A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ลูกา ๙

พระเยซู​เรียก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา แล้ว​พระองค์​ก็​ให้​พวก​เขา​มี​ฤทธิ์​และสิทธิอำนาจ​เหนือ​ผี​ชั่ว​ทั้งหมด และ​รักษา​โรค​ภัย​ไข้​เจ็บ​ได้
แล้ว​พระองค์​ก็​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​ประกาศ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า และ​ให้​รักษา​คน​เจ็บป่วย
พระองค์​สั่ง​ว่า “ไม่​ต้อง​เอา​อะไร​ติดตัว​ไป​เลย ไม่ว่า​จะ​เป็น​ไม้เท้า ถุงย่าม อาหาร เงิน​หรือ​เสื้อผ้า​สำรอง
เมื่อ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​ไหน​แล้ว ก็​ให้​อยู่​ที่​นั่น​ตลอด​จน​กว่า​จะ​ออก​จาก​เมือง​นั้น​ไป
ถ้า​เมือง​ไหน​ไม่​ต้อนรับ ก็​ให้​ออก​จาก​เมือง​นั้น​ไป แล้ว​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า ด้วย เพื่อ​เป็น​การเตือน​พวก​เขา”
พวก​เขา​ก็​ได้​ไป​ประกาศข่าว​ดีนี้ ทั่ว​ทุก​หมู่บ้าน​และ​รักษา​คน​เจ็บป่วย​ด้วย
เมื่อ​เฮโรด ผู้ปกครอง​แคว้น​กาลิลี ได้ยิน​เรื่อง​ต่างๆ​ที่​เกิด​ขึ้น​นี้ ก็​มึนงง​สงสัย เพราะ​มี​คน​บอก​เขา​ว่า​พระเยซู “เป็น​ยอห์น​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย”
บางคน​ก็​บอก​ว่า “เป็น​เอลียาห์​ที่​มา​ปรากฏ​ให้​เห็น” แล้ว​บางคน​ก็​บอก​ว่า​เป็น “ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​หนึ่ง​จาก​สมัย​ก่อน​ที่​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่”
แต่​เฮโรด​พูด​ว่า “เรา​ตัด​หัว​ยอห์น​ไป​แล้ว แล้ว​คนนี้​ที่​เรา​ได้ยิน​คน​พูด​ถึง เป็น​ใคร​กัน​แน่” พระองค์​ก็​เลย​อยาก​จะ​เจอ​พระเยซู
๑๐
เมื่อ​พวก​ศิษย์​เอก​กลับ​มา ก็​เล่า​เรื่อง​ทุก​อย่าง​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ​และ​สอน ให้​กับ​พระเยซู​ฟัง แล้ว​พระองค์​จึง​พา​พวก​เขา​ปลีก​ตัว​ออก​ไป​ที่​เมือง​เบธไซดา
๑๑
เมื่อ​พวก​ชาวบ้าน​รู้​เข้า ก็​ตาม​พระองค์​ไป พระองค์​ก็​ต้อนรับ​พวก​เขา พร้อม​กับ​เล่า​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ให้​ฟัง และ​ยัง​ได้​รักษา​คน​ที่​เจ็บไข้ได้ป่วย​ด้วย
๑๒
พอ​ตก​เย็น ศิษย์เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​พา​กัน​มา​หา​พระเยซู พูด​ว่า “ส่ง​ชาวบ้าน​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​ไปหา​อาหาร​กิน​และ​หา​ที่​พัก​ตาม​หมู่บ้าน​หรือ​ไร่นา​ใกล้ๆนี้​ใน​คืนนี้ เพราะ​ที่​นี่​เปลี่ยว​มาก”
๑๓
แต่​พระเยซู​กลับ​บอก​ว่า “พวก​คุณ​หา​อะไร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ” พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​มี​แค่​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่า​นั้น ถ้า​จะ​ให้​มี​อาหาร​พอ​ก็​ต้อง​ไป​ซื้อ​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​ทุก​คน”
๑๔
ขณะ​นั้น​มี​ผู้ชาย​อยู่​ประมาณ​ห้าพัน​คน แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ถ้า​งั้น​ไป​บอก​ให้​พวก​เขา​นั่ง​กัน​เป็น​กลุ่มๆ กลุ่ม​ละ​ประมาณ​ห้าสิบ​คน”
๑๕
พวก​เขา​ก็​ไป​ทำ​ตาม ทุก​คน​นั่ง​ลง​เป็น​กลุ่มๆ
๑๖
พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน และ​ปลา​สอง​ตัว​ขึ้น​มา พร้อม​แหงน​หน้า​ขึ้น​มอง​ท้องฟ้า ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ เพื่อ​เอา​ไป​แบ่ง​ให้​กับ​ทุก​คน
๑๗
พวก​ชาวบ้าน​ต่าง​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​กิน​ได้​อีก​สิบสอง​เข่ง​เต็มๆ
๑๘
เมื่อ​พระเยซู​อธิษฐาน​อยู่​คน​เดียว พวก​ศิษย์​ก็​พา​กัน​มา​หา​พระองค์ พระองค์​จึง​ถาม​ว่า “ชาวบ้าน​พูด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร”
๑๙
พวก​เขา​ตอบ​ว่า “บางคน​ว่า​เป็น​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บางคน​ก็​ว่า​เป็น​เอลียาห์ แต่​บางคน​ว่า​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง​ใน​สมัย​ก่อน​ที่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่”
๒๐
พระองค์​จึง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​ล่ะ​ว่า​เรา​เป็น​ใคร” เปโตร​ตอบ​ว่า “เป็น​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า”
๒๑
พระเยซู​เตือน​พวก​เขา​ว่า​อย่า​บอก​ให้​ใคร​รู้
๒๒
พระองค์​พูด​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​หลาย​อย่าง พวก​ผู้นำ​ชาวยิว พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ก็​จะ​ไม่​ยอมรับ​พระองค์ และ​พระองค์​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่า แต่​พระองค์​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​วันที่​สาม”
๒๓
แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​กับ​ทุก​คน​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​ติดตาม​เรา ต้อง​เลิก​ตามใจ​ตัวเอง แล้ว​แบก​ไม้กางเขน​ของ​ตัวเอง​ตาม​เรา​ทุกๆ​วัน
๒๔
คน​ที่​อยาก​จะ​เอา​ตัว​รอด​จะ​ไม่​รอด แต่​คน​ที่​ยอม​สละ​ตัวเอง​เพื่อ​เรา​จะ​รอด
๒๕
มัน​จะ​ได้​กำไร​ตรง​ไหน ถ้า​ได้​โลก​ทั้งใบ แต่​เสีย​ตัวตน​หรือ​ถูก​ทำลาย​ไป
๒๖
คน​ไหน​ที่​อับอาย​ที่​จะ​ยอมรับ​เรา​และ​ถ้อย​คำ​ของ​เรา บุตร​มนุษย์​ก็​จะ​อับอาย​ที่​จะรับ​คน​นั้น​ด้วย​เหมือน​กัน​ใน​วัน​ที่​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​สง่าราศี​ของ​พระองค์ สง่าราศี​ของ​พระบิดา และ​ของ​พวก​ทูตสวรรค์​ที่​ศักดิ์สิทธิ์
๒๗
แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​จะ​ยัง​ไม่​ตาย​จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เสีย​ก่อน”
๒๘
หลัง​จาก​นั้น​ประมาณ​แปด​วัน​พระองค์​พา​เปโตร ยอห์น และ​ยากอบ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพื่อ​อธิษฐาน
๒๙
ใน​ขณะ​ที่​อธิษฐาน ใบหน้า​ของ​พระองค์​ก็​เปลี่ยน​ไป เสื้อผ้า​พระองค์​เปลี่ยน​เป็น​สีขาว​เปล่งประกาย​แวววาว
๓๐
อยู่ๆ​ก็​มี​ชาย​สอง​คน คือ​โมเสส​กับ​เอลียาห์ มา​พูด​คุย​อยู่​กับ​พระองค์​ที่​นั่น
๓๑
ทั้ง​สอง​เปล่ง​รัศมี​เจิดจ้า พวก​เขา​กำลัง​พูด​ถึง​การตาย​ของ​พระเยซู​ที่​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม
๓๒
ส่วน​เปโตร​กับ​เพื่อน​อีก​สอง​คน​นั้น​ง่วง​มาก แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ตื่น​เต็มที่ ก็​เห็น​รัศมี​อัน​เจิดจ้า​ของ​พระเยซู และ​เห็น​ชาย​สอง​คน​ยืน​อยู่​กับ​พระองค์
๓๓
เมื่อ​ชาย​สอง​คน​นั้น​กำลัง​จะ​ไป เปโตร​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ ดี​จัง​เลย​ที่​พวก​เรา​อยู่​ที่​นี่ เรา​จะ​ได้​สร้าง​เพิง​ขึ้น​สาม​หลัง สำหรับ​พระองค์​หนึ่ง​หลัง โมเสส​หนึ่ง​หลัง และ​เอลียาห์​อีก​หนึ่ง​หลัง” แต่​เปโตร​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​ตัวเอง​กำลัง​พูด​อะไร​ออก​ไป
๓๔
ขณะ​ที่​เปโตร​กำลัง​พูด​อยู่​นั้น ก็​มี​เมฆ​ลอย​มา​ปกคลุม​พวก​เขา​ไว้ พวก​เขา​กลัว​มาก
๓๕
มี​เสียง​หนึ่ง​ดัง​ออก​มา​จาก​เมฆ​ว่า “ท่าน​ผู้นี้​คือ​ลูก​ของ​เรา​ที่​เรา​เลือก​ไว้ ให้​เชื่อฟัง​ท่าน”
๓๖
เมื่อ​เสียง​นั้น​เงียบ​ลง พวก​เขา​ก็​เห็น​แต่​พระเยซู​เท่านั้น แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เรื่อง​ที่​ได้​เห็น​นี้​ไว้​ใน​ใจ ไม่​ได้​เล่า​ให้​ใคร​ฟัง​เลย​ใน​ตอน​นั้น
๓๗
วัน​ต่อมา เมื่อ​พวก​เขา​เดิน​ลง​มา​จาก​ภูเขา ชาวบ้าน​กลุ่ม​ใหญ่​มา​หา​พระเยซู
๓๘
ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูงชน​นั้น​ร้อง​ขึ้น​ว่า “อาจารย์​ครับ ช่วย​ลูก​ผม​ด้วย ผม​มี​ลูกชาย​เพียง​คน​เดียว​เท่านั้น
๓๙
ผี​ชั่ว​ชอบ​เข้า​สิง​เขา เขา​ก็​จะ​กรีดร้อง​ทันที บาง​ครั้ง​มัน​ก็​ทำ​ให้​เด็ก​ล้ม​ชักดิ้น​ชักงอ น้ำลาย​ฟูม​ปาก มัน​แทบ​จะ​ไม่​เคย​ออก​จาก​ตัว​เขา​เลย และ​ชอบ​ทำร้าย​เขา​อยู่​เรื่อย
๔๐
ผม​ได้​ขอร้อง​ให้​พวก​ศิษย์​ของ​ท่าน​ขับ​มัน​ออก​ไป แต่​พวก​เขา​ก็​ทำ​ไม่​ได้”
๔๑
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “พวก​ขาด​ความเชื่อ​และ​หัวดื้อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ไป​อีก​นาน​แค่​ไหน เรา​จะ​ต้อง​อดทน​กับ​พวก​คุณ​ไป​ถึง​ไหน พา​ลูก​คุณ​มา​นี่​ซิ”
๔๒
เมื่อ​เด็ก​นั้น​กำลัง​เดิน​เข้า​มา ผีชั่ว​ก็​ทำ​ให้​เขา​ล้มลง​ชักดิ้น​ชักงอ​กับ​พื้น พระเยซู​ได้​ตวาด​ไล่​ผีชั่ว​นั้น​ออก​ไป และ​รักษา​เด็ก​คน​นั้น แล้ว​ส่ง​คืน​ให้​กับ​พ่อ​ของ​เขา
๔๓
ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​ประหลาดใจ​มาก​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า ใน​ขณะ​ที่​ทุก​คน​กำลัง​ประหลาดใจ​กับ​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ​นั้น พระองค์​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า
๔๔
“ตั้งใจ​ฟัง​ให้​ดี​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​จะ​บอก บุตร​มนุษย์ จะ​ต้อง​ถูก​จับ​ส่ง​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​มนุษย์”
๔๕
แต่​พวก​ศิษย์​ไม่​เข้าใจ​ว่า​พระองค์​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร เพราะ​ความหมาย​ถูกซ่อน​ไป​จาก​ใจ​ของ​พวก​เขา ก็​เลย​ไม่​เข้าใจ แต่​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม
๔๖
พวก​เขา​เริ่ม​เถียง​กัน​ว่า ใน​กลุ่ม​พวก​เขา​ใคร​จะ​ได้​เป็น​ใหญ่​ที่สุด
๔๗
พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​คิด​อะไร​อยู่​ใน​ใจ พระองค์​จึง​พา​เด็ก​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​พระองค์
๔๘
แล้ว​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “คน​ที่​ต้อนรับ​เด็ก​เล็ก​อย่างนี้​เพราะ​เห็นแก่​เรา คน​นั้น​ก็​ต้อนรับ​เรา และ​คน​ที่​ต้อนรับ​เรา​ก็​ต้อนรับ​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา​ด้วย คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​ใน​หมู่​พวก​คุณ​นั่น​ล่ะ​คือ​คน​ที่​สำคัญ​ที่สุด”
๔๙
ยอห์น​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ พวก​เรา​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ขับ​ผีชั่ว​ออก​โดย​อ้าง​ชื่อ​ของ​อาจารย์ พวก​เรา​ก็​เลย​พยายาม​ห้าม​เขา เพราะ​เขา​ไม่​ใช่​พวก​เรา”
๕๐
พระเยซู​พูด​กับ​ยอห์น​ว่า “อย่า​ไป​ห้าม​เขา​เลย เพราะ​คน​ที่​ไม่​ได้​ต่อต้าน​คุณ​ก็​เป็น​พวก​คุณ​อยู่​แล้ว”
๕๑
เมื่อ​ใกล้​ถึง​เวลา​ที่​พระเยซู​จะ​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ พระองค์​ตัดสินใจ​แน่วแน่​ที่​จะ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม
๕๒
พระองค์​จึง​ส่ง​ศิษย์​บาง​คน​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน พวก​เขา​เข้า​ไป​ที่​หมู่บ้าน​ของ​ชาวสะมาเรีย เพื่อ​จัดเตรียม​สิ่ง​ต่างๆ​ให้​พร้อม​สำหรับ​พระองค์
๕๓
แต่​คน​ที่​นั่น​ไม่​ต้อนรับ​พระองค์ เพราะ​พวก​เขา​เห็น​ว่า​พระองค์​ตั้งใจ​จะ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม
๕๔
เมื่อ​ยากอบ​และ​ยอห์น ศิษย์​ของ​พระองค์​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “อาจารย์ จะ​ให้​เรา​สั่ง​ไฟ​จาก​สวรรค์​ลง​มา​เผาผลาญ​คน​พวกนี้​ให้​สิ้น​ซาก​ไป​เลย​ดี​ไหม​ครับ”
๕๕
แต่​พระเยซู​หัน​มา​ต่อว่า​พวก​เขา
๕๖
แล้ว​ออก​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ยัง​หมู่บ้าน​อื่น
๕๗
ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เดิน​ไป​ตาม​ถนน มี​ชาย​คน​หนึ่ง​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “ไม่ว่า​อาจารย์​จะ​ไป​ที่​ไหน ผม​จะ​ติด​ตาม​ไป​ด้วย”
๕๘
พระเยซู​จึง​ตอบ​ไป​ว่า “หมา​จิ้งจอก​ยัง​มี​โพรง นก​ยัง​มี​รัง แต่​บุตร​มนุษย์​ไม่​มี​แม้แต่​ที่​จะ​ซุก​หัว​นอน”
๕๙
พระองค์​พูด​กับ​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า “ตาม​เรา​มา” แต่​ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ขอ​อนุญาต​ไป​ฝังศพ​พ่อ​ก่อน​นะ​ครับ”
๖๐
พระเยซู​จึง​บอก​ว่า “ปล่อย​ให้​คน​ตาย​ฝัง​คน​ตาย​กัน​เอง​เถอะ ส่วน​คุณ​ให้​ไป​ประกาศ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เถอะ”
๖๑
ชาย​อีก​คน​หนึ่ง​พูด​ว่า “ผม​จะ​ตาม​พระองค์​ไป​แน่ แต่​ขอ​กลับ​ไป​ร่ำลา​คน​ที่​บ้าน​ก่อน​นะ​ครับ”
๖๒
พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ถ้า​คน​ที่​จับ​คันไถ​แล้ว​ยัง​ห่วง​หน้า​พะวง​หลัง​อยู่ คน​นั้น​ก็​ไม่​เหมาะสม​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”
ลูกา ๙:1
ลูกา ๙:2
ลูกา ๙:3
ลูกา ๙:4
ลูกา ๙:5
ลูกา ๙:6
ลูกา ๙:7
ลูกา ๙:8
ลูกา ๙:9
ลูกา ๙:10
ลูกา ๙:11
ลูกา ๙:12
ลูกา ๙:13
ลูกา ๙:14
ลูกา ๙:15
ลูกา ๙:16
ลูกา ๙:17
ลูกา ๙:18
ลูกา ๙:19
ลูกา ๙:20
ลูกา ๙:21
ลูกา ๙:22
ลูกา ๙:23
ลูกา ๙:24
ลูกา ๙:25
ลูกา ๙:26
ลูกา ๙:27
ลูกา ๙:28
ลูกา ๙:29
ลูกา ๙:30
ลูกา ๙:31
ลูกา ๙:32
ลูกา ๙:33
ลูกา ๙:34
ลูกา ๙:35
ลูกา ๙:36
ลูกา ๙:37
ลูกา ๙:38
ลูกา ๙:39
ลูกา ๙:40
ลูกา ๙:41
ลูกา ๙:42
ลูกา ๙:43
ลูกา ๙:44
ลูกา ๙:45
ลูกา ๙:46
ลูกา ๙:47
ลูกา ๙:48
ลูกา ๙:49
ลูกา ๙:50
ลูกา ๙:51
ลูกา ๙:52
ลูกา ๙:53
ลูกา ๙:54
ลูกา ๙:55
ลูกา ๙:56
ลูกา ๙:57
ลูกา ๙:58
ลูกา ๙:59
ลูกา ๙:60
ลูกา ๙:61
ลูกา ๙:62
ลูกา 1 / ลูกา 1
ลูกา 2 / ลูกา 2
ลูกา 3 / ลูกา 3
ลูกา 4 / ลูกา 4
ลูกา 5 / ลูกา 5
ลูกา 6 / ลูกา 6
ลูกา 7 / ลูกา 7
ลูกา 8 / ลูกา 8
ลูกา 9 / ลูกา 9
ลูกา 10 / ลูกา 10
ลูกา 11 / ลูกา 11
ลูกา 12 / ลูกา 12
ลูกา 13 / ลูกา 13
ลูกา 14 / ลูกา 14
ลูกา 15 / ลูกา 15
ลูกา 16 / ลูกา 16
ลูกา 17 / ลูกา 17
ลูกา 18 / ลูกา 18
ลูกา 19 / ลูกา 19
ลูกา 20 / ลูกา 20
ลูกา 21 / ลูกา 21
ลูกา 22 / ลูกา 22
ลูกา 23 / ลูกา 23
ลูกา 24 / ลูกา 24