A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

โรม ๙

ผม​กำลัง​พูด​ความจริง​ใน​พระคริสต์ ไม่​ได้​พูด​โกหก และ​ใจ​ของ​ผม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​นำ​อยู่​ยืนยัน​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​กำลัง​จะ​พูดนี้
ผม​เป็น​ทุกข์​มาก​และ​ปวด​ร้าว​ใจ​อยู่​ตลอด​เวลา
ถ้า​มัน​จะ​ทำให้​พี่น้อง​ยิว​ที่​เป็น​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​ของ​ผม​รอด ผม​ก็​จะ​ขอ​ให้​ตัวเอง​ถูก​สาปแช่ง​และ​ถูก​ตัดขาด​จาก​พระคริสต์
พวก​เขา​เป็น​คน​อิสราเอล ที่​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษ​หลาย​อย่าง คือ​พระเจ้า​รับ​พวก​เขา​มา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์ ให้​เขา​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ พระองค์​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ต่างๆ​กับ​เขา ให้​กฎ​ของ​พระองค์​กับ​เขา ให้​เขา​รู้​ถึง​วิธี​นมัสการ​พระองค์​ใน​วิหาร และ​ยัง​ให้​คำ​สัญญา​ต่างๆ​อีก
รวมทั้ง​ให้​เขา​มี​บรรพบุรุษ​ที่​ยิ่งใหญ่​ด้วย และ​พระคริสต์​ตอน​ที่​มา​เกิด​เป็น​มนุษย์​ก็​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​พวก​เขา ขอ​ให้​พระเจ้า​ผู้​อยู่​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอด​ไป อาเมน
คน​เรา​จะ​พูด​ว่า​พระเจ้า​ผิด​สัญญา​ไม่​ได้​หรอก เพราะ​ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสราเอล จะ​เป็น​ชาว​อิสราเอล​ที่​แท้จริง
และ​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​อับราฮัม​ทุก​คน​จะ​ถูก​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เขา เพราะ​พระเจ้า​บอก​กับ​อับราฮัม​ว่า “คน​ที่​จะ​นับว่า​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เจ้า​จะ​ต้อง​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสอัค​เท่านั้น”
แสดง​ว่า​ไม่​ใช่​ลูก​ทุก​คน​ของ​อับราฮัม​ที่​เกิด​ตาม​ธรรมชาติ​จะ​นับว่า​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า แต่​ต้อง​เป็น​ลูก​ที่​เกิด​จาก​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เท่านั้น​ถึง​จะ​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​จริง
คำ​สัญญา​นั้น​ว่า​ไว้​อย่างนี้​คือ “ปี​หน้า​เวลานี้ เรา​จะ​กลับ​มา และ​ซาราห์​จะ​คลอด​ลูกชาย”
๑๐
หรือ​อีก​ตัวอย่าง​หนึ่ง​ที่​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​คือ​ตอน​ที่​เรเบคาห์​ตั้ง​ท้อง​ลูกชาย​ฝาแฝด​กับ​อิสอัค​บรรพบุรุษ​ของ​เรา
๑๑
ก่อน​ที่​เด็ก​จะ​คลอด​ออก​มา​ทำ​ดี​หรือ​ชั่ว พระเจ้า​บอก​เรเบคาห์​ว่า “คน​พี่​จะ​รับใช้​คน​น้อง” เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​แผน​ที่​พระองค์​เลือก ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​การ​เลือก​ของ​พระเจ้า​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ​ของ​คน แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระเจ้า​ผู้​เรียก​เอง
๑๒
***
๑๓
ซึ่ง​เหมือน​กับ​ที่​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า “เรา​รัก​ยาโคบ แต่​เรา​เกลียด​เอซาว”
๑๔
แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง​ดี พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​หรือ ไม่​มี​ทาง
๑๕
เพราะ​พระองค์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​อยาก​จะ​เมตตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น เรา​อยาก​จะ​สงสาร​ใคร เรา​ก็​จะ​สงสาร​คน​นั้น”
๑๖
ดังนั้น​สิ่งนี้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​อยาก​ได้​หรือ​ความ​พยายาม​ของ​มนุษย์​หรอก แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เมตตา​ของ​พระเจ้า​ต่างหาก
๑๗
เพราะ​ใน​พระคัมภีร์​พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ว่า “ที่​เรา​ได้​ยก​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​นั้น ก็​เพื่อ​ว่า​คน​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์เดช​ของ​เรา​ใน​วิธี​ที่​เรา​ใช้​จัดการ​กับ​เจ้า และ​ชื่อเสียง​ของ​เรา​จะ​ได้​โด่ง​ดัง​ไป​ทั่ว​โลก”
๑๘
ดังนั้น​พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​เมตตา​คน​ไหน พระองค์​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ไหน​ดื้อด้าน พระองค์​ก็​จะ​ทำ​ให้​คน​นั้น​ดื้อด้าน
๑๙
เมื่อ​เป็น​อย่างนี้ คุณ​คง​จะ​พูด​กับ​ผม​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น พระองค์​ยัง​จะ​มา​โทษ​เรา​อีก​ทำไม เพราะ​ใคร​จะ​ไป​ขัดขืน​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์​ได้”
๒๐
โธ่​มนุษย์​เอ๋ย คุณ​คิด​ว่า​คุณ​เป็น​ใคร สิ่ง​ที่​ถูก​ปั้น​จะ​ย้อน​ถาม​คน​ปั้น​ได้​หรือ​ว่า “ทำไม​ถึง​ปั้น​เรา​แบบนี้”
๒๑
ช่าง​ปั้น​หม้อ​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​เอา​ดิน​เหนียว​ก้อน​เดียว​กัน​มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะ​หรูหรา​อัน​หนึ่ง​และ​ภาชนะ​ธรรมดา​อีก​อัน​หนึ่ง​หรือ​อย่างไร
๒๒
แล้ว​เรื่องนี้​จะ​ว่า​ไง พระเจ้า​ตั้งใจ​จะ​ลงโทษ​และ​แสดง​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์ พระองค์​ต้อง​อดทน​อด​กลั้น​อย่าง​มาก​กับ​คน​พวก​นั้น​ที่​สมควร​ถูก​ลงโทษ​และ​ถูก​ทำลาย
๒๓
ที่​พระองค์​ทำ​อย่างนี้ ก็​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​มหาศาล​ต่อ​คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เมตตา​และ​ที่​พระองค์​ได้​เตรียม​ไว้​รับ​สง่าราศี
๒๔
คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เรียก​มา​ก็​คือ​พวก​เรา​นี่​เอง พระองค์​ไม่​ได้​เรียก​เรา​จาก​พวก​ยิว​เท่านั้น แต่​จาก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย
๒๕
พระองค์​ได้​พูด​ถึง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิวนี้​ใน​หนังสือ​โฮเชยา​ว่า “คน​พวก​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา เรา​ก็​จะ​เรียกว่า​เป็น​คน​ของ​เรา และ​หญิง​คน​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​เรา​ไม่​ได้​รัก เรา​ก็​จะ​เรียก​ว่า​เป็น​ที่รัก​ของ​เรา”
๒๖
“ถึง​แม้ว่า​ครั้ง​หนึ่ง​พระองค์​เคย​พูด​ว่า เจ้า​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา แต่​เดี๋ยวนี้ เขา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่”
๒๗
แต่​อิสยาห์​ได้​ร้อง​เกี่ยว​กับ​คน​อิสราเอล​ออก​มา​ว่า “ถึง​แม้​ลูกๆ​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล จะ​มี​จำนวน​มาก​เหมือน​กับ​เม็ด​ทราย​ใน​ทะเล แต่​จะ​มี​ไม่​กี่​คน​เท่านั้น​ที่​จะ​รอด
๒๘
องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​ทำ​ให้​สิ่ง​ที่​พระองค์​พูด​สำเร็จ​ครบถ้วน​อย่าง​รวดเร็ว​ใน​โลกนี้”
๒๙
และ​ตาม​ที่​อิสยาห์​ได้​ทำนาย​ไว้​ว่า “ถ้า​องค์​เจ้า​ชีวิต​ผู้​ทรง​ฤทธิ์ ไม่​เหลือ​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ให้​กับ​เรา เรา​ก็​คง​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​สิ้น​ซาก​ไป​แล้ว เหมือน​กับ​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์”
๓๐
ถ้า​อย่างนั้น จะ​ว่า​ยังไง​ดี คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไม่​ได้​สนใจ​ว่า​พระองค์​จะ​ยอมรับ​เขา​หรือ​ไม่ แต่​พระเจ้า​กลับ​ยอมรับ​เขา และ​ที่​พระองค์​ยอมรับ​เขา​ก็​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ
๓๑
แต่​คน​อิสราเอล​แสวงหา​กฎ​ที่​กำหนด​ว่า​พระเจ้า​ต้องการ​อะไร​จาก​คน​ของ​พระองค์ แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​ได้​บรรลุ​ถึง​กฎ​นั้น
๓๒
ทำไม​ถึง​เป็น​อย่างนั้น​ล่ะ เพราะ​เขา​แสวงหา​กฎ​นั้น​เหมือน​กับ​มัน​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ แทน​ที่​จะ​พึ่ง​ความ​ไว้วางใจ เขา​ก็​เลย​สะดุด​หิน​ล้ม
๓๓
เหมือน​กับ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​ว่า “ดูสิ เรา​ได้​วาง​ก้อน​หิน​ก้อน​หนึ่ง​ไว้​ที่​ศิโยน​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​สะดุด เป็น​ศิลา​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ล้ม​ลง แต่​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​หิน​ก้อน​นั้น จะ​ไม่​มี​วัน​อับอาย”
โรม ๙:1
โรม ๙:2
โรม ๙:3
โรม ๙:4
โรม ๙:5
โรม ๙:6
โรม ๙:7
โรม ๙:8
โรม ๙:9
โรม ๙:10
โรม ๙:11
โรม ๙:12
โรม ๙:13
โรม ๙:14
โรม ๙:15
โรม ๙:16
โรม ๙:17
โรม ๙:18
โรม ๙:19
โรม ๙:20
โรม ๙:21
โรม ๙:22
โรม ๙:23
โรม ๙:24
โรม ๙:25
โรม ๙:26
โรม ๙:27
โรม ๙:28
โรม ๙:29
โรม ๙:30
โรม ๙:31
โรม ๙:32
โรม ๙:33
โรม 1 / โรม 1
โรม 2 / โรม 2
โรม 3 / โรม 3
โรม 4 / โรม 4
โรม 5 / โรม 5
โรม 6 / โรม 6
โรม 7 / โรม 7
โรม 8 / โรม 8
โรม 9 / โรม 9
โรม 10 / โรม 10
โรม 11 / โรม 11
โรม 12 / โรม 12
โรม 13 / โรม 13
โรม 14 / โรม 14
โรม 15 / โรม 15
โรม 16 / โรม 16