A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

ปัญญาจารย์ ๑

นี่​คือ​คำสอน​ของ​อาจารย์​ผู้ที่​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด และ​เป็น​กษัตริย์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม
อาจารย์​พูด​ว่า ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ช่าง​ไม่เที่ยง​เอา​เสียเลย ไม่เที่ยง​จริงๆ​ทุกสิ่ง​ช่าง​ไม่เที่ยง
คนเรา​ได้​ประโยชน์​อะไร​บ้าง จาก​การ​บากบั่น​ทำงาน​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้
คน​รุ่นหนึ่ง​ตายไป อีก​รุ่นหนึ่ง​ก็​เกิดมา ใน​ขณะที่​โลก​ก็​ยังคง​อยู่​เหมือนเดิม​ตลอดไป
ดวง​อาทิตย์​ขึ้น แล้ว​ก็​ตก แล้ว​มัน​ก็​รีบ​กลับ​ไป​อยู่​ที่​จุดเดิม พร้อม​ที่​จะ​ขึ้น​มา​ใหม่
ลมพัด​ไป​ทาง​ทิศใต้ แล้ว​ก็​หัน​ไป​ทาง​ทิศเหนือ พัด​ไป​รอบๆ​และ​กลับ​มา​อีก เพราะ​มัน​มี​เส้นทาง​หมุนเวียน​ของมัน
แม่น้ำ​ลำธาร​ทุกสาย​ไหล​ลงสู่​ทะเล แต่​ทะเล​ก็​ไม่เคย​เต็ม แม่น้ำ​ลำธาร​ไหล​ลงมา​จาก​ที่ไหน พวกมัน​ก็​กลับ​ไป​ที่นั่น​และ​ไหล​กลับ​ลง​มา​อีก
คำพูด​ทุกอย่าง​ช่าง​น่า​เหนื่อยหน่าย เพราะ​ไม่เห็น​มีใคร​พูด​อะไร​ใหม่​ขึ้น​มา​เลย ตา​มอง​เท่าไหร่​ก็​ไม่เคย​อิ่ม หู​ฟัง​เท่าไหร่​ก็​ไม่เคย​เต็ม
สิ่ง​ที่​เคย​เป็น​มา นั่นแหละ​คือ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิดขึ้น​อีก สิ่ง​ที่​เคย​ทำ​มา นั่นแหละ​คือ​สิ่ง​ที่​จะ​ทำ​กันอีก ไม่มี​อะไร​ใหม่​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้
๑๐
อาจจะ​มี​คนหนึ่ง​พูด​ว่า “ดูนี่สิ มัน​เป็น​สิ่งใหม่” แต่​จริงๆ​แล้ว​มัน​ก็​มี​มา​ตั้งนาน​แล้ว​ก่อน​ที่​เรา​จะ​เกิด
๑๑
คน​ใน​สมัยนี้​ไม่มีใคร​จดจำ​คน​ในอดีต และ​คน​ใน​อนาคต​ก็​จะ​ไม่​จำ​คน​รุ่น​ก่อนหน้า​เขา​เหมือนกัน
๑๒
ตัว​อาจารย์​เอง​เป็น​กษัตริย์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ปกครอง​ชนชาติ​อิสราเอล​มา​หลายปี​แล้ว
๑๓
เรา​ได้​ตั้งใจ​ใช้​สติปัญญา​เพื่อ​ค้นคว้า สำรวจ​ทุกสิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​ภายใต้​ฟ้านี้ การ​ค้นคว้า​ที่​พระเจ้า​ให้​คน​ทำ​กันนี้ มัน​ยุ่งยาก​อย่าง​ร้ายกาจ และ​หา​ความสนุก​ไม่ได้​เลย
๑๔
เรา​สังเกต​เห็น​การงาน​ทุกอย่าง​ที่​คน​ทำ​กัน​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้​แล้ว​ค้นพบ​ว่า ทุกอย่าง​ไม่เที่ยง เหมือนกับ​ไล่​ตาม​ลม
๑๕
สิ่ง​ที่​คดงอ​แล้ว จะ​ทำ​ให้​กลับ​มา​ตรง​อีก​ก็​ไม่ได้​แล้ว และ​สิ่ง​ที่​ไม่มี​ตัวตน​ก็​จะ​นับ​ไม่ได้
๑๖
เรา​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า “เรา​ได้​กลาย​เป็นใหญ่ และ​มี​สติปัญญา​มากกว่า​กษัตริย์​ทุกองค์​ที่​ปกครอง​เยรูซาเล็ม​ก่อนหน้า​เรา จิตใจ​ของเรา​ก็​ได้​เจอ​กับ​สติปัญญา​และ​ความรู้​มากมาย”
๑๗
เรา​เลย​ตั้งใจ​เรียนรู้​ทั้ง​สติปัญญา ความรู้ ความ​บ้าๆบอๆ​และ​ความ​โง่เขลา แล้ว​เรา​ก็​พบ​ว่า การเรียนรู้​นี้​ก็​ไม่ต่าง​อะไร​กับ​การวิ่ง​ไล่​ตาม​ลม
๑๘
เพราะ​ยิ่ง​มี​สติปัญญา​มาก​เท่าใด ก็​ยิ่ง​หงุดหงิด​รำคาญ​มากขึ้น​เท่านั้น และ​ยิ่ง​รู้มาก ก็​จะ​ยิ่ง​ทุกข์มาก
ปัญญาจารย์ ๑:1
ปัญญาจารย์ ๑:2
ปัญญาจารย์ ๑:3
ปัญญาจารย์ ๑:4
ปัญญาจารย์ ๑:5
ปัญญาจารย์ ๑:6
ปัญญาจารย์ ๑:7
ปัญญาจารย์ ๑:8
ปัญญาจารย์ ๑:9
ปัญญาจารย์ ๑:10
ปัญญาจารย์ ๑:11
ปัญญาจารย์ ๑:12
ปัญญาจารย์ ๑:13
ปัญญาจารย์ ๑:14
ปัญญาจารย์ ๑:15
ปัญญาจารย์ ๑:16
ปัญญาจารย์ ๑:17
ปัญญาจารย์ ๑:18
ปัญญาจารย์ 1 / ปัญญ 1
ปัญญาจารย์ 2 / ปัญญ 2
ปัญญาจารย์ 3 / ปัญญ 3
ปัญญาจารย์ 4 / ปัญญ 4
ปัญญาจารย์ 5 / ปัญญ 5
ปัญญาจารย์ 6 / ปัญญ 6
ปัญญาจารย์ 7 / ปัญญ 7
ปัญญาจารย์ 8 / ปัญญ 8
ปัญญาจารย์ 9 / ปัญญ 9
ปัญญาจารย์ 10 / ปัญญ 10
ปัญญาจารย์ 11 / ปัญญ 11
ปัญญาจารย์ 12 / ปัญญ 12