A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (THS) 2011

ยอห์น ๗

หลังจากนั้นพระเยซูเสด็จไปตามที่ต่างๆ ในแคว้นกาลิลี พระองค์ไม่ต้องการเสด็จไปแคว้นยูเดียเพราะพวกยิวหาโอกาสฆ่าพระองค์
ขณะนั้นใกล้จะถึงเทศกาลอยู่เพิง ของพวกยิวแล้ว
พวกน้องๆ ของพระองค์จึงทูลพระองค์ว่า “จงออกจากที่นี่ไปแคว้นยูเดียเพื่อให้พวกสาวกเห็นกิจการที่กำลังทำอยู่
เพราะว่าไม่มีใครแอบทำอะไรเงียบๆ ในเมื่ออยากให้ตัวเองปรากฏ ถ้าจะทำสิ่งเหล่านี้ก็จงแสดงตัวให้ปรากฏต่อโลกเถิด”
แม้แต่พวกน้องๆ ของพระองค์ก็ไม่ได้วางใจในพระองค์
พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “ยังไม่ถึงเวลาของเรา แต่เวลาของพวกน้องนั้นได้ทุกเมื่อ
โลกเกลียดชังพวกน้องไม่ได้ แต่โลกเกลียดชังเรา เพราะเราเป็นพยานว่าการงานของโลกนี้ชั่วร้าย
พวกน้องจงขึ้นไปที่งานเทศกาล เราจะไม่ขึ้นไปที่งานเทศกาลนี้ เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลาของเรา”
เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้วพระองค์ก็ประทับในแคว้นกาลิลีต่อไป
๑๐
แต่หลังจากพวกน้องๆ ของพระองค์ขึ้นไปที่งานเทศกาลนั้นแล้ว พระองค์ก็เสด็จตามขึ้นไปด้วย แต่ไปอย่างเงียบๆ ไม่เปิดเผย
๑๑
พวกยิวมองหาพระองค์ในงานเทศกาลนั้นและถามว่า “คนนั้นอยู่ที่ไหน?”
๑๒
และฝูงชนก็ซุบซิบกันอย่างมากเรื่องพระองค์ บางคนพูดว่า “เขาเป็นคนดี” บางคนว่า “ไม่ใช่ เขาทำให้ฝูงชนหลงผิดไป”
๑๓
แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงพระองค์อย่างเปิดเผยเพราะกลัวพวกยิว
๑๔
เมื่อเวลาผ่านไปถึงกลางเทศกาล พระเยซูเสด็จขึ้นไปที่บริเวณพระวิหารและทรงสั่งสอน
๑๕
พวกยิวพากันประหลาดใจพูดว่า “คนนี้รู้พระธรรมได้อย่างไรในเมื่อไม่เคยเรียนเลย?”
๑๖
พระเยซูจึงตรัสตอบพวกเขาว่า “คำสอนของเราไม่ใช่ของเราเอง แต่เป็นของผู้ทรงใช้เรามา
๑๗
ถ้าใครตั้งใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ คนนั้นก็จะรู้ว่าคำสอนนี้มาจากพระเจ้าหรือว่าเราพูดตามใจชอบเอง
๑๘
ใครที่พูดตามใจชอบเองย่อมแสวงหาเกียรติสำหรับตนเอง แต่คนที่แสวงหาเกียรติให้ผู้ที่ใช้ตนมา คนนั้นเป็นคนจริง ไม่มีอธรรมในตัวเขาเลย
๑๙
โมเสสให้ธรรมบัญญัติแก่พวกท่านไม่ใช่หรือ? แต่ไม่มีใครในพวกท่านประพฤติตามธรรมบัญญัตินั้น พวกท่านหาโอกาสฆ่าเราทำไม?”
๒๐
ฝูงชนตอบว่า “ท่านมีผีสิงอยู่ ใครกันที่หาโอกาสจะฆ่าท่าน?”
๒๑
พระเยซูตรัสตอบว่า “เราได้ทำสิ่งเดียว และท่านทุกคนประหลาดใจ
๒๒
โมเสสให้พวกท่านเข้าสุหนัต (สุหนัตไม่ได้มาจากโมเสส แต่มาจากบรรพบุรุษ ) และท่านก็ยังให้คนเข้าสุหนัตในวันสะบาโต
๒๓
ถ้าในวันสะบาโตคนยังเข้าสุหนัตเพื่อไม่ให้ละเมิดธรรมบัญญัติของโมเสสแล้ว พวกท่านยังจะโกรธเราเพราะเราทำให้ชายคนหนึ่งหายเป็นปกติในวันสะบาโตหรือ?
๒๔
อย่าพิพากษาตามที่เห็นภายนอก แต่จงพิพากษาอย่างยุติธรรมเถิด”
๒๕
แล้วชาวกรุงเยรูซาเล็มบางคนจึงพูดว่า “คนนี้ไม่ใช่หรือที่พวกเขาหาโอกาสจะฆ่า?
๒๖
เขาก็อยู่นี่แล้วไง กำลังพูดอยู่อย่างเปิดเผย และพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกผู้ใหญ่รู้แน่แล้วหรือว่าคนนี้เป็นพระคริสต์?
๒๗
แต่เรารู้แล้วว่าคนนี้มาจากไหน เพราะเมื่อพระคริสต์เสด็จมา จะไม่มีใครรู้เลยว่าพระองค์มาจากไหน”
๒๘
แล้วพระเยซูก็ทรงประกาศขณะทรงสั่งสอนอยู่ที่บริเวณพระวิหารว่า “พวกท่านรู้จักเราและรู้ว่าเรามาจากไหน เราไม่ได้มาตามลำพังเราเอง แต่พระองค์ผู้ทรงใช้เรามานั้นสัตย์จริงและพวกท่านไม่รู้จักพระองค์
๒๙
เรารู้จักพระองค์ เพราะเรามาจากพระองค์และพระองค์ทรงใช้เรามา”
๓๐
พวกเขาจึงหาโอกาสจับพระองค์ แต่ไม่มีใครยื่นมือแตะต้องพระองค์เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลาของพระองค์
๓๑
แต่มีหลายคนในหมู่ประชาชนนั้นวางใจในพระองค์และพูดว่า “เวลาที่พระคริสต์เสด็จมา พระองค์จะทรงทำหมายสำคัญมากยิ่งกว่าสิ่งที่ท่านผู้นี้ได้ทำหรือ?”
๓๒
เมื่อพวกฟาริสีได้ยินประชาชนซุบซิบกันเรื่องพระองค์อย่างนั้น พวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกฟาริสีจึงใช้เจ้าหน้าที่ไปจับพระองค์
๓๓
พระเยซูตรัสว่า “เราจะอยู่กับพวกท่านต่อไปอีกไม่นาน แล้วจะกลับไปหาผู้ที่ทรงใช้เรามา
๓๔
พวกท่านจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และที่ที่เราอยู่นั้นท่านจะเข้าไปไม่ได้”
๓๕
พวกยิวจึงพูดกันว่า “คนนี้จะไปไหนที่เราจะหาเขาไม่พบ? เขาตั้งใจจะไปหาคนที่กระจัดกระจายอยู่ในหมู่พวกกรีกและสั่งสอนพวกกรีกหรือ?
๓๖
เขาหมายความว่าอย่างไรที่พูดว่า ‘พวกท่านจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา’ และ ‘ที่ที่เราอยู่นั้นพวกท่านจะเข้าไปไม่ได้’?”
๓๗
ในวันสุดท้ายของงานเทศกาล ซึ่งเป็นวันยิ่งใหญ่นั้น พระเยซูทรงยืนขึ้นและทรงประกาศว่า “ถ้าใครกระหาย ให้คนนั้นมาหาเรา
๓๘
และให้คนที่วางใจในเราดื่ม ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า ‘แม่น้ำที่มีน้ำดำรงชีวิตจะไหลออกมาจากภายในคนนั้น’ ”
๓๙
สิ่งที่พระเยซูตรัสนั้นหมายถึงพระวิญญาณซึ่งคนที่วางใจพระองค์จะได้รับ เพราะว่าพระวิญญาณยังไม่สถิตด้วย เพราะพระเยซูยังไม่ได้รับพระเกียรติ
๔๐
เมื่อประชาชนได้ยินดังนั้น บางคนก็พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นผู้เผยพระวจนะแน่นอน”
๔๑
คนอื่นๆ ก็พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นพระคริสต์” แต่บางคนว่า “พระคริสต์จะมาจากกาลิลีได้หรือ?
๔๒
พระคัมภีร์กล่าวไว้ไม่ใช่หรือว่าพระคริสต์จะมาจากเชื้อพระวงศ์ของดาวิด และมาจากหมู่บ้านเบธเลเฮม ที่ดาวิดเคยอยู่นั้น”
๔๓
ดังนั้นฝูงชนจึงขัดแย้งกันในเรื่องพระองค์
๔๔
บางคนอยากจะจับพระองค์ แต่ไม่มีใครยื่นมือแตะต้องพระองค์เลย
๔๕
พวกเจ้าหน้าที่กลับไปหาพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกฟาริสี พวกเขาจึงถามเจ้าหน้าที่ว่า “ทำไมพวกเจ้าถึงไม่จับเขามา?”
๔๖
เจ้าหน้าที่ตอบว่า “ไม่เคยมีใครพูดเหมือนอย่างคนนั้นเลย”
๔๗
พวกฟาริสีตอบเขาว่า “พวกเจ้าโดนหลอกด้วยหรือ?
๔๘
มีใครบ้างในพวกผู้ใหญ่หรือพวกฟาริสีที่ศรัทธาในตัวเขา?
๔๙
ก็มีแต่ฝูงชนนี้ที่ไม่รู้ธรรมบัญญัติ พวกเขาต้องถูกสาปแช่ง”
๕๐
นิโคเดมัสคนที่มาหาพระองค์คราวก่อน และเป็นคนหนึ่งในพวกเขานั้นกล่าวแก่เขาว่า
๕๑
“กฎหมายของเราเคยพิพากษาคนโดยที่ยังไม่ได้ฟังเขาหรือรู้ว่าเขาทำอะไรก่อนหรือ?”
๕๒
พวกเขาตอบนิโคเดมัสว่า “ท่านก็มาจากกาลิลีด้วยหรือ? ลองค้นดูเถิดแล้วท่านจะเห็นว่าไม่มีผู้เผยพระวจนะเกิดขึ้นจากกาลิลี”
๕๓
[แล้วต่างคนต่างก็กลับไปที่บ้านของตน
ยอห์น ๗:1
ยอห์น ๗:2
ยอห์น ๗:3
ยอห์น ๗:4
ยอห์น ๗:5
ยอห์น ๗:6
ยอห์น ๗:7
ยอห์น ๗:8
ยอห์น ๗:9
ยอห์น ๗:10
ยอห์น ๗:11
ยอห์น ๗:12
ยอห์น ๗:13
ยอห์น ๗:14
ยอห์น ๗:15
ยอห์น ๗:16
ยอห์น ๗:17
ยอห์น ๗:18
ยอห์น ๗:19
ยอห์น ๗:20
ยอห์น ๗:21
ยอห์น ๗:22
ยอห์น ๗:23
ยอห์น ๗:24
ยอห์น ๗:25
ยอห์น ๗:26
ยอห์น ๗:27
ยอห์น ๗:28
ยอห์น ๗:29
ยอห์น ๗:30
ยอห์น ๗:31
ยอห์น ๗:32
ยอห์น ๗:33
ยอห์น ๗:34
ยอห์น ๗:35
ยอห์น ๗:36
ยอห์น ๗:37
ยอห์น ๗:38
ยอห์น ๗:39
ยอห์น ๗:40
ยอห์น ๗:41
ยอห์น ๗:42
ยอห์น ๗:43
ยอห์น ๗:44
ยอห์น ๗:45
ยอห์น ๗:46
ยอห์น ๗:47
ยอห์น ๗:48
ยอห์น ๗:49
ยอห์น ๗:50
ยอห์น ๗:51
ยอห์น ๗:52
ยอห์น ๗:53
ยอห์น 1 / ยอห์น 1
ยอห์น 2 / ยอห์น 2
ยอห์น 3 / ยอห์น 3
ยอห์น 4 / ยอห์น 4
ยอห์น 5 / ยอห์น 5
ยอห์น 6 / ยอห์น 6
ยอห์น 7 / ยอห์น 7
ยอห์น 8 / ยอห์น 8
ยอห์น 9 / ยอห์น 9
ยอห์น 10 / ยอห์น 10
ยอห์น 11 / ยอห์น 11
ยอห์น 12 / ยอห์น 12
ยอห์น 13 / ยอห์น 13
ยอห์น 14 / ยอห์น 14
ยอห์น 15 / ยอห์น 15
ยอห์น 16 / ยอห์น 16
ยอห์น 17 / ยอห์น 17
ยอห์น 18 / ยอห์น 18
ยอห์น 19 / ยอห์น 19
ยอห์น 20 / ยอห์น 20
ยอห์น 21 / ยอห์น 21