A A A A A
Facebook Instagram Twitter
พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ยอห์น ๖



หลังจาก​นั้น​พระเยซู​ข้าม​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี (หรือ​ทะเลสาบ​ทิเบเรียส)
มี​คน​มากมาย​ติดตาม​พระองค์​ไป เพราะ​พวก​เขา​เห็น​พระองค์​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​ตอน​รักษา​คน​ป่วย
พระเยซู​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา แล้ว​นั่ง​อยู่​กับ​พวกศิษย์​ของ​พระองค์
ตอนนั้น​ใกล้​จะ​ถึง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​ของ​ชาวยิว​แล้ว
เมื่อ​พระองค์​เงย​หน้า​ขึ้น​ก็​เห็น​คน​มากมาย​พากัน​มาหา​พระองค์ พระองค์​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไป​ซื้อ​อาหาร​ที่ไหน​ถึง​จะ​พอ​เลี้ยง​คน​ทั้งหมดนี้”
(พระเยซู​ถาม​เพื่อ​ลองใจ​ฟีลิป เพราะ​พระองค์​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​จะ​ทำ​อย่าง​ไร)
ฟีลิป​ตอบ​ว่า “เงิน​ค่าแรง​เกือบ​แปด​เดือน ก็​ยัง​ไม่​พอ​ซื้อ​อาหาร​ให้​คน​พวกนี้​กิน​กัน​คนละนิด​คนละหน่อย​ได้​เลย​ครับ”
ศิษย์​อีก​คน​หนึ่ง​ของ​พระเยซู ชื่อ​อันดรูว์ น้องชาย​ของ​ซีโมน​เปโตร​บอก​พระองค์​ว่า
“มี​เด็ก​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​นี่ มี​ขนมปัง​บาร์เลย์​อยู่​ห้า​ก้อน กับ​ปลา​อีก​สอง​ตัว​ครับ แต่​แค่นี้​จะ​ไป​พอ​อะไร​กับ​คน​ตั้ง​มากมาย​ขนาดนี้”
๑๐
พระเยซู​บอก​พวกศิษย์​ว่า “บอก​ให้​พวก​เขา​นั่ง​ลง” (ที่​นั่น​มี​หญ้า​ขึ้น​เต็ม​ไป​หมด) แล้ว​ทุก​คน​ก็​นั่ง​ลง (มี​ผู้ชาย​ประมาณ​ห้าพัน​คน​ใน​ฝูงชน​นั้น)
๑๑
พระเยซู​เอา​ขนมปัง​ของ​เด็กน้อย​คน​นั้น​มา เมื่อ​ขอบคุณ​พระเจ้า​เสร็จ​แล้ว ก็​แบ่ง​ขนมปัง​แจก​ให้​กับ​ทุกๆ​คน​ที่​นั่ง​อยู่​ที่​พื้น​นั้น​อย่าง​ไม่​อั้น และ​พระองค์​ก็​หยิบ​ปลา​มา​ทำ​อย่าง​เดียว​กัน
๑๒
เมื่อ​ผู้คน​กินกัน​จน​อิ่ม​แล้ว พระองค์​สั่ง​พวก​ศิษย์​ว่า “เก็บ​ขนมปัง​ที่​เหลือ​ให้​หมด จะ​ได้​ไม่​เสีย​ของ”
๑๓
พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​จาก​ขนมปัง​ห้า​ก้อนนี้​ได้​สิบสอง​เข่ง​เต็มๆ
๑๔
เมื่อ​คน​พวกนี้​เห็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ที่​พระองค์​ทำ เขา​เริ่ม​พูด​กัน​ว่า “คนนี้​ต้อง​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​นั้น​ที่​ว่า​กัน​ว่า​จะ​มา​ใน​โลกนี้​แน่ๆ”
๑๕
เมื่อ​พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​จะ​มา​บีบ​บังคับ​ให้​พระองค์​ไป​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา พระองค์​ก็​หลบ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพียง​คน​เดียว
๑๖
พอ​ตก​เย็น​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ไป​ที่​ทะเลสาบ
๑๗
พวก​เขา​ลง​เรือ​และ​เริ่ม​ข้าม​ฟาก​ไป​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม ตอน​นั้น​มืด​แล้ว แต่​พระเยซู​ยัง​ไม่​ได้​มา​หา​พวก​เขา
๑๘
เกิด​พายุ​ขึ้น​ทำ​ให้​คลื่น​ใน​ทะเลสาบ​ปั่นป่วน​รุนแรง​มาก
๑๙
หลังจาก​ที่​พวก​ศิษย์​พายเรือ​ออก​จาก​ฝั่ง​มา​ได้​ประมาณ​ห้า​ถึง​หก​กิโลเมตร พวก​เขา​เห็น​พระเยซู​กำลัง​เดิน​อยู่​บน​น้ำ​ตรง​มา​ที่​เรือ พวก​เขา​ต่าง​ก็​ตกใจ​กลัว
๒๐
แต่​พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “นี่​เรา​เอง ไม่​ต้อง​กลัว”
๒๑
พวก​เขา​ก็​ดีอก​ดีใจ​และ​รับ​พระองค์​ขึ้น​มา​บน​เรือ แล้ว​เรือ​ก็​ถึง​ฝั่ง​ที่​พวก​เขา​จะ​ไป​ทันที
๒๒
วัน​ต่อมา​ฝูงชน​ที่​ยัง​คง​อยู่​ใน​บริเวณ​ที่​พระเยซู​เลี้ยง​อาหาร​นั้น ต่าง​ก็​รู้​ว่า​ที่​นั่น​มี​เรือ​อยู่​แค่​ลำ​เดียว และ​พวกศิษย์​ลง​เรือ​ลำ​นั้น​ไป​แล้ว พระเยซู​ไม่​ได้​ไป​ด้วย พวก​เขา​ก็​เลย​ตาม​หา​พระเยซู​กัน​เป็น​การใหญ่
๒๓
มี​เรือ​บาง​ลำ​มา​จาก​ทิเบเรียส​เข้า​ไป​จอด​ที่​ฝั่ง​ใกล้ๆ​กับ​ที่​พวก​เขา​ได้​กิน​อาหาร​กัน คือ​หลัง​จาก​ที่​พระเยซู​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว
๒๔
เมื่อ​ประชาชน​เห็น​ว่า​ทั้ง​พระเยซู และ​พวกศิษย์​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่น พวก​เขา​ก็​ลง​เรือ​ไป​ตาม​หา​พระองค์​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม
๒๕
เมื่อ​พวก​เขา​พบ​พระเยซู​ที่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ พวก​เขา​ก็​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์​มา​ที่​นี่​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​ครับ”
๒๖
พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​ขอ​พูด​ตรงๆ​นะ ที่​พวกคุณ​ตาม​หา​เรา ไม่​ใช่​เป็น​เพราะ​เข้าใจ​อย่าง​ถ่องแท้​แล้ว​ถึง​สิ่ง​อัศจรรย์​ที่​พวก​คุณ​ได้​เห็น แต่​เป็น​เพราะ​ได้​กิน​อาหาร​จน​อิ่มหนำ​สำราญ​ต่าง​หาก
๒๗
อย่า​ทำงาน​เพื่อ​จะ​ได้​อาหาร​ที่​เน่าเสีย แต่​ให้​ทำงาน​เพื่อ​จะ​ได้​อาหาร​ทิพย์​ที่​ให้​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป บุตร​มนุษย์​จะ​ให้​อาหารทิพย์​นั้น​กับ​พวก​คุณ เพราะ​พระเจ้า​พระบิดา​ให้​สิทธิอำนาจ​กับ​บุตร​มนุษย์​ที่​จะ​ทำ​สิ่งนี้”
๒๘
พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “แล้ว​พวก​เรา​ควร​จะ​ทำงาน​อะไร​ล่ะ พระเจ้า​ถึง​จะ​พอใจ”
๒๙
พระเยซู​ตอบ​ว่า “งาน​ที่​จะ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​คือ การไว้วางใจ​คนๆ​นั้น​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา”
๓๐
พวกเขา​ถาม​อีก​ว่า “อาจารย์​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อะไร​ให้​ดู​ล่ะ เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​ส่ง​อาจารย์​มา ตกลง​ว่า​จะ​ทำ​อะไร​ให้​ดู​ล่ะ
๓๑
บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เคย​กิน​มานา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ตาม​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘เขา​ได้​ให้​ขนมปัง​จาก​สวรรค์​กับ​พวก​เขา’”
๓๒
พระเยซู​พูด​ว่า “จริงๆ​แล้ว​โมเสส​ไม่​ได้​เป็น​คน​ที่​ให้​ขนมปัง​จาก​สวรรค์​นั้น​กับ​คุณ​หรอก แต่​เป็น​พระบิดา​ของ​เรา​ต่างหาก​ที่​กำลัง​ให้​อาหาร​อัน​แท้จริง​จาก​สวรรค์​กับ​คุณ
๓๓
เพราะ​ขนมปัง​จาก​พระเจ้านั้น​ก็​คือ​คน​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ และ​ให้​ชีวิต​กับ​โลกนี้”
๓๔
พวก​เขา​จึง​ว่า “ท่าน​ครับ ถ้า​อย่าง​นั้น ให้​ขนมปัง​นั้น​กับ​พวก​เรา​ตลอด​ไป​ด้วย​เถอะ”
๓๕
พระเยซู​พูด​ว่า “ตัว​เรา​นี่​แหละ​คือ​ขนมปัง​ที่​ให้​ชีวิต คน​ที่​มาหา​เรา​จะ​ไม่​หิว​อีก​เลย และ​คน​ที่​ไว้วางใจ​เรา​จะ​ไม่​กระหาย​น้ำ​อีก​เลย
๓๖
แต่​ก็​อย่าง​ที่​เรา​พูด​แล้ว พวก​คุณ​ได้​เห็น​เรา​แล้ว แต่​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​ไว้วางใจ​เรา​อยู่​ดี
๓๗
ทุก​คน​ที่​พระบิดา​ยกให้กับ​เรา ก็​จะ​มา​หา​เรา และ​ใคร​ก็​ตาม​ที่​มา​หา​เรา เรา​จะ​ไม่​ไล่​เขา​ไป​จาก​เรา​เลย
๓๘
เพราะ​เรา​ไม่​ได้​ลง​มา​จาก​สวรรค์​เพื่อ​ทำ​ตามใจ​ตัวเอง แต่​มา​เพื่อ​ทำ​ตามใจ​ของ​พระองค์​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา
๓๙
นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระ​บิดา​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​อยาก​ให้​เรา​ทำ คือ​ให้​เก็บ​รักษา​ทุก​คน​ที่​พระองค์​ยก​ให้​กับ​เรา​ไว้​ไม่​ให้​สูญ​หาย​ไป​สัก​คน​เดียว และ​ทำ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย
๔๐
พระบิดา​ของ​เรา​อยาก​ให้​ทุก​คน​ที่​เห็น​พระบุตร​และ​ไว้วางใจ​พระบุตร​นั้น มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​พวก​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย”
๔๑
พวกยิว​เริ่ม​บ่น​พึมพำ​กัน​เรื่อง​ที่​พระเยซู​พูด​ว่า “เรา​คือ​ขนมปัง​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์”
๔๒
พวกยิว​พูด​กัน​ว่า “นี่​มัน​เจ้า​เยซู ลูก​ของ​โยเซฟ ที่​เรา​ก็​รู้จัก​ทั้งพ่อ​และแม่​ของ​มัน​ไม่ใช่หรือ โธ่เอ๊ย แล้ว​มัน​พูด​ได้​อย่างไร​ว่า ‘เรา​ลง​มา​จาก​สวรรค์’”
๔๓
พระเยซู​พูด​ขึ้น​ว่า “เลิก​บ่น​กัน​ได้​แล้ว
๔๔
ไม่​มี​ใคร​มาหา​เรา​ได้ นอกจาก​ว่า​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา​จะ​พา​เขา​มาหา​เรา และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย
๔๕
ผู้พูดแทนพระเจ้า​เขียน​ไว้​ว่า ‘พระเจ้า​จะ​สั่งสอน​พวก​เขา​ทุก​คน’ ทุก​คน​ที่​ได้​ฟัง​และ​เรียนรู้​จาก​พระบิดา​ก็​จะ​มาหา​เรา
๔๖
(ไม่​มี​ใคร​เคย​เห็น​พระบิดา นอกจาก​ผู้​ที่​มา​จาก​พระบิดา​ผู้​เคย​เห็น​พระองค์)
๔๗
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ไว้วางใจ​เรา​ก็​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป
๔๘
เรา​เป็น​ขนมปัง​ที่​ให้​ชีวิต
๔๙
บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ได้​กิน​มานา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง สุดท้าย​พวก​เขา​ก็​ตาย​กัน​ไป​หมด
๕๐
แต่​คน​ไหน​กิน​ขนมปัง​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ คน​นั้น​จะ​ไม่​ตาย​อีก​เลย
๕๑
เรา​เป็น​ขนมปัง​จาก​สวรรค์​ที่​ให้​ชีวิต คน​ที่​กิน​ขนมปังนี้​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป ขนมปังนี้​คือ​เนื้อหนัง​ของ​เรา ที่​เรา​จะ​ให้​เพื่อ​คน​ใน​โลกนี้​จะ​ได้​มี​ชีวิต”
๕๒
พวกยิว​ก็​เริ่ม​เถียง​กัน​เอง​ว่า “ผู้ชาย​คนนี้​จะ​เอา​เนื้อหนัง​ของ​เขา​ให้​พวก​เรา​กิน​ได้​ยังไง”
๕๓
พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​กิน​เนื้อหนัง และ​ไม่​ดื่ม​เลือด​ของ​บุตร​มนุษย์ คุณ​ก็​ไม่​มี​ชีวิต​ที่​แท้จริง
๕๔
คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​เลือด​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป เรา​จะ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย
๕๕
เพราะ​เนื้อ​ของ​เรา​เป็น​อาหารแท้ และ​เลือด​ของ​เรา​ก็​เป็น​เครื่องดื่ม​แท้
๕๖
คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​เลือด​ของ​เรา​ก็​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​เรา และ​เรา​ก็​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​เขา
๕๗
พระบิดา​ผู้มีชีวิต​อยู่​ส่ง​เรา​มา และ​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​ก็​เพราะ​พระบิดา ดังนั้น​คน​ที่​กิน​เลือดเนื้อ​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​เพราะ​เรา​เหมือน​กัน
๕๘
นี่​คือ​ขนมปัง​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ซึ่ง​ไม่​เหมือน​กับ​มานา​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ได้​กิน แล้ว​สุดท้าย​ก็​ยัง​ต้อง​ตายกัน แต่​คน​ที่​ได้​กิน​ขนมปังนี้​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป”
๕๙
พระเยซู​พูด​เรื่อง​เหล่านี้ ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​สอน​อยู่​ใน​ที่ประชุม​ชาวยิว​ใน​เมือง​คาเปอรนาอุม
๖๐
เมื่อ​ศิษย์​หลาย​คน​ได้ยิน​เรื่อง​เหล่านี้ ก็​บ่น​กัน​ว่า “ใคร​จะ​ไป​ยอมรับ​คำสอน​ยากๆ​อย่างนี้​ได้”
๖๑
พระเยซู​รู้​ว่า​พวกศิษย์​กำลัง​บ่นกัน​ถึง​เรื่องนี้ พระองค์​จึง​ถาม​ว่า “คำสอน​เหล่านี้​ทำ​ให้​พวก​คุณ​ตะลึงงัน​ไป​เลย​หรือ
๖๒
แล้ว​พวกคุณ​จะ​ว่า​ยังไง ถ้า​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​ขึ้น​ไป​สวรรค์​ที่​พระองค์​เคย​อยู่​มา​ก่อน
๖๓
ไม่​ใช่​พละกำลัง​ของ​มนุษย์​ที่​เป็น​ผู้​ให้​ชีวิต แต่​เป็น​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า คำพูด​ที่​เรา​ได้​บอก​พวก​คุณ​นี้แหละ จะ​นำ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​มา​ให้​กับ​คุณ เป็น​พระวิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต
๖๔
แต่​พวก​คุณ​บางคน​ก็​ไม่​เชื่อ” (ตั้ง​แต่​เริ่มแรก​พระเยซู​ก็​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​ไหน​จะ​ไม่​เชื่อ และ​คน​ไหน​ที่​จะ​หักหลัง​พระองค์)
๖๕
แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “ก็​เพราะ​อย่างนี้​เรา​ถึง​บอก​คุณ​ว่า ‘ไม่​มี​ใคร​มา​ถึง​เรา​ได้ นอกจาก​พระบิดา​จะ​ทำให้​เขา​สามารถ​มา​ได้’”
๖๖
หลังจาก​ที่​พระเยซู​พูด​อย่าง​นั้น ศิษย์​จำนวน​มาก​ก็​ทิ้ง​พระเยซู​ไป
๖๗
แล้ว​พระเยซู​ถาม​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ว่า “พวก​คุณ​คง​จะ​ไม่ทิ้ง​เรา​ไป​ด้วย​มั้ง”
๖๘
ซีโมน เปโตร​ตอบ​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวก​เรา​ทิ้ง​อาจารย์​ไปหา​ใคร​อีก​ล่ะ​ครับ อาจารย์​มี​คำพูด​ที่​ให้​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป
๖๙
พวก​เรา​เชื่อ​และ​รู้​แล้ว​ว่า​อาจารย์​เป็น​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า”
๗๐
พระเยซู​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​คน​เลือก​พวก​คุณ​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา​เอง​ถูก​ไหม แต่​คน​หนึ่ง​ใน​พวกคุณ​เป็น​มารร้าย”
๗๑
(พระองค์​หมายถึง​ยูดาส ลูก​ของ​ซีโมน อิสคาริโอท เพราะ​เขา​จะ​หักหลัง​พระองค์ แม้ว่า​เขา​เป็น​ศิษย์เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​นั้น​ก็​ตาม)











ยอห์น ๖:1
ยอห์น ๖:2
ยอห์น ๖:3
ยอห์น ๖:4
ยอห์น ๖:5
ยอห์น ๖:6
ยอห์น ๖:7
ยอห์น ๖:8
ยอห์น ๖:9
ยอห์น ๖:10
ยอห์น ๖:11
ยอห์น ๖:12
ยอห์น ๖:13
ยอห์น ๖:14
ยอห์น ๖:15
ยอห์น ๖:16
ยอห์น ๖:17
ยอห์น ๖:18
ยอห์น ๖:19
ยอห์น ๖:20
ยอห์น ๖:21
ยอห์น ๖:22
ยอห์น ๖:23
ยอห์น ๖:24
ยอห์น ๖:25
ยอห์น ๖:26
ยอห์น ๖:27
ยอห์น ๖:28
ยอห์น ๖:29
ยอห์น ๖:30
ยอห์น ๖:31
ยอห์น ๖:32
ยอห์น ๖:33
ยอห์น ๖:34
ยอห์น ๖:35
ยอห์น ๖:36
ยอห์น ๖:37
ยอห์น ๖:38
ยอห์น ๖:39
ยอห์น ๖:40
ยอห์น ๖:41
ยอห์น ๖:42
ยอห์น ๖:43
ยอห์น ๖:44
ยอห์น ๖:45
ยอห์น ๖:46
ยอห์น ๖:47
ยอห์น ๖:48
ยอห์น ๖:49
ยอห์น ๖:50
ยอห์น ๖:51
ยอห์น ๖:52
ยอห์น ๖:53
ยอห์น ๖:54
ยอห์น ๖:55
ยอห์น ๖:56
ยอห์น ๖:57
ยอห์น ๖:58
ยอห์น ๖:59
ยอห์น ๖:60
ยอห์น ๖:61
ยอห์น ๖:62
ยอห์น ๖:63
ยอห์น ๖:64
ยอห์น ๖:65
ยอห์น ๖:66
ยอห์น ๖:67
ยอห์น ๖:68
ยอห์น ๖:69
ยอห์น ๖:70
ยอห์น ๖:71






ยอห์น 1 / ยอห์น 1
ยอห์น 2 / ยอห์น 2
ยอห์น 3 / ยอห์น 3
ยอห์น 4 / ยอห์น 4
ยอห์น 5 / ยอห์น 5
ยอห์น 6 / ยอห์น 6
ยอห์น 7 / ยอห์น 7
ยอห์น 8 / ยอห์น 8
ยอห์น 9 / ยอห์น 9
ยอห์น 10 / ยอห์น 10
ยอห์น 11 / ยอห์น 11
ยอห์น 12 / ยอห์น 12
ยอห์น 13 / ยอห์น 13
ยอห์น 14 / ยอห์น 14
ยอห์น 15 / ยอห์น 15
ยอห์น 16 / ยอห์น 16
ยอห์น 17 / ยอห์น 17
ยอห์น 18 / ยอห์น 18
ยอห์น 19 / ยอห์น 19
ยอห์น 20 / ยอห์น 20
ยอห์น 21 / ยอห์น 21