A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

มาระโก ๗

พวก​ฟาริสี กับ​พวก​ครู​ผู้สอน​กฎปฏิบัติ​บาง​คน​ที่​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม พา​กัน​มา​หา​พระเยซู
พวก​เขา​เห็น​ศิษย์​บาง​คน​ของ​พระเยซู กิน​อาหาร​โดย​ไม่​ได้​ล้าง​มือ
(พวก​ฟาริสี และ​คนยิว​ทุก​คน​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​จน​กว่า​จะ​ได้​ล้าง​มือ​ตาม​ประเพณี​ที่​บรรพบุรุษ​ทำ​มา
เมื่อ​กลับ​มา​จาก​ตลาด​พวก​เขา​ก็​ต้อง​ทำ​พิธีจุ่ม​ตัวเอง​ก่อน​ที่​จะ​กิน​ข้าว นอก​จากนี้ ยัง​รักษา​ประเพณี​อื่นๆ​อีก​มาก​มาย​เช่น การ​ล้าง​ถ้วย เหยือก หม้อ​ทอง​สัมฤทธิ์ และ​เก้าอี้​เอน​สำหรับ​กิน​ข้าว)
ดังนั้น​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​พวกนี้​ถาม​พระเยซู​ว่า “ทำไม​ศิษย์​ของ​คุณ​ถึง​ไม่​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา​จาก​บรรพบุรุษ ทำไม​พวก​เขา​ถึง​ไม่​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร”
พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า พูด​ไว้​ถูกต้อง​เลย​เกี่ยวกับ​พวก​หน้าซื่อใจคด​อย่าง​พวก​คุณ​ที่​ว่า ‘คน​พวกนี้​นับถือ​เรา​แต่​ปาก​เท่า​นั้น แต่​ใจ​ของ​พวก​เขา​ห่าง​ไกล​จาก​เรา​มาก
จึง​ไม่​มี​ประโยชน์​ที่​เขา​จะ​บูชา​เรา เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​สอน​กัน​นั้น​เป็น​แค่​กฎ​ที่​มนุษย์​ตั้ง​ขึ้น’
พวก​คุณ​ละเลย​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​มนุษย์​สอน​ต่อๆ​กัน​มา”
แล้ว​พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “พวก​คุณ​นี่​เหลี่ยม​จัด​นะ เข้าใจ​หลีก​เลี่ยง​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา
๑๐
อย่าง​เช่น โมเสส​สอน​ว่า ‘ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่​ของ​ตน’ และ ‘คน​ที่​สาป​แช่ง​พ่อ​แม่​ต้อง​ตาย’
๑๑
แต่​พวก​คุณ​กลับ​สอน​ว่า​ไม่​ผิด​ที่​จะ​บอก​พ่อ​แม่​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ลูก​จะ​เอา​มา​ช่วย​พ่อ​แม่​ได้​นั้น ลูก​ได้​ยก​ให้​กับ​พระเจ้า​ไป​หมด​แล้ว’
๑๒
ทำ​อย่างนี้​เท่า​กับ​ว่า​พวก​คุณ​สอน​เขา​ไม่​ให้​ช่วยเหลือ​อะไร​พ่อ​แม่​เลย
๑๓
แบบนี้​พวก​คุณ​ก็​เลย​ยกเลิก​พระคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา และ​พวก​คุณ​ยัง​ทำ​อย่างนี้​กับ​อีก​หลายๆ​เรื่อง​ด้วย”
๑๔
พระองค์​เรียก​ฝูงชน​เข้า​มา และ​พูด​ว่า “ฟัง​ให้​ดีๆ​และ​เข้า​ใจ​ซะ​ด้วย​ว่า
๑๕
ไม่​มี​อะไร​เลย​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า มี​แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​ตัว​เขา​เท่า​นั้น ที่​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”
๑๖
***
๑๗
หลังจาก​ที่​พระเยซู​แยก​กับ​ชาว​บ้าน​แล้ว พระองค์​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน พวก​ศิษย์​ก็​เข้า​มา​ถาม​เกี่ยวกับ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้
๑๘
พระองค์​บอก​ว่า “พวก​คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​เหรอ ไม่​มี​อะไร​หรอก​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า
๑๙
เพราะ​มัน​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​จิตใจ แต่​มัน​ตก​ลง​ไป​ใน​ท้อง แล้ว​ก็​ถ่าย​ออก​มา” (ที่​พระองค์​พูด​อย่างนี้ ก็​แสดง​ว่า​อาหาร​ทุก​ชนิด​สะอาด​กิน​ได้​หมด)
๒๐
พระองค์​ก็​พูด​ต่อว่า “สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ตัว​คน​นั่น​แหละ​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า
๒๑
เพราะ​ที่​ออก​มา​จาก​ตัว​ก็​ออก​มา​จาก​จิตใจ และ​ใจ​นี่​เอง​เป็น​ที่​มา​ของ​ความคิด​ชั่วร้าย ความผิดบาป​ทางเพศ การลักขโมย การฆ่ากัน
๒๒
การมีชู้ ความโลภ ความชั่ว​ต่างๆ การหลอกลวง ราคะตัณหา การอิจฉา​ริษยา การนินทาว่าร้าย ความเย่อหยิ่งจองหอง และ ความโง่เขลา
๒๓
สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ทั้งหมดนี้​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​และ​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”
๒๔
พระเยซู​จาก​ที่​นั่น​เข้า​ไป​ยัง​เขตแดน​เมือง​ไทระ แล้ว​พระองค์​เข้า​ไป​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง ไม่​ต้องการ​ให้​คน​รู้ แต่​ก็​ไม่​สามารถ​ซ่อน​ตัว​ได้
๒๕
พอ​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ลูกสาว​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่​รู้​ว่า​พระองค์​มา เธอ​จึง​มา​กราบ​แทบ​เท้า​ของ​พระเยซู
๒๖
หญิง​คนนี้​เป็น​คน​กรีก เกิด​ที่​แคว้น​ฟีนีเซีย​ใน​ประเทศ​ซีเรีย เธอ​มา​ขอร้อง​ให้​พระเยซู​ช่วย​ขับไล่​ผี​ชั่ว​ที่​สิง​ลูกสาว​ของ​เธอ​อยู่
๒๗
แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “มัน​ไม่​ถูกต้อง​ที่​จะ​เอา​อาหาร​ของ​ลูกๆ​ไป​โยน​ให้​หมา​กิน ต้อง​ให้​ลูกๆ​กิน​อิ่ม​เสีย​ก่อน”
๒๘
แต่​เธอ​ตอบ​ว่า “ใช่​ค่ะ​ท่าน แต่​หมา​ก็​ยัง​ได้​กิน​เศษ​อาหาร​ของ​เด็กๆ​ที่​ตก​อยู่​ใต้​โต๊ะ​เลย”
๒๙
พระองค์​พูด​ว่า “ตอบ​ได้​ดี​มาก กลับ​ไป​บ้าน​เถอะ เพราะ​ผี​ชั่ว​ได้​ออก​จาก​ลูกสาว​คุณ​แล้ว”
๓๐
เมื่อ​เธอ​กลับ​ถึง​บ้าน ก็​เห็น​ลูกสาว​นอน​อยู่​บน​เตียง และ​ผี​ชั่ว​ได้​ออก​ไป​แล้ว
๓๑
พระองค์​ออก​จาก​เขตแดน​ของ​เมือง​ไทระ และ​เดิน​ผ่าน​เมือง​ไซดอน เพื่อ​จะ​ไป​ที่​ทะเลสาบ​กาลิลี โดย​ผ่าน​ทาง​แคว้น​เดคาโปลิศ
๓๒
มี​คน​พา​ชาย​หูหนวก​คน​หนึ่ง​ที่​พูด​ไม่​ค่อย​ได้​มาหา​พระเยซู พวก​เขา​ขอร้อง​ให้​พระองค์​วางมือ​บน​ชาย​คนนี้
๓๓
พระองค์​พา​ชาย​คนนี้​หลีก​ห่าง​ไป​จาก​ผู้คน พระองค์​เอา​นิ้ว​แยง​เข้า​ไป​ใน​หู​ของ​เขา แล้ว​เอา​น้ำลาย​ที่​พระองค์​บ้วน​ออก​มา​ไป​แตะ​ที่​ลิ้น​ของ​เขา
๓๔
แล้ว​พระองค์​เงย​หน้า​มอง​ท้องฟ้า จาก​นั้น​ถอนใจ​ยาว แล้ว​พูด​กับ​ชาย​คน​นั้น​ว่า “เอฟฟาธา” แปล​ว่า “เปิด​สิ”
๓๕
หู​ของ​เขา​ก็​ได้ยิน​ทันที และ​ลิ้น​ของ​เขา​ก็​ไม่​ขัด​และ​พูด​ได้​คล่อง​ชัดเจน
๓๖
พระองค์​สั่ง​พวก​เขา​ไม่​ให้​เล่า​เรื่อง​พวกนี้​ให้​ใคร​ฟัง แต่​ยิ่ง​พระองค์​สั่ง​ห้าม​มาก​เท่าไร พวก​เขา​ก็​ยิ่ง​ร่ำลือ​กัน​มาก​ขึ้น​เท่านั้น
๓๗
คน​ที่​ได้ยิน​ก็​ประหลาดใจ​มาก​และ​พูด​ว่า “ทุก​อย่าง​ที่​เขา​ทำ​นั้น​ยอดเยี่ยม​จริงๆ​ขนาด​คน​หูหนวก​ยัง​ทำ​ให้​ได้ยิน และ​คน​ใบ้​ยัง​ทำ​ให้​พูด​ได้”
มาระโก ๗:1
มาระโก ๗:2
มาระโก ๗:3
มาระโก ๗:4
มาระโก ๗:5
มาระโก ๗:6
มาระโก ๗:7
มาระโก ๗:8
มาระโก ๗:9
มาระโก ๗:10
มาระโก ๗:11
มาระโก ๗:12
มาระโก ๗:13
มาระโก ๗:14
มาระโก ๗:15
มาระโก ๗:16
มาระโก ๗:17
มาระโก ๗:18
มาระโก ๗:19
มาระโก ๗:20
มาระโก ๗:21
มาระโก ๗:22
มาระโก ๗:23
มาระโก ๗:24
มาระโก ๗:25
มาระโก ๗:26
มาระโก ๗:27
มาระโก ๗:28
มาระโก ๗:29
มาระโก ๗:30
มาระโก ๗:31
มาระโก ๗:32
มาระโก ๗:33
มาระโก ๗:34
มาระโก ๗:35
มาระโก ๗:36
มาระโก ๗:37
มาระโก 1 / มาระ 1
มาระโก 2 / มาระ 2
มาระโก 3 / มาระ 3
มาระโก 4 / มาระ 4
มาระโก 5 / มาระ 5
มาระโก 6 / มาระ 6
มาระโก 7 / มาระ 7
มาระโก 8 / มาระ 8
มาระโก 9 / มาระ 9
มาระโก 10 / มาระ 10
มาระโก 11 / มาระ 11
มาระโก 12 / มาระ 12
มาระโก 13 / มาระ 13
มาระโก 14 / มาระ 14
มาระโก 15 / มาระ 15
มาระโก 16 / มาระ 16