​เขา เขา​จึง​ทำ​ผิด​ทาง​เพศ ใช้​ร่างกาย​ของ​กัน​และ​กัน​อย่าง​น่า​ละอาย


โรม ๑:๒๕
พวก​เขา​เอา​ความจริง​ของ​พระเจ้า​มา​แลก​กับ​ความเท็จ พวก​เขา​บูชา​และ​รับใช้​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา แทน​ที่​จะ​บูชา​และ​รับใช้​พระเจ้า​ผู้สร้าง​สิ่ง​เหล่า​นั้น พระองค์​สมควร​ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอดไป อาเมน


โรม ๑:๒๖
ดังนั้น​พระเจ้า​จึง​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​ตก​อยู่​ภายใต้​กิเลสตัณหา​อัน​น่า​ละอาย พวก​ผู้หญิง​แทน​ที่​จะ​มี​เพศ​สัมพันธ์​ตาม​ธรรมชาติ​แต่​กลับ​ทำ​ให้​มัน​ผิด​ธรรมชาติ​ไป


โรม ๑:๒๘
พวก​เขา​เห็น​ว่า​การ​รู้จัก​พระเจ้า​นั้น​ไร้​ค่า พระเจ้า​ก็​เลย​ปล่อย​ให้​เขา​มี​ความคิด​ที่​ไร้ค่า และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ไม่​ควร​ทำ


โรม ๑:๓๐
การ​พูด​ส่อเสียด การ​เกลียดชัง​พระเจ้า ความ​หยาบคาย ความ​เย่อหยิ่ง​จองหอง การ​อวดตัว การ​คิด​ค้น​วิธี​ทำ​ชั่ว​แบบ​ใหม่ๆ การ​ไม่​เชื่อฟัง​พ่อแม่


โรม ๑:๓๒
ทั้งๆที่​รู้​กฎเกณฑ์​ของ​พระเจ้า​ว่า​คน​ที่​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​สมควร​ตาย พวก​เขา​ไม่​ใช่​แค่​ทำ​เอง​เท่านั้น แต่​ยัง​ไป​เห็นดี​เห็น​ชอบ​กับ​คน​อื่น​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น​ด้วย


โรม ๒:๒
ตอนนี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​พระเจ้า​นั้น​ยุติธรรม​ที่​ตัดสิน​โทษ​คน​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น


โรม ๒:๓
คุณ​ครับ คุณ​ไป​ตัดสิน​โทษ​คน​อื่น​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น แต่​ตัว​คุณ​กลับ​มา​ทำ​เสีย​เอง คุณ​คิด​ว่า​จะ​หนีพ้น​การ​ลงโทษ​จาก​พระเจ้า​หรือ


โรม ๒:๕
แต่​เพราะ​คุณ​ดื้อดึง​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ คุณ​จึง​สะสม​โทษ​ไว้​ให้​กับ​ตัวเอง เพื่อ​จะ​ได้รับ​โทษ​นั้น​ใน​วัน​พิพากษา และ​ใน​วัน​นั้น​คุณ​ก็​จะ​ได้​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ตัดสิน​อย่าง​ยุติธรรม


โรม ๒:๖
พระเจ้า​จะ​ตอบแทน​แต่​ละ​คน​ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป


โรม ๒:๗
ส่วน​คน​ที่​ทำ​ความดี​อย่าง​ไม่​ย่อท้อ​เพื่อ​แสวงหา​ศักดิ์ศรี เกียรติยศ และ​ชีวิต​ที่​ไม่​มี​วัน​ตาย พระเจ้า​จะ​ให้​เขา​มี​ชีวิต​กับ​พระองค์​ตลอด​ไป


โรม ๒:๘
ส่วน​คน​ที่​เห็นแก่​ตัว และ​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​ความจริง​แต่​กลับ​ทำ​ชั่ว พระเจ้า​ก็​จะ​ตอบแทน​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น และ​จะ​ลงโทษ​เขา


โรม ๒:๑๑
เพราะ​พระเจ้า​ไม่​ลำเอียง


โรม ๒:๑๓
ไม่​ใช่​แค่​ได้ยิน​กฎ พระเจ้า​ก็​ยอมรับ​แล้ว แต่​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎ​ด้วย พระเจ้า​ถึง​จะ​ยอมรับ


โรม ๒:๑๖
ทั้ง​ใจ​ที่​ฟ้อง​ถูก​ผิด และ​ความคิด​ที่​ต่อสู้​กัน​อยู่​ใน​ใจนี้ จะ​เป็น​พยาน​ถึง​เรื่องนี้ ใน​วัน​ที่​พระเจ้า​ตัดสิน​ความลับ​ต่างๆ​ของ​มนุษย์ ผ่าน​ทาง​พระเยซูคริสต์ ข่าว​ดี​ที่​ผม​ได้​ประกาศ​นั้น​บอก​ไว้​อย่างนี้


โรม ๒:๑๗
ถ้า​คุณ​เรียก​ตัวเอง​ว่า​เป็น​ยิว ตัวเอง​พึ่ง​ใน​กฎ​ของ​พระเจ้า โอ้อวด​เรื่อง​พระเจ้า


โรม ๒:๑๘
รู้​ว่า​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คุณ​เป็น​คน​อย่างไร พระเจ้า​ต้อง​การ​อะไร สามารถ​แยกแยะ​ออก​ว่า​เรื่อง​ไหน​สำคัญ​ที่สุด เพราะ​คุณ​ได้​เรียนรู้​มา​แล้ว​จาก​กฎ​นั้น


โรม ๒:๒๓
คุณ​อวด​ว่า​กฎ​ของ​พระเจ้า​ดี แต่​คุณ​ฉีก​หน้า​พระเจ้า​เพราะ​ไม่​ทำ​ตาม​กฎ​นั้น


โรม ๒:๒๔
เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ต่าง​ก็​พา​กัน​ดูหมิ่น​พระเจ้า​ก็​เพราะ​พวก​คุณ”


โรม ๒:๒๖
แต่​ถ้า​คน​ไหน​ที่​ไม่​ได้​ขลิบ แต่​ว่า​ทำ​ตาม​กฎ พระเจ้า​ก็​ถือ​ว่า​เขา​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​แล้ว


โรม ๒:๒๙
แต่​คน​ยิว​แท้ๆ​คือ​คน​ที่​เป็น​ยิว​จาก​ภายใน มนุษย์​ได้รับ​พิธี​ขลิบ​ที่​แท้จริง​ใน​จิตใจ​จาก​พระวิญญาณ มัน​ไม่​ใช่​การ​ผ่าตัด​ที่​มนุษย์​ทำ​กัน​เพื่อ​ทำ​ตาม​ราย​ละเอียด​ที่​เขียน​ไว้​ใน​กฎ คน​อย่างนี้​ได้รับ​เกียรติ​จาก​พระเจ้า ไม่​ใช่​จาก​มนุษย์


โรม ๓:๒
ดี​แน่นอน มัน​มี​ประโยชน์​มาก​ใน​ทุก​เรื่อง เรื่อง​แรก​คือ พระเจ้า​มอบ​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​ให้​กับ​พวก​ยิว


โรม ๓:๓
ถ้า​คนยิว​บางคน​ไม่​ซื่อสัตย์​กับ​พระองค์ พระเจ้า​จะ​ไม่​ซื่อสัตย์​ไป​ด้วย​หรือ


โรม ๓:๕
เรา​จะ​พูด​อย่างไร​ดี ถ้า​การ​ที่​เรา​ทำ​ผิด​ทำให้​เห็น​ความดี​ของ​พระเจ้า​เด่นชัด​ขึ้น จะ​ว่า​พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​ที่​ลงโทษ​พวก​เรา​หรือ (ผม​พูด​แบบ​คน​ทั่วๆ​ไป​นะ)


โรม ๓:๖
ไม่​มี​ทาง เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม แล้ว​พระองค์​จะ​มา​ตัดสิน​คน​ทั้งโลก​ได้​อย่างไร


โรม ๓:๑๐
เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “ไม่​มี​ใคร​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​เลย ไม่​มี​เลย​สัก​คน​เดียว


โรม ๓:๑๑
ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​เข้าใจ ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​แสวงหา​พระเจ้า


โรม ๓:๑๘
“เขา​ไม่​เคย​คิด​ที่​จะ​เกรง​กลัว​พระเจ้า​เลย”


โรม ๓:๑๙
เรา​รู้​แล้ว​ว่า ทุก​อย่าง​ที่​กฎ​บอก ก็​เพื่อ​บอก​กับ​คน​ที่​อยู่​ภาย​ใต้​กฎนั้น เพื่อ​ปิด​ปาก​ทุก​คน​ไม่​ให้​มี​ข้อ​แก้ตัว และ​เพื่อ​ทุก​คน​ใน​โลก​จะ​ต้อง​อยู่​ภายใต้​การ​ตัดสิน​ของ​พระเจ้า


โรม ๓:๒๐
ไม่​มี​ใคร​หรอก​ที่​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​เนื่อง​จาก​ทำ​สิ่ง​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ เพราะ​กฎ​นั้น​มี​ไว้​ชี้​ให้​เรา​เห็น​ถึง​ความบาป​ของ​ตัวเอง


โรม ๓:๒๑
แต่​ตอนนี้ พระเจ้า​ได้​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ โดย​ไม่​เกี่ยวข้อง​กับ​กฎ​เลย แต่​ว่า​ทั้ง​กฎ​และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ได้​เป็น​พยาน​ถึง​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระองค์


โรม ๓:๒๒
พระเจ้า​ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์ และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ พระองค์​ทำ​อย่างนี้​ผ่าน​ทาง​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระเยซู​คริสต์ เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​สำหรับ​ทุกๆ​คน​ที่​ไว้วางใจ ไม่​มี​ใคร​แตกต่าง​กัน​เลย


โรม ๓:๒๓
เพราะ​ทุก​คน​ทำ​บาป​เหมือน​กัน​หมด และ​เสื่อม​จาก​พระบารมี​ของ​พระเจ้า


โรม ๓:๒๔
พระเจ้า​มี​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​พระองค์​ยอมรับ​ทุก​คนมา​เป็น​คน​ของ​พระองค์​โดย​ไม่​คิด​มูลค่า และ​เพราะ​สิ่ง​ที่​พระเยซู​คริสต์​ได้​ทำ พระเจ้า​ได้​ปลดปล่อย​พวก​เขา​ให้​เป็น​อิสระ​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​บาป


โรม ๓:๒๕
พระเจ้า​ให้​พระเยซู​คริสต์​เป็น​เครื่อง​บูชา​เพื่อ​จัดการ​กับ​บาป ที่​พระเจ้า​ทำ​อย่างนี้​ได้​ก็​เพราะ​พระเยซู​นั้น​ซื่อสัตย์ และ​ยอม​ที่​จะ​หลั่ง​เลือด​และ​ตาย พระเจ้า​ให้​พระเยซู​เป็น​เครื่อง​บูชา เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ เพราะ​พระองค์​อดทน และ​ไม่​ได้​ลงโทษ​คน​ที่​ทำ​บาป​ใน​อดีต


โรม ๓:๒๖
นอกจากนี้​พระเจ้า​ยัง​ต้องการ​แสดง​ให้​เห็น​ใน​ปัจจุบันนี้​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อ​สัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ และ​พระองค์​ยอมรับ​คน​ที่​มี​ส่วนรวม​ใน​ความ​ไว้วางใจ​ของ​พระเยซู


โรม ๓:๒๘
เพราะ​เรา​รู้​ว่า​การ​ที่​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​ใคร​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​เขา​ทำ​ตาม​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ​หรือเปล่า แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​ไว้วางใจ​ของ​เขา


โรม ๓:๒๙
พระเจ้า​เป็น​ของ​คนยิว​เท่านั้น​หรือ พระองค์​เป็น​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ ใช่แล้ว พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย


โรม ๓:๓๐
เนื่องจาก​มี​พระเจ้า​องค์​เดียว​เท่านั้น ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระองค์ พระเจ้า​ก็​จะ​ยอมรับ​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระองค์​ด้วย​เหมือน​กัน


โรม ๔:๒
เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​อับราฮัม​เพราะ​การ​กระทำ​ทั้งหลาย​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้ แต่​จริงๆ​แล้ว​ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า ท่าน​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้


โรม ๔:๓
พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า​อย่างไร “อับราฮัม​ไว้วางใจ​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​เลย​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​พระองค์​จะ​ยอมรับ​ท่าน”


โรม ๔:๕
ส่วน​คน​ที่​ไม่​ทำงาน แต่​กลับ​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​ยอมรับ​เขา​ถึง​แม้​เขา​ทำ​บาป พระองค์​ก็​นับ​ความ​ไว้วางใจ​นี้​เป็น​เหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​เขา


โรม ๔:๖
คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​โดย​ไม่​ได้​นับ​ว่า​การ​งาน​ที่​เขา​ทำ​ไป​นั้น กษัตริย์​ดาวิด​ได้​พูด​ถึง​เกียรติ​ของ​คน​แบบนี้​ว่า


โรม ๔:๗
“เมื่อ​พระเจ้า​ยกโทษ​ให้​กับ​ความผิด​ที่​คน​ทำ และ​กลบ​เกลื่อน​ความบาป​ของ​เขา ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ


โรม ๔:๙
เกียรตินี้​มี​ไว้​สำหรับ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ​เท่านั้น​หรือ มัน​มี​ไว้​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​ด้วย​ไม่ใช่หรือ ที่​ผม​ถาม​ก็​เพราะ​เรา​พูด​ว่า “อับราฮัม​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​เลย​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​ว่า​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​พระองค์​จะ​ยอมรับ​ท่าน”


โรม ๔:๑๐
พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​ตอน​ไหน ก่อน​หรือ​หลังจาก​ที่​ท่าน​ทำ​พิธี​ขลิบ จริงๆ​แล้ว​พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ​เสียอีก


โรม ๔:๑๑
แล้ว​ตอนหลัง​ท่าน​ถึง​ทำ​พิธี​ขลิบ เพื่อ​ทำให้​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​แล้ว​เพราะ​ท่าน​มี​ความ​ไว้วางใจ​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ​เสียอีก ดังนั้น​อับราฮัม​จึง​กลาย​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​แต่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ และ​พระเจ้า​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​พวกเขา​นี้​ว่า​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​พวกเขา


โรม ๔:๑๒
นอกจาก​นั้น​อับราฮัม​ก็​ยัง​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ​ด้วย ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ได้​แค่​ทำ​พิธี​ขลิบ​เท่านั้น แต่​ยัง​ดำเนิน​รอย​ตาม​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​คือ​มี​ความ​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​อับราฮัม​มี​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ


โรม ๔:๑๓
พระเจ้า​สัญญา​กับ​อับราฮัม​และ​ลูก​หลาน​ของ​ท่าน​ว่า พวก​เขา​จะ​ได้รับ​โลกนี้​เป็น​มรดก แต่​ที่​พระเจ้า​สัญญา​กับ​ท่าน​อย่างนั้น ไม่​ใช่​เพราะ​ท่าน​ทำ​ตาม​กฎ แต่​เพราะ​ท่าน​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ต่าง​หาก พระเจ้า​ถึง​ยอมรับ​ท่าน


โรม ๔:๑๔
ถ้า​คน​เรา​ได้รับ​โลกนี้​เป็น​มรดก​เพราะ​การ​ทำ​ตาม​กฎ การ​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ก็​ไม่​มี​ความหมาย​อะไร​เลย และ​สัญญา​ของ​พระองค์​ก็​ต้อง​ถูก​ยกเลิก​ไป​ด้วย


โรม ๔:๑๕
เพราะ​กฎ​นำ​ไป​สู่​การ​ลง​โทษ​จาก​พระเจ้า เพราะ​คน​ทำ​ผิด​กฎ​เสมอ แต่​ถ้า​ที่​ไหน​ไม่​มี​กฎ ที่​นั่น​ก็​ไม่​มี​การ​ทำ​ผิด​กฎ


โรม ๔:๑๖
ดังนั้น​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​จึง​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​ไว้วางใจ เพื่อ​คำ​สัญญา​นั้น​จะ​ได้​เป็น​ของขวัญ​ที่​ให้​กับ​เรา​เปล่าๆ และ​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม​ทุก​คน​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ไว้​อย่าง​แน่นอน ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​คน​ที่​อยู่​ใต้​กฎ​เท่านั้น​ที่​จะ​ได้รับ แต่​รวม​ถึง​คน​ที่​มี​ส่วนร่วม​ใน​ความ​ไว้วางใจ​ของ​อับราฮัม​ด้วย เพราะ​ท่าน​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ทุก​คน


โรม ๔:๑๗
เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “เรา​ได้​ทำให้​เจ้า​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ” อับราฮัม​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ต่อหน้า​พระเจ้า​ที่​ท่าน​ไว้วางใจ เป็น​พระเจ้า​ที่​ทำ​ให้​คน​ตาย​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​ทำให้​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน​เกิด​ขึ้น


โรม ๔:๑๘
เมื่อ​พระเจ้า​สัญญา​กับ​อับราฮัม​ว่า​เขา​จะ​ได้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ ท่าน​ก็​ไว้วางใจ​และ​มี​ความหวัง​อย่าง​เต็มที่ ทั้งๆ​ที่​คำ​สัญญา​นั้น​เหลือเชื่อ แต่​ใน​ที่​สุด​ท่าน​ก็​ได้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ​จริง​ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​กับ​ท่าน​ว่า “ลูกหลาน​ของ​เจ้า​จะ​มี​มากมาย​เหมือน​กับ​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า”


โรม ๔:๒๐
แต่​อับราฮัม​ไม่​เคย​สงสัย​ใน​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เลย กลับ​มี​ความ​ไว้วางใจ​มาก​ขึ้น ซึ่ง​เป็น​การ​ให้​เกียรติ​กับ​พระเจ้า


โรม ๔:๒๑
อับราฮัม​เชื่อ​อย่าง​แน่ว​แน่​ว่า พระเจ้า​สามารถ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้


โรม ๔:๒๒
“พระเจ้า​จึง​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​ท่าน”


โรม ๔:๒๔
แต่​เกี่ยวกับ​พวก​เรา​ด้วย พระเจ้า​จะ​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​เรา​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​เรา​ด้วย คือ​พวก​เรา​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า ผู้​ทำ​ให้​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย


โรม ๔:๒๕
เป็น​เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​เรา พระเจ้า​ถึง​ได้​มอบ​พระเยซู​ให้​คน​เอา​ไป​ฆ่า และ​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ยอมรับ


โรม ๕:๑
พระเจ้า​นับว่า​เรา​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ยอมรับ​เพราะ​เรา​ไว้วางใจ จึง​เกิด​ความ​สงบสุข​ระหว่าง​เรา​กับ​พระเจ้า ​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา


โรม ๕:๒
พระเยซู​นำ​เรา​เข้า​สู่​ความ​เมตตา​กรุณา​ที่​เรา​มี​อยู่นี้ แล้ว​เรา​ก็​ยัง​โอ้อวด​อย่าง​ชื่นชม​ยินดี​ใน​ความหวัง​ที่​เรา​จะ​ได้รับ​เกียรติ​จาก​พระเจ้า


โรม ๕:๕
ความหวัง​นั้น​ไม่​เคย​ทำ​ให้​เรา​ผิดหวัง​เลย เพราะ​พระเจ้า​ได้​เท​ความรัก​ของ​พระองค์​เข้า​มา​ใน​จิตใจ​ของ​เรา ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ที่​พระองค์​ได้​ให้​กับ​เรา​ไว้


โรม ๕:๘
แต่​พระเจ้า​ได้​แสดง​ความรัก​ต่อ​เรา โดย​ยอม​ส่ง​พระคริสต์​มา​ตาย​เพื่อ​เรา ทั้งๆ​ที่​เรา​ยัง​เป็น​คน​บาป​อยู่


โรม ๕:๙
ตอนนี้​พระเจ้า​ยอมรับ​เรา​แล้ว​เพราะ​เลือด​ของ​พระคริสต์ ยิ่งกว่า​นั้น​เรา​จะ​รอด​พ้น​จาก​ความ​โกรธ​ของ​พระเจ้า​เพราะ​พระคริสต์​อย่าง​แน่นอน


โรม ๕:๑๐
ขนาด​ตอน​ที่​เรา​เป็น​ศัตรู​กับ​พระเจ้า ความตาย​ของ​พระบุตร​ยัง​ทำ​ให้​เรา​กลับ​มา​คืน​ดี​กับ​พระเจ้า​ได้​เลย แล้ว​ตอนนี้​เรา​ได้​กลับ​มา​คืน​ดี​กับ​พระเจ้า​แล้ว ดังนั้น​ชีวิต​ของ​พระบุตร​จะ​ต้อง​ทำ​ให้​เรา​ได้รับ​ความรอด​อย่าง​แน่นอน


โรม ๕:๑๑
ยิ่งกว่า​นั้น เรา​ยัง​ได้​โอ้​อวด​พระเจ้า​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​ด้วย เพราะ​พระองค์​ได้​ทำ​ให้​เรา​กลับ​มา​คืนดี​กับ​พระเจ้า​แล้ว


โรม ๕:๑๓
บาป​เกิด​ขึ้น​ใน​โลกนี้​ก่อน​ที่​จะ​มี​กฎ​ของ​โมเสส​เสีย​อีก ตอน​นั้น​พระเจ้า​จึง​ยัง​ไม่​ได้​จด​บัญชี​บาป​ที่​มนุษย์​ทำ​กัน เพราะ​ยัง​ไม่​มี​กฎ​อะไร​ใช้​เลย


โรม ๕:๑๔
แต่​ความตาย​นั้น​มี​อำนาจ​อยู่​แล้ว ตั้งแต่​สมัย​ของ​อาดัม​มา​จน​ถึง​สมัย​ของ​โมเสส มนุษย์​ทุก​คน​จึง​ยัง​ต้อง​ตาย​ถึง​แม้​เขา​จะ​ไม่​ได้​ขัด​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า​โดย​ตรง​อย่าง​ที่​อาดัม​ทำ อาดัม​กับ​พระคริสต์​ที่​มา​ตอนหลังนี้​มี​บาง​อย่าง​ที่​เหมือน​กัน


โรม ๕:๑๕
แต่​ของขวัญ​ที่​พระเจ้า​ให้​เปล่าๆ​นั้น มัน​แตกต่าง​กัน​เพราะ​ใน​ทาง​หนึ่ง​ขณะ​ที่​ความผิด​ของ​คนๆ​หนึ่ง คือ​อาดัม ทำ​ให้​คน​จำนวน​มาก​ต้อง​ตาย แต่​ใน​อีก​ทาง​หนึ่ง ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า​และ​ของขวัญ​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​ความ​เมตตา​ของ​คน​คน​เดียว​คือ​พระเยซู​คริสต์นั้น ก็​เป็น​ประโยชน์​กับ​คน​มากมาย


โรม ๕:๑๗
ถ้า​ความตาย​ปกครอง​คน​เรา​เพราะ​ความบาป​ของ​มนุษย์​คน​หนึ่ง ยิ่ง​กว่า​นั้น​คน​มากมาย​จะ​ปกครอง​ชีวิต​ผ่าน​ทาง​มนุษย์​อีก​คน​หนึ่ง​คือ​พระเยซู​คริสต์​อย่าง​แน่นอน คือ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้รับ​ความ​เมตตา​กรุณา​อย่าง​เหลือล้น และ​ได้รับ​ของขวัญ​เป็น​ที่​ยอมรับ​ของ​พระเจ้า


โรม ๕:๑๘
คน​คน​เดียว​ทำ​ผิด ก็​ทำ​ให้​มนุษย์​ทุก​คน​ต้อง​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ผิด เช่น​เดียว​กัน​คน​คน​เดียว​ทำ​ถูกต้อง ก็​ทำ​ให้​พระเจ้า​ยอมรับ​และ​ให้​ชีวิต​กับ​มนุษย์​ทุก​คน


โรม ๕:๑๙
คน​คน​เดียว​ไม่​เชื่อฟัง ก็​ทำให้​คน​มากมาย​กลาย​เป็น​คน​บาป เช่น​เดียว​กัน​คน​คน​เดียว​เชื่อฟัง​ก็​ทำให้​คน​มากมาย​กลาย​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ


โรม ๕:๒๑
บาป​เคย​เป็น​กษัตริย์​และ​ใช้​ความตาย​ปกครอง เช่น​เดียว​กัน​ความ​เมตตา​กรุณา​เป็น​กษัตริย์​และ​ใช้​การ​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​เรา​ปกครอง ทำให้​คน​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา


โรม ๖:๑
แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง จะ​ทำ​บาป​ต่อ​ไป​เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ได้​เมตตา​มาก​ขึ้น​อย่าง​นั้น​หรือ


โรม ๖:๑๐
พระองค์​ตาย​เพียง​ครั้ง​เดียว​ก็​พอ​ตลอด​ไป​เพื่อ​ชนะ​อำนาจ​ของ​บาป ชีวิต​ที่​พระองค์​มี​อยู่นี้ พระองค์​อยู่​เพื่อ​พระเจ้า


โรม ๖:๑๑
พวก​คุณ​ก็​เหมือน​กัน ให้​ถือ​ว่า​ตัว​คุณ​เอง​ตาย​จาก​บาป​แล้ว และ​มี​ชีวิต​อยู่​เพื่อ​พระเจ้า​ใน​พระเยซู​คริสต์นั้น


โรม ๖:๑๓
คุณ​ไม่​ควร​ยอม​ให้​บาป​มา​ใช้​อวัยวะ​ส่วน​ไหน​ก็​ตาม​ของ​คุณ​เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​ทำ​ชั่ว แต่​ให้​มอบ​ชีวิต​ของ​คุณ​เอง​กับ​พระเจ้า ให้​สม​กับ​เป็น​คน​ที่​ตาย​ไป​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​แล้ว ดังนั้น​ขอ​ให้​คุณ​ยอม​ให้​พระเจ้า​ใช้​อวัยวะ​ทุก​ส่วน​ของ​ร่างกาย​คุณ​ให้​เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​ทำ​ความดี


โรม ๖:๑๔
ความบาป​ก็​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​พวก​คุณ​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​ได้​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​กฎ แต่​อยู่​ใต้​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า


โรม ๖:๑๕
แล้ว​ที​นี้​เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​ดี ทำ​บาป​ต่อ​ไป​ดี​ไหม ไม่​มี​ทาง เพราะ​ตอนนี้​เรา​ไม่​ได้​อยู่​ใต้​กฎ​แล้ว แต่​อยู่​ใต้​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า


โรม ๖:๑๖
พวก​คุณ​ไม่​รู้​หรือ​ว่า เมื่อ​คุณ​ยอม​มอบ​ตัว​เป็น​ทาส​เชื่อฟัง​ใคร​ก็​ตาม คุณ​ก็​เป็น​ทาส​ของ​คนๆ​นั้น​แล้ว ไม่ว่า​จะ​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​ที่​ทำ​ให้​ต้อง​ตาย หรือ​เป็น​ทาส​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​ซึ่ง​จะ​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ


โรม ๖:๑๗
แต่​ขอบคุณ​พระเจ้า​ที่​ถึง​แม้​คุณ​จะ​เคย​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​มา​ก่อน แต่​เดี๋ยวนี้​คุณ​ได้​เชื่อฟัง​แบบ​อย่าง​คำสอน​ที่​พระเจ้า​ให้​ครอบ​ครอง​คุณ​นั้น​อย่าง​สุด​หัวใจ


โรม ๖:๑๘
คุณ​จึง​ไม่​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​ทาส​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า


โรม ๖:๑๙
(ที่​ผม​ใช้​ตัวอย่าง​เรื่อง​ทาส​มา​อธิบาย​ให้​ฟัง ก็​เพราะ​กลัว​ว่า​คุณ​จะ​ไม่​เข้าใจ) ใน​อดีต​คุณ​เคย​มอบ​อวัยวะ​ของ​คุณ​ให้​เป็น​ทาส​ของ​ความ​สกปรก​โสโครก​และ​การ​แหก​กฎ ซึ่ง​ทำให้​คุณ​แหก​กฎ​มาก​ขึ้น​เรื่อยๆ แต่​เดี๋ยวนี้​ขอ​ให้​ยอม​มอบ​อวัยวะ​ของ​คุณ​ให้​เป็น​ทาส​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​ความ​บริสุทธิ์


โรม ๖:๒๒
แต่​ตอนนี้​คุณ​ได้​เป็น​อิสระ​จาก​บาป​และ​มา​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​แล้ว ผล​ที่​คุณ​จะ​ได้รับ​คือ​ความ​บริสุทธิ์​ที่​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป


โรม ๖:๒๓
เพราะ​ค่าจ้าง​ที่​ความบาป​จ่าย​ให้​กับ​เรา​คือ​ความตาย แต่​ของขวัญ​ที่​พระเจ้า​ให้​กับ​เรา​นั้น​คือ​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ใน​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา


โรม ๗:๔
พี่น้อง​ก็​เหมือน​กัน เป็น​เพราะ​ความตาย​ของ​พระคริสต์ คุณ​เอง​ถึง​ตาย​ไป​แล้ว​ด้วย​และ​เป็น​อิสระ​จาก​กฎ​นั้น​แล้ว เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​เป็น​ของ​พระคริสต์​ผู้​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย และ​เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้​เกิด​ผล​สำหรับ​พระเจ้า


โรม ๗:๖
แต่​เดี๋ยวนี้​เรา​ตาย​แล้ว​และ​หลุดพ้น​จาก​กฎ​ที่​เคย​ขัง​เรา​ไว้ ตอนนี้​เรา​ได้​มา​รับใช้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​เรา ด้วย​ชีวิต​ใหม่​ที่​พระวิญญาณ​นำ ไม่​ใช่​ชีวิต​เก่า​ที่​นำ​โดย​กฎ​ที่​เขียน​ขึ้น


โรม ๗:๒๒
ใน​ใจ​ผม​เห็น​ด้วย​กับ​กฎ​ของ​พระเจ้า


โรม ๗:๒๓
แต่​ผม​ก็​เห็น​อีก​กฎ​หนึ่ง​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​ตัว​ผม มัน​ต่อสู้​กับ​กฎ​ของ​พระเจ้า​ที่​จิตใจ​ของ​ผม​ยอมรับ​อยู่ แล้ว​มัน​ก็​ทำให้​ผม​เป็น​นักโทษ​ของ​กฎ​แห่ง​บาป​ที่​ทำ​งาน​อยู่​ใน​ตัว​ผมนี้


โรม ๗:๒๕
ขอบคุณ​พระเจ้า ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา ใจ​ของ​ผม​นั้น​เป็น​ทาส​ของ​กฎ​ของ​พระเจ้า แต่​สันดาน​ของ​ผม​นั้น​เป็น​ทาส​ของ​กฎ​แห่ง​บาป


โรม ๘:๓
สิ่ง​ที่​กฎ​ของ​โมเสส​ช่วย​ไม่​ได้ เพราะ​สันดาน​ของ​เรา​ทำ​ให้​กฎ​อ่อนแอ​ไป พระเจ้า​ก็​ได้​ทำ​แล้ว พระองค์​ได้​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​มา​เป็น​มนุษย์​เหมือน​กับ​เรา​ที่​เป็น​คน​บาป และ​ส่ง​มา​เพื่อ​จัดการ​กับ​บาป พระเจ้า​ได้​ตัดสิน​ลงโทษ​บาป​โดย​ใช้​ร่าง​ที่​เป็น​มนุษย์​ของ​พระเยซู


โรม ๘:๗
จิตใจ​ที่​สันดาน​ควบคุม​นั้น​เป็น​ศัตรู​กับ​พระเจ้า เพราะ​จิตใจ​นั้น​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​พระเจ้า และ​ความจริง​แล้ว​มัน​ก็​ไม่​สามารถ​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​นั้น​ได้​ด้วย


โรม ๘:๘
คน​ที่​มี​ชีวิต​ตาม​สันดาน​จึง​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​ได้


โรม ๘:๙
แต่​ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​พวก​คุณ คุณ​ก็​ไม่​ได้​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน แต่​ใช้​ชีวิต​ตาม​พระวิญญาณ แต่​ถ้า​คน​ไหน​ไม่​มี​พระวิญญาณ​ของ​พระคริสต์ แสดง​ว่า​คน​นั้น​ไม่​ได้​เป็น​ของ​พระคริสต์


โรม ๘:๑๐
แต่​ถ้า​พระคริสต์​อยู่​ใน​ตัว​พวก​คุณ ถึง​แม้​ร่าง​ของ​คุณ​ต้อง​ตาย​ไป​เพราะ​บาป แต่​พระวิญญาณ​ก็​ยัง​จะ​นำ​ชีวิต​ใหม่​ให้​กับ​คุณ เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​คุณ​แล้ว


โรม ๘:๑๑
ถ้า​คุณ​มี​พระวิญญาณ​ที่​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​อยู่​ใน​พวก​คุณ พระเจ้า​ผู้​ทำ​ให้​พระคริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย ก็​จะ​ใช้​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ที่​อยู่​ใน​พวก​คุณ​นั้น ให้​ชีวิต​กับ​ร่าง​ที่​ต้อง​ตายนี้​ของ​คุณ


โรม ๘:๑๔
เพราะ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​นำ​ใคร คน​นั้น​ก็​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า


โรม ๘:๑๕
เพราะ​พระวิญญาณ​ที่​คุณ​ได้รับ​นั้น​ไม่​ได้​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ทาส​ที่​ต้อง​กลัว​อีก แต่​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า และ​พระวิญญาณนี้​ทำ​ให้​เรา​ร้อง​ดังๆ​ว่า “อับบา พ่อ”


โรม ๘:๑๖
พระวิญญาณ​นั้น​ทำ​ให้​เรา​มั่นใจ​ว่า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า


โรม ๘:๑๗
ถ้า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​แล้ว เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​ทายาท​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วม​กับ​พระคริสต์ แต่​เรา​จะ​ต้อง​ร่วม​ทุกข์​กับ​พระคริสต์​ก่อน เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้รับ​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย


โรม ๘:๑๙
เพราะ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ กำลัง​ตั้งตา​คอย​วัน​ที่​พระเจ้า​จะ​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​ใคร​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระองค์​บ้าง


โรม ๘:๒๐
ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ทำ​ให้​มัน​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ผิดเพี้ยน​ไป ไม่​ใช่​ว่า​ตัว​มัน​เอง​อยาก​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​พระเจ้า​เป็น​ผู้​กำหนด​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น เพราะ​มี​ความหวัง​ว่า


โรม ๘:๒๑
ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​สร้าง​มานี้ จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​ความ​เสื่อมโทรม แล้ว​จะ​ได้​เป็น​อิสระ​และ​มี​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า


โรม ๘:๒๒
เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​มา​ใน​โลกนี้​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ ด้วย​ความ​เจ็บปวด​รวดร้าว​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ (เหมือน​กับ​ผู้หญิง​ที่​กำลัง​จะ​คลอด​ลูก)


โรม ๘:๒๓
ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​พวก​นั้น​ที่​ร้อง​คร่ำครวญ แม้แต่​เรา​เอง​ก็​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ​อยู่​ในใจ​ด้วย ทั้งๆ​ที่​เรา​ได้รับ​พระวิญญาณ​ซึ่ง​เป็น​พระพร​ส่วน​แรก​จาก​พระเจ้า​แล้ว เรา​ยัง​ตั้ง​ตา​รอคอย​วัน​ที่​พระองค์​จะ​ทำให้​เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์​อย่าง​สมบูรณ์ เมื่อนั้น​ร่างกาย​ของ​เรา​จะ​ได้​หลุดพ้น​เป็น​อิสระ


โรม ๘:๒๔
พระเจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​เรา​แล้ว เรา​จึง​มี​ความ​หวังนี้​อยู่​ใน​ใจ ความหวัง​ที่​เรา​เห็น​ได้​นั้น​ไม่​เรียกว่า​ความหวัง​หรอก เพราะ​ใคร​จะ​ไป​หวัง​กับ​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​แล้ว


โรม ๘:๒๖
ใน​ทำนอง​เดียว​กัน​พระวิญญาณ​ก็​มา​ช่วย​เรา​ใน​ความ​อ่อนแอ​ของ​เรา​ด้วย เรา​ไม่​รู้​ว่า​เรา​ควร​จะ​ขอ​อะไร​เวลา​ที่​เรา​อธิษฐาน แต่​พระวิญญาณ​เอง​ได้​ขอ​ต่อ​พระเจ้า​แทน​เรา​ด้วย​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ที่​ไม่​เป็น​คำ


โรม ๘:๒๗
แต่​พระเจ้า​ผู้​หยั่งรู้​จิตใจ​รู้​ว่า​อะไร​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ได้​ร้องขอ​ให้​กับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า ตาม​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ


โรม ๘:๒๘
เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​ทุก​อย่าง​เกิด​ผลดี​สำหรับ​คน​ที่รัก​พระองค์ พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เรียก​ตาม​แผนงาน​ของ​พระองค์


โรม ๘:๒๙
พระเจ้า​ได้​เลือก​และ​แยก​คน​พวกนี้​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว ให้​เป็น​เหมือน​กับ​พระบุตร​ของ​พระองค์ เพื่อ​ว่า​พระบุตร​นั้น​จะ​ได้​เป็น​บุตร​คน​แรก​ใน​หมู่​พี่น้อง​มากมาย


โรม ๘:๓๑
เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​ดี​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ ถ้า​พระเจ้า​อยู่​ฝ่าย​เรา ใคร​จะ​ต่อต้าน​เรา​ได้


โรม ๘:๓๓
ใคร​จะ​ฟ้อง​คน​พวกนี้​ที่​พระเจ้า​เลือก​มา พระเจ้า​เอง​หรือ เป็น​ไป​ไม่​ได้ เพราะ​พระองค์​เอง​เป็น​ผู้​ที่​ยอมรับ​พวกนี้


โรม ๘:๓๔
ใคร​จะ​กล่าว​โทษ​เขา พระเยซู​หรือ เป็น​ไป​ไม่​ได้ เพราะ​พระเยซู​คริสต์​เป็น​ผู้​ที่​ตาย​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​ตอนนี้​พระองค์​ก็​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า​วิงวอน​พระเจ้า​แทน​เรา


โรม ๘:๓๙
สิ่ง​ที่​อยู่​เหนือ​เรา หรือ​สิ่ง​ที่​อยู่​ต่ำ​กว่า​เรา หรือ​อะไรก็​ตาม​ที่​ถูก​สร้าง​ขึ้น​มา พวก​มัน​ก็​ไม่​มี​ทาง​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระเจ้า​ที่​เรา​เห็น​ใน​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา


โรม ๙:๔
พวก​เขา​เป็น​คน​อิสราเอล ที่​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษ​หลาย​อย่าง คือ​พระเจ้า​รับ​พวก​เขา​มา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์ ให้​เขา​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ พระองค์​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ต่างๆ​กับ​เขา ให้​กฎ​ของ​พระองค์​กับ​เขา ให้​เขา​รู้​ถึง​วิธี​นมัสการ​พระองค์​ใน​วิหาร และ​ยัง​ให้​คำ​สัญญา​ต่างๆ​อีก


โรม ๙:๕
รวมทั้ง​ให้​เขา​มี​บรรพบุรุษ​ที่​ยิ่งใหญ่​ด้วย และ​พระคริสต์​ตอน​ที่​มา​เกิด​เป็น​มนุษย์​ก็​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​พวก​เขา ขอ​ให้​พระเจ้า​ผู้​อยู่​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอด​ไป อาเมน


โรม ๙:๖
คน​เรา​จะ​พูด​ว่า​พระเจ้า​ผิด​สัญญา​ไม่​ได้​หรอก เพราะ​ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสราเอล จะ​เป็น​ชาว​อิสราเอล​ที่​แท้จริง


โรม ๙:๗
และ​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​อับราฮัม​ทุก​คน​จะ​ถูก​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เขา เพราะ​พระเจ้า​บอก​กับ​อับราฮัม​ว่า “คน​ที่​จะ​นับว่า​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เจ้า​จะ​ต้อง​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสอัค​เท่านั้น”


โรม ๙:๘
แสดง​ว่า​ไม่​ใช่​ลูก​ทุก​คน​ของ​อับราฮัม​ที่​เกิด​ตาม​ธรรมชาติ​จะ​นับว่า​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า แต่​ต้อง​เป็น​ลูก​ที่​เกิด​จาก​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เท่านั้น​ถึง​จะ​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​จริง


โรม ๙:๑๑
ก่อน​ที่​เด็ก​จะ​คลอด​ออก​มา​ทำ​ดี​หรือ​ชั่ว พระเจ้า​บอก​เรเบคาห์​ว่า “คน​พี่​จะ​รับใช้​คน​น้อง” เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​แผน​ที่​พระองค์​เลือก ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​การ​เลือก​ของ​พระเจ้า​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ​ของ​คน แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระเจ้า​ผู้​เรียก​เอง


โรม ๙:๑๔
แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง​ดี พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​หรือ ไม่​มี​ทาง


โรม ๙:๑๖
ดังนั้น​สิ่งนี้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​อยาก​ได้​หรือ​ความ​พยายาม​ของ​มนุษย์​หรอก แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เมตตา​ของ​พระเจ้า​ต่างหาก


โรม ๙:๑๗
เพราะ​ใน​พระคัมภีร์​พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ว่า “ที่​เรา​ได้​ยก​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​นั้น ก็​เพื่อ​ว่า​คน​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์เดช​ของ​เรา​ใน​วิธี​ที่​เรา​ใช้​จัดการ​กับ​เจ้า และ​ชื่อเสียง​ของ​เรา​จะ​ได้​โด่ง​ดัง​ไป​ทั่ว​โลก”


โรม ๙:๑๘
ดังนั้น​พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​เมตตา​คน​ไหน พระองค์​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ไหน​ดื้อด้าน พระองค์​ก็​จะ​ทำ​ให้​คน​นั้น​ดื้อด้าน


โรม ๙:๒๒
แล้ว​เรื่องนี้​จะ​ว่า​ไง พระเจ้า​ตั้งใจ​จะ​ลงโทษ​และ​แสดง​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์ พระองค์​ต้อง​อดทน​อด​กลั้น​อย่าง​มาก​กับ​คน​พวก​นั้น​ที่​สมควร​ถูก​ลงโทษ​และ​ถูก​ทำลาย


โรม ๙:๒๖
“ถึง​แม้ว่า​ครั้ง​หนึ่ง​พระองค์​เคย​พูด​ว่า เจ้า​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา แต่​เดี๋ยวนี้ เขา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่”


โรม ๙:๓๐
ถ้า​อย่างนั้น จะ​ว่า​ยังไง​ดี คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไม่​ได้​สนใจ​ว่า​พระองค์​จะ​ยอมรับ​เขา​หรือ​ไม่ แต่​พระเจ้า​กลับ​ยอมรับ​เขา และ​ที่​พระองค์​ยอมรับ​เขา​ก็​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ


โรม ๙:๓๑
แต่​คน​อิสราเอล​แสวงหา​กฎ​ที่​กำหนด​ว่า​พระเจ้า​ต้องการ​อะไร​จาก​คน​ของ​พระองค์ แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​ได้​บรรลุ​ถึง​กฎ​นั้น


โรม ๑๐:๑
พี่น้อง​ครับ สิ่ง​ที่​ผม​ต้องการ​มาก และ​สิ่ง​ที่​ผม​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​สำหรับ​คนยิว​ก็​คือ ขอ​ให้​พวก​เขา​ได้รับ​ความรอด


โรม ๑๐:๒
ผม​เป็น​พยาน​ว่า​พวก​เขา​มี​ใจ​ให้​พระเจ้า​แต่​เขา​ขาด​ความรู้


โรม ๑๐:๓
พวก​เขา​ไม่​รู้จัก​ความ​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระเจ้า เขา​พยายาม​ที่​จะ​ยึด​ฐานะ​ที่​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​ไว้ เขา​จึง​ไม่​ยอมรับ​แผนงาน​อัน​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระองค์


โรม ๑๐:๔
พระคริสต์​เป็น​เป้าหมาย​ของ​กฎ เพื่อ​ที่​พระเจ้า​จะ​ได้​ยอมรับ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​พระคริสต์


โรม ๑๐:๕
โมเสส​ได้​เขียน​ถึง​คน​ที่​คิด​ว่า​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​เขา​เพราะ​เขา​ทำ​ตาม​กฎ​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​สะดุดว่า “คน​ที่​ทำ​อย่างนี้ จะ​ต้อง​ใช้​ชีวิต​ตาม​กฎ​นั้น​ทุก​อย่าง”


โรม ๑๐:๖
ส่วน​คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระเจ้า โมเสส​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​คิด​ใน​ใจ​ว่า แล้ว​ใคร​จะ​เป็น​คน​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์” (หมายถึง​ขึ้น​ไป​เชิญ​พระคริสต์​ลง​มา​บน​โลก​เพื่อ​ช่วย​เรา)


โรม ๑๐:๙
ถ้า​คุณ​ยอมรับ​ด้วย​ปาก​ว่า “พระเยซู​เป็น​องค์เจ้าชีวิต” และ​เชื่อ​ใน​ใจ​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย คุณ​ก็​จะ​รอด


โรม ๑๐:๑๐
เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​คน​ที่​ไว้วางใจ และ​คน​ที่​ยอมรับ​ด้วย​ปาก​ว่า​เชื่อ​ก็​จะ​รอด


โรม ๑๐:๑๙
แต่​ผม​ขอ​ถาม​ว่า คน​อิสราเอล รู้​เรื่อง​หรือ​เปล่า พวก​เขา​รู้​เรื่อง​แน่ ตอน​แรก​พระเจ้า​พูด​ผ่าน​โมเสส​ว่า “เรา​จะ​ใช้​ชนชาติ​กระจอกๆ​ทำให้​พวก​เจ้า​อิจฉา เรา​จะ​ใช้​ชนชาติ​ที่​โง่ๆ​ทำให้​พวก​เจ้า​โมโห”


โรม ๑๐:๒๐
ต่อมา​พระเจ้า​พูด​ผ่าน​ทาง​อิสยาห์ และ​อิสยาห์​กล้า​พูด​ว่า “คน​ที่​ไม่​ได้​แสวงหา​เรา ได้​พบ​เรา เรา​ได้​ปรากฏ​ตัว​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​สนใจ​เรา”


โรม ๑๐:๒๑
แต่​เรื่อง​ของ​คน​อิสราเอล​นั้น พระเจ้า​พูด​ว่า “เรา​ยื่น​มือ​เรา​ออก​ไป​ทั้ง​วัน ให้​กับ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​และ​ต่อต้าน​เรา”


โรม ๑๑:๑
ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า “พระเจ้า​ทอดทิ้ง​คน​ของ​พระองค์​แล้ว​หรือ​อย่างไร” ไม่​มี​ทาง ตัว​ผม​เอง​ก็​เป็น​คน​อิสราเอล สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อับราฮัม มา​จาก​เผ่า​เบนยามิน


โรม ๑๑:๒
พระเจ้า​ไม่​ได้​ทิ้ง​คน​ของ​พระองค์​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว พวก​คุณ​ไม่​เคย​รู้​เรื่อง​ของ​เอลียาห์​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​เลย​หรือ ตอน​ที่​เขา​มา​ต่อว่า​คน​อิสราเอล​กับ​พระเจ้า​ว่า


โรม ๑๑:๔
แต่​พระเจ้า​ตอบ​เขา​ว่า “ยัง​มี​คน​ของ​เรา​เหลือ​อยู่​อีก​เจ็ด​พัน​คน ที่​ไม่​ได้​กราบไหว้​พระบาอัล”


โรม ๑๑:๕
เวลานี้​ก็​เหมือน​กัน ยัง​มี​คน​กลุ่ม​เล็กๆ​เหลือ​อยู่ เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เลือก​ไว้​ด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระองค์


โรม ๑๑:๗
ถ้า​อย่าง​นั้น​จะ​ว่า​อย่าง​ไร​ดี คน​อิสราเอล​ไม่​ได้​เจอ​สิ่ง​ที่​เขา​หา แต่​กลุ่ม​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​กลับ​เป็น​ผู้​ที่​ได้​เจอ ส่วน​คน​อิสราเอล​ที่​เหลือ​ก็​มี​จิตใจ​ดื้อด้าน​ไป


โรม ๑๑:๘
เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​พูด​ไว้​ว่า “พระเจ้า​ได้​มอบ​จิตใจ​ที่​เย็น​ชา​ให้​พวกนี้” “พระองค์​ทำให้​ตา​ของ​เขา​มอง​อะไร​ก็​ไม่​เห็น หู​ของ​เขา​ฟัง​อะไร​ก็​ไม่​ได้ยิน​จน​ถึง​ทุก​วันนี้”


โรม ๑๑:๑๑
ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า พวก​คนยิว​สะดุด​ล้มลง​จน​เยียวยา​ไม่​ได้​เลย​หรือ ไม่​ใช่​เลย แต่​ตรง​กันข้าม เพราะ​ความ​ผิดพลาด​ของ​คนยิว จึง​ทำให้​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​ความรอด ที่​เป็น​อย่างนี้​เพราะ​พระเจ้า​อยาก​จะ​ทำ​ให้​คนยิว​อิจฉา


โรม ๑๑:๑๓
ผม​กำลัง​พูด​กับ​พวก​คุณ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว เพราะ​พระเจ้า​ได้​ตั้ง​ให้​ผม​เป็น​ศิษย์เอก​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ผม​ตั้งใจ​ที่​จะ​ให้​งาน​รับใช้​ของ​ผมนี้​โด่งดัง​ไป​ทั่ว


โรม ๑๑:๑๕
เพราะ​ถ้า​โลกนี้​ได้​กลับ​มา​คืนดี​กับ​พระเจ้า เมื่อ​พระองค์​ทอดทิ้ง​พวก​ยิว แล้ว​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​พวก​ยิว ก็​จะ​เกิด​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​นะ​สิ


โรม ๑๑:๒๑
เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ได้​เว้น​โทษ​กิ่ง​เดิม​ของ​ต้น พระองค์​ก็​จะ​ไม่​เว้น​โทษ​คุณ​เหมือน​กัน


โรม ๑๑:๒๒
ดูสิ พระเจ้า​นั้น​ทั้ง​เมตตา​และ​เด็ดขาด พระองค์​เด็ดขาด​กับ​คน​ที่​หลง​ผิด แต่​มี​เมตตา​กับ​คุณ ถ้า​คุณ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ความ​เมตตา​ของ​พระองค์ ไม่​อย่างนั้น คุณ​ก็​จะ​ถูก​ตัด​ทิ้ง​ไป​จาก​ต้น​เหมือนกัน


โรม ๑๑:๒๓
แต่​ถ้า​พวก​นั้น​กลับ​มา​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ใหม่ พวก​เขา​ก็​จะ​ถูก​ต่อ​เข้า​ไป​กับ​ต้น​เดิม​อีก​ครั้ง​หนึ่ง เพราะ​พระเจ้า​สามารถ​ต่อ​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใหม่​ได้


โรม ๑๑:๒๕
พี่น้อง​ครับ ผม​อยาก​ให้​พวก​คุณ​เข้าใจ​เรื่อง​ลึกลับนี้ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​ไม่​หลง​ตัวเอง เรื่องลับนี้​คือ​มี​ชาว​อิสราเอล​ส่วน​หนึ่ง​ที่​มี​จิตใจ​ดื้อด้าน​จะ​ยัง​คง​ดื้อด้าน​ต่อไป จน​กว่า​จำนวน​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทั้งหมด​ได้​เข้า​มา​ใน​ครอบครัว​ของ​พระเจ้า


โรม ๑๑:๒๘
พวก​ยิว​ได้​กลาย​เป็น​ศัตรู​ของ​พระเจ้า เพราะ​ไม่​ยอมรับ​ข่าวดีนี้ มัน​จึง​กลาย​เป็น​ผล​ดี​กับ​พวก​คุณ แต่​พวก​ยิว​ก็​ยัง​เป็น​พวก​ที่​พระเจ้า​เลือก​และ​พระองค์​ก็​ยัง​รัก​พวก​ยิว เนื่อง​จาก​คำ​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา


โรม ๑๑:๒๙
เพราะ​พระเจ้า​ไม่​เคย​เอา​พรสวรรค์​ที่​พระองค์​ให้​ไป​แล้ว​กลับ​คืน และ​ไม่​เคย​เรียก​ใคร แล้ว​เปลี่ยนใจ


โรม ๑๑:๓๐
ครั้งหนึ่ง​พวก​คุณ​เคย​ไม่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​เหมือน​กัน แต่​เดี๋ยวนี้​พวก​คุณ​ก็​ได้รับ​ความ​เมตตา​กรุณา​จาก​พระเจ้า​แล้ว เพราะ​พวก​ยิว​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง


โรม ๑๑:๓๑
เหมือน​กับ​ตอนนี้​ที่​พวก​ยิว​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระเจ้า ก็​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้รับ​ความ​เมตตา​จาก​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​พวก​คุณ​ได้รับ


โรม ๑๑:๓๒
ที่​ผม​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​ขัง​ทุก​คน​ทั้ง​คนยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไว้​ใน​ชีวิต​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​พระองค์ เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​แสดง​ความ​เมตตา​กับ​พวก​เขา​ทุก​คน​เหมือนกันหมด


โรม ๑๑:๓๓
โอ้โห ความ​มั่งคั่ง สติปัญญา และ​ความรู้​ของ​พระเจ้า​นั้น​ล้ำลึก​เหลือเกิน ใคร​เล่า​จะ​หยั่งรู้​การ​ตัดสินใจ​ของ​พระองค์​ได้ ใคร​จะ​เข้าใจ​การ​กระทำ​ของ​พระองค์​ได้


โรม ๑๑:๓๖
เพราะ​ทุกๆ​อย่าง​มา​จาก​พระองค์ มา​ทาง​พระองค์ และ​อยู่​เพื่อ​พระองค์ ขอ​ให้​พระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ตลอดไป อาเมน


โรม ๑๒:๑
ดังนั้น​พี่น้อง​ครับ พระเจ้า​ได้​เมตตากรุณา​ต่อ​เรา ผม​ก็​เลย​ขอ​ร้อง​ให้​คุณ​มอบ​ร่างกาย​ของ​คุณ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​มี​ชีวิต​อยู่ เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​บริสุทธิ์ และ​เป็น​ที่​พอใจ​ของ​พระเจ้า การ​ทำ​อย่างนี้​เป็น​การ​นมัสการ​ซึ่ง​สม​กับ​ที่​พระเจ้า​ได้​อวยพร​คุณ


โรม ๑๒:๒
อย่า​ทำ​ตาม​อย่าง​คน​ใน​โลกนี้ แต่​ขอ​ยอม​ให้​พระเจ้า​เปลี่ยน​แปลง​คุณ คือ​พระองค์​จะ​ให้​จิตใจ​ใหม่​กับ​คุณ​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระเจ้า​ต้อง​การ​อะไร สิ่ง​ไหน​ดี สิ่ง​ไหน​พระองค์​ชอบใจ และ​สิ่ง​ไหน​สมบูรณ์แบบ


โรม ๑๒:๓
ตาม​พรสวรรค์​ที่​ผม​ได้รับ​มา​ให้​เป็น​ศิษย์เอก ผม​อยาก​จะ​ขอ​เตือน​พวก​คุณ​ทุก​คน​ว่า อย่า​คิด​ว่า​ตนเอง​สำคัญ​กว่า​ที่​ควร คิด​ให้​สมเหตุ​สมผล​กับ​ขนาด​ของ​พรสวรรค์​ที่​พระเจ้า​ได้​มอบ​ให้​กับ​คุณ​แต่​ละ​คน


โรม ๑๒:๖
พระเจ้า​มี​เมตตากรุณา​มอบ​พรสวรรค์​ให้​กับ​เรา​แต่​ละ​คน​แตกต่าง​กัน​ไป ถ้า​คน​ไหน​มี​พรสวรรค์​ใน​เรื่อง​ที่​จะ​พูด​แทน​พระเจ้า ก็​ให้​เขา​พูด​ตาม​รูปแบบ​ความเชื่อ​ที่​เขา​ได้รับ​มา


โรม ๑๒:๑๓
ให้​แบ่งปัน​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​ขัดสน ให้​ต้อนรับ​แขก​แปลก​หน้า


โรม ๑๒:๑๙
พี่น้อง​ครับ อย่า​แก้แค้น​เลย แต่​ปล่อย​ให้​พระเจ้า​ลงโทษ​เขา​เอง เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “เรา​จะ​เป็น​ผู้​แก้แค้น​เอง เรา​จะ​เป็น​ผู้​ตอบแทน​เอง องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก​ไว้​อย่าง​นั้น”


โรม ๑๓:๑
ให้​ทุก​คน​ยอม​เชื่อฟัง​ผู้​มี​อำนาจ​ของ​รัฐบาล เพราะ​อำนาจ​ทุก​อย่าง​มา​จาก​พระเจ้า และ​พระเจ้า​เอง​เป็น​ผู้​ที่​แต่งตั้ง​ผู้​มี​อำนาจ​เหล่านั้น


โรม ๑๓:๒
ถ้า​อย่าง​นั้น คน​ที่​ขัดขืน​ต่อ​อำนาจ​นั้น ก็​เท่ากับ​ขัดขืน​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า และ​คน​ที่​ขัดขืน​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า ก็​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ


โรม ๑๓:๔
เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​ทำงาน​ช่วย​พวก​คุณ แต่​ถ้า​คุณ​ทำ​เรื่อง​ชั่วๆ​ก็​ให้​กลัว​ไว้ เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ถือ​ดาบ​เอา​ไว้​ขู่​เฉยๆ เขา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระเจ้า เป็น​ผู้​แก้แค้น​แทน​พระเจ้า เพื่อ​ลงโทษ​คน​ที่​ทำ​ชั่ว


โรม ๑๓:๖
นี่​เป็น​เหตุ​ที่​คุณ​ต้อง​เสีย​ภาษี เพราะ​ผู้​มี​อำนาจ​พวกนี้​เป็น​คน​รับใช้​ของ​พระเจ้า ที่​ดูแล​เรื่อง​เหล่านี้​เสมอ


โรม ๑๔:๓
คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง​ก็​อย่า​ไป​ดูถูก​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน ส่วน​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ก็​อย่า​ไป​กล่าว​โทษ​คน​ที่​กิน​ทุก​อย่าง เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​เขา​ไว้​แล้ว


โรม ๑๔:๖
คน​ที่​คิด​ว่า​วัน​หนึ่ง​พิเศษ​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง เขา​ก็​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง ก็​ได้​กิน​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต เพราะ​เขา​ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร​นั้น​แล้ว และ​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ทุก​อย่าง ก็​ได้​ทำ​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เหมือน​กัน เพราะ​เขา​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว


โรม ๑๔:๑๐
แล้ว​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก จะ​ไป​กล่าว​โทษ​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง​ทำไม และ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง จะ​ไป​ดูถูก​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก​ทำไม เพราะ​เรา​ทุก​คน​ต่าง​ก็​ต้อง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า​เพื่อ​ให้​พระองค์​ตัดสิน​ด้วย​กัน​ทั้งนั้น


โรม ๑๔:๑๑
เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า ทุก​หัวเข่า​จะ​ต้อง​กราบลง​ต่อหน้า​เรา และ​ทุก​ลิ้น​จะ​ต้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า”


โรม ๑๔:๑๒
ดังนั้น​เรา​ทุก​คน​จะ​ต้อง​รายงาน​เรื่อง​ที่​เรา​ได้​ทำ​ไป​ต่อหน้า​พระเจ้า


โรม ๑๔:๑๗
เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ไม่​ได้​เป็น​เรื่อง​ของ​อาหาร​และ​เครื่องดื่ม แต่​เป็น​เรื่อง​ของ​การ​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า เรื่อง​สันติสุข และ​เรื่อง​ความ​ชื่นชม​ยินดี​ที่​มา​จาก​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์


โรม ๑๔:๑๘
คน​ที่​รับใช้​พระคริสต์​อย่างนี้ พระเจ้า​ก็​ชอบใจ​และ​มนุษย์​ก็​นับถือ​ด้วย


โรม ๑๔:๒๐
อย่า​ให้​อาหาร​ที่​คุณ​กิน​นั้น​เป็น​เหตุ​ที่​มา​ทำลาย​งาน​ของ​พระเจ้า​เลย อาหาร​ทุก​อย่าง​กิน​ได้​หมด แต่​มัน​ผิด​ถ้า​หาก​สิ่ง​ที่​คน​นั้น​กิน​เข้า​ไป เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​พี่น้อง​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป


โรม ๑๔:๒๒
คุณ​เชื่อ​อย่างไร​ใน​เรื่อง​พวกนี้ ก็​ให้​เก็บ​ไว้​ระหว่าง​คุณ​กับ​พระเจ้า คน​ที่​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​ว่า​ดี แล้ว​ใจ​ของ​เขา​ไม่​ฟ้อง​ว่า​ผิด เป็น​คน​ที่​น่า​นับถือ​จริงๆ


โรม ๑๔:๒๓
แต่​คน​ที่​ยัง​กิน​ทั้งๆ​ที่​สงสัย​ว่า​ผิด พระเจ้า​จะ​ตัดสิน​ว่า​เขา​ผิด เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ที่​เขา​เชื่อ เพราะ​ทุก​อย่าง​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ความเชื่อ​ก็​เป็น​บาป


โรม ๑๕:๕
ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​ความ​อดทน​และ​กำลังใจ ช่วย​ให้​พวก​คุณ​เป็น​น้ำหนึ่งใจ​เดียว​กัน​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​พระเยซู​คริสต์


โรม ๑๕:๖
เพื่อ​พวก​คุณ​ทั้งหมด​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระเจ้า ผู้​เป็น​พระบิดา​ของ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​เป็น​เสียง​เดียว​กัน


โรม ๑๕:๗
ดังนั้น​ให้​ยอมรับ​กัน​และ​กัน เหมือน​กับ​ที่​พระคริสต์​ยอมรับ​คุณ เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ได้รับ​เกียรติ


โรม ๑๕:๘
ผม​ขอ​บอก​พวก​คุณ​ว่า พระคริสต์​ได้​มา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​คนยิว เพื่อ​ทำให้​เห็น​ถึง​ความ​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระเจ้า เพื่อ​ยืนยัน​คำ​สัญญา​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้​กับ​พวก​บรรพบุรุษ


โรม ๑๕:๙
และ​เพื่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระเจ้า​ที่​ได้​เมตตากรุณา​กับ​พวก​เขา เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “เพราะ​เหตุนี้​ข้าพเจ้า​จะ​ให้​เกียรติ​พระองค์​ใน​หมู่​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว และ​ข้าพเจ้า​จะ​ร้องเพลง​สรรเสริญ​ชื่อ​ของ​พระองค์”


โรม ๑๕:๑๐
พระคัมภีร์​พูด​ไว้​อีก​ว่า “คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทั้งหลาย​เอ๋ย ให้​มา​ชื่นชม​ยินดี​พร้อม​กับ​คน​ของ​พระเจ้า”


โรม ๑๕:๑๓
ขอ​ให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​ความหวัง ช่วย​เติม​ให้​คุณ​เต็มเปี่ยม​บริบูรณ์​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี​และ​สันติสุข ตาม​ความ​ไว้วางใจ​ที่​คุณ​มี​ใน​พระองค์ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​มี​ความหวัง​อย่าง​เหลือล้น ด้วย​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์


โรม ๑๕:๑๕
แต่​ที่​ผม​กล้า​เขียน​บาง​เรื่อง​ถึง​คุณ เพื่อ​เตือน​ความจำ​ของ​คุณ ที่​ผม​ทำ​อย่างนี้​ก็​ทำ​ตาม​พรสวรรค์​ที่​พระเจ้า​มอบ​ให้


โรม ๑๕:๑๖
คือ​ให้​ผม​เป็น​ผู้รับใช้​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​เพื่อ​พระเยซู​คริสต์เจ้า และ​ทำ​หน้าที่​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ใน​การ​ประกาศ​ข่าวดี​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​นักบวช เพื่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​นั้น​จะ​ได้​เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ และ​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​ทำ​ให้​เป็น​ของ​พระองค์​โดย​เฉพาะ


โรม ๑๕:๑๗
ใน​ฐานะ​ที่​ผม​เป็น​คน​ของ​พระเยซู​คริสต์ ผม​ภูมิใจ​ใน​หน้าที่​ของ​ผม​ที่​มี​ต่อ​พระเจ้า


โรม ๑๕:๑๘
ผม​ไม่​กล้า​พูด​ถึง​เรื่อง​อื่น​หรอก นอกจาก​เรื่อง​ที่​พระคริสต์​ได้​ทำ​ผ่าน​ผม​ใน​การ​นำ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ให้​มา​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า ผ่าน​ทาง​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ของ​ผม


โรม ๑๕:๑๙
โดย​ฤทธิ์​อำนาจ​แห่ง​ปาฏิหาริย์ และ​การ​อัศจรรย์​ที่​มา​จาก​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า ดังนั้น​ผม​ได้​ประกาศ​ข่าว​ดี​ของ​พระคริสต์​จน​ทั่ว​แล้ว ตั้ง​แต่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​จน​ถึง​แคว้น​อิลลีริคุม


โรม ๑๕:๒๕
แต่​ตอนนี้ ผม​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น


โรม ๑๕:๒๖
เพราะ​บรรดา​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​แคว้น​มาซิโดเนีย และ​แคว้น​อาคายา​ได้​ตัดสินใจ​เรี่ยไร​เงิน​เพื่อ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​ยากจน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม


โรม ๑๕:๓๐
พี่น้อง​ครับ เป็น​เพราะ​เห็นแก่​พระเยซู​คริสต์เจ้า และ​ความรัก​จาก​พระวิญญาณ ผม​ถึง​ขอร้อง​คุณ​ให้​มา​ร่วม​ต่อสู้​กับ​ผม คือ​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​เพื่อ​ผม


โรม ๑๕:๓๑
อธิษฐาน​ขอ​ให้​พระองค์​ช่วย​ผม​ให้​ปลอดภัย​จาก​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ​ใน​แคว้น​ยูเดีย และ​อธิษฐาน​ให้​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เต็มใจ​รับ​เงิน​เรี่ยไร​ที่​ผม​เอา​มา​ให้


โรม ๑๕:๓๒
เพื่อ​ว่า​ถ้า​เป็น​ไป​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า ผม​จะ​ได้​แวะ​มา​หา​คุณ​ด้วย​ความ​ยินดี และ​ผม​จะ​ได้​พักผ่อน​หย่อนใจ​ร่วม​กับ​คุณ


โรม ๑๕:๓๓
ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​สันติสุข อยู่​กับ​คุณ​ทุก​คน​เถิด อาเมน


โรม ๑๖:๑
ผม​ขอ​แนะนำ​เฟบี​น้องสาว​ของ​เรา​ให้​กับ​คุณ เธอ​เป็น​ผู้รับใช้​พิเศษ ​ของ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เคนเครีย


โรม ๑๖:๒
ขอ​ให้​ต้อนรับ​เธอ​ให้​สมกับ​ที่​พวกคุณ​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​ด้วย และ​ขอ​ให้​ช่วยเหลือ​เธอ​ใน​สิ่ง​ที่​เธอ​ต้องการ เพราะ​เธอ​ได้​ช่วยเหลือ​ดูแล​คน​จำนวน​มาก รวมทั้ง​ผม​ด้วย


โรม ๑๖:๔
สอง​คนนี้​ได้​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ปกป้อง​ชีวิต​ของ​ผม ไม่​ใช่​ผม​เท่านั้น​ที่​สำนึก​ใน​บุญคุณ​ของ​เขา​ทั้ง​สอง แต่​รวม​ถึง​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ทุก​แห่ง​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย


โรม ๑๖:๕
ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​กับ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​ประชุม​กัน​ใน​บ้าน​ของ​พวก​เขา ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​เอเปเนทัส​เพื่อน​รัก​ของ​ผม​ด้วย เขา​เป็น​คน​แรก​ใน​แคว้น​เอเชีย​ที่​ได้​มา​ไว้วางใจ​ใน​พระคริสต์


โรม ๑๖:๑๕
ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​ฟีโลโลกัส ยูเลีย เนเรอัส​และ​น้องสาว​ของ​เขา แล้ว​ก็​โอลิมปัส และ​พวก​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​อยู่​กับ​พวก​เขา


โรม ๑๖:๑๙
เรื่อง​ที่​พวก​คุณ​เชื่อฟัง​พระเจ้า​นั้น​ได้​เลื่องลือ​ไป​ถึง​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ ผม​ถึง​ดีใจ​มาก​เพราะ​คุณ แต่​ผม​อยาก​ให้​คุณ​เฉลียว​ฉลาด​ใน​เรื่อง​ที่​ดีๆ​และ​ไร้เดียงสา​ใน​เรื่อง​ที่​ชั่วร้าย


โรม ๑๖:๒๐
ใน​ไม่​ช้า พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​สันติสุข​จะ​บด​ขยี้​ซาตาน​ให้​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​พวก​คุณ ขอ​ให้​พระเยซู​เจ้า​เมตตา​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​เถิด


โรม ๑๖:๒๕
สรรเสริญ​พระเจ้า พระองค์​สามารถ​ใช้​ข่าวดี​ที่​ผม​ประกาศ​นั้น​ทำ​ให้​พวก​คุณ​เข้มแข็ง ข่าวดีนี้​คือ​เรื่อง​ของ​พระเยซู​คริสต์ พระเจ้า​ได้​เก็บ​เรื่องนี้​ไว้​เป็น​ความลับ​ตั้งแต่​เริ่มแรก


โรม ๑๖:๒๖
แต่​ตอนนี้​พระองค์​ได้​เปิดเผย​เรื่องนี้​แล้ว พระเจ้า​ผู้​เป็น​อยู่​ตลอด​กาล ได้​สั่ง​พวก​ผู้พูดแทน​พระองค์​ให้​เขียน​ถึง​ข่าวดีนี้ เพื่อ​ว่า​ชน​ทุก​ชาติ​จะ​ได้​ไว้วางใจ​และ​เชื่อฟัง​พระองค์


โรม ๑๖:๒๗
มี​พระเจ้า​เที่ยงแท้​แต่​เพียง​ผู้เดียว สรรเสริญ​พระองค์​เถิด พระองค์​เต็ม​ไป​ด้วย​สติปัญญา ขอให้​พระองค์​ได้รับ​เกียรติ​ตลอดไป​เพราะ​พระเยซู​คริสต์ อาเมน


๑ โครินธ์ ๑:๑
จาก​เปาโล คน​ที่​พระเจ้า​ตัดสินใจ​เรียก​ให้​มา​เป็น​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู​คริสต์ และ​จาก โสสเธเนส พี่น้อง​ของ​เรา


๑ โครินธ์ ๑:๒
ถึง​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​โครินธ์ พระเจ้า​ทำ​ให้​พวกคุณ​เป็น​ของ​พระองค์​เพราะ​พวกคุณ​ได้​เข้าส่วน​ใน​พระเยซู​คริสต์ พระเจ้า​เรียก​คุณ​ให้​มา​เป็น​คน​ของ​พระองค์ เหมือนกับ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​กับ​ทุกคน​ใน​ทุกที่ ที่​อธิษฐาน​ใน​นาม​ของ​พระเยซู​คริสต์​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​เขา​และ​ของ​เรา


๑ โครินธ์ ๑:๓
ขอให้​พระเจ้า​พระบิดา​ของ​เรา และ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา ให้​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​สันติสุข​กับ​พวกคุณ


๑ โครินธ์ ๑:๔
ผม​ขอบคุณ​พระเจ้า​ของ​ผม​เสมอ​สำหรับ​พวกคุณ เพราะ​พระเจ้า​เมตตากรุณา​พวกคุณ ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์


๑ โครินธ์ ๑:๕
ใน​พระเยซู​คริสต์​นั้น พระเจ้า​อวยพร​คุณ​อย่าง​ล้นเหลือ​ใน​ทุกๆ​ด้าน ไม่ว่า​จะ​เป็น​ด้าน​คำพูด​ทุกชนิด​หรือ​ความรู้​ทุกอย่าง


๑ โครินธ์ ๑:๗
ตอนนี้​คุณ​จึง​มี​พรสวรรค์​ทุกอย่าง​ที่​พระเจ้า​ให้ โดย​ไม่ขาด​อะไรเลย ใน​ขณะที่​คุณ​กำลัง​คอย​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​กลับมา


๑ โครินธ์ ๑:๙
พระเจ้า​นั้น​ไว้ใจ​ได้​แน่นอน พระองค์​เรียก​ให้​พวกคุณ​เข้า​มา​มี​ส่วนร่วม​กับ​พระเยซู​คริสต์​พระบุตร​ของ​พระองค์


๑ โครินธ์ ๑:๑๔
ขอบคุณ​พระเจ้า​ที่​ผม​ไม่ได้​ทำ​พิธี​จุ่มน้ำ​ให้​กับ​พวกคุณ​คนไหน​เลย นอกจาก​คริสปัส​กับ​กายอัส


๑ โครินธ์ ๑:๑๘
คน​ที่​กำลัง​จะ​พินาศ​นั้น ก็​ถือว่า​เรื่อง​ของ​ไม้กางเขน​เป็น​เรื่องโง่ แต่​คน​ที่​กำลัง​ได้รับ​ความรอด​ก็​ถือว่า​เป็น​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า


๑ โครินธ์ ๑:๒๐
ไหนล่ะ​คน​ฉลาด ไหนล่ะ​คน​สอน​กฎ​บัญญัติ ไหนล่ะ​นักปราชญ์​สมัยนี้ ไม่ใช่​พระเจ้า​หรอก​หรือ ที่​ทำ​ให้​เรา​รู้​ว่า​สติปัญญา​ของ​โลกนี้​มัน​โง่เขลา​ขนาดไหน


๑ โครินธ์ ๑:๒๑
มัน​เป็น​แผนการ​อัน​เฉลียว​ฉลาด​ของ​พระเจ้า ที่​จะ​ไม่ให้​โลก​มา​รู้จัก​กับ​พระเจ้า​ด้วย​การ​พึ่ง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​ตัว​มันเอง พระเจ้า​จึง​ตัดสินใจ​ที่​จะ​ใช้​เรื่องราว​ที่​ดู​เหมือน​โง่ๆ​ที่​เรา​ได้​ประกาศ​อยู่นี้ เพื่อ​ช่วย​คน​ที่​ไว้วางใจ​ให้​รอด


๑ โครินธ์ ๑:๒๔
แต่​สำหรับ​คน​ที่​พระเจ้า​เรียกมา ไม่ว่า​จะ​เป็น​ยิว​หรือ​กรีก​ต่าง​ก็​ถือว่า​พระคริสต์​คือ​ฤทธิ์​อำนาจ​และ​สติปัญญา​ของ​พระเจ้า


๑ โครินธ์ ๑:๒๕
เพราะ​ความโง่​ของ​พระเจ้า​ก็​ยัง​เหนือ​กว่า​ความ​ฉลาด​ของ​มนุษย์ และ​ความ​อ่อนแอ​ของ​พระเจ้า​ก็​ยัง​เหนือ​กว่า​ความ​เข้มแข็ง​ของ​มนุษย์


๑ โครินธ์ ๑:๒๖
พี่น้อง​ครับ คิดดู​สิ​ว่า ตอน​ที่​พระเจ้า​เรียก​คุณ​มา​นั้น คุณ​เป็น​คน​แบบ​ไหน​กัน มี​ไม่​กี่​คน​หรอก​ที่​เป็น​คน​ฉลาด​ตาม​ความคิด​ของ​มนุษย์ มี​ไม่​กี่​คน​หรอก​ที่​เป็น​ผู้​มี​อิทธิพล และ​มี​ไม่​กี่​คน​หรอก​ที่​มา​จาก​ตระกูล​สูง


๑ โครินธ์ ๑:๒๗
แต่​พระเจ้า​เลือก​สิ่ง​ที่​โลกนี้​ถือ​ว่า​โง่​มา​ทำ​ให้​คน​ที่​ฉลาด​อับอาย และ​พระเจ้า​เลือก​สิ่ง​ที่​โลกนี้​ถือ​ว่า​อ่อนแอ มา​ทำ​ให้​ผู้​ที่​เข้มแข็ง​ต้อง​อับอาย


๑ โครินธ์ ๑:๒๘
พระเจ้า​เลือก​สิ่ง​ที่​โล