A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ยอห์น ๑๒

หก​วัน​ก่อน​ถึง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย พระเยซู​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี​เพื่อ​หา​ลาซารัส คน​ที่​พระองค์​ทำ​ให้​ฟื้นขึ้น​มา​จาก​ความตาย
ลาซารัส และ​พี่สาว​ของ​เขา​ได้​เตรียม​อาหาร​เย็น​ไว้​ต้อนรับ​พระองค์ มารธา​ก็​คอย​ให้​บริการ​แขก ลาซารัส​นั่ง​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​โต๊ะ​เดียว​กับ​พระเยซู
มารีย์​เอา​น้ำมัน​หอม​นาระดา บริสุทธิ์​ที่​มี​ราคา​แพง​มาก​ครึ่ง​ลิตร​มา​เท​ลง​ที่​เท้า​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​พระเยซู และ​ใช้​ผม​ของ​ตัวเอง​เช็ด​เท้า​ของ​พระองค์​จน​แห้ง บ้าน​ทั้ง​หลัง​ก็​หอม​ฟุ้ง​ไป​ด้วย​กลิ่น​น้ำมัน​หอม
ยูดาส อิสคาริโอท ศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​พระเยซู​ที่​ต่อมา​ได้​ทรยศ​พระองค์​พูด​ว่า
“ทำไม​ไม่​เอา​น้ำมัน​หอมไป​ขาย แล้ว​เอา​เงิน​มา​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​จน คงจะ​ขาย​ได้​เงิน​เท่า​กับ​ค่า​แรง​เป็น​ปี เชียว​นะ”
(ที่​ยูดาส​พูด​อย่างนี้ ไม่​ใช่​เพราะ​เขา​เป็น​ห่วง​คน​จน แต่​เพราะ​เขา​เป็น​หัวขโมย ชอบ​ยักยอก​เงิน​ใน​ถุง​ส่วนรวม​ที่​เขา​เป็น​คน​ดูแล)
พระเยซู​พูด​ว่า “อย่า​ยุ่ง​กับ​นาง นาง​ทำ​ถูก​แล้ว​ล่ะ​ที่​ได้​เก็บ​น้ำมัน​หอม​นั้น​ไว้​จน​ถึง​วันนี้​ซึ่ง​เป็น​วัน​เตรียม​ฝังศพ​ของ​เรา
คุณ​จะ​มี​คน​จน​อยู่​ด้วย​เสมอ แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​พวก​คุณ​เสมอ​ไป”
เมื่อ​คน​ยิว​เป็น​จำนวน​มาก​รู้​ว่า​พระเยซู​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ไป​ที่​นั่น ไม่​ใช่​จะ​มาหา​พระเยซู​เท่านั้น แต่​อยาก​จะ​มา​ดู​ลาซารัส คน​ที่​พระองค์​ทำ​ให้​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​ด้วย
๑๐
ดังนั้น​พวก​หัวหน้า​นักบวช​จึง​ได้​วางแผน​ฆ่า​ลาซารัส​ด้วย
๑๑
เพราะ​เรื่อง​ที่​เกิด​กับ​ลาซารัส​ทำ​ให้​พวกยิว​หลาย​คน​ทิ้ง​หัวหน้า​นักบวช​พวก​นั้น แล้ว​มา​ไว้วางใจ​พระเยซู
๑๒
วัน​ต่อมา​คน​จำนวน​มาก​ที่​มา​ร่วม​งาน​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​ได้ยิน​ว่า พระเยซู​กำลัง​เดินทาง​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม
๑๓
พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ถือ​กิ่ง​ปาล์ม​ออก​ไป​ต้อนรับ​พระองค์ และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ไชโย ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต คือ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล”
๑๔
พระเยซู​เจอ​ลา​หนุ่ม​ตัว​หนึ่ง​จึง​ขึ้น​ขี่ เหมือน​กับ​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​ว่า
๑๕
“เมือง​ศิโยน​เอ๋ย ไม่​ต้อง​กลัว ดู​นั่น​สิ กษัตริย์​ของ​เจ้า​กำลัง​มา พระองค์​ขี่​หลัง​ลา​หนุ่ม”
๑๖
(ใน​ตอน​แรก​พวกศิษย์​ของ​พระองค์​ยัง​ไม่​เข้าใจ​เหตุการณ์นี้ แต่​เมื่อ​พระเยซู​ฟื้นขึ้น​มา​จาก​ความตาย​และ​รับ​เกียรติ​อัน​ยิ่งใหญ่​แล้ว พวกเขา​ถึง​นึก​ขึ้น​ได้​ว่า​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า พวก​เขา​จะ​ทำ​อย่างนี้​ต่อ​พระเยซู)
๑๗
คน​จำนวน​มาก​ที่​อยู่​กับ​พระเยซู​ตอน​ที่​พระองค์​เรียก​ลาซารัส​ออก​มา​จาก​อุโมงค์ฝังศพ​และ​ทำ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​จากความ​ตาย​นั้น ได้​พูด​ต่อๆ​กัน​ไป​ถึง​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น
๑๘
ทำ​ให้​มี​คน​จำนวน​มาก​พา​กัน​มา​หา​พระเยซู เพราะ​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​อัศจรรย์นี้
๑๙
พวกฟาริสี จึง​พูด​กัน​ว่า “เห็น​ไหม แผน​ของ​พวก​เรา​ที่​จะ​ต่อต้าน​เขา​ล้ม​เหลว​ไม่​เป็น​ท่า โลก​ทั้ง​โลก​ไป​ติดตาม​เขา​หมด​แล้ว”
๒๐
ใน​ช่วง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​มี​พวก​กรีก​บางคน​มา​กราบไหว้บูชา​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ด้วย
๒๑
พวก​กรีก​ได้​ไป​หา​ฟีลิป ที่​มา​จาก​หมู่บ้าน​เบธไซดา​ใน​แคว้น​กาลิลี และ​พูด​ว่า “คุณ​ครับ พวก​เรา​อยาก​จะ​เจอ​พระเยซู” ฟีลิป​บอก​อันดรูว์
๒๒
แล้ว​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​ไป​บอก​พระเยซู
๒๓
พระเยซู​บอก​เขา​ทั้งสอง​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​พระเจ้า​จะ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า บุตร​มนุษย์​นั้น​ยิ่งใหญ่​แค่​ไหน
๒๔
เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​เมล็ด​พืช​ไม่​ตก​ลง​ดิน​และ​ตาย มัน​ก็​จะ​เป็น​แค่​เมล็ด​เดียว​เหมือน​เดิม แต่​ถ้า​มัน​ตาย มัน​จะ​งอก​เป็น​เมล็ด​พืช​อีก​มากมาย
๒๕
คน​ที่รัก​ชีวิต​ของ​ตน​เอง​ก็​จะ​สูญเสีย​ชีวิต​ไป แต่​คน​ที่​เกลียด​ชีวิต​ของ​ตน​ใน​โลกนี้​ก็​จะ​ได้​รักษา​ชีวิต​ไว้​ให้​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป
๒๖
ถ้า​ใคร​รับใช้​เรา เขา​ก็​จะ​ต้อง​ติดตาม​เรา​ไป​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ที่​ไหน​ก็​ตาม คน​รับใช้​ของ​เรา​ก็​จะ​ต้อง​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย ถ้า​ใคร​รับใช้​เรา พระบิดา​ก็​จะ​ให้​เกียรติ​คน​นั้น”
๒๗
“ตอนนี้​เรา​กำลัง​กลุ้มใจ​มาก​จน​ไม่​รู้​จะ​พูด​ยังไง​ดี จะ​ให้​เรา​พูด​ว่า ‘พระบิดา ช่วย​ลูก​ให้​พ้น​จาก​ช่วง​เวลา​แห่ง​ความ​ทุกข์​นี้​ด้วย’ อย่าง​นั้น​หรือ เรา​เข้า​มา​ใน​โลกนี้​ก็​เพื่อ​จะ​ทน​ต่อ​ความทุกข์​นี้
๒๘
พระบิดา ขอ​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์” ทันใดนั้น ก็​มี​เสียง​ดัง​มา​จาก​สวรรค์​ว่า “เรา​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​แล้ว และ​เรา​จะ​ทำ​ต่อ​ไป”
๒๙
คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ได้ยิน​เสียง​จาก​ท้องฟ้า บางคน​บอก​ว่า​เป็น​เสียง​ฟ้าร้อง ส่วน​คน​อื่น​บอก​ว่า “ทูตสวรรค์​พูด​กับ​เขา”
๓๐
พระเยซู​จึง​บอก​ว่า “เสียง​ที่​ได้ยิน​นั้น เกิด​ขึ้น​เพื่อ​พวก​คุณ​ไม่​ใช่​เพื่อ​เรา
๓๑
ถึง​เวลา​ที่​โลกนี้​จะ​ถูก​ตัดสิน​แล้ว เจ้า​ผู้ครอบ​ครอง​โลกนี้ จะ​ถูก​ขับไล่​ออก​ไป
๓๒
เมื่อ​เรา​ถูก​ยก​ขึ้น จาก​แผ่นดิน​โลก เรา​ก็​จะ​ทำ​ให้​ทุกๆ​คน​มาหา​เรา”
๓๓
(พระองค์​พูด​อย่างนี้ เพื่อ​บอก​ให้​รู้​ว่า​พระองค์​จะ​ต้อง​ตาย​แบบ​ไหน)
๓๔
ฝูงชน​จึง​พูด​ขึ้น​มา​ว่า “ก็​ไหน​พระคัมภีร์​บอก​ว่า พระคริสต์ จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป แล้ว​ทำไม​ท่าน​มา​พูด​ว่า ‘บุตร​มนุษย์​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น’ ‘บุตร​มนุษย์’ คือ​ใคร​หรือ”
๓๕
พระเยซู​บอก​ว่า “ความสว่าง​จะ​อยู่​กับ​พวกคุณ​อีก​ประเดี๋ยวเดียว เพราะฉะนั้น​ให้​เดิน​ใน​ขณะ​ที่​ยัง​มี​ความสว่าง​อยู่ เพื่อ​เมื่อ​ความมืด​มา​ถึง มัน​จะ​ได้​ไม่​ปกคลุม​พวกคุณ เพราะ​คน​ที่​เดิน​อยู่​ใน​ความมืด​จะ​มอง​ไม่​เห็น​ว่า​จะ​ไป​ทาง​ไหน
๓๖
ให้​ไว้วางใจ​ใน​ความสว่าง​นั้น​ใน​ขณะ​ที่​พวกคุณ​ยัง​มี​ความสว่าง​อยู่ แล้ว​พวกคุณ​จะ​ได้​เป็น​ลูก​ของ​ความสว่าง” เมื่อ​พูด​จบ​แล้ว​พระองค์​ก็​จาก​ไป และ​ได้​ซ่อน​ตัว​จาก​ฝูงชน
๓๗
ทั้งๆ​ที่​พระเยซู​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​มากมาย​ต่อหน้า​ฝูงชน แต่​พวก​เขา​ก็​ยัง​ไม่​เชื่อ​พระองค์
๓๘
ซึ่ง​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต มี​ใคร​บ้าง​ที่​เชื่อ​เรื่อง​ที่​เรา​บอก มี​ใคร​บ้าง​ที่​เห็น​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต”
๓๙
และ​ที่​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​อิสยาห์​ว่า
๔๐
“เรา​ทำ​ให้​ตา​ของ​พวก​เขา​บอด และ​ใจของ​พวก​เขา​ดื้อด้าน เพื่อ​ตา​ของ​พวกเขา​จะ​ได้​มอง​ไม่​เห็น และ​จิตใจ​ของ​พวกเขา​จะ​ได้​ไม่​เข้าใจ พวกเขา​จึง​ไม่​ได้​หัน​กลับ​มา​หา​เรา​เพื่อ​ให้​เรา​รักษา”
๔๑
อิสยาห์​พูด​อย่างนี้​เพราะ​เขา​เห็น​แล้ว​ว่า​ต่อ​ไป​ภายหน้า​พระเยซู​จะ​ยิ่งใหญ่​แค่​ไหน
๔๒
มี​พวก​ยิว​หลาย​คน​รวมทั้ง​พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​ได้​มา​เชื่อ​พระเยซู แต่​พวก​เขา​ไม่​กล้า​ยอมรับ​พระองค์​อย่าง​เปิดเผย เพราะ​กลัว​พวก​ฟาริสี และ​ไม่​อยาก​ถูก​ไล่​ออก​จาก​ที่​ประชุม​ชาวยิว
๔๓
พวก​เขา​รัก​เกียรติ​ที่​มา​จาก​มนุษย์​มาก​กว่า​เกียรติ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า
๔๔
พระเยซู​ได้​ตะโกน​ว่า “ใคร​ไว้วางใจ​เรา ไม่​ใด้​แค่​ไว้วางใจ​ใน​ตัวเรา​เท่านั้น แต่​ก็​ไว้วางใจ​พระบิดา​ผู้​ที่​ส่ง​เรา​มา​ด้วย
๔๕
คน​ที่​มอง​เห็น​เรา​ก็​เห็น​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา​ด้วย
๔๖
เรา​เข้า​มา​เป็น​แสงสว่าง​ให้​กับ​โลกนี้​เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​เรา​จะ​ไม่​อยู่​ใน​ความมืด​อีก​ต่อ​ไป
๔๗
ส่วน​คน​ที่​ฟัง​คำ​สั่งสอน​ของ​เรา​แต่​ไม่​ทำ​ตาม เรา​ก็​ไม่​ตัดสิน​ลงโทษ​เขา​หรอก เพราะ​เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​ตัดสิน​ลงโทษ​โลกนี้ แต่​เรา​มา​เพื่อ​จะ​ช่วย​โลกนี้​ให้​รอด
๔๘
แต่​จะ​มี​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​จะ​ตัดสิน​ลงโทษ​คน​ที่​ไม่​ยอมรับ​เรา​และ​คำพูด​ของ​เรา นั่น​ก็​คือ​คำพูด​ของ​เรา​นี้เอง​ที่​จะ​ลงโทษ​คน​เหล่า​นั้น​ใน​วัน​สุดท้าย
๔๙
เพราะ​คำพูด​เหล่านี้​เรา​ไม่​ได้​พูด​เอา​เอง แต่​พระบิดา​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​เป็น​ผู้​สั่ง​ให้​พูด
๕๐
และ​เรา​ก็​รู้​ว่า​คำสั่งนี้​ของ​พระองค์​จะ​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป เรา​ถึง​พูด​ตาม​ที่​พระบิดา​สั่ง”
ยอห์น ๑๒:1
ยอห์น ๑๒:2
ยอห์น ๑๒:3
ยอห์น ๑๒:4
ยอห์น ๑๒:5
ยอห์น ๑๒:6
ยอห์น ๑๒:7
ยอห์น ๑๒:8
ยอห์น ๑๒:9
ยอห์น ๑๒:10
ยอห์น ๑๒:11
ยอห์น ๑๒:12
ยอห์น ๑๒:13
ยอห์น ๑๒:14
ยอห์น ๑๒:15
ยอห์น ๑๒:16
ยอห์น ๑๒:17
ยอห์น ๑๒:18
ยอห์น ๑๒:19
ยอห์น ๑๒:20
ยอห์น ๑๒:21
ยอห์น ๑๒:22
ยอห์น ๑๒:23
ยอห์น ๑๒:24
ยอห์น ๑๒:25
ยอห์น ๑๒:26
ยอห์น ๑๒:27
ยอห์น ๑๒:28
ยอห์น ๑๒:29
ยอห์น ๑๒:30
ยอห์น ๑๒:31
ยอห์น ๑๒:32
ยอห์น ๑๒:33
ยอห์น ๑๒:34
ยอห์น ๑๒:35
ยอห์น ๑๒:36
ยอห์น ๑๒:37
ยอห์น ๑๒:38
ยอห์น ๑๒:39
ยอห์น ๑๒:40
ยอห์น ๑๒:41
ยอห์น ๑๒:42
ยอห์น ๑๒:43
ยอห์น ๑๒:44
ยอห์น ๑๒:45
ยอห์น ๑๒:46
ยอห์น ๑๒:47
ยอห์น ๑๒:48
ยอห์น ๑๒:49
ยอห์น ๑๒:50
ยอห์น 1 / ยอห์น 1
ยอห์น 2 / ยอห์น 2
ยอห์น 3 / ยอห์น 3
ยอห์น 4 / ยอห์น 4
ยอห์น 5 / ยอห์น 5
ยอห์น 6 / ยอห์น 6
ยอห์น 7 / ยอห์น 7
ยอห์น 8 / ยอห์น 8
ยอห์น 9 / ยอห์น 9
ยอห์น 10 / ยอห์น 10
ยอห์น 11 / ยอห์น 11
ยอห์น 12 / ยอห์น 12
ยอห์น 13 / ยอห์น 13
ยอห์น 14 / ยอห์น 14
ยอห์น 15 / ยอห์น 15
ยอห์น 16 / ยอห์น 16
ยอห์น 17 / ยอห์น 17
ยอห์น 18 / ยอห์น 18
ยอห์น 19 / ยอห์น 19
ยอห์น 20 / ยอห์น 20
ยอห์น 21 / ยอห์น 21