A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐

ใน​ช่วง​นั้น​กษัตริย์​เบนฮาดัด​แห่ง​อารัม​ได้​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​เขา มี​กษัตริย์​จาก​ที่​อื่นๆ​อีก​สามสิบสอง​องค์​ได้​นำ​กอง​ทหาร​ม้า​และ​รถรบ​ของ​พวกเขา​เข้า​มา​ร่วมด้วย เขา​ได้​ขึ้น​ไป​ล้อม​เมือง​สะมาเรีย​และ​โจมตี​มัน
เขา​ส่ง​พวก​ผู้ส่งข่าว​เข้าไป​ใน​เมือง​ไป​หา​กษัตริย์​อาหับ​เพื่อ​บอก​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​เบนฮาดัด​พูด
‘เงิน​และ​ทอง​ของ​เจ้า​ตก​เป็น​ของ​เราแล้ว และ​พวกเมีย​ที่​สวย​ที่สุด​ของ​เจ้า​และ​ลูกๆ​ของ​เจ้า​ก็​ตก​เป็น​ของ​เราแล้ว’”
กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ไป​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​เรา เป็น​ไป​ตาม​ที่​ท่าน​พูด ตัวเรา​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เรา​มี​อยู่​เป็น​ของ​ท่าน”
พวก​ผู้ส่งข่าว​กลับ​มา​อีกครั้ง​และ​พูด​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​เบนฮาดัด​พูด ‘เรา​ส่งข่าว​มา​เพื่อ​สั่ง​ให้​เจ้า​มอบ​เงิน​และ​ทอง รวม​ทั้ง​เมีย​ทั้งหลาย​ของ​เจ้า​และ​ลูกๆ​ของ​เจ้ามา
แต่​ใน​วัน​พรุ่งนี้​เวลา​เดียวกันนี้ เรา​จะ​ส่ง​เจ้าหน้าที่​ของ​เรา​มา​ค้น​วัง​ของ​เจ้า​และ​พวกบ้าน​ของ​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เจ้า พวกเขา​จะ​ยึด​เอา​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​มี​ค่า​ของ​เจ้า​และ​ขน​เอา​มัน​ไป’”
กษัตริย์​อิสราเอล​เรียก​พวก​ผู้นำ​ทุกคน​ของ​แผ่นดิน​มา​ประชุม และ​พูด​ว่า “เห็น​หรือ​ไม่​ว่า​ชาย​คนนี้​กำลัง​เอา​ความ​ยุ่งยาก​มา​ให้แล้ว เมื่อ​เขา​ส่ง​คน​มา​ขอ​เมีย​ทั้งหลาย​กับ​ลูกๆ​ของข้า และ​เงินทอง​ของ​ข้า ข้า​ก็​ไม่ได้​ปฏิเสธ​เขาเลย”
พวก​ผู้นำ​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ต่าง​ตอบ​ว่า “อย่า​ไป​ฟัง​มัน​หรือ​ทำตาม​คำเรียกร้อง​ของ​มันเลย”
เขา​จึง​ตอบ​พวก​ผู้ส่งข่าว​ของ​เบนฮาดัด​ไป​ว่า “ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​นาย​ของ​เรา​ว่า ‘คน​รับใช้​ของ​ท่าน​จะ​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​เรียกร้อง​ใน​ครั้งแรก แต่​การ​เรียกร้อง​ใน​ครั้งนี้​เรา​ยอม​ให้​ไม่ได้’” พวก​เขา​จาก​ไป​และ​เอา​คำตอบนั้น​กลับ​ไป​บอก​กับ​เบนฮาดัด
๑๐
แล้ว​เบนฮาดัด​ก็​ส่งข่าว​มา​อีก​ข่าว​หนึ่ง​ถึง​อาหับ​ว่า “ขอให้​พวก​พระ​ทั้งหลาย​ลงโทษ​เรา​อย่าง​แสนสาหัส หาก​ว่า​เรา​ทิ้ง​ให้​เหลือ​ฝุ่น​ใน​เมือง​สะมาเรีย​พอ​ให้​คน​ของ​เรา​กำ​ได้​คนละ​หนึ่ง​กำ​มือ”
๑๑
กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ไป​ว่า “ไป​บอก​เขา​ว่า ‘คน​ที่​กำลัง​สวม​เสื้อ​เกราะ​ไม่​สมควร​ที่​จะ​คุย​โอ้อวด​อย่าง​กับ​คน​ที่​กำลัง​ถอด​มัน​ออก’”
๑๒
เบนฮาดัด​ได้ยิน​ข้อ​ความนี้​ใน​ขณะ​ที่​เขา​และ​บรรดา​กษัตริย์​กำลัง​ดื่มกัน​อยู่​ใน​เต็นท์​ของ​พวกเขา และ​เขา​ก็​ได้​สั่ง​คน​ของ​เขา​ว่า “เตรียม​โจมตี” พวก​เขา​จึง​เตรียม​เข้า​โจมตี​เมือง
๑๓
ใน​ขณะนั้น​มี​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนหนึ่ง​มาหา​กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​และ​ได้​ประกาศ​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘เจ้า​เห็น​กองทัพ​ขนาด​ใหญ่นั้น​หรือเปล่า เรา​จะ​ให้​มัน​ตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​เจ้า​ใน​วันนี้​และ​เจ้า​จะ​ได้​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์เวห์’”
๑๔
อาหับ​ถาม​ว่า “แต่​ใคร​จะ​เป็น​คน​ทำ​ละ” ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนนั้น​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่มๆ​ของ​พวก​แม่ทัพ​ตาม​หัวเมือง​จะ​เป็น​คน​ทำ’” เขา​ถาม​ต่อว่า “แล้ว​ใคร​จะ​เป็น​คน​เริ่ม​รบ​ก่อน” ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนนั้น​ตอบ​ว่า “ก็ท่าน​ยังไงล่ะ”
๑๕
อาหับ​จึง​เรียก​ตัว​พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่มๆ​ของ​พวก​แม่ทัพ​ตาม​หัวเมือง​มา มี​จำนวน​ทั้งหมด​สองร้อย​สามสิบสอง​คน แล้ว​เขา​ก็​เรียก​ชุมนุม​ชาว​อิสราเอล​ที่​เหลือ​ทั้งหมด​เจ็ดพัน​คน
๑๖
พวกเขา​เริ่ม​เคลื่อน​ทัพ​ออก​ตอน​เที่ยง​ใน​ขณะ​ที่​เบนฮาดัด​และ​กษัตริย์​อีก​สามสิบสอง​คน​ที่​ร่วม​มือ​กับ​เขา​ต่าง​ก็​เมามายกัน​อยู่​ใน​เต็นท์
๑๗
พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่ม​กลุ่มนั้น​ของ​พวก​แม่ทัพ​ทั้งหลาย ได้​นำ​หน้า​ออก​ไป​ก่อน ขณะนั้น​ผู้ส่งข่าว​ด่วน​ของ​เบนฮาดัด​ได้​มา​รายงาน​เขา​ว่า “มี​คน​มากมาย​กำลัง​มุ่งหน้า​ออก​มาจาก​สะมาเรีย”
๑๘
เบนฮาดัด​จึง​พูด​ว่า “ไม่ว่า​พวก​เขา​ออก​มา​อย่าง​สันติ หรือ​เพื่อ​รบ ก็​ให้​จับ​พวกเขา​มา​เป็นๆ”
๑๙
พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่ม​ของ​พวก​แม่ทัพ​ทั้งหลาย​ต่าง​เดินทัพ​ออก​มา​จาก​เมือง มี​กองทัพ​ตามหลัง​พวกเขา​มา​ด้วย
๒๐
แต่ละคน​ก็​สามารถ​ฆ่า​ศัตรู​ของ​พวกเขา​ลง​ได้ ชาว​อารัม​ต้อง​หลบหนี ชาว​อิสราเอล​เป็น​ฝ่าย​ไล่​ติดตาม แต่​กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​อารัม​หนี​ขึ้น​บน​หลัง​ม้า​พร้อม​ด้วย​ทหาร​ม้า​ของ​เขา​อีก​จำนวนหนึ่ง
๒๑
กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​บุก​ขึ้น​ไป​และ​เอา​ชนะ​พวก​ทหาร​ม้า​และ​บรรดา​รถรบ​เหล่านั้นได้ และ​ทำให้​เกิด​ความ​เสียหาย​อย่างหนัก​กับ​กองทัพ​ของ​พวกอารัม
๒๒
ต่อมา​ภายหลัง ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ได้​มา​หา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​และ​พูด​ว่า “ทำ​ให้​กองทัพ​ของ​ท่าน​แข็งแกร่ง​ขึ้น​และ​วางแผน​ให้​ดี เพราะ​ใน​ฤดู​ใบไม้ผลิ​คราวหน้า กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​จะ​กลับ​มา​โจมตี​ท่าน​อีก​ครั้งหนึ่ง”
๒๓
ใน​ขณะนั้น​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​เบนฮาดัด​แนะนำ​กษัตริย์​ว่า “พระ​ทั้งหลาย​ของ​คน​พวกนั้น​คือ​พระเจ้า​แห่ง​เนินเขา นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​พวก​มัน​แข็งแกร่ง​เกิน​ไป​สำหรับ​พวกเรา แต่​ถ้า​พวกเรา​ต่อสู้​กับ​พวกมัน​บน​ที่ราบ พวกเรา​จะ​แข็งแกร่ง​กว่า​พวก​มัน​อย่าง​แน่นอน
๒๔
ทำ​อย่างนี้สิ ย้าย​พวกกษัตริย์​ให้​ออกจาก​ตำแหน่ง​แม่ทัพ และ​เอา​เจ้าหน้าที่​คน​อื่น​มา​แทน​พวกเขา
๒๕
ท่าน​ต้อง​เพิ่ม​จำนวน​กองทัพ​ให้​มาก​ขึ้น​ให้​เท่ากับ​ที่​ท่าน​ได้​สูญเสีย​ไป เพิ่ม​ม้า​ให้​กับ​กองทัพ​ม้า เพิ่ม​รถรบ​ให้​กับ​กองทัพ​รถรบ แล้ว​พวกเรา​ก็​จะ​สามารถ​ต่อสู้​กับ​อิสราเอล​บน​ที่ราบได้ แล้ว​เรา​ก็​จะ​ได้เปรียบ​พวกมัน​อย่าง​แน่นอน” เบนฮาดัด​เห็นด้วย​กับ​พวกเขา​และ​ทำ​ตามนั้น
๒๖
ใน​ฤดู​ใบไม้ผลิ​ต่อมา เบนฮาดัด​รวบรวม​ชาว​อารัม​ขึ้น​ใหม่​และ​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​อาเฟก​เพื่อ​ที่​จะ​ต่อสู้​กับ​อิสราเอล
๒๗
เมื่อ​บรรดา​ชาว​อิสราเอล​ได้​รวม​ตัว​กัน​อีก​และ​มี​การ​จัดเตรียม​เสบียง​อาหารไว้ พวกเขา​ก็​เดินทัพ​ออก​ไป​พบ​กับ​กองทัพ​เหล่านั้น ชาว​อิสราเอล​ได้​ตั้งค่าย​อยู่​ฝั่ง​ตรงข้าม​กับ​พวกนั้น​เหมือน​กับ​ฝูง​แพะ​เล็กๆ​สอง​ฝูง ใน​ขณะ​ที่​ชาว​อารัม​ได้​ครอบคลุม​พื้นที่​บริเวณนั้น​ทั้งหมด
๒๘
คน​ของ​พระเจ้า​ขึ้น​มา​และ​บอก​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ ‘พวก​ชาว​อารัม​พูด​ดูถูก​ว่า พระยาห์เวห์​คือ​พระ​ของ​เนินเขา​และ​ไม่​ได้​เป็น​พระ​ของ​ที่ราบ อย่างนั้น เรา​จะ​มอบ​กองทัพ​ที่​ยิ่งใหญ่​กองนี้​ให้​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของเจ้า​และ​เจ้า​จะได้​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์เวห์’”
๒๙
พวกเขา​ตั้งค่าย​เผชิญหน้ากัน​อยู่​เป็น​เวลา​เจ็ด​วัน และ​ใน​วัน​ที่​เจ็ด การรบ​ก็​เริ่มต้น​ขึ้น ชาว​อิสราเอล​ทำลาย​ทหาร​เดินเท้า​ของ​ชาว​อารัม​ได้​ถึง​หนึ่งแสน​คน​ภาย​ใน​วัน​เดียว
๓๐
ส่วน​คน​ที่​เหลือ​หลบหนี​ไป​ที่​เมือง​อาเฟก แต่​กำแพง​เมืองนั้น​ถล่ม​ลง​มา​ทับ​คน​เหล่านั้น​ถึง​สองหมื่น​เจ็ดพัน​คน และ​เบนฮาดัด​ก็​ได้​หลบหนี​ไป​ที่​เมืองนั้น​ด้วย​และ​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ห้อง​ชั้นในสุด
๓๑
พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา​พูด​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ พวกเรา​เคย​ได้ยิน​มา​ว่า​พวก​กษัตริย์​ของ​ครอบครัว​อิสราเอลนั้น​มี​ความเมตตา พวกเรา​เอา​ผ้า​กระสอบ​คาด​เอว​และ​เอา​เชือก​พัน​หัว ของ​พวกเรา​และ​เข้า​ไป​หา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​กัน​เถิด เผื่อ​บางที​เขา​อาจ​จะ​ไว้​ชีวิต​ของ​ท่าน​ก็ได้”
๓๒
พวกเขา​ก็​คาด​ผ้า​กระสอบ​ไว้​ที่​เอว​และ​เอา​เชือก​พัน​หัว​ของ​พวก​เขา​ไว้ และ​พวกเขา​ก็​เข้า​ไป​พบ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​และ​พูด​ว่า “เบนฮาดัด​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​พูด​ว่า ‘โปรด​ไว้ชีวิต​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด’” กษัตริย์​ตอบ​มา​ว่า “เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่หรือ เขา​เป็น​น้องชาย​ของ​เรา ”
๓๓
คน​เหล่านั้น​จึง​ถือ​สิ่ง​นี้​เป็น​ลางดี​และ​รีบ​ตอบรับ​คำ​ของ​เขา​โดย​พวกเขา​พูด​ว่า “ใช่แล้ว เบนฮาดัด​น้องชาย​ของ​ท่านเอง” กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ไป​นำ​ตัว​เขา​มา” เมื่อ​เบนฮาดัด​ออก​มา อาหับ​ได้​พา​เขา​ขึ้น​ไป​บน​รถรบ​ของ​เขา
๓๔
เบนฮาดัด​ได้​เสนอ​ว่า “เรา​จะ​คืน​เมือง​ต่างๆ​ที่​พ่อ​เรา​ได้​ยึด​มาจาก​พ่อ​ของ​ท่าน ท่าน​อาจ​จะ​จัดตั้ง​เขต​ที่​เป็น​ตลาด​ของ​ท่าน​เอง​ใน​ดามัสกัส​เหมือนกับ​ที่​พ่อ​ของ​เรา​เคย​ทำไว้​ใน​เมือง​สะมาเรีย” อาหับ​พูด​ว่า “ถ้า​เป็น​อย่างนี้ เรา​จะ​ยอมปล่อย​ท่าน​ให้​เป็น​อิสระ​ตาม​สัญญา​ข้อนี้” เขา​จึง​ทำ​สัญญา​กับ​เบนฮาดัด​และ​ปล่อย​เขา​ให้​เป็น​อิสระ
๓๕
ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนหนึ่ง พูด​กับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า “เอา​อาวุธ​ท่าน​ทำร้าย​เราเถิด” เพราะ​เขา​บอก​ว่า​นั่น​เป็น​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​ชาย​คนนั้น​ไม่​ยอม​ทำ
๓๖
ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​จึง​พูด​ว่า “ทันที​ที่​ท่าน​ไป​จาก​เรา สิงโต​ตัวหนึ่ง​จะ​ฆ่า​ท่าน เพราะ​ท่าน​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระยาห์เวห์” หลังจาก​ที่​ชาย​คนนั้น​ไป​แล้ว สิงโต​ตัวหนึ่ง​มา​พบ​เขา​และ​ฆ่า​เขาตาย
๓๗
ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ได้​พบ​ชาย​อีก​คน​และ​พูด​ว่า “ช่วย​ทุบตี​เรา​ด้วย​เถิด” ชาย​คนนั้น​จึง​ทุบตี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​และ​เขา​ได้รับ​บาดเจ็บ
๓๘
แล้ว​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ก็​ไป​ยืน​อยู่​ที่​ข้าง​ถนน​เพื่อ​คอย​กษัตริย์ เขา​ปลอม​ตัว​ด้วย​การ​เอา​ผ้า​พัน​หัว​ลง​มา​จน​ถึง​ลูก​ตา​ของ​เขา
๓๙
เมื่อ​กษัตริย์​เดินทาง​ผ่าน​มา ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​เรียก​กษัตริย์​ไว้​และ​พูด​ว่า “ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ได้​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​สนามรบ​และ​มี​คน​หนึ่ง​จับ​เชลย​มา​ได้ และ​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘ให้​เฝ้า​คน​คนนี้​เอา​ไว้​ให้​ดี ถ้า​เขา​หาย​ไป เจ้า​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​ชีวิต​ของ​เจ้า หรือ​ไม่​เจ้า​ก็​ต้อง​จ่าย​เงิน​หนึ่ง​ตะลันต์ ’
๔๐
ใน​ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​กำลัง​วุ่นวาย​อยู่​นั่นเอง ชาย​คนนั้น​ก็​ได้​หายตัว​ไป” กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ว่า “นั่นแหล่ะ​จะ​เป็น​โทษ​ของ​เจ้า เจ้าเอง​ก็​ได้​ประกาศ​คำตัดสิน​ออก​มา​แล้ว”
๔๑
แล้ว​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ก็​แกะ​ผ้า​ปิด​หัว​ออก​จาก​ตา​ของ​เขา​อย่าง​รวดเร็ว และ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ก็​จำ​เขา​ได้​ว่า​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า
๔๒
เขา​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​อย่างนี้ ‘เจ้า​ปล่อย​คนหนึ่ง​ที่​เรา​กำหนด​ให้​ตาย อย่างนั้น เจ้า​ต้อง​ชดใช้​ชีวิต​ของ​เจ้า​แทน​ชีวิต​ของ​เขา และ​ชดใช้​ชีวิต​ของ​ประชาชน​ของ​เจ้า​แทน​ชีวิต​ประชาชน​ของ​เขา’”
๔๓
กษัตริย์​ก็​ขุ่นเคือง​และ​โกรธ และ​เดินทาง​กลับ​วัง​ใน​เมือง​สะมาเรีย
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:1
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:2
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:3
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:4
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:5
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:6
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:7
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:8
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:9
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:10
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:11
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:12
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:13
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:14
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:15
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:16
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:17
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:18
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:19
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:20
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:21
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:22
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:23
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:24
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:25
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:26
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:27
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:28
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:29
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:30
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:31
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:32
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:33
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:34
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:35
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:36
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:37
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:38
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:39
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:40
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:41
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:42
๑ พงศ์กษัตริย์ ๒๐:43
๑ พงศ์กษัตริย์ 1 / ๑พงศ์ 1
๑ พงศ์กษัตริย์ 2 / ๑พงศ์ 2
๑ พงศ์กษัตริย์ 3 / ๑พงศ์ 3
๑ พงศ์กษัตริย์ 4 / ๑พงศ์ 4
๑ พงศ์กษัตริย์ 5 / ๑พงศ์ 5
๑ พงศ์กษัตริย์ 6 / ๑พงศ์ 6
๑ พงศ์กษัตริย์ 7 / ๑พงศ์ 7
๑ พงศ์กษัตริย์ 8 / ๑พงศ์ 8
๑ พงศ์กษัตริย์ 9 / ๑พงศ์ 9
๑ พงศ์กษัตริย์ 10 / ๑พงศ์ 10
๑ พงศ์กษัตริย์ 11 / ๑พงศ์ 11
๑ พงศ์กษัตริย์ 12 / ๑พงศ์ 12
๑ พงศ์กษัตริย์ 13 / ๑พงศ์ 13
๑ พงศ์กษัตริย์ 14 / ๑พงศ์ 14
๑ พงศ์กษัตริย์ 15 / ๑พงศ์ 15
๑ พงศ์กษัตริย์ 16 / ๑พงศ์ 16
๑ พงศ์กษัตริย์ 17 / ๑พงศ์ 17
๑ พงศ์กษัตริย์ 18 / ๑พงศ์ 18
๑ พงศ์กษัตริย์ 19 / ๑พงศ์ 19
๑ พงศ์กษัตริย์ 20 / ๑พงศ์ 20
๑ พงศ์กษัตริย์ 21 / ๑พงศ์ 21
๑ พงศ์กษัตริย์ 22 / ๑พงศ์ 22