A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

มาระโก ๑๕

พอ​รุ่งเช้า​พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​ผู้​อาวุโส​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​สมาชิก​สภา แซนฮีดริน ก็​วางแผน​กัน​ว่า​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​พระเยซู​ดี พวก​เขา​มัด​พระเยซู​แล้ว​นำ​ตัว​ไป​มอบ​ให้​กับ​ปีลาต
ปีลาต​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ” พระเยซู​ก็​ตอบ​ว่า “ใช่​อย่าง​ที่​ท่าน​ว่า”
พวก​หัวหน้า​นักบวช​กล่าว​หา​พระองค์​ใน​หลายๆ​เรื่อง
ปีลาต​ถาม​พระองค์​อีก​ว่า “แก​จะ​ไม่​แก้ตัว​เลย​หรือ เห็น​หรือ​เปล่า​ว่า​พวก​เขา​กล่าวหา​แก​ตั้ง​หลาย​เรื่อง”
แต่​พระเยซู​ก็​ไม่​ตอบ ซึ่ง​ทำ​ให้​ปีลาต​แปลกใจ​มาก
ตาม​ปกติ​ใน​ช่วง​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​เป็น​ประเพณี​ที่​ปีลาต​จะ​ยอม​ปล่อย​นักโทษ​คน​หนึ่ง​ตาม​ที่​พวก​เขา​ขอ
ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ บารับบัส ติด​คุก​อยู่​กับ​พวกก่อการจลาจล เพราะ​พวก​เขา​ได้​ก่อการจลาจล​และ​ฆ่า​คน​ใน​ครั้ง​นั้น​ด้วย
คน​ก็​มา​ทวง​ปีลาต​ให้​ปล่อย​นักโทษ​ตาม​ธรรมเนียม​ที่​เคย​ทำ​มา
ปีลาต​จึง​ถาม​พวก​เขา​ไป​ว่า “พวก​เจ้า​อยาก​ให้​เรา​ปล่อย​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ​เปล่า”
๑๐
ที่​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​ปีลาต​รู้​ดี​ว่า ที่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​จับ​พระเยซู​ส่ง​มา​ให้​กับ​เขา​นั้น​มัน​เกิด​จาก​ความอิจฉา
๑๑
แต่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​นั้น​ยุแหย่​ให้​พวก​ชาว​บ้าน​ขอ​ให้​ปีลาต​ปล่อย​บารับบัส​แทน​พระเยซู
๑๒
ปีลาต​ก็​ถาม​พวก​เขา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ว่า “แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​ให้​เรา​ทำ​ยังไง​กับ​คน​ที่​พวก​เจ้า​เรียกว่า กษัตริย์​ของ​พวกยิว”
๑๓
พวก​เขา​ตะโกน​กลับ​มา​ว่า “ตรึง​มัน”
๑๔
แต่​ปีลาต​ถาม​ว่า “ทำไม​ล่ะ เขา​ทำ​ผิด​อะไร” แต่​พวก​เขา​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้นๆ​ว่า “ตรึง​มัน”
๑๕
ปีลาต​อยาก​จะ​เอา​ใจ​ชาวบ้าน จึง​ปล่อย​บารับบัส​ให้​กับ​พวก​เขา จาก​นั้น​เขา​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​ตี​พระเยซู และ​ส่ง​ตัว​พระองค์​ไป​ให้​กับ​ทหาร​เพื่อ​เอา​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน
๑๖
พวก​ทหาร​พา​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​ศูนย์​บัญชาการ​ใหญ่ (ที่​เรียกว่า ศาล​ปรีโทเรียม) และ​เรียก​ทหาร​ทั้ง​กอง​มา
๑๗
พวก​เขา​เอา​เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง มา​ใส่​ให้​พระองค์ และ​เอา​หนาม​มา​สาน​เป็น​มงกุฎ​สวม​ให้​กับ​พระองค์
๑๘
แล้ว​พวก​เขา​ก็​แกล้ง​ทำ​เป็น​คำนับ​เพื่อ​ล้อเลียน​พระองค์ และ​พูด​ว่า “กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​จง​เจริญ”
๑๙
พวก​เขา​เอา​ไม้อ้อ​ตี​ศีรษะ​พระองค์ ถ่ม​น้ำลาย​ใส่ และ​แกล้ง​ทำ​เป็น​คุก​เข่า​ลง​กราบไหว้​พระองค์
๒๐
เมื่อ​ล้อเลียน​กัน​จน​พอใจ​แล้ว พวก​เขา​ก็​ถอด​เสื้อคลุม​สีม่วง​ออก​แล้ว​ใส่​เสื้อผ้า​ชุด​เดิม​ให้​กับ​พระองค์ แล้ว​นำ​พระองค์​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน
๒๑
ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​แห่​พระเยซู​ไป​นั้น​พวก​เขา​ได้​บังคับ​ให้​ซีโมน​ชาว​ไซรีน​ที่​เพิ่ง​มา​จาก​ชนบท​แบก​ไม้กางเขน​แทน​พระเยซู ซีโมน​เป็น​พ่อ​ของ​อเล็กซานเดอร์​และ​รูฟัส
๒๒
พวก​เขา​พา​พระเยซู​มา​ถึง​สถานที่​หนึ่ง​ชื่อ กลโกธา (แปล​ว่า “เนิน​หัว​กระโหลก”)
๒๓
เขา​เอา​เหล้าองุ่น​ผสม​กับ​มดยอบ มา​ให้​พระองค์​ดื่ม แต่​พระองค์​ไม่​ยอม​ดื่ม
๒๔
พวก​เขา​ตรึง​พระองค์​ที่​ไม้​กางเขน ส่วน​พวก​ทหาร​ก็​เอา​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​มา​จับ​สลาก​แบ่ง​กัน
๒๕
ตอน​ที่​พวก​เขา​ตรึง​พระเยซู​นั้น​เป็น​เวลา​เก้า​โมง​เช้า
๒๖
มี​ป้าย​เขียน​คำ​กล่าว​หา​พระองค์​ว่า “กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว”
๒๗
และ​เขา​ก็​ตรึง​โจร​สอง​คน​ไว้​ที่​ไม้กางเขน​ข้างๆ​พระองค์ ทาง​ขวา​คน​หนึ่ง​และ​ทาง​ซ้าย​คน​หนึ่ง
๒๘
***
๒๙
คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไป​มา​พา​กัน​ส่ายหัว และ​พูด​เยาะ​ว่า “อ้าว ไหน​บอก​ว่า​จะ​ทำลาย​วิหาร​แล้ว​สร้าง​มัน​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​สาม​วัน​ไง
๓๐
ตอนนี้​ช่วย​ตัวเอง​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​สิ”
๓๑
พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ก็​พูด​เยาะเย้ย​พระเยซู เขา​พูด​กัน​ว่า “มัน​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่​ได้
๓๒
ให้​พระคริสต์ กษัตริย์​ของ​ชาว​อิสราเอล​คนนี้​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​เสีย​ก่อน เรา​จะ​ได้​เห็น​และ​เชื่อ” และ​คน​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​ข้างๆ​พระเยซู​ก็​พูด​ดูถูก​พระองค์​ด้วย
๓๓
ใน​ตอน​เที่ยง มี​แต่​ความ​มืดมิด​ปกคลุม​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​จน​ถึง​บ่าย​สาม​โมง
๓๔
เมื่อ​ถึง​บ่าย​สาม​โมง​แล้ว พระเยซู​ก็​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี” ซึ่ง​แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ลูก พระเจ้า​ของ​ลูก ทำไม​ถึง​ทอดทิ้ง​ลูก​ไป”
๓๕
เมื่อ​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ได้ยิน พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ฟัง​สิ​เขา​กำลัง​เรียก​เอลียาห์”
๓๖
มี​คน​หนึ่ง​รีบ​วิ่ง​เอา​ฟองน้ำ​ไป​จุ่ม​เหล้าองุ่น​เปรี้ยว​มา​เสียบ​ที่​ปลาย​ไม้อ้อ​แล้ว​ยื่น​ขึ้น​ไป​ให้​พระองค์​ดื่ม ชาย​คน​นั้น​พูด​ว่า “ให้​คอย​ดูซิ​ว่า​เอลียาห์​จะ​มา​เอา​เขา​ลง​จาก​ไม้กางเขน​หรือ​เปล่า”
๓๗
เมื่อ​พระเยซู​ร้อง​เสียง​ดัง​แล้ว พระองค์​ก็​สิ้นใจ​ตาย
๓๘
ผ้าม่าน​ใน​วิหาร ก็​ขาด​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​จาก​บน​ลง​ล่าง
๓๙
เมื่อ​นายร้อย​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ๆ​นั้น เห็น​การตาย​ของ​พระองค์​อย่างนี้ เขา​ก็​พูด​ว่า “คนนี้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”
๔๐
มี​ผู้หญิง​บางคน​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ ใน​กลุ่ม​นั้น​มี มารีย์​ชาว​มักดาลา มารีย์​แม่​ของ​ยากอบน้อย​กับ​โยเสส และ​สะโลเม
๔๑
ผู้หญิง​พวกนี้​เป็น​คน​ที่​ได้​ติดตาม​ดูแล​พระเยซู​ตั้งแต่​พระองค์​อยู่​ที่​แคว้น​กาลิลี และ​ยัง​มี​ผู้หญิง​คน​อื่นๆ​อีก​หลาย​คน​ที่​ติดตาม​พระองค์​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย
๔๒
เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น​ของ​วัน​จัดเตรียม (เป็น​วัน​ก่อน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​หนึ่ง​วัน)
๔๓
โยเซฟ​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​เป็น​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​คน​หนึ่ง​ที่​คน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ เขา​กำลัง​คอย​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​อยู่ เขา​กล้า​ที่​จะ​เข้า​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​ของ​พระเยซู
๔๔
ปีลาต​ก็​รู้สึก​แปลกใจ​ที่​พระเยซู​ตาย​แล้ว จึง​เรียก​นายร้อย​เข้า​มา​ถาม​ว่า​พระเยซู​ตาย​นาน​แล้ว​หรือ​ยัง
๔๕
เมื่อ​เขา​ฟัง​รายงาน​แล้ว เขา​ก็​อนุญาต​ให้​โยเซฟ​ไป​เอา​ศพ​ได้
๔๖
โยเซฟ​ซื้อ​ผ้า​ลินิน และ​เอา​ศพ​พระเยซู​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน พัน​พระองค์​ไว้​ด้วย​ผ้า​ลินิน​นั้น และ​ฝัง​พระองค์​ไว้​ใน​อุโมงค์​ที่​เจาะ​เข้า​ไป​ใน​หิน จาก​นั้น​ก็​กลิ้ง​หิน​ก้อน​ใหญ่​มา​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ไว้
๔๗
มารีย์​ชาว​มักดาลา และ​มารีย์​แม่​ของ​โยเสส ก็​เห็น​ว่า​พระองค์​ถูก​นำ​ไป​ฝัง​ไว้​ที่​นั่น
มาระโก ๑๕:1
มาระโก ๑๕:2
มาระโก ๑๕:3
มาระโก ๑๕:4
มาระโก ๑๕:5
มาระโก ๑๕:6
มาระโก ๑๕:7
มาระโก ๑๕:8
มาระโก ๑๕:9
มาระโก ๑๕:10
มาระโก ๑๕:11
มาระโก ๑๕:12
มาระโก ๑๕:13
มาระโก ๑๕:14
มาระโก ๑๕:15
มาระโก ๑๕:16
มาระโก ๑๕:17
มาระโก ๑๕:18
มาระโก ๑๕:19
มาระโก ๑๕:20
มาระโก ๑๕:21
มาระโก ๑๕:22
มาระโก ๑๕:23
มาระโก ๑๕:24
มาระโก ๑๕:25
มาระโก ๑๕:26
มาระโก ๑๕:27
มาระโก ๑๕:28
มาระโก ๑๕:29
มาระโก ๑๕:30
มาระโก ๑๕:31
มาระโก ๑๕:32
มาระโก ๑๕:33
มาระโก ๑๕:34
มาระโก ๑๕:35
มาระโก ๑๕:36
มาระโก ๑๕:37
มาระโก ๑๕:38
มาระโก ๑๕:39
มาระโก ๑๕:40
มาระโก ๑๕:41
มาระโก ๑๕:42
มาระโก ๑๕:43
มาระโก ๑๕:44
มาระโก ๑๕:45
มาระโก ๑๕:46
มาระโก ๑๕:47
มาระโก 1 / มาระ 1
มาระโก 2 / มาระ 2
มาระโก 3 / มาระ 3
มาระโก 4 / มาระ 4
มาระโก 5 / มาระ 5
มาระโก 6 / มาระ 6
มาระโก 7 / มาระ 7
มาระโก 8 / มาระ 8
มาระโก 9 / มาระ 9
มาระโก 10 / มาระ 10
มาระโก 11 / มาระ 11
มาระโก 12 / มาระ 12
มาระโก 13 / มาระ 13
มาระโก 14 / มาระ 14
มาระโก 15 / มาระ 15
มาระโก 16 / มาระ 16