A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ยอห์น ๑๑

มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ลาซารัส​ล้ม​ป่วย เขา​มา​จาก​หมู่บ้าน​เบธานี ที่​มารีย์​และ​มารธา​พี่สาว​สอง​คน​ของ​เขา​อาศัย​อยู่
(มารีย์​คนนี้ เป็น​ผู้หญิง​ที่​ต่อมา​ได้​เท​น้ำมัน​หอม​ลง​บน​เท้า​ของ​พระเยซู แล้ว​เอา​ผม​ของ​เธอ​เช็ด​เท้า​ให้​พระองค์ ลาซารัส​คน​ที่​ป่วย​นี้​เป็น​น้องชาย​ของ​เธอ)
พี่สาว​ทั้งสอง​ก็​เลย​ส่ง​คน​ไป​บอก​พระเยซู​ว่า “ท่าน​อาจารย์ คน​ที่​อาจารย์​รัก​กำลัง​ล้ม​ป่วย​อยู่”
เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พระองค์​ก็​บอก​ว่า “ใน​ที่​สุด​แล้ว ผล​จาก​การป่วยนี้​จะ​ไม่​ใช่​ความตาย แต่​จะ​ทำ​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า​และ​ของ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ด้วย”
พระเยซู​รัก​มารธา รวม​ทั้ง​น้องสาว​ของ​เธอ​และ​ลาซารัส
แต่​เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​ว่า​ลาซารัส​กำลัง​ล้มป่วย​อยู่ พระองค์​ก็​ยัง​คง​อยู่​ที่​เดิม​ต่อ​ไป​อีก​สอง​วัน
หลังจาก​นั้น​พระองค์​จึง​บอก​พวกศิษย์​ว่า “กลับ​ไป​แคว้น​ยูเดีย​กัน​เถอะ”
พวก​ศิษย์​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “อาจารย์​ครับ เมื่อ​ไม่​กี่​วัน​ก่อน​พวกยิว​ที่​นั่น​พยายาม​เอา​หิน​ขว้าง​อาจารย์​ให้​ตาย อาจารย์​ยัง​จะ​กลับ​ไป​อีก​หรือ”
พระเยซู​ตอบ​ว่า “กลางวัน​มี​สิบสอง​ชั่วโมง​ไม่​ใช่​หรือ ถ้า​ใคร​เดิน​ตอน​กลางวัน ก็​จะ​ไม่​สะดุด​ล้ม เพราะ​มี​แสงสว่าง​จาก​โลกนี้
๑๐
แต่​ถ้า​ใคร​เดิน​ใน​ตอน​กลางคืน​ก็​จะ​สะดุด​ล้ม​เพราะ​ไม่​มี​แสงสว่าง”
๑๑
หลังจาก​ที่​พระองค์​พูด​อย่าง​นั้น​แล้ว​ก็​บอก​พวก​ศิษย์​ว่า “ลาซารัส​เพื่อน​ของ​พวก​เรา​กำลัง​หลับ​อยู่ แต่​เรา​จะ​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​ปลุก​เขา​ขึ้น​มา”
๑๒
พวก​ศิษย์​บอก​ว่า “อาจารย์ ถ้า​เขา​หลับ​อยู่​ก็​คง​จะ​ดี​ขึ้น”
๑๓
พระเยซู​หมาย​ความ​ว่า​ลาซารัส​ตาย​แล้ว แต่​พวก​ศิษย์​คิด​ว่า​พระองค์​หมายถึง​การนอนหลับ​ตาม​ปกติ
๑๔
พระเยซู​จึง​ต้อง​บอก​พวก​เขา​ตรงๆ​ว่า “ลาซารัส​ตาย​แล้ว
๑๕
และ​เพราะ​เห็นแก่​พวก​คุณ เรา​ถึง​ดีใจ​ที่​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่น เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​ไว้วางใจ​เรา พวก​เรา​ไปหา​เขา​กัน​เถอะ”
๑๖
โธมัส (ที่​ใครๆ​เรียกว่า “แฝด”) จึง​พูด​กับ​ศิษย์​คน​อื่นๆ​ว่า “ไป​พวก​เรา ไป​ตาย​ด้วย​กัน​กับ​อาจารย์”
๑๗
เมื่อ​พระเยซู​ไป​ถึง​เบธานี ก็​พบ​ว่า​ลาซารัส​ถูก​ฝัง​ใน​อุโมงค์​ได้​สี่​วัน​แล้ว
๑๘
หมู่บ้าน​เบธานี​อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​แค่​สาม​กิโลเมตร
๑๙
พวกยิว​หลาย​คน​ก็​มา​ปลอบใจ​มารธา​และ​มารีย์​ที่​ต้อง​สูญเสีย​น้องชาย​ไป
๒๐
เมื่อ​มารธา​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​มา เธอ​ออก​ไป​หา​พระองค์​โดย​ที่​มารีย์​ยัง​อยู่​ที่​บ้าน
๒๑
มารธา​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​คะ ถ้า​อาจารย์​อยู่​ที่​นี่ น้องชาย​ของ​พวก​เรา​ก็​คง​ไม่​ตาย
๒๒
แต่​ถึง​เดี๋ยวนี้​แล้ว​ดิฉัน​ก็​ยัง​รู้​ว่า​พระเจ้า​จะ​ให้​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​อาจารย์​ขอ”
๒๓
พระเยซู​พูด​ว่า “น้องชาย​ของ​คุณ​จะ​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​อีก”
๒๔
มารธา​พูด​ว่า “ดิฉัน​รู้​ว่า​เขา​จะ​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่​และ​มี​ชีวิต​อีก​ใน​วัน​สุดท้าย​ที่​ทุก​คน​จะ​ฟื้นขึ้น​มา”
๒๕
พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “เรา​เป็น​คน​ที่​ทำ​ให้​คน​ทั้งหลาย​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่​และ​ให้​ชีวิต​กับ​เขา ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​เรา​แม้​จะ​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​จะ​กลับ​มี​ชีวิต​ขึ้น​มา​ใหม่​อีก
๒๖
และ​ทุก​คน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​และ​ไว้วางใจ​ใน​เรา​ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​ตาย มารธา​เชื่อ​อย่าง​นั้น​ไหม”
๒๗
มารธา​ตอบ​พระองค์​ว่า “ค่ะ​ท่าน ดิฉัน​เชื่อ​ว่า​ท่าน​คือ​พระคริสต์​พระบุตร​ของ​พระเจ้า ท่าน​คือ​ผู้​นั้น​ที่​ผู้คน​กำลัง​คอย​กัน​ว่า​จะ​เข้า​มา​ใน​โลกนี้”
๒๘
หลังจาก​ที่​มารธา​พูด​อย่างนี้​แล้ว เธอ​ก็​กลับ​ไป​บอก​มารีย์​น้องสาว​ของ​เธอ​เป็น​การส่วน​ตัว “อาจารย์​มา​แล้ว และ​ถาม​หา​น้อง​อยู่”
๒๙
เมื่อ​มารีย์​ได้ยิน​ว่า พระเยซู​มา เธอ​ก็​รีบ​ไป​หา​พระองค์
๓๐
(พระเยซู​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​มา​ใน​หมู่บ้าน แต่​ยัง​คง​อยู่​ที่​เดิม​ที่​มารธา​ไป​หา)
๓๑
เมื่อ​พวก​ยิว​ที่​ปลอบใจ​มารีย์​อยู่​ใน​บ้าน​เห็น​มารีย์​รีบ​ลุก​ขึ้น​ออก​ไป พวกเขา​ก็​ตาม​เธอ​ไป เพราะ​คิด​ว่า​เธอ​จะ​ไป​ร้องไห้​ที่​หลุม​ฝังศพ
๓๒
เมื่อ​มารีย์​ไป​ถึง​ก็​เห็น​พระเยซู เธอ​ก้มลง​กราบ​ที่​เท้า​ของ​พระองค์ และ​คร่ำครวญ​ว่า “อาจารย์​คะ ถ้า​อาจารย์​อยู่​ที่​นี่ น้องชาย​ของ​ดิฉัน​ก็​คง​ไม่​ตาย”
๓๓
เมื่อ​พระเยซู​เห็น​มารีย์​ร้องไห้ และ​พวกยิว​ที่​ตาม​เธอ​มา​ร้องไห้​ด้วย พระองค์​ก็​รู้สึก​โกรธ และ​เป็น​ทุกข์
๓๔
พระองค์​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​เอา​ศพ​เขา​ไป​ฝัง​ไว้​ที่​ไหน” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ตาม​มา​ดู​สิ อาจารย์”
๓๕
พระเยซู​ร้องไห้
๓๖
พวกยิว​จึง​พูด​ว่า “ดูสิ เขา​รัก​ลาซารัส​มาก​ขนาด​ไหน”
๓๗
แต่​บางคน​ก็​พูด​ว่า “ผู้ชาย​คนนี้​ทำ​ให้​คน​ตาบอด​มองเห็น​ได้ แล้ว​ทำไม​เขา​จะ​ช่วย​ให้​ลาซารัส​รอด​ตาย ไม่​ได้​ล่ะ”
๓๘
พระเยซู​รู้สึก​โกรธ​อีก และ​เมื่อ​มา​ถึง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ลาซารัส​ก็​มี​หิน​ใหญ่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​อยู่
๓๙
พระองค์​จึง​สั่ง​ว่า “เลื่อน​หิน​ออก​ไป​สิ” มารธา​พี่สาว​ของ​ลาซารัส​จึง​บอก​พระองค์​ว่า “อาจารย์​คะ คง​เหม็น​แย่​แล้ว​ล่ะ เพราะ​เขา​ตาย​มา​สี่​วัน​แล้ว”
๔๐
พระเยซู​บอก​เธอ​ว่า “คุณ​ลืม​แล้ว​หรือ​ที่​เรา​บอก​ว่า ถ้า​คุณ​ไว้วางใจ คุณ​จะ​ได้​เห็น​ความยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า”
๔๑
พวก​เขา​จึง​เลื่อน​หิน​ออก แล้ว​พระเยซู​ก็​แหงน​หน้า​ขึ้น​พูด​ว่า “พระบิดา ลูก​ขอ​ขอบคุณ​พระองค์​ที่​ฟัง​ลูก
๔๒
ลูก​รู้​ว่า​พระองค์​ฟัง​ลูก​อยู่​เสมอ แต่​ที่​ลูก​พูด​ก็​เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​ส่ง​ลูก​มา”
๔๓
หลังจาก​พระเยซู​พูด​จบ พระองค์​ร้อง​ตะโกน​เสียง​ดัง​ว่า “ลาซารัส ออก​มา”
๔๔
ลาซารัส​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​เดิน​ออก​มา โดย​ที่​ยัง​มี​ผ้า​ลินินพัน​มือ​พัน​เท้า ที่​หน้า​ก็​มี​ผ้า​พัน​อยู่​รอบ พระเยซู​สั่ง​พวกเขา​ว่า “เอา​ผ้า​พวก​นั้น​ออก​ให้​เขา​หน่อย เขา​จะ​ได้​เป็น​อิสระ”
๔๕
เมื่อ​พวกยิว​หลาย​คน​ที่​มา​หา​มารีย์​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ ก็​พา​กัน​ไว้วางใจ​พระองค์
๔๖
แต่​มี​บางคน​ใน​พวก​นั้น​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​พวกฟาริสี​ฟัง
๔๗
พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ฟาริสี​จึง​เรียก​ประชุม​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน แล้ว​พูด​กัน​ว่า “พวก​เรา​จะ​ทำ​ยังไง​ดี ชาย​คนนี้​ได้​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​หลาย​อย่าง
๔๘
ถ้า​เรา​ขืน​ปล่อย​ให้​เป็น​อย่างนี้​ต่อ​ไป ประชาชน​จะ​แห่​กัน​ไป​เชื่อ​เขา​หมด และ​พวก​โรมัน​ก็​จะ​มา​ทำลาย​วิหาร​และ​ชาติ​ของ​เรา”
๔๙
แต่​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​หมู่​พวก​เขา​ชื่อ คายาฟาส ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​สูงสุด​ของ​นักบวช​ใน​ปี​นั้น พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ช่าง​ไม่​รู้​เรื่อง​อะไร​เลย
๕๐
แถม​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​ว่า การที่​จะ​ให้​ชาย​คน​หนึ่ง​ตาย​แทน​ประชาชน ก็​ยัง​ดี​กว่า​ให้​คน​ทั้ง​ชาติ​ต้อง​มา​ถูก​ทำลาย”
๕๑
คายาฟาส​ไม่​ได้​คิด​ที่​จะ​พูด​ขึ้น​มา​เอง แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​เขา​พูด​อย่าง​นั้น เพราะ​เขา​เป็น​หัวหน้า​สูงสุด​ของ​นักบวช​ใน​ปี​นั้น พระเจ้า​ก็​เลย​ทำ​ให้​คายาฟาส​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ว่า พระเยซู​กำลัง​จะ​ตาย​แทน​ชนชาติ​ยิว
๕๒
แล้ว​พระเยซู​ไม่​ได้​ตาย​แทน​ชนชาติ​ยิว​เท่านั้น แต่​พระองค์​ตาย​เพื่อ​รวบรวม​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ทุก​คน​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​โลก ให้​มา​อยู่​รวม​กัน​เป็น​หนึ่ง​เดียว
๕๓
ตั้งแต่​นั้น​เป็น​ต้น​มา พวก​เขา​ก็​หา​ทาง​ที่​จะ​ฆ่า​พระเยซู
๕๔
พระเยซู​จึง​ไม่​ไป​ไหน​มา​ไหน​อย่าง​เปิดเผย​ใน​หมู่​คน​ยิว​อีก พระองค์​ออก​จาก​หมู่บ้าน​เบธานี​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เอฟราอิม ซึ่ง​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง แล้ว​พระองค์​กับ​พวก​ศิษย์​ก็​พัก​อยู่​ที่​นั่น
๕๕
เมื่อ​ใกล้​ถึง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย มี​คน​มากมาย​จาก​ชนบท​หลั่งไหล​เข้า​มา​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อน​หน้า​เทศกาล​ไม่​กี่​วัน​เพื่อ​ชำระ​ตัว​ให้​บริสุทธิ์​สำหรับ​เทศกาล​นั้น
๕๖
ผู้คน​ได้​เที่ยว​มองหา​พระเยซู และ​เมื่อ​พวก​เขา​อยู่​ใน​บริเวณ​วิหาร ก็​ถาม​กัน​ว่า “เขา​จะ​มา​งานนี้​หรือ​เปล่า​นะ”
๕๗
พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ฟาริสี​สั่ง​ผู้คน​ว่า​ถ้า​ใคร​รู้​ว่า​พระเยซู​อยู่​ไหน​ก็​ให้​มา​บอก​เพื่อ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​ไป​จับ​พระองค์
ยอห์น ๑๑:1
ยอห์น ๑๑:2
ยอห์น ๑๑:3
ยอห์น ๑๑:4
ยอห์น ๑๑:5
ยอห์น ๑๑:6
ยอห์น ๑๑:7
ยอห์น ๑๑:8
ยอห์น ๑๑:9
ยอห์น ๑๑:10
ยอห์น ๑๑:11
ยอห์น ๑๑:12
ยอห์น ๑๑:13
ยอห์น ๑๑:14
ยอห์น ๑๑:15
ยอห์น ๑๑:16
ยอห์น ๑๑:17
ยอห์น ๑๑:18
ยอห์น ๑๑:19
ยอห์น ๑๑:20
ยอห์น ๑๑:21
ยอห์น ๑๑:22
ยอห์น ๑๑:23
ยอห์น ๑๑:24
ยอห์น ๑๑:25
ยอห์น ๑๑:26
ยอห์น ๑๑:27
ยอห์น ๑๑:28
ยอห์น ๑๑:29
ยอห์น ๑๑:30
ยอห์น ๑๑:31
ยอห์น ๑๑:32
ยอห์น ๑๑:33
ยอห์น ๑๑:34
ยอห์น ๑๑:35
ยอห์น ๑๑:36
ยอห์น ๑๑:37
ยอห์น ๑๑:38
ยอห์น ๑๑:39
ยอห์น ๑๑:40
ยอห์น ๑๑:41
ยอห์น ๑๑:42
ยอห์น ๑๑:43
ยอห์น ๑๑:44
ยอห์น ๑๑:45
ยอห์น ๑๑:46
ยอห์น ๑๑:47
ยอห์น ๑๑:48
ยอห์น ๑๑:49
ยอห์น ๑๑:50
ยอห์น ๑๑:51
ยอห์น ๑๑:52
ยอห์น ๑๑:53
ยอห์น ๑๑:54
ยอห์น ๑๑:55
ยอห์น ๑๑:56
ยอห์น ๑๑:57
ยอห์น 1 / ยอห์น 1
ยอห์น 2 / ยอห์น 2
ยอห์น 3 / ยอห์น 3
ยอห์น 4 / ยอห์น 4
ยอห์น 5 / ยอห์น 5
ยอห์น 6 / ยอห์น 6
ยอห์น 7 / ยอห์น 7
ยอห์น 8 / ยอห์น 8
ยอห์น 9 / ยอห์น 9
ยอห์น 10 / ยอห์น 10
ยอห์น 11 / ยอห์น 11
ยอห์น 12 / ยอห์น 12
ยอห์น 13 / ยอห์น 13
ยอห์น 14 / ยอห์น 14
ยอห์น 15 / ยอห์น 15
ยอห์น 16 / ยอห์น 16
ยอห์น 17 / ยอห์น 17
ยอห์น 18 / ยอห์น 18
ยอห์น 19 / ยอห์น 19
ยอห์น 20 / ยอห์น 20
ยอห์น 21 / ยอห์น 21