A A A A A
×

พระคัมภีร์ในประเทศไทย (TH1971)

สุภาษิต ๑๗

เสบียงกรังหน่อยหนึ่งพร้อมกับความสงบ ดีกว่าเรือนที่มีการเลี้ยงเต็มพร้อมกับการวิวาท
ทาสที่กระทำการงานเฉลียวฉลาดจะปกครองบุตรชาย ผู้ประพฤติความละอาย และจะได้ส่วนแบ่งมรดกเท่ากับพวกพี่น้อง
เบ้ามีไว้สำหรับเงิน และเตาถลุงมีไว้สำหรับทองคำ และพระเจ้าทรงทดลองใจ
ผู้กระทำความชั่วฟังริมฝีปากชั่วร้าย และคนมุสาให้ความสนใจแก่ลิ้นหายนะ
บุคคลที่เย้ยหยันคนยากจนก็ดูถูกพระผู้สร้างของเขา บุคคลที่ยินดีเมื่อมีความลำบากยากเย็น จะไม่มีโทษหามิได้
หลานๆเป็นมงกุฎของคนแก่ และศักดิ์ศรีของบุตรชายคือบิดาของเขา
วาจาสละสลวยไม่งามแก่คนโง่ฉันใด วาจามุสายิ่งไม่งามแก่เจ้านายฉันนั้น
สินบนเหมือนแก้วกายสิทธิ์ในสายตาของผู้ให้ เขาจะหันไปทางไหนก็เจริญรุ่งเรืองทางนั้น
บุคคลผู้ให้อภัยการทรยศก็มุ่งจะสร้างมิตรภาพ แต่คนปากโป้งจะทำลายความเป็นมิตร
๑๐
คำขนาบเข้าไปในคนที่มีความเข้าใจ ลึกกว่าเฆี่ยนคนโง่สักร้อยที
๑๑
คนชั่วร้ายก็แสวงแต่การกบฏ แต่จะมีผู้สื่อสารดุร้ายไปสู้เขา
๑๒
ให้คนไปพบแม่หมีที่ลูกถูกขโมยไป ยังดีกว่าไปพบคนโง่ในความโง่ของเขา
๑๓
ถ้าคนหนึ่งคนใดทำชั่วตอบแทนความดี ความชั่วจะไม่พรากจากเรือนของคนนั้น
๑๔
เมื่อเริ่มต้นวิวาทก็เหมือนปล่อยน้ำให้ไหล ฉะนั้นจงเลิกเสียก่อนเกิดการวิวาท
๑๕
บุคคลที่ปล่อยผู้กระทำผิดและบุคคลที่ลงโทษคนชอบธรรม ทั้งสองก็เป็นที่น่าเกลียดน่าชังแก่พระเจ้า
๑๖
ทำไมคนโง่จึงมีเงินในมือเพื่อซื้อปัญญา ในเมื่อเขาไม่มีความคิด
๑๗
มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก
๑๘
คนที่ไม่มีสามัญสำนึกก็ให้คำปฏิญาณ และเป็นผู้รับประกันต่อหน้าเพื่อนบ้านของตน
๑๙
บุคคลผู้รักการทรยศก็รักการวิวาท บุคคลผู้ทำประตูเรือนของเขาให้สูงก็แสวงการทำลาย
๒๐
ผู้หนึ่งผู้ใดมีใจคดก็ไม่เจริญรุ่งเรือง และผู้ที่ลิ้นตลบตะแลงก็ตกอยู่ในความยากลำบาก
๒๑
บิดาที่มีบุตรชาย7:20โฉดก็มีความโศก และบิดาของคนโง่ไม่มีความชื่นบาน
๒๒
ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดี แต่จิตใจที่หมดมานะทำให้กระดูกแห้ง
๒๓
คนชั่วร้ายรับสินบนจากอกเสื้อ เพื่อผันแปรทางแห่งความยุติธรรม
๒๔
คนที่มีความเข้าใจมุ่งหน้าของเขาตรงไปสู่ปัญญา แต่ตาของคนโง่อยู่ที่สุดปลายแผ่นดินโลก
๒๕
บุตรชายโง่เป็นที่โศกสลดแก่บิดา และเป็นความขมขื่นแก่สตรีผู้ให้กำเนิด
๒๖
ที่จะปรับคนชอบธรรมก็ไม่ดี ที่จะโบยคนดีก็ผิด
๒๗
บุคคลที่ยับยั้งถ้อยคำของเขาเป็นคนมีความรู้ และบุคคลผู้มีจิตใจเยือกเย็นเป็นคนมีความเข้าใจ
๒๘
ถึงคนโง่หากนิ่งเสียก็นับว่าเป็นคนฉลาด เมื่อเขาหุบริมฝีปากของเขาก็นับว่าเขามีความคิด
สุภาษิต ๑๗:1
สุภาษิต ๑๗:2
สุภาษิต ๑๗:3
สุภาษิต ๑๗:4
สุภาษิต ๑๗:5
สุภาษิต ๑๗:6
สุภาษิต ๑๗:7
สุภาษิต ๑๗:8
สุภาษิต ๑๗:9
สุภาษิต ๑๗:10
สุภาษิต ๑๗:11
สุภาษิต ๑๗:12
สุภาษิต ๑๗:13
สุภาษิต ๑๗:14
สุภาษิต ๑๗:15
สุภาษิต ๑๗:16
สุภาษิต ๑๗:17
สุภาษิต ๑๗:18
สุภาษิต ๑๗:19
สุภาษิต ๑๗:20
สุภาษิต ๑๗:21
สุภาษิต ๑๗:22
สุภาษิต ๑๗:23
สุภาษิต ๑๗:24
สุภาษิต ๑๗:25
สุภาษิต ๑๗:26
สุภาษิต ๑๗:27
สุภาษิต ๑๗:28
สุภาษิต 1 / สุภาษิ 1
สุภาษิต 2 / สุภาษิ 2
สุภาษิต 3 / สุภาษิ 3
สุภาษิต 4 / สุภาษิ 4
สุภาษิต 5 / สุภาษิ 5
สุภาษิต 6 / สุภาษิ 6
สุภาษิต 7 / สุภาษิ 7
สุภาษิต 8 / สุภาษิ 8
สุภาษิต 9 / สุภาษิ 9
สุภาษิต 10 / สุภาษิ 10
สุภาษิต 11 / สุภาษิ 11
สุภาษิต 12 / สุภาษิ 12
สุภาษิต 13 / สุภาษิ 13
สุภาษิต 14 / สุภาษิ 14
สุภาษิต 15 / สุภาษิ 15
สุภาษิต 16 / สุภาษิ 16
สุภาษิต 17 / สุภาษิ 17
สุภาษิต 18 / สุภาษิ 18
สุภาษิต 19 / สุภาษิ 19
สุภาษิต 20 / สุภาษิ 20
สุภาษิต 21 / สุภาษิ 21
สุภาษิต 22 / สุภาษิ 22
สุภาษิต 23 / สุภาษิ 23
สุภาษิต 24 / สุภาษิ 24
สุภาษิต 25 / สุภาษิ 25
สุภาษิต 26 / สุภาษิ 26
สุภาษิต 27 / สุภาษิ 27
สุภาษิต 28 / สุภาษิ 28
สุภาษิต 29 / สุภาษิ 29
สุภาษิต 30 / สุภาษิ 30
สุภาษิต 31 / สุภาษิ 31