A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ปัญญาจารย์ ๒

เรา​พูด​กับ​จิตใจ​ว่า “มาเถอะ มา​ลอง​ลิ้มรส​ความ​สนุก​สนาน​กันดู และ​เจอ​กับ​สิ่งดีๆ” แต่แล้ว​นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน
เรา​พูด​กับ​การ​หัวเราะ​ว่า “เจ้า​มี​ผลงาน​อะไร​อวดอ้าง​ได้หรือ” และ​พูด​ว่า “เจ้า​ก่อ​ให้​เกิด​ประโยชน์​อะไร​ได้หรือ”
จิตใจ​เรา​ได้​สำรวจ​ดู​ว่า มัน​จะ​เป็น​ยังไง​ที่​จะ​ให้​เหล้าองุ่น​ควบคุม​ร่างกาย​เรา แต่​สติปัญญา​ยัง​นำ​จิตใจ​ของเรา​อยู่​และ​สามารถ​รู้ทัน​ความ​โง่เขลา เรา​อยาก​รู้​ว่า​จะ​มี​อะไร​ดีๆ​ให้​มนุษย์​ทำบ้าง​ใน​ช่วง​ชีวิต​อัน​แสนสั้น​ของเขา​ภายใต้​ฟ้าสวรรค์​นี้
เรา​ได้​ทำงาน​ต่างๆ​อัน​ยิ่งใหญ่ ได้​สร้าง​วัง​ต่างๆ​สำหรับ​ตัว​เราเอง ได้​ทำ​ไร่องุ่น
ได้​ทำ​สวน​ผลไม้​และ​สวน​พักผ่อน​ต่างๆ​ให้​กับ​ตัว​เราเอง และ​ได้​ปลูก​ผลไม้​ทุกชนิด​ไว้​ใน​สวน​พวกนั้น
ได้​สร้าง​บรรดา​สระน้ำ​ไว้​เพื่อ​ผันน้ำ​เข้าไป​รด​ต้นไม้​ที่​ผลิดอก​ออกผล
เรา​มี​ทาส​ชายหญิง​มากมาย และ​มี​ทาส​หลายคน​ที่​เกิด​ภาย​ใน​เรือน​ของเรา นอก​จากนี้ เรา​ก็​ยัง​มี​ฝูง​สัตว์เลี้ยง ฝูงวัว​และ​ฝูงแกะ มากกว่า​ใครๆ​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​มา​ก่อนหน้า​เรา​อีกด้วย
เรา​ได้​รวบรวม​เงินทอง​มา​เป็น​ของรัก​ของหวง​อัน​เหมาะสม​กับ​ฐานะ​กษัตริย์ และ​รวบรวม​หัวเมือง​ต่างๆ​มา​เป็น​ของเรา​ด้วย เรา​ได้​ให้​ชายหญิง​มา​ขับร้อง​เพลง​ให้ฟัง และ​เรา​ยัง​มี​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​หรูหรา​ฟู่ฟ่า​ที่​มนุษย์​ชื่นชอบ​เป็น​หีบๆ หีบแล้ว​หีบเล่า
เรา​ได้​เป็นใหญ่​ขึ้น​เรื่อยๆ มากกว่า​ใครๆ​ทั้งหมด​ที่​เคย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อนหน้า​เรา และ​สติปัญญา​ของเรา​ก็​ช่วยเรา
๑๐
ไม่ว่า​ดวงตา​ของเรา​อยากได้​อะไร เรา​ก็​จะ​หา​มาให้ เรา​ไม่เคย​หักห้าม​จิตใจ​ของเรา​ใน​เรื่อง​ของ​ความสุข​ใดๆ จิตใจ​ของเรา​สนุก​กับ​งานหนัก​ที่​ได้​ทำ​ไปนั้น และ​ความสนุก​นั่นแหล่ะ​เป็น​รางวัล​เดียว​ที่​เรา​ได้รับ​จาก​งานหนัก​ซึ่ง​เรา​ได้​ทำไป
๑๑
แล้ว​เรา​ก็​หัน​มา​มองดู​สิ่ง​ทั้งหมด​ซึ่ง​เรา​ได้​ลงมือ​ทำไป งาน​ที่​เรา​ได้​ลงมือ​ลงแรง​ทำ​อย่าง​ลำบาก​ลำบน​นั้น เรา​ได้​ค้นพบ​ว่า มัน​ไม่เที่ยง เหมือนกับ​ไล่​ตาม​ลม ไม่มี​อะไร​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้ ที่​ให้​ประโยชน์​ถาวร
๑๒
แล้ว​เรา​ก็​หัน​มา​ดู​เรื่อง​สติปัญญา ความ​บ้าๆบอๆ​และ​ความ​โง่เขลา เพราะ​ไม่รู้​ว่า​คน​แบบไหน​จะ​ขึ้น​มา​ครองราชย์​ต่อ​จากเรา แล้ว​เขา​จะ​มี​ปัญญา​ครอบ​ครอง​ทุกสิ่ง​ที่​เรา​สร้าง​ขึ้นมา​ได้​หรือเปล่า
๑๓
และ​เรา​ก็​เห็น​ว่า​สติปัญญา​นั้น​ได้เปรียบ​กว่า​ความ​โง่เขลา เช่นเดียว​กับ​ที่​ความสว่าง​ได้เปรียบ​กว่า​ความมืด
๑๔
คนฉลาด​มี​ดวงตา​อยู่​ใน​หัว แต่​คนโง่​เดิน​อยู่​ใน​ความมืด แต่​ตัว​เราเอง​นั้น​ได้​เรียนรู้​ว่า ทั้ง​คนฉลาด​และ​คนโง่​ก็​จะต้อง​เผชิญ​กับ​สิ่ง​เดียวกัน
๑๕
ดังนั้น​เรา​จึง​คิด​ในใจ​ว่า เราเอง​จะต้อง​เผชิญ​กับ​สิ่ง​ที่​คนโง่​ต้อง​เผชิญ ถ้า​อย่างนั้น​จะ​เป็น​คนฉลาด​เลิศเลอ​ไป​ทำไม​กัน แล้ว​เรา​จึง​คิด​ในใจ​ว่า เรื่องนี้​ก็​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน
๑๖
เพราะ​ทั้ง​คนฉลาด​และ​คนโง่ ต่าง​ก็​ไม่อยู่​ใน​ความทรงจำ​ของ​คน​ตลอดไป​หรอก เพราะ​อีก​ไม่ช้า ทุกคน​ก็​จะ​ถูกลืม​ไปหมด มัน​แย่​จริงๆ​ที่​คนฉลาด​ต้อง​ตาย​เหมือนกัน​กับ​คนโง่​ต้อง​ตาย
๑๗
เพราะ​อย่างนี้​เรา​ถึง​ได้​เกลียด​ชีวิต เรา​รู้สึก​เจ็บ​ปวดใจ​กับ​ทุกสิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้ ทุกอย่าง​ไม่เที่ยง และ​เป็น​การวิ่ง​ไล่​ตาม​ลม
๑๘
เรา​เกลียด​ผล​จาก​งานหนัก​ที่​เรา​ได้​ตรากตรำ​ทำไป​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้ เพราะ​เรา​จะต้อง​ทิ้ง​มัน​ให้​กับ​คน​รุ่นหลัง
๑๙
แล้ว​ใคร​จะ​ไปรู้​ได้ล่ะ​ว่า​เขา​จะ​เป็น​คนฉลาด​หรือ​คนโง่ แต่​ถึงยังไง เขา​ก็​จะ​ครอบ​ครอง​ทุกอย่าง​ซึ่ง​เรา​ได้​ตรากตรำ​ทำมา​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์ ทุกสิ่ง​ที่​เรา​ได้​ลงมือ​ทำไป​อย่าง​ชาญฉลาด เรื่องนี้​ก็​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน
๒๐
แล้ว​จิตใจ​ของเรา​ก็​ท้อแท้​สิ้นหวัง​กับ​การงาน​ที่​เรา​ได้​ตรากตรำ​ทำไป​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้
๒๑
เพราะ​คนๆหนึ่ง​จะ​ต้อง​ตรากตรำ​ทำงาน​อย่าง​หนัก เพื่อ​ให้​ได้​สติปัญญา ความรู้​และ​ความ​สำเร็จ แต่​สุดท้าย​เขา​ก็​ต้อง​มอบ​ส่วน​ของเขา​ไป​ให้​กับ​อีก​คนหนึ่ง​ซึ่ง​ไม่ได้​ลงแรง​ทำ​อะไรเลย นี่​ก็​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน และ​มัน​เป็น​สิ่ง​เลวร้าย​เหลือเกิน
๒๒
มนุษย์​ได้​อะไร​บ้าง​จาก​งานหนัก​ที่​ทำ​และ​ทุ่มเท​ชีวิต​จิตใจ​กับ​งาน​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้
๒๓
วันเวลา​ของเขา​มี​แต่​ความ​เจ็บปวด และ​งาน​อัน​ยุ่งเหยิง​ของเขา​ก็​มี​แต่​จะ​ทำให้​เขา​หงุดหงิด แม้​เวลา​กลางคืน​จิตใจ​ของเขา​ก็​ยัง​ไม่ได้​นอนหลับ​พักผ่อน นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน
๒๔
สำหรับ​มนุษย์​แล้ว ไม่มี​อะไร​ดี​ไปกว่า การ​กิน ดื่ม และ​มี​ความสุข​กับ​งาน​ของเขา เรา​เห็น​ว่า​สิ่งนี้​มา​จาก​พระเจ้า
๒๕
เพราะ​ทั้ง​การ​มีกิน​อย่าง​เหลือเฟือ​และ​การ​ต้อง​เก็บ​เศษข้าว​ใน​ทุ่งนา​กิน ล้วน​มา​จาก​พระเจ้า
๒๖
พระองค์​จะ​ให้​สติปัญญา ความรู้​และ​ความสุข​กับ​คน​ซึ่ง​พระองค์​ชอบใจ ส่วน​คน​ที่​ไม่​เอาไหน พระองค์​ก็​ให้​เขา​วุ่นวาย​อยู่​กับ​การเก็บ​รวบรวม​และ​สะสม เพื่อ​เขา​จะได้​มอบ​ของ​พวกนั้น​ให้​กับ​คน​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ไม่เที่ยง เป็น​การวิ่ง​ไล่​ตาม​ลม​เหมือนกัน
ปัญญาจารย์ ๒:1
ปัญญาจารย์ ๒:2
ปัญญาจารย์ ๒:3
ปัญญาจารย์ ๒:4
ปัญญาจารย์ ๒:5
ปัญญาจารย์ ๒:6
ปัญญาจารย์ ๒:7
ปัญญาจารย์ ๒:8
ปัญญาจารย์ ๒:9
ปัญญาจารย์ ๒:10
ปัญญาจารย์ ๒:11
ปัญญาจารย์ ๒:12
ปัญญาจารย์ ๒:13
ปัญญาจารย์ ๒:14
ปัญญาจารย์ ๒:15
ปัญญาจารย์ ๒:16
ปัญญาจารย์ ๒:17
ปัญญาจารย์ ๒:18
ปัญญาจารย์ ๒:19
ปัญญาจารย์ ๒:20
ปัญญาจารย์ ๒:21
ปัญญาจารย์ ๒:22
ปัญญาจารย์ ๒:23
ปัญญาจารย์ ๒:24
ปัญญาจารย์ ๒:25
ปัญญาจารย์ ๒:26
ปัญญาจารย์ 1 / ปัญญ 1
ปัญญาจารย์ 2 / ปัญญ 2
ปัญญาจารย์ 3 / ปัญญ 3
ปัญญาจารย์ 4 / ปัญญ 4
ปัญญาจารย์ 5 / ปัญญ 5
ปัญญาจารย์ 6 / ปัญญ 6
ปัญญาจารย์ 7 / ปัญญ 7
ปัญญาจารย์ 8 / ปัญญ 8
ปัญญาจารย์ 9 / ปัญญ 9
ปัญญาจารย์ 10 / ปัญญ 10
ปัญญาจารย์ 11 / ปัญญ 11
ปัญญาจารย์ 12 / ปัญญ 12