A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

สดุดี ๗๘

บทเพลง​มัสคิล​ของ​อาสาฟ คน​ของเรา​เอ๋ย ให้​ฟัง​คำ​สั่งสอน​ของเรา เอียง​หู​ของเจ้า​มา​ฟัง​คำพูดต่างๆ​ที่​ออกมา​จากปาก​ของเรา
เรา​จะ​อ้าปาก​ร้องเพลง​ที่​ก่อให้เกิด​สติปัญญา เรา​จะ​อธิบาย​บทเรียนต่างๆ​ที่ได้​จาก​เหตุการณ์​ทั้งหลาย​ในอดีต
ซึ่ง​เป็น​เรื่อง​ที่​พวกเรา​เคย​ได้ยิน​และ​รู้จักกันดี เพราะ​พ่อแม่​และ​คนรุ่นก่อนๆ​ได้เล่า​ให้​พวกเราฟัง
พวกเรา​จะ​ไม่ซ่อน​เรื่อง​เหล่านี้​ไป​จาก​ลูกหลาน​ของ​พวกเขา พวกเรา​จะ​เล่า​ให้​กับ​คนรุ่นต่อไป​ฟัง ถึง​การกระทำ​อัน​น่าสรรเสริญ​ของ​พระยาห์เวห์ ถึง​พลังอำนาจ​ของ​พระองค์​และ​ถึง​สิ่งน่าทึ่งต่างๆ​ที่​พระองค์​ได้ทำ
พระเจ้า​ทำ​ข้อตกลง​ไว้กับ​ยาโคบ พระองค์​ให้​กฎ​กับ​ชาวอิสราเอล​ทำตาม และ​พระองค์​สั่ง​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา ให้​สั่งสอน​สิ่งเหล่านี้​กับ​ลูกๆ​ของ​พวกเขา
เพื่อ​ว่า​คน​รุ่นต่อไป คือ​เด็ก​ที่​ยังไม่ได้​เกิดมา​จะได้รู้​ถึง​สิ่งเหล่านี้ และ​เมื่อ​พวกเขา​โตขึ้น พวกเขา​จะได้​เล่า​เรื่อง​เหล่านี้​ให้กับ​ลูกๆ​ของ​พวกเขาฟัง
แล้ว​พวกเขา​จะได้​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า และ​ไม่ลืม​สิ่งต่างๆ​ที่​พระเจ้าทำ แต่​จะ​รักษา​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระองค์ไว้
พวกเขา​จะได้​ไม่เป็น​เหมือน​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา ซึ่ง​เป็น​รุ่น​ที่​กบฏ​และ​ไม่เชื่อฟัง ซึ่ง​ใจ​ของ​พวกเขา​ไม่ได้​มั่นคง​ใน​พระเจ้า และ​จิตวิญญาณ​ของ​พวกเขา​ไม่ได้​ซื่อสัตย์​ต่อ​พระองค์
เช่น คนเอฟราอิม​ที่​มี​ธนู ​พร้อมมือ แต่​กลับ​วิ่งหนี​ใน​วัน​ที่​การสู้รบ​มาถึง
๑๐
พวกเขา​ไม่ได้​รักษา​ข้อตกลง​ที่​ทำไว้​กับ​พระเจ้า พวกเขา​ไม่ยอม​ทำ​ตาม​กฎต่างๆ​ของ​พระองค์
๑๑
พวกเขา​ลืม​สิ่งต่างๆ​ที่​พระองค์​ทำไป คือ​สิ่งน่าทึ่ง​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ทำให้​พวกเขา​เห็น
๑๒
พระเจ้า​ทำ​สิ่งน่าทึ่ง​ต่างๆ​ต่อหน้าต่อตา​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา ใน​แคว้น​โศอัน​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์
๑๓
พระเจ้า​แหวก​ทะเล​ออก​และ​นำ​พวกเขา​เดิน​ทะลุไป พระองค์​ทำให้​น้ำ​ตั้งขึ้น​เหมือน​กำแพง​ทั้งสองข้าง
๑๔
พระองค์​นำทาง​พวกเขา​ด้วย​เมฆ​ใน​ตอนกลางวัน และ​นำ​ด้วย​แสงไฟ​ตลอด​คืน
๑๕
พระองค์​ทุบ​หิน​ใน​ทะเลทราย​แยกออก และ​น้ำ​ก็​ไหลพุ่ง​ออกมา​มากมาย​ให้​พวกเขา​ดื่ม​เหมือนกับ​มา​จาก​ทะเลลึก
๑๖
พระองค์​ทำให้​พวกลำธาร​ไหล​ออกมา​จาก​หินผา พระองค์​ทำให้​น้ำไหล​เหมือน​พวกแม่น้ำ
๑๗
แต่​พวก​บรรพบุรุษ​ยังคง​ทำบาป​ต่อ​พระองค์​ต่อไป และ​กบฏ​ต่อ​พระองค์​ผู้ใหญ่ยิ่ง​สูงสุด​ใน​แผ่นดิน​ที่​แห้งแล้ง​นั้น
๑๘
แล้ว​พวกเขา​ตั้งใจ​ลองดี​พระเจ้า พวกเขา​ขอ​อาหาร​เพื่อ​สนอง​ความอยาก​ของตน
๑๙
พวกเขา​พูด​ต่อว่า​พระเจ้า​ว่า “ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว​อย่างนี้ พระเจ้า​สามารถ​หา​อาหาร​ให้กับ​พวกเรา​ได้หรือ
๒๐
ถึงแม้​พระองค์​ทุบ​หิน​ให้​น้ำไหล​ออกมา​จนล้น​หุบเหวลึก​ได้ แต่​พระองค์​จะ​มี​ปัญญา​หา​อาหาร​มาให้​ได้​จริงๆหรือ พระองค์​จะ​เอา​เนื้อ​มาให้​คน​ของ​พระองค์​กินด้วย​ได้หรือ”
๒๑
เมื่อ​พระยาห์เวห์​ได้ยิน​อย่างนั้น พระองค์​ก็โกรธ และ​ไฟ​ก็​ปะทุ​ขึ้น​ใส่​คน​ของ​ยาโคบ ความโกรธ​ของ​พระองค์​เผา​อิสราเอล
๒๒
เพราะ​พวกเขา​ไม่ได้​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า และ​ไม่เชื่อ​ว่า พระองค์​มีฤทธิ์​ที่​จะช่วย​พวกเขา​ให้รอดได้
๒๓
แล้ว​พระเจ้า​ก็​ประกาศ​สั่ง​เมฆ​บน​ฟ้า​เบื้องบน และ​พระองค์​เปิด​ประตู​ท้องฟ้า
๒๔
แล้ว​พระองค์​ก็​เท​มานา​ลงมา​ให้​พวกเขา​กิน พระองค์​ให้​อาหารทิพย์​จาก​สวรรค์​กับ​พวกเขา
๒๕
คนพวกนี้​พากัน​กิน​ขนมปัง​ของ​พวกเทพเจ้า พระองค์​ให้​อาหาร​พวกเขา​กิน​อย่าง​อิ่มหมีพีมัน
๒๖
แล้ว​พระเจ้า​ก็​ทำให้​ลม​จาก​ทิศ-ตะวันออก​เฉียงใต้​พัดมา​ตรงที่​พวกเขาอยู่ และ​ให้​ฝูงนก​ตก​ลงมา​จาก​ท้องฟ้า
๒๗
พระองค์​เท​เนื้อ​ลง​บน​พวกเขา​อย่าง​พายุฝุ่น มี​นก​มากมาย​เหมือน​เม็ดทราย​ที่​ชายทะเล
๒๘
นก​พวกนี้​ตก​ลงไป​ใน​ค่าย รอบๆ​เต็นท์​ของ​พวกเขา
๒๙
พระเจ้า​ให้​สิ่ง​ที่​พวกเขา​อยากได้ และ​พวกเขา​ก็​กิน​จน​อิ่มตื้อ
๓๐
แต่​ใน​ระหว่าง​ที่​เขา​ยัง​กิน​อาหาร​ที่​อยาก​กิน​อยู่นั้น ขณะที่​มัน​ยัง​คา​อยู่​ใน​ปาก
๓๑
จู่ๆ​ความโกรธ​ของ​พระเจ้า​ก็​พลุ่งขึ้น​ใส่​พวกเขา พระองค์​ฆ่า​คน​ที่​แข็งแรง​ที่สุด​ของ​พวกเขา​บางคน พระองค์​โค่น​พวก​คนหนุ่ม​ที่ดีที่สุด​ของ​อิสราเอล
๓๒
ขนาด​เกิดเรื่อง​อย่างนี้​แล้ว พวกเขา​ก็​ยังคง​ทำ​บาป และ​ยัง​ไม่ยอม​เชื่อ​ใน​ฤทธิ์​อัน​น่าทึ่ง​ของ​พระเจ้า
๓๓
พระองค์​ทำให้​ชีวิต​ของ​พวกเขา​จบลง​อย่าง​ล้มเหลว เดือนปี​ของเขา​จบลง​ด้วย​ความหวาดกลัว​และ​สั่นเทิ้ม
๓๔
เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​พระเจ้า​ฆ่า​คนเหล่านั้น คน​ที่เหลือ​ก็​จะ​มา​ขอ​ความช่วยเหลือ​จาก​พระองค์ พวกเขา​จะ​กลับ​มาหา​พระองค์​และ​แสวงหา​พระเจ้า​ด้วย​ใจร้อนรน
๓๕
พวกเขา​จะ​ระลึก​ได้ว่า​พระเจ้า​เป็น​หินกำบัง​ของ​พวกเขา พระเจ้า​ผู้สูงสุด​เป็น​ผู้ที่​ไถ่ชีวิต​ของ​พวกเขา
๓๖
พวกเขา​พยายาม​หลอก​พระองค์​ด้วยปาก และ​โกหก​พระองค์​ด้วยลิ้น
๓๗
พวกเขา​ไม่จริงใจ​ต่อ​พระเจ้า และ​ไม่สัตย์ซื่อ​ต่อ​ข้อตกลง​ที่​ทำไว้​กับ​พระองค์
๓๘
แต่​พระเจ้า​นั้น​มี​ความเมตตา พระองค์​ลบ​ความผิด​ของ​พวกเขา​ออกไป พระองค์​ไม่ได้​ทำลาย​ล้าง​พวกเขา พระองค์​ระงับ​ความโกรธ​ของ​พระองค์​ไว้​ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า พระองค์​ไม่ยอม​กวน​ความโกรธ​ของ​พระองค์​ให้​พลุ่ง​ขึ้นมา
๓๙
พระเจ้า​ระลึก​อยู่เสมอ​ว่า​พวกเขา​เป็นแค่​มนุษย์ พวกเขา​เป็น​เหมือนกับ​ลม​ที่​พัดผ่านไป​และ​ไม่หวนกลับ​มาอีก
๔๐
พวกเขา​กบฏ​ต่อ​พระองค์​หลายครั้ง​หลายครา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้งนั้น พวกเขา​ทำให้​พระองค์​เสียใจ​ใน​ดินแดนนั้น
๔๑
พวกเขา​ลองดี​กับ​พระองค์​ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า และ​ทำให้​องค์​ผู้ศักดิ์สิทธิ์​แห่งอิสราเอล​ต้อง​เจ็บปวดใจ
๔๒
พวกเขา​ไม่เคย​จดจำ​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์ หรือ​จดจำ​วัน​ที่​พระองค์​ช่วยกู้​พวกเขา​ให้รอดพ้น​จาก​ศัตรู
๔๓
หรือ​เวลา​ที่​พระองค์​ได้ทำ​การอัศจรรย์​ใน​ประเทศอียิปต์ หรือ​ที่​พระองค์​ได้​แสดง​สิ่งน่าทึ่งต่างๆ​ใน​แคว้นโศอัน
๔๔
พระองค์​เปลี่ยน​แม่น้ำ​ให้​กลายเป็น​เลือด พวกเขา​จึง​ไม่สามารถ​ดื่มน้ำ​จาก​ลำธาร​ได้
๔๕
พระองค์​ให้​เหลือบ​มา​กัด​พวกเขา และ​ส่ง​กบ​ทั้งหลาย​มา​ทำลาย​ทุกสิ่งทุกอย่าง
๔๖
พระองค์​ยก​พืชผล​ของ​พวกเขา​ให้กับ​ตั๊กแตน​วัยคลาน และ​ยก​ผลผลิต​ของ​พวกเขา​ให้กับ​ตั๊กแตน​วัยบิน
๔๗
พระองค์​ทำให้​ลูกเห็บ​ตกลงมา​ทำลาย​เถาองุ่น​ของ​ชาวอียิปต์ พระองค์​ทำให้​ฝนตก​ห่าใหญ่​ทำลาย​ผลมะเดื่อ​ของ​พวกเขา
๔๘
พระองค์​ส่ง​ลูกเห็บ​ลงมา​ฆ่า​ฝูงวัว​ของ​พวกเขา และ​ให้​ฟ้าผ่า​ฝูงสัตว์​ของเขา
๔๙
พระองค์​แสดง​ความเคืองแค้น​อัน​ร้อนแรง​ของ​พระองค์​ต่อ​ชนชาวอียิปต์ พระองค์​ส่ง ความเกรี้ยว​โกรธ ความเดือดดาล และ​ความ​อาฆาตแค้น​เป็น​คณะทูต​มา​ทำลาย​ล้าง​พวกเขา
๕๐
พระองค์​ระบาย​ความโกรธ​ของ​พระองค์​ออกมา​อย่างเต็มที่ พระองค์​ไม่ได้​ไว้ชีวิต​ของ​ชาวอียิปต์​แต่​กลับ​ยก​พวกเขา​ให้ตาย​ด้วย​โรคระบาด
๕๑
พระเจ้า​ฆ่า​ลูกชาย​หัวปี​ทั้งหมด​ในอียิปต์ พระองค์​ทำลาย​สิ่ง​ที่​พิสูจน์​ถึง​ความเป็นชาย​ของ​ครอบครัว​ทั้งหลาย​ของฮาม
๕๒
แต่​พระเจ้า​นำทาง​คน​ของ​พระองค์​ออกจาก​ที่นั่น​เหมือน​นำแกะ และ​พระองค์​นำทาง​พวกเขา​ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว​เหมือน​นำ​ฝูงสัตว์
๕๓
พระเจ้า​นำ​พวกเขา​สู่​ความปลอดภัย พวกเขา​จึง​ไม่ต้อง​หวาดกลัว เพราะ​พระเจ้า​ทำให้​ศัตรู​ของ​พวกเขา​ถูก​น้ำทะเล​ซัดกลบ​ตายหมด
๕๔
แล้ว​พระเจ้า​ก็​นำ​พวกเขา​ไป​ถึง​พรมแดน​ของ​แผ่นดิน​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์ คือ​ดินแดน​แห่ง​เนินเขา​ที่​พระองค์​ยึดมา​ด้วย​มือขวา​อัน​ทรงฤทธิ์​ของ​พระองค์
๕๕
แล้ว​พระองค์​ก็​ขับไล่​ชนชาติ​ต่างๆ​ออกไป​ต่อหน้า​คน​ของ​พระองค์ พระองค์​แบ่งปัน​ดินแดน​นั้น​ให้กับ​เผ่าต่างๆ​ของ​อิสราเอล​และ​ให้​พวกเขา​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ใน​บ้าน​ทั้งหลาย​ของศัตรู
๕๖
แต่​พวก​อิสราเอล​ก็​ยัง​ลองดี​กับ​พระเจ้า​ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด กบฏ​ต่อ​พระองค์​และ​ไม่ได้​เชื่อฟัง​กฎทั้งหลาย​ของ​พระองค์
๕๗
ชาว​อิสราเอล​ไม่​จงรัก​ภักดี​และ​ทรยศ​ต่อ​พระเจ้า เหมือนกับ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​เคยทำ พวกเขา​เชื่อถือ​ไม่ได้​เหมือน​คันธนู​ที่​ใช้การไม่ได้
๕๘
พวกเขา​ทำให้​พระองค์​โกรธ​ด้วย​การสร้าง​สถานศักดิ์สิทธิ์​มากมาย และ​ทำให้​พระองค์​หึงหวง​ด้วย​การสร้าง​รูปเคารพ​มากมาย
๕๙
เมื่อ​พระเจ้า​ได้ยิน​เรื่อง​เหล่านี้ พระองค์​โกรธ และ​พระองค์​ทอดทิ้ง​อิสราเอล​อย่างสิ้นเชิง
๖๐
พระองค์​ละทิ้ง​เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์​ใน​เมืองชิโลห์​ไป ซึ่ง​เคยเป็น​ที่​สถิต​ของ​พระองค์​ท่ามกลาง​มนุษย์
๖๑
พระองค์​ยอม​ปล่อย​ให้​หีบ​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์​ถูก​ยึดไป พระองค์​ยอม​ปล่อย​ให้​ศัตรู​ยึด​เอา​สัญลักษณ์​แห่งฤทธิ์​อำนาจ​และ​สง่าราศี​ของ​พระองค์ไป
๖๒
พระองค์​เกรี้ยว​โกรธ​คน​ของ​พระองค์ และ​ปล่อย​ให้​คน​ของ​พระองค์​ตาย​ด้วย​คมดาบ
๖๓
พวกทหารหนุ่ม​ถูก​ไฟเผา​ตายหมด และ​พวกสาวบริสุทธิ์​ยังคง​ไม่ได้​แต่งงาน
๖๔
พวกนักบวช​ล้มตาย​ด้วย​คมดาบ แต่​ภรรยาหม้าย​ของ​พวกเขา​ไม่​สามารถ​ไว้ทุกข์​ได้​ตามปกติ
๖๕
แล้ว​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​ตื่น​ขึ้นมา​เหมือน​คน​ที่​เพิ่ง​ตื่นนอน เหมือนกับ​นักรบ​ที่​เพิ่ง​ตื่นขึ้น​จาก​การเมา​เหล้าองุ่น
๖๖
พระองค์​ตี​เหล่าศัตรู ขับไล่​พวกเขา​กลับไป และ​ทำให้​พวกเขา​อับอาย​ขายหน้า​ตลอดไป
๖๗
แล้ว​พระองค์​ทอดทิ้ง​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ และ​ไม่ได้​เลือก​เผ่า​ของ​เอฟราอิม
๖๘
แล้ว​พระองค์​ก็​เลือก​เผ่ายูดาห์​ขึ้น​ปกครอง และ​เลือก​ภูเขา​ศิโยน​ที่​พระองค์รัก เป็น​ที่ตั้ง​ของ​วิหาร
๖๙
พระองค์​สร้าง​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์​เหมือนกับ​ภูเขาสูง​ต่างๆ เหมือน​โลกนี้​ที่​พระองค์​ตั้ง​ให้​อยู่​ตลอดไป
๗๐
พระองค์​เลือก​ดาวิด​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ และ​เอา​เขา​ออกมา​จาก​คอกแกะ​ทั้งหลาย
๗๑
พระองค์​เอา​ดาวิด​มา​จากการ​ติดตาม​ดูแล​แม่แกะ​และ​ลูกของมัน มา​เป็น​ผู้เลี้ยง​ยาโคบ​คน​ของ​พระองค์ และ​เป็น​ผู้เลี้ยง​อิสราเอล​สมบัติ​ของ​พระองค์
๗๒
ดาวิด​ดูแล​พวกเขา​ด้วย​หัวใจ​ที่​บริสุทธิ์ และ​นำ​พวกเขา​ด้วย​มือ​ที่​ชำนาญยิ่ง
สดุดี ๗๘:1
สดุดี ๗๘:2
สดุดี ๗๘:3
สดุดี ๗๘:4
สดุดี ๗๘:5
สดุดี ๗๘:6
สดุดี ๗๘:7
สดุดี ๗๘:8
สดุดี ๗๘:9
สดุดี ๗๘:10
สดุดี ๗๘:11
สดุดี ๗๘:12
สดุดี ๗๘:13
สดุดี ๗๘:14
สดุดี ๗๘:15
สดุดี ๗๘:16
สดุดี ๗๘:17
สดุดี ๗๘:18
สดุดี ๗๘:19
สดุดี ๗๘:20
สดุดี ๗๘:21
สดุดี ๗๘:22
สดุดี ๗๘:23
สดุดี ๗๘:24
สดุดี ๗๘:25
สดุดี ๗๘:26
สดุดี ๗๘:27
สดุดี ๗๘:28
สดุดี ๗๘:29
สดุดี ๗๘:30
สดุดี ๗๘:31
สดุดี ๗๘:32
สดุดี ๗๘:33
สดุดี ๗๘:34
สดุดี ๗๘:35
สดุดี ๗๘:36
สดุดี ๗๘:37
สดุดี ๗๘:38
สดุดี ๗๘:39
สดุดี ๗๘:40
สดุดี ๗๘:41
สดุดี ๗๘:42
สดุดี ๗๘:43
สดุดี ๗๘:44
สดุดี ๗๘:45
สดุดี ๗๘:46
สดุดี ๗๘:47
สดุดี ๗๘:48
สดุดี ๗๘:49
สดุดี ๗๘:50
สดุดี ๗๘:51
สดุดี ๗๘:52
สดุดี ๗๘:53
สดุดี ๗๘:54
สดุดี ๗๘:55
สดุดี ๗๘:56
สดุดี ๗๘:57
สดุดี ๗๘:58
สดุดี ๗๘:59
สดุดี ๗๘:60
สดุดี ๗๘:61
สดุดี ๗๘:62
สดุดี ๗๘:63
สดุดี ๗๘:64
สดุดี ๗๘:65
สดุดี ๗๘:66
สดุดี ๗๘:67
สดุดี ๗๘:68
สดุดี ๗๘:69
สดุดี ๗๘:70
สดุดี ๗๘:71
สดุดี ๗๘:72
สดุดี 1 / สดุดี 1
สดุดี 2 / สดุดี 2
สดุดี 3 / สดุดี 3
สดุดี 4 / สดุดี 4
สดุดี 5 / สดุดี 5
สดุดี 6 / สดุดี 6
สดุดี 7 / สดุดี 7
สดุดี 8 / สดุดี 8
สดุดี 9 / สดุดี 9
สดุดี 10 / สดุดี 10
สดุดี 11 / สดุดี 11
สดุดี 12 / สดุดี 12
สดุดี 13 / สดุดี 13
สดุดี 14 / สดุดี 14
สดุดี 15 / สดุดี 15
สดุดี 16 / สดุดี 16
สดุดี 17 / สดุดี 17
สดุดี 18 / สดุดี 18
สดุดี 19 / สดุดี 19
สดุดี 20 / สดุดี 20
สดุดี 21 / สดุดี 21
สดุดี 22 / สดุดี 22
สดุดี 23 / สดุดี 23
สดุดี 24 / สดุดี 24
สดุดี 25 / สดุดี 25
สดุดี 26 / สดุดี 26
สดุดี 27 / สดุดี 27
สดุดี 28 / สดุดี 28
สดุดี 29 / สดุดี 29
สดุดี 30 / สดุดี 30
สดุดี 31 / สดุดี 31
สดุดี 32 / สดุดี 32
สดุดี 33 / สดุดี 33
สดุดี 34 / สดุดี 34
สดุดี 35 / สดุดี 35
สดุดี 36 / สดุดี 36
สดุดี 37 / สดุดี 37
สดุดี 38 / สดุดี 38
สดุดี 39 / สดุดี 39
สดุดี 40 / สดุดี 40
สดุดี 41 / สดุดี 41
สดุดี 42 / สดุดี 42
สดุดี 43 / สดุดี 43
สดุดี 44 / สดุดี 44
สดุดี 45 / สดุดี 45
สดุดี 46 / สดุดี 46
สดุดี 47 / สดุดี 47
สดุดี 48 / สดุดี 48
สดุดี 49 / สดุดี 49
สดุดี 50 / สดุดี 50
สดุดี 51 / สดุดี 51
สดุดี 52 / สดุดี 52
สดุดี 53 / สดุดี 53
สดุดี 54 / สดุดี 54
สดุดี 55 / สดุดี 55
สดุดี 56 / สดุดี 56
สดุดี 57 / สดุดี 57
สดุดี 58 / สดุดี 58
สดุดี 59 / สดุดี 59
สดุดี 60 / สดุดี 60
สดุดี 61 / สดุดี 61
สดุดี 62 / สดุดี 62
สดุดี 63 / สดุดี 63
สดุดี 64 / สดุดี 64
สดุดี 65 / สดุดี 65
สดุดี 66 / สดุดี 66
สดุดี 67 / สดุดี 67
สดุดี 68 / สดุดี 68
สดุดี 69 / สดุดี 69
สดุดี 70 / สดุดี 70
สดุดี 71 / สดุดี 71
สดุดี 72 / สดุดี 72
สดุดี 73 / สดุดี 73
สดุดี 74 / สดุดี 74
สดุดี 75 / สดุดี 75
สดุดี 76 / สดุดี 76
สดุดี 77 / สดุดี 77
สดุดี 78 / สดุดี 78
สดุดี 79 / สดุดี 79
สดุดี 80 / สดุดี 80
สดุดี 81 / สดุดี 81
สดุดี 82 / สดุดี 82
สดุดี 83 / สดุดี 83
สดุดี 84 / สดุดี 84
สดุดี 85 / สดุดี 85
สดุดี 86 / สดุดี 86
สดุดี 87 / สดุดี 87
สดุดี 88 / สดุดี 88
สดุดี 89 / สดุดี 89
สดุดี 90 / สดุดี 90
สดุดี 91 / สดุดี 91
สดุดี 92 / สดุดี 92
สดุดี 93 / สดุดี 93
สดุดี 94 / สดุดี 94
สดุดี 95 / สดุดี 95
สดุดี 96 / สดุดี 96
สดุดี 97 / สดุดี 97
สดุดี 98 / สดุดี 98
สดุดี 99 / สดุดี 99
สดุดี 100 / สดุดี 100
สดุดี 101 / สดุดี 101
สดุดี 102 / สดุดี 102
สดุดี 103 / สดุดี 103
สดุดี 104 / สดุดี 104
สดุดี 105 / สดุดี 105
สดุดี 106 / สดุดี 106
สดุดี 107 / สดุดี 107
สดุดี 108 / สดุดี 108
สดุดี 109 / สดุดี 109
สดุดี 110 / สดุดี 110
สดุดี 111 / สดุดี 111
สดุดี 112 / สดุดี 112
สดุดี 113 / สดุดี 113
สดุดี 114 / สดุดี 114
สดุดี 115 / สดุดี 115
สดุดี 116 / สดุดี 116
สดุดี 117 / สดุดี 117
สดุดี 118 / สดุดี 118
สดุดี 119 / สดุดี 119
สดุดี 120 / สดุดี 120
สดุดี 121 / สดุดี 121
สดุดี 122 / สดุดี 122
สดุดี 123 / สดุดี 123
สดุดี 124 / สดุดี 124
สดุดี 125 / สดุดี 125
สดุดี 126 / สดุดี 126
สดุดี 127 / สดุดี 127
สดุดี 128 / สดุดี 128
สดุดี 129 / สดุดี 129
สดุดี 130 / สดุดี 130
สดุดี 131 / สดุดี 131
สดุดี 132 / สดุดี 132
สดุดี 133 / สดุดี 133
สดุดี 134 / สดุดี 134
สดุดี 135 / สดุดี 135
สดุดี 136 / สดุดี 136
สดุดี 137 / สดุดี 137
สดุดี 138 / สดุดี 138
สดุดี 139 / สดุดี 139
สดุดี 140 / สดุดี 140
สดุดี 141 / สดุดี 141
สดุดี 142 / สดุดี 142
สดุดี 143 / สดุดี 143
สดุดี 144 / สดุดี 144
สดุดี 145 / สดุดี 145
สดุดี 146 / สดุดี 146
สดุดี 147 / สดุดี 147
สดุดี 148 / สดุดี 148
สดุดี 149 / สดุดี 149
สดุดี 150 / สดุดี 150