A A A A A

๒ ซามูเอล ๑๕:๑-๓๗
๑. หลังจากนั้น​อับซาโลม​ได้​หา​รถ​รบ​และ​พวก​ม้า​สำหรับ​ตัว​เขา​เอง และ​เขา​มี​ชาย​ห้า​สิบ​คน​วิ่ง​นำ​หน้า​รถ​ของ​เขา
๒. เขา​จะ​ตื่น​แต่​เช้า​มา​ยืน​อยู่​ข้าง​ถนน​ที่​ตรง​ไป​ยัง​ประตู​เมือง เมื่อ​มี​คน​เดิน​ผ่าน​มา​พร้อม​กับ​ปัญหา เพื่อ​จะ​เอา​ไป​ให้​กษัตริย์​ดาวิด​ตัดสิน​ให้ อับซาโลม​ก็​จะ​ร้อง​ถาม​คนๆ​นั้น​ว่า​มา​จาก​ที่​ไหน คนๆ​นั้น​ก็​ตอบ​ว่า​เขา​มา​จาก​เผ่า​อะไร​ใน​อิสราเอล
๓. แล้ว​อับซาโลม​ก็​จะ​พูด​กับ​เขา​ว่า “ข้อ​กล่าว​หา​ของ​ท่าน​มี​เหตุผล​และ​เหมาะ​สมดี แต่​ไม่​มี​ตัวแทน​ของ​กษัตริย์​ที่​จะ​มา​ฟัง​ท่าน​หรอก”
๔. อับซาโลม​ก็​จะ​พูด​อีก​ว่า “ถ้า​เพียง​แต่​เรา​ได้รับ​การ​แต่งตั้ง​ให้​เป็น​ผู้ตัดสิน​ใน​เมืองนี้​ล่ะ​ก็ ทุกๆ​คน​ที่​มี​ปัญหา​หรือ​มี​คดี​ก็​จะ​สามารถ​มาหา​เรา และ​เรา​จะ​ให้​ความ​เป็น​ธรรม​กับ​เขา”
๕. และ​เมื่อ​ใด​ก็​ตาม​ที่​มี​คน​มาหา​เขา​และ​คำนับ​ลง​ต่อหน้า​เขา อับซาโลม​ก็​จะ​ยื่น​มือ​ออก​ไป​รับ​ตัว​คน​นั้น​มา​จูบ
๖. อับซาโลม​ทำ​อย่าง​นี้​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทุก​คน​ที่​มา​หา​กษัตริย์​ดาวิด​เพื่อ​ขอ​ให้​ตัดสิน​คดี อย่าง​นี้ เขา​จึง​ชนะใจ​ของ​คน​อิสราเอล​ทั้งหลาย
๗. สี่​ปี ผ่าน​ไป อับซาโลม​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ขอ​อนุญาต​ไป​เมือง​เฮโบรน​เพื่อ​ไป​แก้บน​ตาม​ที่​ลูก​เคย​บน​ไว้​กับ​พระยาห์เวห์​ด้วย​เถิด
๘. ตอน​ที่​ลูก​ผู้รับใช้​ท่าน​ยัง​อยู่​ที่​เมือง​เกชูร์​ใน​อารัม ลูก​ได้​บน​ไว้​ว่า ‘ถ้า​พระยาห์เวห์​พา​ลูก​กลับ​เยรูซาเล็ม​ได้ ลูก​จะ​นมัสการ​พระยาห์เวห์​ใน​เมือง​เฮโบรน’ ”
๙. กษัตริย์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ขอ​ให้​ไป​เป็น​สุข​เถิด” เขา​จึง​ไป​เมือง​เฮโบรน
๑๐. อับซาโลม​ได้​ส่ง​คน​ส่งข่าว​ลับ​ไป​ถึง​ทุกๆ​เผ่า​ของ​อิสราเอล​ว่า “ทันที​ที่​พวก​ท่าน​ได้ยิน​เสียง​แตร ให้​พูด​ว่า ‘อับซาโลม​คือ​กษัตริย์​ของ​เมือง​เฮโบรน’”
๑๑. ชาย​สอง​ร้อย​คน​จาก​เยรูซาเล็ม​ไป​กับ​อับซาโลม​ด้วย พวก​เขา​ได้รับ​เชิญ​ไป​เป็น​แขก​และ​ไป​โดย​ไม่​รู้​ว่า​อับซาโลม​วางแผน​อะไร​อยู่
๑๒. ขณะ​ที่​อับซาโลม​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา เขา​ได้​ส่ง​คน​ไป​ชวน​อาหิโธเฟล​ชาว​กิโลห์​ซึ่ง​เป็น​ที่ปรึกษา​ของ​ดาวิด​ให้​มา​จาก​กิโลห์​เมือง​ของ​เขา ดังนั้น​แผนการ​ชั่วนี้​กำลัง​ไป​ได้​ด้วย​ดี​และ​ผู้ติดตาม​อับซาโลม​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​เรื่อยๆ
๑๓. คน​ส่งข่าว​คน​หนึ่ง​มา​บอก​ดาวิด​ว่า “ใจ​ของ​คน​อิสราเอล​ได้​ไป​อยู่​กับ​อับซาโลม​แล้ว”
๑๔. ดาวิด​จึง​พูด​กับ​เจ้าหน้าที่​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​ใน​เยรูซาเล็ม​ว่า “ไป​กัน​เถิด พวก​เรา​ต้อง​หนี​แล้ว ไม่​อย่าง​นั้น​จะ​ไม่​มี​พวก​เรา​สัก​คน​ที่​หนี​อับซาโลม​ไป​ได้ พวก​เรา​ต้อง​รีบ​ไป​ทันที ไม่​อย่างนั้น เขา​จะ​มา​จับ​พวก​เรา​อย่าง​รวดเร็ว​และ​ทำลาย​พวก​เรา​และ​ทำลาย​เมือง”
๑๕. เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​พวก​เรา​ตัดสินใจ​ยังไง พวก​เรา​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​ก็​พร้อม​แล้ว​ที่​จะ​ทำตาม​ทุก​อย่าง”
๑๖. กษัตริย์​ออก​เดินทาง​ไป​พร้อม​กับ​ครอบครัว​ทั้งหมด​ของ​เขา แต่​เขา​ทิ้ง​เมียน้อย ไว้​สิบ​คน​ให้​ดูแล​วัง
๑๗. กษัตริย์​จึง​ออก​เดินทาง​พร้อม​กับ​ผู้คน​ที่​ติดตาม​เขา​ทั้งหมด พวก​เขา​มา​หยุด​อยู่​ใน​ที่​แห่ง​หนึ่ง​ไกล​ออก​มา
๑๘. คน​ทั้งหมด​ของ​เขา​เดิน​ผ่าน​หน้า​กษัตริย์​ไป รวมทั้ง​ชาว​เคเรธี ชาวเปเลท​และ​ชาวกัท (มี​หก​ร้อย​คน​จาก​เมือง​กัท)
๑๙. กษัตริย์​พูด​กับ​อิททัย​ชาวกัท​ว่า “พวกเจ้า​มา​กับ​เรา​ทำไม กลับ​ไป​อยู่​กับ​กษัตริย์​อับซาโลม พวก​เจ้า​เป็น​ชาว​ต่างชาติ เป็น​คน​ที่​อพยพ​มา​จาก​บ้านเกิด​เมืองนอน​ของ​เจ้า
๒๐. พวกเจ้า​เพิ่ง​มา​เมื่อวานนี้​เอง และ​วันนี้​จะ​ให้​เรา​ทำให้​พวก​เจ้า​ต้อง​มา​ร่อนเร่​กับ​พวก​เรา ทั้งๆ​ที่​เรา​เอง​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ไป​ไหน กลับ​ไป​และ​พา​คน​ของ​เจ้า​ไป​ด้วย ขอ​ให้​ความรัก​มั่นคง​และ​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระยาห์เวห์ ​อยู่​กับ​พวก​เจ้า”
๒๑. แต่​อิททัย​ตอบ​กษัตริย์​ว่า “พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า​ตราบเท่าที่​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ ไม่​ว่า​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​อยู่​ที่​ไหน ไม่ว่า​จะ​เป็น​หรือ​ตาย ข้าพเจ้า​ก็​จะ​อยู่​กับ​ท่าน”
๒๒. ดาวิด​พูด​กับ​อิททัย​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น ข้าม​ลำธาร​ขิดโรน​ไป​กัน​เถอะ” อิททัย​ชาว​กัท​จึง​เดินทาง​ต่อ​พร้อม​กับ​คน​ของ​เขา​และ​ครอบครัว​ที่​อยู่​กับ​เขา​ทั้งหมด
๒๓. ประชาชน ทั้งหมด​ต่าง​ร้องไห้​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง​เมื่อ​ขบวน​คน​เหล่านี้​เดิน​ผ่าน​ไป กษัตริย์​ได้​ข้าม​ลำธาร​ขิดโรน และ​คน​ทั้งหมด​ได้​เดิน​ทาง​มุ่ง​สู่​ทะเลทราย
๒๔. ศาโดก​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย และ​ชาว​เลวี​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​กำลัง​ถือ​หีบ​แห่ง​ข้อตกลง​ของ​พระเจ้า พวก​เขา​วาง​หีบ​ของ​พระเจ้า​ลง​และ​อาบียาธาร์​ก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา จน​กระ​ทั่ง​ประชาชน​ทั้ง​หมด​ออก​จาก​เมือง
๒๕. แล้ว​กษัตริย์​ก็​พูด​กับ​ศาโดก​ว่า “ให้​นำ​หีบ​ของ​พระเจ้า​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง ถ้า​พระยาห์เวห์​พอใจ​ใน​ตัว​เรา พระองค์​ก็​จะ​นำ​เรา​กลับ​มา​และ​ให้​เรา​ได้​เห็น​หีบ​นั้น​และ​ที่​อาศัย​ของ​พระองค์​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
๒๖. แต่​ถ้า​พระองค์​พูด​ว่า ‘เรา​ไม่​พอใจ​เจ้า’ เรา​ก็​พร้อม​ที่​จะ​ให้​พระองค์​ทำ​กับ​เรา​ตาม​ที่​พระองค์​เห็น​ว่า​ดี”
๒๗. กษัตริย์​พูด​กับ​นักบวช​ศาโดก​ด้วย​ว่า “ท่าน​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ไม่ใช่หรือ กลับ​ไป​ใน​เมือง​อย่าง​สงบ​พร้อม​กับ​อาหิมาอัส​ลูกชาย​ของ​ท่าน​และ​โยนาธาน​ลูกชาย​ของ​อาบียาธาร์ ท่าน​และ​อาบียาธาร์ พา​ลูกชาย​ของ​พวก​ท่าน​ทั้ง​สอง​คน​กลับ​ไป​เถอะ
๒๘. เรา​จะ​คอย​อยู่​ที่​ตรง​ทางข้าม​แม่น้ำ​ที่​เข้า​ไป​ยัง​ทะเลทราย จน​กว่า​พวก​ท่าน​จะ​มา​บอก​ข่าว​เรา”
๒๙. ดังนั้น​ศาโดก​และ​อาบียาธาร์​จึง​นำ​หีบ​ของ​พระเจ้า​กลับ​เยรูซาเล็ม​และ​อยู่​ที่​นั่น
๓๐. ดาวิด​เดินทาง​ต่อ​ไป​บน​ภูเขา​มะกอกเทศ เขา​เดินไป​ร้องไห้ไป เขา​เอา​ผ้า​คลุม​หัว​ไว้​และ​เดิน​เท้าเปล่า ประชาชน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​คลุม​หัว​พวก​เขา​ด้วย​และ​เดิน​ร้องไห้​ไป​ด้วย​เหมือน​กัน
๓๑. ขณะ​นั้น มี​คน​มา​บอก​ดาวิด​ว่า “อาหิโธเฟล​อยู่​ใน​หมู่​ผู้สมรู้​ร่วมคิด​กับ​อับซาโลม​ด้วย” ดาวิด​อธิษฐาน​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​เปลี่ยน​คำแนะนำ​ของ​อาหิโธเฟล​ให้​ใช้​การ​ไม่​ได้​ด้วยเถิด”
๓๒. เมื่อ​ดาวิด​มา​ถึง​ยอดเขา​ที่​คน​เขา​นมัสการ​พระเจ้า​กัน หุชัย​ชาว​อารคี​ได้​คอย​อยู่​ที่​นั่น​เพื่อ​พบ​ดาวิด เสื้อผ้า​ของ​เขา​ฉีกขาด​และ​มี​ฝุ่น​อยู่​เต็ม​หัว​เขา
๓๓. ดาวิด​พูด​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​เจ้า​ไป​กับ​เรา เจ้า​จะ​เป็น​ภาระ​ให้​กับ​เรา
๓๔. แต่​ถ้า​เจ้า​กลับ​เข้า​เมือง​ไป​และ​พูด​กับ​อับซาโลม​ว่า ‘ข้าแต่​กษัตริย์ ตอนนี้​เรา​จะ​เป็น​ผู้รับใช้​ท่าน ใน​อดีต​เรา​เคย​เป็น​คน​รับใช้​พ่อ​ของ​ท่าน​มา​ก่อน แต่​เดี๋ยวนี้​เรา​จะ​เป็น​คน​รับใช้​ท่าน’ แล้ว​เจ้า​จะ​ช่วย​เรา​ได้ ด้วย​การ​คอย​ก่อกวน​คำแนะนำ​ของ​อาหิโธเฟล
๓๕. เจ้า​ยัง​มี​นักบวช​ศาโดก​และ​อาบียาธาร์​คอย​ช่วย​เหลือ​อยู่​ที่​นั่น บอก​พวก​เขา​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เจ้า​ได้ยิน​ภาย​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์
๓๖. อาหิมาอัส​ลูกชาย​ศาโดก​และ​โยนาธาน​ลูกชาย​อาบียาธาร์​จะ​อยู่​ที่​นั่น​กับ​พวก​เขา เจ้า​สามารถ​ส่ง​พวก​เขา​มา​บอก​เรา​ใน​สิ่ง​ที่​เจ้า​ได้ยิน​มา”
๓๗. ดังนั้น​หุชัย​ที่​ปรึกษา​ของ​กษัตริย์​จึง​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ซึ่ง​เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​อับซาโลม​เข้า​เมือง​มา​พอดี

๒ ซามูเอล ๑๖:๑-๒๓
๑. เมื่อ​ดาวิด​ผ่าน​ยอดเขา​ไป​ได้​ระยะ​หนึ่ง ศิบา​คน​รับใช้​ของ​เมฟีโบเชท​กำลัง​คอย​เขา​อยู่​ที่​นั่น เขา​มี​ลา​ที่​ผูก​อาน​ไว้​แล้ว​คู่​หนึ่ง บรรทุก​ขนมปัง​ไว้​สอง​ร้อย​ก้อน เค้ก​องุ่น​แห้ง​หนึ่ง​ร้อย​ก้อน เค้ก​ผลไม้​ฤดู​ร้อน​หนึ่ง​ร้อย​ก้อน​และ​ถุง​หนัง​ใส่​เหล้า​องุ่น​อีก​หนึ่ง​ถุง
๒. กษัตริย์​ถาม​ศิบา​ว่า “เจ้า​นำ​ของ​เหล่า​นี้​มา​ทำไม” ศิบา​ตอบ​ว่า “ลา​พวก​นี้​สำหรับ​ครอบครัว​ของ​กษัตริย์​ขี่ ขนมปัง​และ​ผลไม้​ไว้​ให้​คน​เหล่า​นี้​กิน​และ​เหล้า​องุ่น​สำหรับ​คน​ที่​เหนื่อย​ดื่ม​ให้​เกิด​ความ​สดชื่น​ใน​ทะเลทราย”
๓. กษัตริย์​จึง​ถาม​ว่า “เมฟีโบเชท หลาน​ของ​นาย​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน” ศิบา​บอก​เขา​ว่า “เขา​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม เพราะ​เขา​คิด​ว่า ‘วันนี้​ครอบครัว​อิสราเอล​จะ​คืน​อาณาจักร​ของ​พ่อ​เรา​ให้​กับ​เรา’”
๔. กษัตริย์​จึง​พูด​กับ​ศิบา​ว่า “ตอนนี้​ทุก​อย่าง​ที่​เคย​เป็น​ของ​เมฟีโบเชท​ก็​ตก​เป็น​ของ​เจ้า​แล้ว” ศิบา​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​ขอ​กราบ​ท่าน ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​ได้รับ​ความกรุณา​ใน​สายตา​ของ​ท่าน กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”
๕. เมื่อ​กษัตริย์​ดาวิด​มา​ถึง​เมือง​บาฮูริม ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​มา​จาก​ตระกูล​เดียว​กับ​ครอบครัว​ซาอูล​ออก​มา​จาก​ที่​นั่น เขา​ชื่อ​ชิเมอี​ลูกชาย​เกรา เขา​เดิน​ไป​และ​สาป​แช่ง​ดาวิด​ไป​ด้วย
๖. เขา​ขว้าง​ปา​ก้อน​หิน​ใส่​ดาวิด​กับ​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา แต่​มี​กอง​ทหาร​ป้องกัน​อยู่​ทั้ง​ด้านซ้าย​และ​ด้านขวา​ของ​ดาวิด
๗. ชิเมอี​สาป​แช่ง​ดาวิด​ว่า “ออก​ไป ออก​ไป ไอ้ฆาตกร ไอ้คนถ่อย
๘. พระยาห์เวห์​ได้​ตอบแทน​เจ้า​แล้ว ที่​เจ้า​ทำให้​เลือด​ของ​ครอบครัว​ซาอูล​ต้อง​ไหลนอง​ใน​ที่​ที่​เจ้า​ได้​ปกครอง พระยาห์เวห์​มอบ​อาณาจักร​นั้น​ให้​กับ​อับซาโลม​ลูกชาย​เจ้า​แล้ว เจ้า​ถูก​ทำลาย​แล้ว​เพราะ​เจ้า​มัน​เป็น​ไอ้ฆาตกร”
๙. อาบีชัย​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​จึง​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ทำไม​ถึง​ปล่อย​ให้​เจ้า​หมา​ตาย​ตัว​นี้​มา​สาปแช่ง​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ให้​ข้าพเจ้า​ออก​ไป​ตัด​หัว​มัน​เถิด”
๑๐. แต่​กษัตริย์​พูด​ว่า “พวก​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​เอ๋ย มัน​เรื่อง​อะไร​ของ​พวกเจ้า ใช่​แล้ว​ชิเมอี​กำลัง​สาปแช่ง​เรา แต่​อาจ​จะ​เป็น​เพราะ​พระยาห์เวห์​บอก​เขา​ว่า ‘ไป​สาปแช่ง​ดาวิด​ซะ’ แล้ว​มี​ประโยชน์​อะไร​ที่​จะ​ไป​ถาม​เขา​ว่า ‘ทำไม​เจ้า​ถึง​ทำ​อย่างนี้’”
๑๑. ดาวิด​จึง​พูด​กับ​อาบีชัย​และ​เจ้าหน้าที่​ทั้งหมด​ของ​เขา​ว่า “ขนาด​ลูกชาย​ของ​เรา​ที่​เป็น​เลือดเนื้อ​ของ​เรา​เอง ยัง​พยายาม​จะ​เอา​ชีวิต​เรา​เลย แล้ว​นับประสา​อะไร​กับ​ชาว​เบนยามิน​คนนี้ ปล่อย​เขา​ไป​เถิด ให้​เขา​สาปแช่ง​ไป เพราะ​พระยาห์เวห์​บอก​ให้​เขา​ทำ​อย่างนั้น
๑๒. ไม่​แน่ บาง​ที​พระยาห์เวห์​อาจ​เห็น​ความทุกข์​ของ​เรา​และ​ตอบแทน​เรา​ด้วย​สิ่ง​ดีๆ​แทน​คำ​สาปแช่ง​ที่​เรา​ได้รับ​ใน​วันนี้​ก็​ได้”
๑๓. ดังนั้น​ดาวิด​กับ​คน​ของ​เขา​จึง​เดินทาง​ต่อ​ไป​ตาม​ถนน ใน​ขณะ​ที่​ชิเมอี​ก็​เดิน​ไป​ตาม​ข้าง​เนินเขา​ด้าน​ตรงข้าม​เขา ขว้าง​ก้อน​หิน​ดิน​ทราย​ไป​และ​สาปแช่ง​ดาวิด​ไป
๑๔. กษัตริย์​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​มา​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน​ด้วย​ความ​เหนื่อยล้า และ​พวก​เขา​ก็​ได้​พัก​ผ่อน​กัน​ที่นั่น
๑๕. ใน​ขณะ​นั้น​อับซาโลม​และ​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​มา​ถึง​เยรูซาเล็ม​และ​อาหิโธเฟล​ก็​อยู่​กับ​เขา​ด้วย
๑๖. แล้ว หุชัย​ชาว​อารคี เพื่อน​ของ​ดาวิด​ก็​ไป​หา​อับซาโลม​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “กษัตริย์​จง​เจริญ กษัตริย์​จงเจริญ”
๑๗. อับซาโลม​ถาม​หุชัย​ว่า “เจ้า​แสดง​ความ​จงรัก​ภักดี​ต่อ​ดาวิด​เพื่อน​ของ​เจ้า​อย่าง​นี้​หรือ ทำไม​เจ้า​ถึง​ไม่​ไป​กับ​เพื่อน​ของ​เจ้า”
๑๘. หุชัย​พูด​กับ​อับซาโลม​ว่า “ไม่​ไป​หรอก ข้าพเจ้า​จะ​อยู่​กับ​คน​ที่​พระยาห์เวห์​เลือก ประชาชน​และ​คน​อิสราเอล​เหล่านี้​เลือก​ท่าน ข้าพเจ้า​ก็​จะ​อยู่​กับ​ท่าน​ตลอด​ไป
๑๙. ใน​อดีต ข้าพเจ้า​เคย​รับใช้​พ่อ​ของ​ท่าน ตอน​นี้ ข้าพเจ้า​ก็​สมควร​จะ​รับใช้​ท่าน ลูกชาย​ของ​ดาวิด ไม่​ใช่​หรือ”
๒๐. อับซาโลม​พูด​กับ​อาหิโธเฟล​ว่า “ช่วย​แนะนำ​หน่อย ว่า​พวก​เรา​ควร​จะ​ทำ​อย่างไร”
๒๑. อาหิโธเฟล​ตอบ​ว่า “ไป​นอน​กับ​เมียน้อย ของ​พ่อ​ท่าน​ที่​ยัง​อยู่​ดูแล​วังสิ แล้ว​อิสราเอล​ทั้งหมด​จะ​ได้​รู้​ว่า​ท่าน​ทำ​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พ่อ​ของ​ท่าน แล้ว​พวก​เขา​ทุก​คน​ที่​อยู่​กับ​ท่าน​จะ​ได้​กล้า​ขึ้น​และ​สนับสนุน​ท่าน​อย่าง​เต็มที่”
๒๒. พวก​เขา​จึง​ตั้ง​เต็นท์​ให้​อับซาโลม​บน​ดาดฟ้า และ​อับซาโลม​ก็​นอน​กับ​เมียน้อย​ของ​พ่อ​เขา​ท่ามกลาง​สายตา​ของ​ชาว​อิสราเอล
๒๓. ใน​สมัยนั้น​คำ​แนะนำ​ที่​มา​จาก​อาหิโธเฟล ถือ​กัน​ว่า​เป็น​เหมือน​คำ​แนะนำ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​ทั้ง​ดาวิด​และ​อับซาโลม​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ​ใน​คำ​แนะนำ​ทั้งหมด​ของ​อาหิโธเฟล

สดุดี ๖๖:๘-๑๕
๘. ชนชาติ​ทั้งหลาย​เอ๋ย ให้​สรรเสริญ​พระเจ้า​ของ​พวกเราเถิด เปล่งเสียง​สรรเสริญ​พระองค์เถิด
๙. พระองค์​รักษา​ชีวิต​ของเราไว้ พระองค์​ไม่ให้​เท้า​ของเรา​ลื่นล้ม
๑๐. ข้าแต่​พระเจ้า พระองค์​ได้​ทดสอบ​พวกเรา พระองค์​ได้​หลอม​พวกเรา​ให้​บริสุทธิ์​เหมือน​ช่างเงิน​หลอมเงิน
๑๑. พระองค์​นำ​พวกเรา​ไป​ติด​กับดัก และ​เอา​ภาระหนัก​ใส่​หลัง​ของเรา
๑๒. พระองค์​ทำให้​รถรบ​ของ​ศัตรู​วิ่ง​ทับหัว​เราไป พวกเรา​ลุยน้ำ​ลุยไฟ แต่​ในที่สุด พระองค์​นำ​พวกเรา​ไปสู่​ที่​โล่งกว้าง​อัน​ปลอดภัย
๑๓. เมื่อ​ข้าพเจ้า​เจอ​กับ​ความ​ทุกข์ยาก ข้าพเจ้า​ได้​บนบาน​ไว้​กับ​พระองค์ และ​ตอนนี้ ข้าพเจ้า​นำ​เครื่อง​เผา​บูชา มา​แก้บน​ของ​ข้าพเจ้า​ที่​วิหาร​ของ​พระองค์
๑๔. ***
๑๕. ข้าพเจ้า​ถวาย​พวกสัตว์​อ้วนพี​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา​ให้กับ​พระองค์ พร้อมกับ​ควัน​จาก​การเผา​พวกแกะ​ตัวผู้ ข้าพเจ้า​ถวาย​พวกวัว​ตัวผู้​กับ​แพะ​ให้กับ​พระองค์ เซลาห์

สุภาษิต ๑๖:๒๗-๓๐
๒๗. คน​ไร้ค่า​วางแผน​ชั่ว คำพูด​ของ​เขา​เป็น​ไฟ​ที่​เผาผลาญ
๒๘. คน​ที่​มี​เจตนา​ร้าย​ทำให้​เกิด​การ​ทะเลาะ​วิวาท คน​ที่​ซุบซิบ​นินทา​ทำให้​เพื่อนสนิท​แตกแยกกัน
๒๙. คน​โหดร้าย​ล่อลวง​เพื่อน​บ้าน​ของตน และ​ชักนำ​พวกเขา​ไป​ใน​ทาง​ที่​ไม่ดี
๓๐. คน​ที่​ขยิบตา​นั้น​ก็​กำลัง​วางแผน​หลอกลวง ส่วน​คน​ที่​เม้มปาก​แสดง​ว่า​ทำชั่ว​เสร็จ​แล้ว

ยอห์น ๗:๑-๒๗
๑. หลังจาก​นั้น​พระเยซู​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี พระองค์​ไม่​อยาก​ไป​แคว้น​ยูเดีย เพราะ​พวกยิว​จ้อง​ที่​จะ​ฆ่า​พระองค์
๒. ขณะ​นั้น​ใกล้​จะ​ถึง​เทศกาลอยู่เพิง​แล้ว
๓. น้องๆ​ของ​พระเยซู​จึง​บอก​พระองค์​ว่า “พี่​น่า​จะ​ไป​แคว้น​ยูเดีย เพื่อ​พวกศิษย์​ของ​พี่​จะ​ได้​เห็น​สิ่งอัศจรรย์​ต่างๆ​ที่​พี่​กำลัง​ทำ​อยู่​ด้วย
๔. คน​ที่​อยาก​จะ​มี​ชื่อ​เสียง​เขา​ไม่​แอบ​ทำ​อะไร​ลับๆ​หรอก ไหนๆ​พี่​ก็​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​แล้ว แสดง​ตัว​ให้​โลก​รู้​ไป​เลย​สิ”
๕. (แม้​แต่​น้องๆ​ของ​พระองค์​ก็​ยัง​ไม่​เชื่อ​พระองค์)
๖. พระเยซู​ตอบ​ว่า “เวลานี้​ยัง​ไม่​เหมาะ​สำหรับ​พี่ แต่​สำหรับ​น้องๆ​เวลา​ไหน​ก็​เหมาะ​ทั้งนั้น
๗. คน​ใน​โลกนี้​เขา​ไม่​เกลียด​พวก​น้อง​หรอก เพราะ​ไม่​รู้​จะ​เกลียด​ไป​ทำไม แต่​เขา​เกลียด​พี่​เพราะ​พี่​บอก​พวก​เขา​อยู่​เสมอ​ว่า การกระทำ​ของ​พวก​เขา​นั้น​ชั่วร้าย
๘. พวก​น้อง​ไป​กัน​เอง​เถอะ พี่​ยัง​ไม่​ไป​หรอก เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา”
๙. หลังจาก​ที่​พูด​อย่าง​นั้น​แล้ว พระองค์​ก็​อยู่​ที่​แคว้น​กาลิลี​ต่อ​ไป
๑๐. หลังจาก​ที่​น้องๆ​ของ​พระองค์​ไป​ร่วม​งาน​เทศกาล​กัน​แล้ว พระองค์​ก็​แอบ​ไป​ทีหลัง​โดย​ไม่​ให้​ใคร​รู้
๑๑. พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​ต่าง​มองหา​พระองค์​ใน​งาน และ​ถาม​กัน​ว่า “ไอ้หมอ​นั่น​อยู่​ที่​ไหน”
๑๒. ผู้คน​ซุบซิบ​กัน​มาก​เกี่ยวกับ​พระเยซู บางคน​ว่า “เขา​เป็น​คนดี​นะ” แต่​บางคน​ว่า “ไม่​หรอก เขา​เป็น​นักต้มตุ๋น”
๑๓. แต่​ไม่​มี​ใคร​กล้า​พูด​ถึง​พระองค์​อย่าง​เปิดเผย​เพราะ​กลัว​พวกผู้นำ​ชาวยิว
๑๔. เมื่อ​ถึง​ช่วง​กลาง​เทศกาล​อยู่​เพิง พระเยซู​ได้​เข้า​ไป​ใน​บริเวณ​วิหาร และ​เริ่ม​สั่งสอน​ประชาชน
๑๕. พวก​หัวหน้า​ชาวยิว​ต่าง​รู้สึก​แปลกใจ​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ จึง​พูด​ว่า “ทำไม​เขา​รู้มาก​อย่างนี้​ล่ะ ใน​เมื่อ​เขา​ยัง​ไม่​เคย​เรียน​กับ​ครู​คน​ไหนมา​ก่อน​เลย”
๑๖. พระเยซู​ตอบ​ว่า “คำสอน​ของ​เรา​นั้น​ไม่​ใช่​ของ​เรา​เอง แต่​มา​จาก​พระองค์​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา
๑๗. คน​ไหน​มีใจ​ที่​อยาก​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า คน​นั้น​ก็​จะ​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เรา​สอน​นั้น​มา​จาก​พระเจ้า​หรือ​เรา​พูด​ขึ้น​มา​เอง​กัน​แน่
๑๘. คน​ที่​พูด​ตามใจ​ตัวเอง​ก็​พยายาม​หา​ชื่อเสียง​ใส่​ตัว แต่​คน​ที่​พยายาม​หา​ชื่อ​เสียง​ให้​กับ​ผู้​ที่​ส่ง​เขา​มา คนนั้น​แหละ​เป็น​คน​ที่​จริงใจ​ที่​ไม่​หลอกลวง​ใคร
๑๙. โมเสส​ให้​กฎปฏิบัติ​กับ​พวกคุณ แต่​พวกคุณ​ก็​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​กฎ​นั้น​สัก​คน แล้ว​ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ได้​พยายาม​จะ​ฆ่า​เรา”
๒๐. พวกนั้น​จึง​ตอบ​ว่า “แก​ถูก​ผี​สิง​แล้ว ใคร​กัน​ที่​พยายาม​จะ​ฆ่า​แก”
๒๑. พระเยซู​จึง​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อย่าง​หนึ่ง​ใน​วันหยุดทางศาสนา พวกคุณ​ก็​พากัน​ตกตะลึง​เพราะ​เรื่อง​นั้น
๒๒. โมเสส​ให้​กฎปฏิบัติ​กับ​คุณ​เรื่อง​การทำพิธีขลิบ (ความจริง​แล้ว บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ได้​ทำ​พิธีขลิบ​มา​ตั้งนาน​แล้ว​ก่อน​โมเสส​เสียอีก) และ​ถ้า​วัน​ที่​คุณ​จะ​ต้อง​ทำ​พิธีขลิบ​ตรง​กับ​วันหยุดทางศาสนา​พอดี พวก​คุณ​ก็​ยัง​ทำ​พิธีขลิบ​ให้​ลูกชาย​ของ​คุณ​อยู่​ดี
๒๓. ถ้า​คุณ​ทำ​พิธีขลิบ​ให้​กับ​ลูกชาย​เพื่อ​จะ​ได้​ไม่​ผิด​กฎ​ของ​โมเสส แล้ว​พวกคุณ​จะ​มา​โกรธแค้น​เรา​ที่​รักษา​คน​ทั้ง​คน​ให้​หาย​ใน​วันหยุดทางศาสนา​ทำไม
๒๔. เลิก​ตัดสิน​อย่าง​ผิวเผิน​ได้​แล้ว แต่​ให้​ตัดสิน​อย่าง​ถูกต้อง”
๒๕. บางคน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ถาม​กัน​ว่า “คนนี้​ไม่​ใช่​หรือ​ที่​พวกผู้นำ​พยายาม​จะ​ฆ่า
๒๖. แต่​ดูสิ เขา​กำลัง​พูด​อยู่​กลาง​ที่​สาธารณะ และ​พวก​ผู้นำ​ก็​ไม่​ได้​ว่า​อะไร​เขา​เลย หรือ​เป็นไปได้ไหม​ว่า​พวก​ผู้นำ​ตัดสินใจ​กัน​แล้ว​ว่า​เขา​คือ​พระคริสต์
๒๗. แต่​พวก​เรา​รู้​นี่​ว่า​คนนี้​มา​จาก​ไหน ถ้า​พระคริสต์​ตัวจริง​มา​ละ​ก็ จะ​ไม่​มี​ใคร​รู้​หรอก​ว่า​พระองค์​มา​จาก​ไหน”