A A A A A

เอเสเคียล ๔๕:๑-๒๕
๑. “เมื่อพวกเจ้าแบ่งแผ่นดินให้เป็นกรรมสิทธิ์นั้น เจ้าจงถวายที่ดินส่วนหนึ่งแด่พระยาห์เวห์ให้เป็นพื้นที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ยาว ๑๒.๕ กิโลเมตร และกว้าง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นที่บริสุทธิ์ตลอดบริเวณนั้น
๒. และในบริเวณนั้นให้มีพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสแปลงหนึ่งยาว ๒๕๐ เมตร และกว้าง ๒๕๐ เมตรสำหรับสถานนมัสการ และให้มีบริเวณที่ว่างโดยรอบอีก ๒๕ เมตร
๓. และจากพื้นที่บริสุทธิ์นี้ เจ้าจงวัดส่วนหนึ่งออกมาคือ ยาว ๑๒.๕ กิโลเมตร และกว้าง ๕ กิโลเมตร ในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของสถานนมัสการ คือที่บริสุทธิ์ที่สุด
๔. ให้เป็นส่วนบริสุทธิ์ของแผ่นดิน ซึ่งจะให้เป็นของบรรดาปุโรหิตผู้ปรนนิบัติอยู่ในสถานนมัสการ และผู้เข้าใกล้พระยาห์เวห์เพื่อปรนนิบัติพระองค์ คือให้เป็นที่สำหรับปลูกบ้านเรือนของพวกเขา และเป็นที่บริสุทธิ์สำหรับสถานนมัสการ
๕. อีกส่วนหนึ่งซึ่งยาว ๑๒.๕ กิโลเมตรและกว้าง ๕ กิโลเมตรนั้นเป็นที่ของคนเลวีผู้ปรนนิบัติอยู่ที่พระนิเวศ คือให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาที่จะสร้างเมืองเพื่ออาศัย
๖. “ใกล้ๆ กับส่วนที่ตั้งไว้เป็นพื้นที่บริสุทธิ์นั้น พวกเจ้าจะต้องกำหนดที่ดินอีกผืนหนึ่งยาว ๑๒.๕ กิโลเมตร และกว้าง ๒.๕ กิโลเมตร ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดสำหรับสร้างเมือง
๗. “แผ่นดินด้านข้างทั้งสองด้านของพื้นที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และส่วนของเมืองนั้นให้เป็นของเจ้านาย โดยให้อยู่ติดกับพื้นที่บริสุทธิ์และส่วนของเมือง โดยวัดออกไปทางด้านตะวันตกและด้านตะวันออก ส่วนด้านยาวนั้นจะขนานไปกับเขตแดนจากตะวันตกไปทางตะวันออกของส่วนที่ยกให้กับเผ่าเผ่าหนึ่ง
๘. นี่เป็นส่วนของเจ้านายในอิสราเอล และบรรดาเจ้านายของเราจะไม่บีบคั้นประชากรของเราอีก แต่เขาจะยอมให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลได้แผ่นดินตามส่วนของเผ่าตน
๙. “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า โอ บรรดาเจ้านายของอิสราเอลเอ๋ย พอเสียทีเถิด จงทิ้งการทารุณและการบีบคั้นเสีย แล้วทำสิ่งที่ยุติธรรมและชอบธรรม จงเลิกขับไล่ประชากรของเราจากที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ
๑๐. “พวกเจ้าจงมีตาชั่ง เครื่องตวงของแห้งและของเหลวที่เที่ยงตรง
๑๑. เครื่องตวงของแห้งและของเหลวนั้นให้เป็นขนาดเดียวกัน เครื่องตวงของเหลวขนาด ๑ บัทนั้นเท่ากับหนึ่งในสิบของโฮเมอร์ และเครื่องตวงของแห้งขนาด ๑ เอฟาห์นั้นเท่ากับหนึ่งในสิบของโฮเมอร์ ให้โฮเมอร์เป็นเครื่องตวงมาตรฐาน
๑๒. น้ำหนัก ๑ เชเขลเท่ากับ ๒๐ เก-ราห์ ตุ้มน้ำหนัก ๒๐ เชเขล รวมกับตุ้มน้ำหนัก ๒๕ เชเขล รวมกับตุ้มน้ำหนัก ๑๕ เชเขล ทั้งหมดจะเท่ากับ ๑ มินา
๑๓. “ต่อไปนี้เป็นเครื่องถวายที่เจ้าทั้งหลายจะต้องถวาย คือ ข้าวสาลี ๑ โฮเมอร์ ให้ถวายหนึ่งในหกเอฟาห์ ข้าวบาร์เลย์ ๑ โฮเมอร์ให้ถวายหนึ่งในหกเอฟาห์
๑๔. และส่วนกำหนดประจำของน้ำมัน คือ น้ำมันหนึ่งโคระ ให้ถวายหนึ่งในสิบบัท (เครื่องตวงขนาด ๑ โคระก็เหมือนเครื่องตวงขนาด ๑ โฮเมอร์ คือจุ ๑๐ บัท)
๑๕. แกะฝูงหนึ่งจำนวน ๒๐๐ ตัวจากทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของอิสราเอลนั้น ให้ถวายหนึ่งตัว นี่แหละเป็นของถวายสำหรับธัญบูชา เครื่องบูชาเผาทั้งตัว และเครื่องศานติบูชา เพื่อทำการลบมลทินให้เขาทั้งหลาย พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ
๑๖. “ให้ประชาชนทุกคนของแผ่นดินนี้มอบเครื่องถวายเหล่านี้แก่เจ้านายของอิสราเอล
๑๗. ให้เป็นหน้าที่ของเจ้านายที่จะจัดเครื่องบูชาเผาทั้งตัว ธัญบูชา เครื่องดื่มบูชา ณ งานเทศกาลทั้งหลายในวันขึ้นค่ำและวันสะบาโต ในงานเทศกาลที่กำหนดไว้ของพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด ให้เขาจัดเครื่องบูชาลบล้างบาป ธัญบูชา เครื่องบูชาเผาทั้งตัว และเครื่องศานติบูชา เพื่อทำการลบมลทินให้แก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล
๑๘. “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันที่ ๑ ของเดือนที่ ๑ เจ้าจงเอาโคหนุ่มที่ปราศจากตำหนิตัวหนึ่ง และเจ้าจงชำระสถานนมัสการเสีย
๑๙. ให้ปุโรหิตเอาเลือดของเครื่องบูชาลบล้างบาปมาบ้าง และจงพรมที่เสาประตูพระนิเวศ ที่สี่มุมของแท่นบูชาและบนเสาประตูของลานชั้นใน
๒๐. ในวันที่ ๗ ของเดือนนั้นเจ้าจงทำเช่นเดียวกัน เพื่อคนหนึ่งคนใดที่ทำบาปด้วยความพลั้งเผลอหรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ เพื่อว่าเจ้าจะได้ลบมลทินพระนิเวศ
๒๑. “ในวันที่ ๑๔ ของเดือนแรก เจ้าจงฉลองเทศกาลปัสกา จงกินขนมปังไร้เชื้อตลอดเทศกาล ๗ วัน
๒๒. ในวันนั้นให้เจ้านายจัดหาโคหนุ่มตัวหนึ่งสำหรับตนเองและประชาชนทั้งหมด เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป
๒๓. และตลอด ๗ วันที่มีเทศกาลเลี้ยงนั้น ให้เจ้านายจัดหาโคหนุ่ม ๗ ตัว กับแกะผู้ ๗ ตัวที่ปราศจากตำหนิ ให้เป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระยาห์เวห์ทุกๆ วันตลอด ๗ วันนั้น และจัดหาแพะผู้ตัวหนึ่งทุกวันให้เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป
๒๔. และให้เจ้านายจัดหาธัญบูชาปริมาณ ๑๗.๕ ลิตรคู่กับโคผู้หนึ่งตัว และอีก ๑๗.๕ ลิตรคู่กับแกะผู้หนึ่งตัว รวมทั้งน้ำมัน ๓ ลิตรต่อแป้ง ๑๗.๕ ลิตร
๒๕. ในวันที่ ๑๕ ของเดือนที่ ๗ และตลอด ๗ วันในเทศกาลเลี้ยงนั้น ให้เขาจัดทำแบบเดียวกันสำหรับเครื่องบูชาลบล้างบาป เครื่องบูชาเผาทั้งตัว ธัญบูชา และน้ำมัน

เอเสเคียล ๔๖:๑-๒๔
๑. “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ประตูลานชั้นในที่หันหน้าไปทางตะวันออกนั้นให้ปิดไว้ระหว่างวันทำงานทั้งหกวัน แต่ในวันสะบาโตนั้นให้เปิด และในวันขึ้น ๑ ค่ำก็ให้เปิด
๒. ตัวเจ้านายนั้นให้เข้ามาจากข้างนอกทางมุขของหอประตู แล้วมายืนอยู่ที่เสาประตู และให้ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องศานติบูชาของเขา และเขาจะนมัสการอยู่ที่ธรณีประตู แล้วเขาจะออกไป แต่อย่าปิดประตูนั้นจนกว่าจะถึงเวลาเย็น
๓. ประชาชนในแผ่นดินจะนมัสการเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ตรงทางเข้าประตูนั้น ทั้งในวันสะบาโตและในวันขึ้นค่ำ
๔. เครื่องบูชาเผาทั้งตัวที่เจ้านายจะต้องถวายแด่พระยาห์เวห์ในวันสะบาโตนั้น คือลูกแกะปราศจากตำหนิ ๖ ตัว และแกะผู้ปราศจากตำหนิ ๑ ตัว
๕. และธัญบูชาที่คู่กับแกะผู้นั้นได้แก่แป้ง ๑๗.๕ ลิตร ส่วนธัญบูชาที่คู่กับลูกแกะนั้นให้ถวายตามใจปรารถนาของเขา ทั้งให้ถวายน้ำมัน ๓ ลิตรต่อแป้ง ๑๗.๕ ลิตร
๖. ในวันขึ้นค่ำเจ้านายจะต้องถวายโคหนุ่มปราศจากตำหนิ ๑ ตัว พร้อมกับลูกแกะ ๖ ตัว และแกะผู้ ๑ ตัวซึ่งล้วนต้องปราศจากตำหนิ
๗. ส่วนธัญบูชานั้นเขาจะต้องจัดแป้ง ๑๗.๕ ลิตรคู่กับโคหนุ่มตัวนั้น และอีก ๑๗.๕ ลิตรคู่กับแกะผู้ตัวนั้น แต่ส่วนที่คู่กับลูกแกะนั้น ให้เขาจัดตามที่สามารถทำได้ ทั้งให้ถวายน้ำมัน ๓ ลิตรต่อแป้ง ๑๗.๕ ลิตร
๘. เมื่อเจ้านายเข้ามา เขาจะเข้าทางมุขของหอประตู และกลับออกไปตามทางเดียวกันนั้น
๙. “เมื่อประชาชนของแผ่นดินจะเข้ามาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ณ เทศกาลเลี้ยงตามกำหนด ผู้ที่เข้ามาทางประตูเหนือเพื่อนมัสการจะต้องกลับออกไปทางประตูใต้ ส่วนผู้ที่เข้ามาทางประตูใต้จะต้องกลับออกไปทางประตูเหนือ อย่าให้ใครกลับออกไปตามประตูที่เขาเข้ามา แต่ให้เขาออกไปทางประตูฝั่งตรงข้าม
๑๐. เมื่อประชาชนเข้าไป เจ้านายจะเข้าไปพร้อมกัน และเมื่อประชาชนออกไป เจ้านายจะออกไปด้วย
๑๑. “ธัญบูชาที่ใช้ในเทศกาลเลี้ยงและเทศกาลตามกำหนดนั้น ให้เป็นแป้ง ๑๗.๕ ลิตรคู่กับโคหนุ่มหนึ่งตัว และ ๑๗.๕ ลิตรคู่กับแกะผู้หนึ่งตัว ส่วนที่คู่กับลูกแกะก็ให้ถวายตามใจปรารถนาของเขา ทั้งให้ถวายน้ำมัน ๓ ลิตรต่อแป้ง ๑๗.๕ ลิตร
๑๒. เมื่อเจ้านายถวายเครื่องบูชาตามใจสมัคร อาจจะเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว หรือเครื่องศานติบูชา เพื่อถวายแด่พระยาห์เวห์เป็นเครื่องบูชาตามใจสมัครนั้น ให้เปิดประตูที่หันหน้าไปทางตะวันออกแก่เขา แล้วเขาจะถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัว หรือเครื่องศานติบูชาของเขาเหมือนอย่างที่เขาทำในวันสะบาโต เสร็จแล้วเขาจะออกไป เมื่อเขาออกไปแล้วก็ให้ปิดประตูนั้นเสีย
๑๓. “เจ้านายจะต้องจัดหาลูกแกะตัวหนึ่งอายุหนึ่งปีปราศจากตำหนิถวายเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระยาห์เวห์เป็นประจำวัน จะต้องจัดหาทุกๆ เช้า
๑๔. และให้จัดหาเครื่องธัญบูชาที่คู่กันทุกๆ เช้าด้วย คือแป้งประมาณ ๓ ลิตรพร้อมกับน้ำมัน ๑ ลิตร เพื่อเคล้าแป้งให้ชุ่มให้เป็นธัญบูชาแด่พระยาห์เวห์ นี่เป็นระเบียบตลอดไป
๑๕. ดังนี้แหละจะต้องจัดหาลูกแกะและเครื่องธัญบูชาพร้อมกับน้ำมันทุกๆ เช้า เพื่อเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวตลอดไป
๑๖. “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ถ้าเจ้านายจะมอบของขวัญให้แก่บุตรชายคนใดคนหนึ่ง ก็ให้ส่วนนั้นตกเป็นมรดกของบุตรชายของเขา โดยเป็นส่วนหนึ่งของมรดกในกรรมสิทธิ์ของครอบครัวพวกเขา
๑๗. แต่ถ้าเขานำเอาส่วนหนึ่งจากมรดกของเขา มามอบให้คนใช้คนหนึ่งของเขาเป็นของขวัญ ส่วนนั้นจะเป็นของคนใช้นั้นจนถึงปีอิสรภาพ แล้วส่วนนั้นจะกลับมาเป็นของเจ้านาย มรดกของเจ้านายจะเป็นของบุตรของเขาเท่านั้น คือเป็นของครอบครัวพวกเขา
๑๘. แต่เจ้านายจะต้องไม่ยึดสิ่งใดจากมรดกของประชาชน โดยบีบคั้นให้ออกไปจากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาทั้งหลาย เจ้านายจะต้องมอบส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองให้เป็นมรดกแก่บุตรของเขา เพื่อว่าจะไม่มีประชากรของเราสักคนหนึ่งที่ต้องพลัดพรากไปจากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตน”
๑๙. แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ามาตามทางเข้าที่อยู่ข้างประตู มายังห้องบริสุทธิ์ของปุโรหิตที่หันหน้าไปทางเหนือ ณ ที่นั่นข้าพเจ้าเห็นที่หนึ่งซึ่งอยู่ตรงสุดปลายด้านตะวันตก
๒๐. และท่านกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “นี่เป็นสถานที่ซึ่งปุโรหิตจะใช้ต้มเครื่องบูชาชดใช้บาปและเครื่องบูชาลบล้างบาป และเป็นที่ซึ่งเขาจะปิ้งธัญบูชาเพื่อจะไม่ต้องนำออกไปยังลานชั้นนอก อันเป็นการนำสิ่งบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ไปถูกประชาชน”
๒๑. แล้วท่านจึงนำข้าพเจ้าออกมาที่ลานชั้นนอก และพาข้าพเจ้าไปยังมุมทั้งสี่ของลานนั้น และดูสิ ที่มุมลานแต่ละมุมก็มีลานเล็กอยู่อีกลานหนึ่ง
๒๒. คือที่มุมทั้งสี่ของลาน มีลานเล็กๆ ยาว ๒๐ เมตร กว้าง ๑๕ เมตร ลานเล็กทั้งสี่มีขนาดเดียวกัน
๒๓. ภายในลานเล็กทั้งสี่นั้นมีสิ่งที่ก่อเป็นกำแพงเตี้ยอยู่โดยรอบ มีเตาอยู่ด้านล่างของกำแพงเตี้ย
๒๔. แล้วท่านกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “ที่เหล่านี้เป็นครัว ซึ่งผู้ปรนนิบัติอยู่ในพระนิเวศจะใช้ต้มเครื่องสัตวบูชาของประชาชน”

สดุดี ๑๓๕:๑-๗
๑. สรรเสริญพระยาห์เวห์ จงสรรเสริญพระนามของพระยาห์เวห์ บรรดาผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์เอ๋ย จงสรรเสริญเถิด
๒. บรรดาผู้ที่ยืนอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ในบริเวณพระนิเวศของพระเจ้าของเรา
๓. จงสรรเสริญพระยาห์เวห์ เพราะพระยาห์เวห์ประเสริฐ จงร้องเพลงสดุดีพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา
๔. เพราะพระยาห์เวห์ทรงเลือกยาโคบไว้สำหรับพระองค์เอง ทรงเลือกอิสราเอลไว้เป็นสิ่งล้ำค่าของพระองค์
๕. เพราะข้าพเจ้าเองทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงยิ่งใหญ่ และองค์เจ้านายของเราทรงยิ่งใหญ่กว่าพระทั้งสิ้น
๖. พระยาห์เวห์พอพระทัยสิ่งใด พระองค์ก็ทรงทำสิ่งนั้น ในฟ้าสวรรค์และบนแผ่นดินโลก ในทะเลและที่น้ำลึกทั้งสิ้น
๗. พระองค์ทรงทำให้เมฆลอยขึ้นมาจากที่สุดปลายแผ่นดินโลก ทรงทำฟ้าแลบให้แก่ฝน และทรงนำลมออกมาจากพระคลังของพระองค์

สุภาษิต ๒๙:๘-๘
๘. คนชอบเยาะเย้ยทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ แต่คนมีปัญญาทำให้ความโกรธเกรี้ยวสงบลง

๑ เปโตร ๓:๑-๒๒
๑. ส่วนพวกท่านที่เป็นภรรยาก็เช่นกัน จงยอมเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าแม้สามีบางคนไม่เชื่อพระวจนะ แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจพวกเขาให้เชื่อได้ โดยไม่ต้องพูดเลยสักคำเดียว
๒. คือเมื่อพวกเขาได้เห็นความประพฤติที่นอบน้อม และบริสุทธิ์ของพวกท่าน
๓. อย่าประดับตัวแต่ภายนอก ด้วยการถักผม การสวมใส่เครื่องทอง หรือการนุ่งห่มเสื้อผ้า
๔. แต่จงประดับด้วยบุคลิกที่ซ่อนอยู่ในใจ ด้วยเครื่องประดับซึ่งไม่รู้เสื่อมสลาย คือด้วยจิตใจที่สุภาพอ่อนโยนและจิตใจที่สงบ ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งนักในสายพระเนตรพระเจ้า
๕. เพราะว่าบรรดาสตรีผู้บริสุทธิ์ในสมัยก่อนนั้น ผู้ซึ่งหวังในพระเจ้า ก็ได้ประดับกายโดยยอมเชื่อฟังสามีของตน
๖. เช่นนางซาราห์เชื่อฟังอับราฮัมและเรียกท่านว่านาย ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติดี และไม่มีความหวาดกลัวสิ่งใด พวกท่านก็เป็นบุตรหลานของนาง
๗. พวกท่านที่เป็นสามีก็เช่นกัน จงอยู่กินกับภรรยาด้วยความเข้าใจ ในฐานะที่เธอเป็นเพศ ที่อ่อนแอกว่า และจงให้เกียรติเธอในฐานะที่เป็นทายาทร่วมรับชีวิตอันเป็นพระคุณ เพื่อคำอธิษฐานของพวกท่านจะไม่ถูกขัดขวาง
๘. ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตัว
๙. อย่าทำชั่วตอบแทนชั่ว หรืออย่าด่าตอบการด่า แต่ตรงกันข้าม จงอวยพร เพราะพระองค์ได้ทรงเรียกให้พวกท่านทำเช่นนั้น เพื่อพวกท่านจะได้รับพระพร
๑๐. เพราะว่า ผู้ใดรักชีวิตและปรารถนา จะเห็นวันเวลาดี ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดชั่ว และห้ามปาก ไม่ให้พูดล่อลวง
๑๑. ให้เขาละความชั่วและทำความดี ให้เขาใฝ่หาสันติสุขและดำเนินตาม
๑๒. เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของพวกเขา แต่พระพักตร์ของพระองค์ต่อสู้กับคนเหล่านั้นที่ทำชั่ว
๑๓. ถ้าพวกท่านขวนขวายทำดี ใครจะทำร้ายพวกท่าน
๑๔. แต่ถ้าพวกท่านต้องทนทุกข์ เพราะทำสิ่งถูกต้อง พวกท่านก็เป็นสุข อย่ากลัวการข่มขู่ของพวกเขา และอย่าวิตกไปเลย
๑๕. แต่ในใจของพวกท่าน จงเคารพนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมพร้อมเสมอ ที่จะอธิบายกับทุกคนที่ขอทราบเหตุผลเกี่ยวกับความหวังของพวกท่าน
๑๖. แต่จงตอบด้วยความสุภาพอ่อนโยนและด้วยความนับถือ จงมีมโนธรรมที่บริสุทธิ์ เพื่อเมื่อพวกท่านถูกใส่ร้าย คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของพวกท่านในพระคริสต์จะต้องอับอาย
๑๗. เพราะว่าการทนทุกข์เพราะทำดี ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ก็ดีกว่าการทนทุกข์เพราะทำชั่ว
๑๘. เพราะพระคริสต์ทรงทนทุกข์ ครั้งเดียวเป็นพอเพราะบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม เพื่อจะนำพวกท่าน ไปถึงพระเจ้า ฝ่ายกายพระองค์จึงสิ้นพระชนม์ แต่ฝ่ายจิตวิญญาณทรงคืนพระชนม์
๑๙. และโดยทางวิญญาณ พระองค์ได้เสด็จไปบอกพวกวิญญาณที่ติดคุกอยู่
๒๐. ซึ่งในสมัยก่อนไม่เชื่อฟังพระเจ้า คราวเมื่อพระเจ้าทรงอดทนรอคอยให้กลับใจ ในสมัยโนอาห์ ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่ ในเรือนั้นมีน้อยคน คือแปดชีวิตรอดผ่านน้ำ
๒๑. บัดนี้น้ำนั้นที่เล็งถึงพิธีบัพติศมาก็ช่วยพวกท่านให้รอดเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย แต่เป็นการวิงวอนพระเจ้าเพื่อจะมีมโนธรรมที่ดี ความรอดนั้นมาโดยทางการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์
๒๒. พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ และประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าแล้ว มีพวกทูตสวรรค์และพวกวิญญาณที่มีอำนาจ และพวกวิญญาณที่มีฤทธานุภาพอยู่ใต้บังคับของพระองค์