A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (ERV) 2001

๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘

หลังจาก​นั้น ใน​ช่วง​ปี​ที่สาม​ที่​ฝน​ไม่​ตก พระยาห์เวห์​บอก​เอลียาห์​ว่า “ไป​ปรากฏ​ตัว​ให้​กษัตริย์​อาหับ​เห็นสิ แล้ว​เรา​จะ​ส่ง​ฝน​ให้​ตกลง​มา​บน​แผ่นดินนี้”
เอลียาห์​จึง​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อาหับ ตอนนั้น​ใน​เมือง​สะมาเรีย ภาวะ​ความ​อดอยาก​แห้งแล้ง​อยู่​ใน​ขั้น​รุนแรงแล้ว
กษัตริย์​อาหับ​ได้​เรียก​ตัว​โอบาดียาห์​หัวหน้า​ผู้ดูแลวัง​มา​พบ (โอบาดียาห์​เป็น​คน​ที่​เคารพ​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​อย่างสูง
ตอน​ที่​เยเซเบล​ฆ่า​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า โอบาดียาห์​ได้​ช่วย​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ไว้​ถึง​หนึ่งร้อยคน และ​ซ่อน​ตัว​พวกเขา​ไว้​ใน​ถ้ำ​สอง​แห่ง แห่ง​ละ​ห้า​สิบ​คน และ​ได้​จัดหา​อาหาร​และ​น้ำ​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย)
กษัตริย์​อาหับ​ได้​พูด​กับ​โอบาดียาห์​ว่า “เดินทาง​ไป​ตาม​แหล่ง​ตาน้ำ​และ​หุบเขา​ทั้งหมด​ที่​อยู่​บน​แผ่นดินนี้ บางที​พวกเรา​อาจ​จะ​พบ​ต้นหญ้า​มา​ใช้​เลี้ยง​ม้า​และ​ล่อ​เหล่านี้​ให้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป พวกเรา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ฆ่า​สัตว์​ตัวใด​ตัวหนึ่ง​ของ​พวกเรา”
พวกเขา​จึง​ได้​แบ่ง​พื้นที่​กัน​เพื่อ​จะ​ได้​ค้นหา​ได้​ทั่วถึง อาหับ​ไป​ทางหนึ่ง​และ​โอบาดียาห์​ไป​อีก​ทางหนึ่ง
ใน​ขณะ​ที่​โอบาดียาห์​กำลัง​เดินทาง​อยู่ เอลียาห์​ได้​มา​พบ​เขา โอบาดียาห์​จำ​เขา​ได้ เขา​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น​และ​พูด​ว่า “นี่​ท่าน​จริงๆ​หรือ เอลียาห์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”
เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ใช่แล้ว ไป​บอก​กับ​เจ้านาย​ของ​เจ้า​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’”
โอบาดียาห์​ถาม​กลับ​ว่า “นี่​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ผิดหรือ ท่าน​ถึง​จะ​ส่ง​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​อาหับ​ฆ่า
๑๐
พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​ส่ง​คน​ไป​ค้นหา​ท่าน​จนทั่ว​ทุกหนแห่ง ไม่​มี​ชนชาติใด​หรือ​อาณาจักรใด​เลย​ที่​กษัตริย์​ข้าพเจ้า​ไม่ได้​ส่ง​คน​ไป​ค้นหา​ท่าน และ​ถ้า​ชนชาติใด​หรือ​อาณาจักรใด​บอก​ว่า ‘คนนั้น​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่’ กษัตริย์​อาหับ​ก็​จะ​ให้​คน​เหล่านั้น​สาบาน​ว่า​พวกเขา​หา​ท่าน​ไม่​พบ​จริงๆ
๑๑
แต่​ตอนนี้​ท่าน​กลับ​ให้​ข้าพเจ้า​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’
๑๒
พอ​ข้าพเจ้า​ไป​จาก​ท่าน​แล้ว ข้าพเจ้า​ไม่​รู้​ว่า​พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​จะ​พา​ท่าน​ไป​ที่ใด ถ้า​ข้าพเจ้า​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​อาหับ​และ​เขา​เกิด​หา​ท่าน​ไม่​พบ เขา​ก็​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า​เสีย ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ได้​เคารพ​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​มา​ตั้งแต่​หนุ่ม​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้
๑๓
เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​ไม่​เคย​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​ลง​ไปหรือ ตอน​ที่​เยเซเบล​กำลัง​ฆ่า​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​ซ่อนตัว​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ถึง​หนึ่งร้อย​คน​ไว้​ใน​ถ้ำ​สอง​แห่ง แห่ง​ละ​ห้าสิบ​คน และ​จัดหา​อาหาร​และ​น้ำ​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย
๑๔
ตอนนี้​ท่าน​มา​บอก​ข้าพเจ้า​ให้​ไป​หา​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​และ​พูด​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’ เขา​ต้อง​ฆ่า​ข้าพเจ้า​แน่”
๑๕
เอลียาห์​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ที่​เรา​รับใช้อยู่ มี​ชีวิต​อยู่​แน่นอน​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า ใน​วันนี้แหละ​เรา​จะ​ไป​ปรากฏ​ตัว​ให้​อาหับ​เห็น”
๑๖
โอบาดียาห์​จึง​ไป​หา​กษัตริย์​อาหับ​และ​บอก​เรื่องนี้​กับ​เขา และ​กษัตริย์​อาหับ​ก็​ไป​พบ​เอลียาห์
๑๗
เมื่อ​กษัตริย์​เห็น​เอลียาห์ เขา​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “นั่น​เป็น​เจ้า​จริงๆ​หรือ ไอ้ตัว​สร้างปัญหา​ของ​อิสราเอล”
๑๘
เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่​เคย​สร้างปัญหา​ให้​อิสราเอล แต่​ท่าน​และ​ครอบครัว​ของ​บรรพบุรุษ​ท่าน​ต่างหาก​ที่​เป็น​คน​ทำ ท่าน​ได้​ละทิ้ง​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ไป​ติดตาม​พระ​บาอัล
๑๙
ตอนนี้ ให้​เรียก​ประชาชน​จาก​ทั่วทั้ง​อิสราเอล​มา​พบ​กับ​ข้าพเจ้า​บน​ภูเขา​คารเมลนี้ และ​ให้​นำ​ตัว​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ทั้ง​สี่ร้อย​ห้าสิบ​คน รวมทั้ง​พวก​ผู้พูดแทนพระ​อาเชราห์ อีก​สี่ร้อย​คน​ที่​นั่ง​กิน​อาหาร​ร่วม​โต๊ะ​กับ​เยเซเบล​มาด้วย”
๒๐
กษัตริย์​อาหับ​จึง​ส่งข่าว​ไป​ทั่ว​ทั้ง​อิสราเอล​และ​เรียก​ประชุม​พวก​ผู้พูดแทนพระ​ปลอม​เหล่านั้น​ที่​บน​ภูเขา​คารเมล
๒๑
เอลียาห์​ได้​ไป​อยู่​ข้างหน้า​ของ​ประชาชน​ทั้งหมด​และ​พูด​ว่า “นี่​พวกเจ้า​ยัง​จะ​ลังเล​สองจิต​สองใจ​อย่างนี้​ไป​อีก​นาน​แค่ไหน ถ้า​พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า ให้​ติดตาม​พระองค์​ไป แต่​ถ้า​พระ​บาอัล​เป็น​พระเจ้า ก็​ให้​ติดตาม​เขา​ไป” แต่​ประชาชน​ไม่​ตอบ​เขา​สักคำ
๒๒
แล้ว​เอลียาห์​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เพียง​คน​เดียว​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่ แต่​พระ​บาอัล​มี​ผู้พูดแทน​มัน​อยู่​ถึง​สี่ร้อย​ห้าสิบ​คน
๒๓
ให้​เอา​วัว​ตัวผู้​สอง​ตัว​มา​ให้​พวกเรา ให้​พวกเขา​เป็น​คน​เลือก​ว่า​พวกเขา​จะ​เอา​ตัว​ไหน และ​ให้​พวกเขา​ตัด​มัน​เป็น​ท่อนๆ​ไป​วางไว้​บน​ฟืน​แต่​อย่า​จุด​ไฟ เรา​จะ​ไป​เตรียม​วัว​อีก​ตัว​หนึ่ง​และ​จะ​วาง​มัน​ไว้​บน​ฟืน​ที่​ไม่​จุด​ไฟ​เหมือนกัน
๒๔
แล้ว​พวก​เจ้า​ก็​ร้องเรียก​ชื่อ​พระ​ของ​พวกเจ้า ส่วน​เรา​ก็​จะ​ร้องเรียก​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ แล้ว​พระ​ที่​ตอบรับ​ด้วย​ไฟนั้น ก็​คือ​พระเจ้า” แล้ว​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​พูด​ว่า “สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​มา​นั้น​เข้าท่า​ดี”
๒๕
เอลียาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ว่า “เลือก​วัว​ตัวผู้​มา​ตัวหนึ่ง​และ​จัด​เตรียม​มัน​ก่อน เพราะ​พวกเจ้า​มี​คน​มากมาย เรียก​ชื่อ​พระ​ของ​พวกเจ้า​แต่​อย่า​เพิ่ง​จุด​ไฟ”
๒๖
พวกเขา​จึง​เลือก​วัว​ออก​มา​ตัว​หนึ่ง​และ​เตรียม​มัน​ไว้ แล้ว​พวกเขา​ก็​ร้องเรียก​ชื่อ​ของ​พระ​บาอัล​ตั้งแต่​เช้า​จน​ถึง​เที่ยง พวกเขา​ได้​ตะโกน​ว่า “ข้า​แต่​พระ​บาอัล โปรด​ตอบ​พวกเรา​ด้วย​เถิด” แต่​ไม่​มี​การ​ตอบรับ​ใดๆ ไม่​มี​เสียง​หรือ​การ​ตอบรับ​อะไรเลย พวกเขา​ก็​เต้นรำ​ไป​รอบๆ​แท่น​บูชา​ที่​พวกเขา​สร้าง​ขึ้น​มา
๒๗
ใน​ตอนเที่ยง เอลียาห์​เริ่ม​พูด​เยาะเย้ย​คน​เหล่านั้น​ว่า “ตะโกน​ดังขึ้น​อีกสิ เขา​เป็น​พระเจ้า​อย่าง​แน่นอน บางที​เขา​อาจ​จะ​ใจลอย​อยู่ บางที​เขา​อาจ​กำลัง​เข้า​ส้วม​อยู่ หรือ​กำลัง​เดินทาง​อยู่ หรือ​อาจ​จะ​นอนหลับ​อยู่ จะ​ต้อง​ให้​พวกเจ้า​ปลุก​มั้ง”
๒๘
พวกเขา​จึง​ตะโกน​ดังขึ้น และ​ใช้​ดาบ​กับ​หอก​กรีด​ตัวเอง​ซึ่ง​เป็น​ประเพณี​ของ​พวกเขา​อยู่​แล้ว จน​เลือด​ไหล​ออก​มา
๒๙
เลย​เวลา​เที่ยง​วัน​ไปแล้ว พวกเขา​ยัง​คง​ทำ​สิ่ง​ที่​บ้า​คลั่ง​เช่นนั้น​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เวลา​บูชา​ใน​ตอน​เย็น แต่​ก็​ยัง​ไม่​มี​เสียง ไม่​มี​คำตอบ และ​ไม่​มี​การตอบรับ
๓๐
แล้ว​เอลียาห์​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “เข้า​มา​ใกล้ๆ​เรา​หน่อย” พวกเขา​ทุก​คน​ก็​เลย​เข้า​ไป​ใกล้ และ​เอลียาห์​ซ่อมแซม​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ถูก​รื้อ​ไปนั้น
๓๑
เอลียาห์​เอา​ก้อนหิน​สิบสอง​ก้อน​มา​ตาม​จำนวน​เผ่า​ของ​พวก​ลูกชาย​ของ​ยาโคบ (พระคำ​ของ​พระยาห์เวห์​เคย​มา​ถึง​ยาโคบ​ว่า “เจ้า​จะ​มี​ชื่อ​ว่า​อิสราเอล”)
๓๒
เอลียาห์​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ด้วย​หิน​ทั้ง​สิบสอง​ก้อนนั้น​ใน​นาม​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ขุด​ร่อง​รอบๆ​แท่นบูชานั้น ใหญ่​เพียง​พอ​ที่​จะ​ใส่​เมล็ด​พืช​ได้​สอง​ถัง
๓๓
เขา​จัด​กอง​ไม้ฟืน และ​ตัด​วัว​ออก​เป็น​ท่อนๆ​แล้ว​วาง​มัน​ลง​บน​ไม้ฟืน แล้ว​ก็​พูด​กับ​คน​เหล่านั้น​ว่า “ตัก​น้ำ​ใส่​เหยือก​ทั้ง​สี่​เหยือก​ของ​พวกเจ้า​ให้​เต็ม และ​เท​มัน​ลง​บน​เครื่อง​บูชา​และ​บน​ไม้ฟืนนี้”
๓๔
แล้ว​เขา​บอก​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง และ​คน​เหล่านั้น​ก็​ทำ​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​เขา​ก็​บอก​ให้​พวกนั้น​ทำ​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม แล้ว​พวกนั้น​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม
๓๕
น้ำ​ไหลนอง​ลง​มา​รอบๆ​แท่นบูชา​และ​ไหล​จน​ท่วม​ร่องนั้น
๓๖
ใน​ช่วง​เวลา​ของ​การ​บูชานั้น​เอง เอลียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​ก้าว​ออก​ไป​ที่​ด้านหน้า​และ​อธิษฐาน​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค​และ​อิสราเอล ใน​วันนี้ ขอ​พระองค์​ทำให้​คน​รู้​เถิด​ว่า พระองค์​คือ​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล และ​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​และ​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ไป​ตาม​คำสั่ง​ของ​พระองค์
๓๗
ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​ตอบรับ​ข้าพเจ้าด้วย ตอบรับ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด เพื่อ​ว่า​ประชาชน​เหล่านี้​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระองค์ พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า และ​รู้​ว่า​พระองค์​จะ​หันเห​หัวใจ​ของ​พวกเขา​ให้​กลับ​มา​หา​พระองค์​อีก​ครั้ง”
๓๘
แล้ว​ไฟ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ตก​ลง​มา​และ​เผา​ไหม้​เครื่อง​สัตวบูชา กอง​ฟืน ก้อน​หิน​ทั้งหมด รวมทั้ง​ดิน และ​ยัง​ลาม​ลง​ไป​ใน​น้ำ​ที่​อยู่​ใน​ร่องด้วย
๓๙
เมื่อ​ประชาชน​ทั้งหมด​ได้​เห็น​เหตุการณ์นี้ พวกเขา​ต่าง​ก็​หมอบ​ลง​และ​ร้อง​ว่า “พระยาห์เวห์ พระองค์​คือ​พระเจ้า พระยาห์เวห์ พระองค์​คือ​พระเจ้า”
๔๐
แล้ว​เอลียาห์​ก็​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “จับ​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ไว้ อย่า​ให้​ใคร​หนี​รอด​ไป​ได้” พวกเขา​จับ​ตัว​คน​เหล่านั้น​ไว้ และ​เอลียาห์​ก็​ให้​นำ​ตัว​พวกนั้น​ลง​ไป​ที่​หุบเขา​คีโชน​และ​ฆ่า​พวกนั้น​ทิ้ง​ที่​นั่น
๔๑
แล้ว​เอลียาห์​ก็​พูด​กับ​กษัตริย์​อาหับ​ว่า “ไป​กิน​และ​ดื่ม​เถิด เพราะ​มี​เสียง​ฝน​ตก​หนัก​ลง​มา​แล้ว”
๔๒
กษัตริย์​อาหับ​จึง​ไป​กิน​และ​ดื่ม แต่​เอลียาห์​ได้​ปีน​ขึ้น​ไป​บน​ยอด​เขา​คารเมล ก้มกราบ​ลง​บน​พื้นดิน​และ​ซุกหน้า​ไว้​ระหว่าง​หัวเข่า​ของ​เขา
๔๓
เขา​ได้​พูด​กับ​คน​รับใช้​ของ​เขา​ว่า “มอง​ไป​ทาง​ทะเลซิ” คน​รับใช้ คนนั้น​ก็​ขึ้น​ไป​มอง​ออก​ไป เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​เห็น​มี​อะไร​เลย​ครับท่าน” เอลียาห์​พูด​กับ​เขา​ถึง​เจ็ด​ครั้ง​ว่า “กลับ​ไป​ดู​ใหม่”
๔๔
ใน​ครั้ง​ที่​เจ็ด​นั้นเอง คน​รับใช้​ของ​เขา​ก็​ได้​มา​รายงาน​ว่า “มี​เมฆ​ก้อน​หนึ่ง​ขนาด​เท่า​กำ​มือ​กำลัง​ขึ้น​มา​จาก​ทะเล” เอลียาห์​จึง​พูด​ว่า “กลับ​ไป​บอก​กษัตริย์​อาหับ​ว่า ‘ให้​ผูก​รถรบ​ของ​ท่าน​และ​รีบ​ลง​ไป​ก่อน​ที่​ฝน​จะ​หยุด​ท่านไว้’”
๔๕
ใน​ขณะนั้น​เอง ท้องฟ้า​ก็​เริ่ม​ดำทะมึน​ไป​ด้วย​กลุ่ม​เมฆ​มากมาย ลม​เริ่ม​พัด​แรง ฝน​เท​ลง​มา​อย่าง​หนัก​และ​กษัตริย์​อาหับ​ก็​ได้​ขี่​รถรบ​มุ่ง​ไป​ยัง​ยิสเรเอล
๔๖
ฤทธิ์เดช​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​อยู่​บน​ตัว​เอลียาห์ เขา​เอา​เสื้อคลุม​ยัด​เข้า​ไป​ใน​เข็มขัด และ​วิ่ง​แซง​หน้า​กษัตริย์​อาหับ​ไป​ถึง​ยิสเรเอล
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:1
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:2
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:3
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:4
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:5
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:6
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:7
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:8
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:9
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:10
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:11
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:12
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:13
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:14
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:15
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:16
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:17
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:18
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:19
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:20
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:21
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:22
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:23
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:24
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:25
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:26
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:27
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:28
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:29
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:30
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:31
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:32
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:33
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:34
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:35
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:36
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:37
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:38
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:39
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:40
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:41
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:42
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:43
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:44
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:45
๑ พงศ์กษัตริย์ ๑๘:46
๑ พงศ์กษัตริย์ 1 / ๑พงศ์ 1
๑ พงศ์กษัตริย์ 2 / ๑พงศ์ 2
๑ พงศ์กษัตริย์ 3 / ๑พงศ์ 3
๑ พงศ์กษัตริย์ 4 / ๑พงศ์ 4
๑ พงศ์กษัตริย์ 5 / ๑พงศ์ 5
๑ พงศ์กษัตริย์ 6 / ๑พงศ์ 6
๑ พงศ์กษัตริย์ 7 / ๑พงศ์ 7
๑ พงศ์กษัตริย์ 8 / ๑พงศ์ 8
๑ พงศ์กษัตริย์ 9 / ๑พงศ์ 9
๑ พงศ์กษัตริย์ 10 / ๑พงศ์ 10
๑ พงศ์กษัตริย์ 11 / ๑พงศ์ 11
๑ พงศ์กษัตริย์ 12 / ๑พงศ์ 12
๑ พงศ์กษัตริย์ 13 / ๑พงศ์ 13
๑ พงศ์กษัตริย์ 14 / ๑พงศ์ 14
๑ พงศ์กษัตริย์ 15 / ๑พงศ์ 15
๑ พงศ์กษัตริย์ 16 / ๑พงศ์ 16
๑ พงศ์กษัตริย์ 17 / ๑พงศ์ 17
๑ พงศ์กษัตริย์ 18 / ๑พงศ์ 18
๑ พงศ์กษัตริย์ 19 / ๑พงศ์ 19
๑ พงศ์กษัตริย์ 20 / ๑พงศ์ 20
๑ พงศ์กษัตริย์ 21 / ๑พงศ์ 21
๑ พงศ์กษัตริย์ 22 / ๑พงศ์ 22