พระคัมภีร์ในหนึ่งปี


มกราคม ๒๗


ปฐมกาล ๑:๑-๓๑
๑. ในเริ่มแรกนั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก
๒. แผ่นดินโลกนั้นก็ปราศจากรูปร่างและว่างเปล่าอยู่ ความมืดอยู่เหนือผิวน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือผิวน้ำนั้น
๓. วัน ที่ หนึ่ง ปรากฏ มีค วาม สว่าง เกิด ขึ้น พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ มีค วาม สว่าง " แล้ว ความ สว่าง ก็ เกิด ขึ้น
๔. พระเจ้า ทรง เห็น ว่าความ สว่าง นั้น ดี และ พระเจ้า ทรง แยก ความ สว่าง นั้น ออก จาก ความ มืด
๕. พระเจ้า ทรง เรียก ความ สว่าง นั้น ว่า วัน และ พระองค์ ทรง เรียก ความ มืด นั้น ว่า คืน มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ หนึ่ง
๖. วัน ที่ สอง มี เมฆ ปรากฏ อยู่ เหนือ ผิวน้ำ นั้น พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ มี พื้น อากาศ ใน ระหว่าง น้ำ และ จง ให้ พื้น อากาศ นั้น แยก น้ำ ออก จาก น้ำ "
๗. พระเจ้า ทรง สร้าง พื้น อากาศ และ ทรง แยก น้ำ ซึ่ง อยู่ ใต้ พื้น อากาศ จาก น้ำ ซึ่ง อยู่ เหนือ พื้น อากาศ ก็ เป็น ดังนั้น
๘. พระเจ้า ทรง เรียก พื้น อากาศ ว่า ฟ้า มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ สอง
๙. วัน ที่ สาม ปรากฏ ว่า มี ทะเล แผ่นดิน และ พืชพันธุ์ ต่างๆ พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ น้ำ ที่ อยู่ ใต้ ฟ้า รวบรวม เข้า อยู่ แห่ง เดียวกัน และ จง ให้ ที่ แห้ง ปรากฏ ขึ้น " ก็ เป็น ดังนั้น
๑๐. พระเจ้า ทรง เรียก ที่ แห้ง ว่า แผ่นดิน และ ที่ น้ำ รวบรวม เข้า อยู่ แห่ง เดียวกัน ว่า ทะเล พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี
๑๑. พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ แผ่นดิน เกิด ต้น หญ้า ต้น ผัก ที่ มี เมล็ด และ ต้นไม้ ที่ ออก ผล ที่ มี เมล็ด ใน ผล ตาม ชนิด ของ มัน บน แผ่นดิน " ก็ เป็น ดังนั้น
๑๒. แผ่นดิน ก็ เกิด ต้น หญ้า ต้น ผัก ที่ มี เมล็ด ตาม ชนิด ของ มัน และ ต้นไม้ ที่ ออก ผล ที่ มี เมล็ด ใน ผล ตาม ชนิด ของ มัน พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี
๑๓. มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ สาม
๑๔. วัน ที่ สี่ ปรากฏ มีด วง อาทิตย์ ดวง จันทร์ และ ดวง ดาว ต่างๆ พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ มีด วง สว่าง บน พื้น ฟ้า อากาศ เพื่อ แยก วัน ออก จาก คืน และ เพื่อ ใช้ เป็น หมาย สำคัญ และ ที่ กำหนด ฤดู วัน และ ปี ต่างๆ
๑๕. และ จง ให้ เป็น ดวง สว่าง บน พื้น ฟ้า อากาศ เพื่อ ส่อง สว่าง บน แผ่นดิน โลก " ก็ เป็น ดังนั้น
๑๖. พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง ดวง สว่าง ใหญ่ สอง ดวง ให้ ดวง สว่าง ที่ ใหญ่ กว่า นั้น ครอง กลางวัน และ ให้ ดวง ที่ เล็ก กว่า ครอง กลางคืน พระองค์ ทรง สร้าง ดวง ดาว ต่างๆ ด้วย เช่น กัน
๑๗. พระเจ้า ทรง ตั้ง ดวง สว่าง เหล่า นี้ ไว้ บน พื้น ฟ้า อากาศ เพื่อ ส่อง สว่าง บน แผ่นดิน โลก
๑๘. เพื่อ ครอง กลางวัน และ ครอง กลางคืน และ เพื่อ แยก ความ สว่าง ออก จาก ความ มืด พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี
๑๙. มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ สี่
๒๐. วัน ที่ ห้า ปรากฏ มีน กช นิด ต่างๆ และ สัตว์ ทะเล นานา ชนิด พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ น้ำ อุดม บริบูรณ์ ไป ด้วย สัตว์ ที่ มี ชีวิต แหวก ว่าย ไป มา และ ให้ มีน ก บิน ไป มาบ น พื้น ฟ้า อากาศ เหนือ แผ่นดิน โลก "
๒๑. พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง ปลาวาฬ ใหญ่ บรรดา สัตว์ ที่ มี ชีวิต แหวก ว่าย ไป มา ตาม ชนิด ของ มัน เกิด ขึ้น บริบูรณ์ ใน น้ำ นั้น และ บรรดา สัตว์ ที่ มี ปีก ตาม ชนิด ของ มัน พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี
๒๒. พระเจ้า ได้ ทรง อวย พร สัตว์ เหล่า นั้น ว่า " จง มี ลูก ดก และ ทวี มาก ขึ้น ให้ น้ำ ใน ทะเล บริบูรณ์ ไป ด้วย สัตว์ และ จง ให้ นก ทวี มาก ขึ้น บน แผ่นดิน "
๒๓. มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ ห้า
๒๔. วัน ที่ หก ปรากฏ มี สัตว์ บก และ แมลง นานา ชนิด พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ แผ่นดิน โลก เกิด สัตว์ ที่ มี ชีวิต ตาม ชนิด ของ มัน สัตว์ ใช้ งาน สัตว์ เลื้อยคลาน และ สัตว์ ป่า บน แผ่นดิน โลก ตาม ชนิด ของ มัน " ก็ เป็น ดังนั้น
๒๕. พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง สัตว์ ป่า บน แผ่นดิน โลก ตาม ชนิด ของ มัน สัตว์ ใช้ งาน ตาม ชนิด ของ มัน และ บรรดา สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน บน แผ่นดิน โลก ตาม ชนิด ของ มัน แล้ว พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี
๒๖. วัน ที่ หก ปรากฏ มี ชาย หญิง คู่ แรก และ พระเจ้า ตรัส ว่า " จง ให้ พวก เรา สร้าง มนุษย์ ตาม แบบ ฉายา ของ พวก เรา ตาม อย่าง พวก เรา และ ให้ พวก เขา ครอบครอง ฝูง ปลา ใน ทะเล ฝูง นก ใน อากาศ และ สัตว์ ใช้ งาน ให้ ครอบครอง ทั่ว ทั้ง แผ่นดิน โลก และ บรรดา สัตว์ เลื้อยคลาน ที่ คลาน ไป มาบ น แผ่นดิน โลก "
๒๗. ดังนั้น พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง มนุษย์ ตาม แบบ พระ ฉายา ของ พระองค์ พระองค์ ได้ ทรง สร้าง มนุษย์ ขึ้น ตาม แบบ พระ ฉายา ของ พระเจ้า พระองค์ ได้ ทรง สร้าง พวก เขา ให้ เป็น ชาย และ หญิง
๒๘. พระเจ้า ได้ ทรง อวย พร พวก เขา และ พระเจ้า ตรัส แก่ พวก เขา ว่า " จง มี ลูก ดก และ ทวี มาก ขึ้น จน เต็ม แผ่นดิน จง มี อำนาจ เหนือ แผ่นดิน นั้น และ ครอบครอง ฝูง ปลา ใน ทะเล ฝูง นก ใน อากาศ และ บรรดา สัตว์ ที่ มี ชีวิต ที่ เคลื่อนไหว บน แผ่นดิน โลก "
๒๙. พระเจ้า ตรัส ว่า " ดูเถิด เรา ให้ บรรดา ต้น ผัก ที่ มี เมล็ด ซึ่ง อยู่ ทั่ว พื้น แผ่นดิน โลก และ บรรดา ต้นไม้ ซึ่ง มี เมล็ด ใน ผล แก่ เจ้า ให้ เป็น อาหาร แก่ เจ้า
๓๐. สำหรับ บรรดา สัตว์ ป่า บน แผ่นดิน โลก บรรดา นก ใน อากาศ และ บรรดา สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน ที่ มี ชีวิต บน แผ่นดิน โลก เรา ให้ บรรดา พืช ผัก เขียว สด เป็น อาหาร " ก็ เป็น ดังนั้น
๓๑. พระเจ้า ทอดพระเนตร บรรดา สิ่ง ที่ พระองค์ ได้ ทรง สร้าง และ ดูเถิด เป็น สิ่ง ที่ ดี ยิ่ง นัก มี เวลา เย็น และ เวลา เช้า เป็น วัน ที่ หก

ปฐมกาล ๒:๑-๒๕
๑. ดังนี้ ฟ้า และ แผ่นดิน โลก และ บรรดา บริวาร ก็ ถูก สร้าง ขึ้น ให้ สำเร็จ
๒. ใน วัน ที่ เจ็ด พระเจ้า ก็ เสร็จ งาน ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง สร้าง มา แล้ว นั้น และ ใน วัน ที่ เจ็ด พระองค์ ทรง พัก การ งาน ทั้งสิ้น ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง สร้าง มา แล้ว นั้น
๓. พระเจ้า ทรง อวย พระ พร วัน ที่ เจ็ด และ ทรง ตั้ง วัน นี้ ไว้ เป็น วัน บริสุทธิ์ เพราะ ใน วัน นั้น พระองค์ ได้ ทรง หยุด พัก จาก การ งาน ทั้งสิ้น ของ พระองค์ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง เนรมิต สร้าง ไว้ แล้ว นั้น
๔. สรุป การ ทรง สร้าง เรื่องราว ของ ฟ้า และ แผ่นดิน โลก เมื่อ ถูก เนรมิต สร้าง นั้น เป็น ดังนี้ ใน วัน ที่ พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง แผ่นดิน โลก และ ฟ้า
๕. บรรดา ต้นไม้ ตาม ท้อง ทุ่ง ยัง ไม่ เกิด ขึ้น บน แผ่นดิน โลก และ บรรดา ผัก ตาม ท้อง ทุ่ง ยัง ไม่ งอก ขึ้น เลย เพราะ พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ยัง ไม่ ให้ ฝน ตก บน แผ่นดิน โลก และ ยัง ไม่ มี มนุษย์ ที่ จะ ทำ ไร่ ไถนา
๖. แต่ มี หมอก ขึ้น มา จาก แผ่นดิน โลก ทำให้ พื้น แผ่นดิน เปียก ทั่วไป
๗. พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ทรง ปั้น มนุษย์ ด้วย ผงคลี ดิน ทรง ระบาย ลมปราณ แห่ง ชีวิต เข้า ทาง จมูก ของ เขา และ มนุษย์ จึง เกิด เป็น จิต วิญญาณ มี ชีวิต อยู่
๘. พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ทรง ปลูก สวน แห่ง หนึ่ง ไว้ ใน เอ เดน ทาง ทิศ ตะวันออก และ พระองค์ ได้ ทรง ให้ มนุษย์ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง ปั้น มา นั้น อาศัย อยู่ ที่ นั่น
๙. แล้ว พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ทรง ให้ บรรดา ต้นไม้ ที่ งาม น่า ดู และ ที่ เหมาะ สำหรับ เป็น อาหาร งอก ขึ้น บน แผ่นดิน โลก มี ต้นไม้ แห่ง ชีวิต อยู่ ท่ามกลาง สวน ด้วย และ มี ต้นไม้ แห่ง ความ รู้ ดี และ รู้ ชั่ว
๑๐. มี แม่น้ำ สาย หนึ่ง ไหล ออก จาก เอ เดน รด สวน นั้น จาก ที่ นั่น ได้ แยก ออก เป็น แม่น้ำ สี่ สาย
๑๑. ชื่อ ของ แม่น้ำ สาย ที่ หนึ่ง คือ ปิโชน ซึ่ง ไหล รอบ แผ่นดิน ฮา วิ ลาห์ ที่ นั่น มี แร่ ทองคำ
๑๒. ทองคำ ที่ แผ่นดิน นั้น เป็น ทองคำ เนื้อ ดี มี ยาง ไม้ หอม และ พลอย สี น้ำข้าว
๑๓. ชื่อ แม่น้ำ สาย ที่ สอง คือ กิโฮน แม่น้ำ สาย นี้ ได้ ไหล รอบ แผ่นดิน เอ ธิโอ เปีย
๑๔. ชื่อ แม่น้ำ สาย ที่ สาม คือ ไท ก ริ ส ซึ่ง ได้ ไหล ไป ทาง ทิศ ตะวันออก ของ แผ่นดินอัสซีเรีย และ แม่น้ำ สาย ที่ สี่ คือ ยู เฟรติ ส
๑๕. พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า จึง ทรง นำ มนุษย์ ไป อยู่ ใน สวน เอ เดน ให้ ดูแล และ รักษา สวน
๑๖. พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า จึง ทรง มี พระ ดำรัส สั่ง มนุษย์ นั้น ว่า " บรรดา ต้นไม้ ทุก อย่าง ใน สวน เจ้า กิน ได้ ทั้งหมด
๑๗. แต่ ต้นไม้ แห่ง ความ รู้ ดี และ รู้ ชั่ว เจ้า อย่า กิน ผล จาก ต้น นั้น เป็นอันขาด เพราะว่า เจ้า กินใน วัน ใด เจ้า จะ ตาย แน่ ใน วัน นั้น "
๑๘. การ ทรง สร้าง ผู้หญิง พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ตรัส ว่า " ซึ่ง มนุษย์ นั้น อยู่ คน เดียว ก็ ไม่ เหมาะ เรา จะ สร้าง ผู้ อุปถัมภ์ ให้ เขา "
๑๙. พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ทรง ปั้น บรรดา สัตว์ ใน ท้อง ทุ่ง และ บรรดา นก ใน อากาศ จาก ดิน แล้ว จึง พา มายัง อา ดัมเพื่อ ดู ว่า เขา จะ เรียก ชื่อ พวก มัน ว่า อะไร อา ดัมได้เรี ยก ชื่อ บรรดา สัตว์ ที่ มี ชีวิต อย่างไร สัตว์ ก็ มีชื่อ อย่าง นั้น
๒๐. อา ดัมได้ตั้ง ชื่อ บรรดา สัตว์ ใช้ งาน บรรดา นก ใน อากาศ และ บรรดา สัตว์ ใน ท้อง ทุ่ง แต่ว่า สำหรับ อา ดัมยัง ไม่ พบ ผู้ อุปถัมภ์
๒๑. แล้ว พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ อา ดัมหลับ สนิท และ เขา ได้ หลับ สนิท พระองค์ จึง ทรง ชัก กระดูก ซี่โครง อัน หนึ่ง ของ เขา ออก มา และ ทรง กระทำ ให้ เนื้อที่ ซี่โครง ติด กัน
๒๒. กระดูก ซี่โครง ซึ่ง พระ เยโฮ วาห์พระเจ้า ได้ ทรง ชัก จาก ชาย นั้น พระองค์ ทรง สร้าง ให้ เป็น หญิง คน หนึ่ง และ ทรง นำ เธอ มา ให้ ชาย นั้น
๒๓. อา ดัมจึง ว่า " บัดนี้ นี่ เป็น กระดูก จาก กระดูก ของ เรา และ เนื้อ จาก เนื้อ ของ เรา จะ ต้อง เรียก เธอ ว่า หญิง เพราะว่า หญิง นี้ ออก มา จาก ชาย
๒๔. เหตุ ฉะนั้น ผู้ชาย จะ จาก บิดา มารดา ของ เขา และ จะ ไป ผูกพัน อยู่ กับ ภรรยา และ เขา ทั้ง สอง จะ เป็น เนื้อ อัน เดียวกัน "
๒๕. เขา ทั้ง สอง ยัง เปลือยกาย อยู่ ผู้ชาย และ ภรรยา ของ เขา ยัง ไม่ มีค วาม อาย

สดุดี ๑:๑-๖
๑. บุคคล ผู้ ไม่ ดำเนิน ตาม คำ แนะนำ ของ คน อธรรม หรือ ยืน อยู่ ใน ทาง ของ คน บาป หรือ นั่ง อยู่ ใน ที่นั่ง ของ คน ที่ ชอบ เยาะ เย้ย ผู้ นั้น ก็ เป็น สุข
๒. แต่ ความ ปีติ ยินดี ของ ผู้ นั้น อยู่ ใน พระราชบัญญัติ ของ พระ เยโฮวาห์ เขา ไตร่ตรอง ถึง พระราชบัญญัติ ของ พระองค์ ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน
๓. เขา จะ เป็น เช่น ต้นไม้ ที่ ปลูก ไว้ ริม ธาร น้ำ ซึ่ง เกิด ผล ตาม ฤดูกาล และ ใบ ก็ จะ ไม่ เหี่ยวแห้ง การ ทุก อย่าง ซึ่ง เขา กระทำ ก็ จะ จำเริญ ขึ้น
๔. คน อธรรม ขาด ความ สุข คน อธรรม ไม่ เป็น เช่น นั้น แต่ เป็น เหมือน แกลบ ซึ่ง ลม พัด กระจาย ไป
๕. เหตุ ฉะนั้น คน อธรรม จะ ไม่ ยั่งยืน อยู่ ได้ เมื่อ ถึง การ พิพากษา หรือ คน บาป ไม่ ยืนยง ใน ที่ ชุมนุม ของ คน ชอบธรรม
๖. เพราะ พระ เยโฮ วาห์ทรง ทราบ ทาง ของ คน ชอบธรรม แต่ ทาง ของ คน อธรรม จะ พินาศ ไป

สุภาษิต ๑:๑-๗
๑. สุภาษิต ของ ซา โลม อ น โอรส ของ ดา วิด กษัตริย์ แห่ง อิส ราเอล
๒. เพื่อให้ บรรลุ ปัญญา และ คำสั่ง สอน เพื่อให้ เข้าใจ ถ้อยคำ แห่ง ความ เข้าใจ
๓. เพื่อให้ รับคำ สั่งสอน ใน เรื่อง สติปัญญา ใน เรื่อง ความ เที่ยงธรรม ความ ยุติธรรม และ ความ เที่ยงตรง
๔. เพื่อให้ ความ หยั่งรู้ แก่ คน เขลา ให้ ความ รู้ และ ความ เฉลียวฉลาด แก่ คน หนุ่ม
๕. ทั้ง ปราชญ์ จะ ได้ยิน และ เพิ่มพูน การ เรียน รู้ และ คน ที่ มีค วาม เข้าใจ จะ ได้ คำ ปรึกษา ที่ ฉลาด
๖. เพื่อให้ เข้าใจ สุภาษิต และ ปริศนา ทั้ง ถ้อยคำ ของ ปราชญ์ และ ปริศนา ที่ ลึกลับ ของ เขา
๗. ความ ยำเกรง พระ เยโฮ วาห์เป็น บ่อเกิด ของ ความ รู้ คน โง่ ย่อม ดูหมิ่น ปัญญา และ คำสั่ง สอน

มัทธิว ๑:๑-๒๕
๑. หนังสือ ลำดับ พงศ์พันธุ์ ของ พระ เยซู คริสต์ ผู้ทรง เป็น บุตร ของ ดา วิด ผู้ทรง เป็น บุตร ของ อับ ราฮัม
๒. อับ รา ฮัมให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อิสอัค อิส อัคให้กำเนิดบุตร ชื่อ ยา โค บ ยา โค บ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ยู ดาห์และ พี่น้อง ของ เขา
๓. ยู ดาห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เปเรศ กับเศ - ราห์เกิด จาก นาง ทามาร์ เปเรศ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เฮ ส โร น เฮ ส โร น ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ราม
๔. ราม ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อัม มี นา ดับ อัม มี นา ดับ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ นา โชน นา โชน ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ สัลโมน
๕. สัลโมน ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ โบ อา ส เกิด จาก นาง รา หับ โบ อา ส ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ โอ เบดเกิด จาก นาง รู ธ โอ เบดให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เจ ส ซี
๖. เจ ส ซี ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ดา วิด ผู้ เป็น กษัตริย์ ดา วิด ผู้ เป็น กษัตริย์ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ซา โลม อ น เกิด จาก นาง ซึ่ง แต่ ก่อน เป็น ภรรยา ของ อุ รียาห์
๗. ซา โลม อ น ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เรโหโบอัม เรโหโบอัม ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อา บียาห์ อา บี ยาห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อาสา
๘. อาสา ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เยโฮ ชาฟัท เยโฮ ชา ฟัทให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เยโฮรัม เยโฮ รัมให้กำเนิดบุตร ชื่อ อุ ส ซียาห์
๙. อุ ส ซี ยาห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ โยธาม โยธา มให้กำเนิดบุตร ชื่อ อา หัส อา หัส ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เฮ เซคียาห์
๑๐. เฮ เซ คียาห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ มนัส เสห์ มนัส เส ห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อา โมน อา โมน ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ โย สิยาห์
๑๑. โย สิ ยาห์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เยโค นิ ยาห์กับ พวก พี่น้อง ของ เขา เกิด เมื่อ คราว พวก เขา ต้อง ถูก กวาด ไป เป็น เชลย ยัง กรุง บา บิ โลน
๑๒. หลังจาก พวก เขา ต้อง ถูก กวาด ไป ยัง กรุง บา บิ โลน แล้ว เยโค นิ ยาห์ก็ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เซ ลาทิเอล เซ ลา ทิเอลให้กำเนิดบุตร ชื่อ เศรุบ บาเบล
๑๓. เศรุบ บา เบลให้กำเนิดบุตร ชื่อ อา บี อูด อา บี อูด ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เอ ลี อาคิม เอ ลี อา คิมให้กำเนิดบุตร ชื่อ อา ซอร์
๑๔. อา ซอ ร์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ศาโดก ศาโดก ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อาคิม อา คิมให้กำเนิดบุตร ชื่อ เอ ลี อูด
๑๕. เอ ลี อูด ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เอ เลอาซาร์ เอ เลอาซา ร์ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ มัทธาน มัทธาน ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ยา โค บ
๑๖. ยา โค บ ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ โย เซฟ สามี ของ นาง มา รีย์ พระ เยซู ที่ เรียก ว่า พระ คริสต์ ก็ ทรง บังเกิด มา จาก นาง มา รีย์
๑๗. ดังนั้น ตั้งแต่ อับ รา ฮัมลง มา จนถึง ดา วิด จึง เป็น สิบ สี่ ชั่วคน และ นับ ตั้งแต่ ดา วิด ลง มา จนถึง ต้อง ถูก กวาด ไป เป็น เชลย ยัง กรุง บา บิ โลน เป็น เวลา สิบ สี่ ชั่วคน และ นับ ตั้งแต่ ต้อง ถูก กวาด ไป เป็น เชลย ยัง กรุง บา บิ โลน จนถึง พระ คริสต์ เป็น สิบ สี่ ชั่วคน
๑๘. การ ตั้ง ครรภ์ และ การ กำเนิด จาก หญิง พรหมจารี เรื่อง พระ กำเนิด ของ พระ เยซู คริสต์ เป็น ดังนี้ คือ มา รี ย์ผู้ เป็น มารดา ของ พระ เยซู นั้น เดิม โย เซ ฟได้สู่ขอ หมั้น กัน ไว้ แล้ว ก่อน ที่ จะ ได้ อยู่กิน ด้วย กัน ก็ ปรากฏ ว่า มา รี ย์มี ครรภ์ แล้วด้วย เดช พระ วิญญาณ บริสุทธิ์
๑๙. แต่ โย เซ ฟสามี ของ เธอ เป็น คน ชอบธรรม ไม่ พอใจ ที่ จะ แพร่งพราย ความ เป็น ไป ของ เธอ หมาย จะ ถอน หมั้น เสีย ลับๆ
๒๐. แต่ เมื่อ โย เซ ฟยัง คิด ใน เรื่อง นี้ อยู่ ดูเถิด มี ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ปรากฏ แก่ โย เซ ฟในค วาม ฝัน ว่า " โย เซฟ บุตร ดา วิด อย่า กลัว ที่ จะ รับ มา รี ย์มา เป็น ภรรยา ของ เจ้า เลย เพราะว่า ผู้ ซึ่ง ปฏิสนธิ ใน ครรภ์ ของ เธอ เป็น โดย เดช พระ วิญญาณ บริสุทธิ์
๒๑. เธอ จะ ประสูติ บุตร ชาย แล้ว เจ้า จะ เรียก นาม ของ ท่าน ว่า เยซู เพราะว่า ท่าน จะ โปรด ช่วย ชน ชาติ ของ ท่าน ให้ รอด จาก ความ ผิด บาป ของ เขา ทั้งหลาย "
๒๒. ทั้งนี้ เกิด ขึ้น เพื่อ จะ ให้ สำเร็จ ตาม พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ซึ่ง ตรัส ไว้ โดย ศาสดา พยากรณ์ ว่า
๒๓. ` ดูเถิด หญิง พรหมจารี คน หนึ่ง จะ ตั้ง ครรภ์ และ จะ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง และ เขา จะ เรียก นาม ของ ท่าน ว่า อิมมานูเอล ซึ่ง แปล ว่า พระเจ้า ทรง อยู่ กับ เรา '
๒๔. ครั้น โย เซ ฟตื่น ขึ้น ก็ กระทำ ตาม คำ ซึ่ง ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า สั่ง เขา นั้น คือ ได้ รับ มา รี ย์มา เป็น ภรรยา
๒๕. แต่ มิได้ สมสู่ กับ เธอ จน ประสูติ บุตร ชาย หัวปี แล้ว และ โย เซ ฟเรี ยก นาม ของ บุตร นั้น ว่า เยซู