A A A A A

๒ ซามูเอล ๑๓:๑-๓๙
๑. ดาวิด​มี​ลูก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อับซาโลม อับซาโลม​มี​น้อง​สาว​ที่​สวย​มาก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทามาร์ ใน​เวลา​นั้น ลูกชาย​อีก​คน​หนึ่ง​ของ​ดาวิด​ชื่อ​อัมโนน ได้​หลงรัก​ทามาร์
๒. ทามาร์​เป็น​สาว​บริสุทธิ์ อัมโนน​รู้สึก​ว่า​เป็น​ไป​ไม่​ได้​เลย​ที่​จะ​ทำ​อะไร​กับ​นาง แต่​เขา​หลงรัก​นาง​มาก จน​เป็น​ไข้ใจ
๓. อัมโนน​มี​เพื่อน​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โยนาดับ​เป็น​ลูกชาย​ชิเมอาห์ ชิเมอาห์​เป็น​พี่ชาย​ของ​ดาวิด โยนาดับ​เป็น​คน​ฉลาด​เจ้าเล่ห์
๔. เขา​ถาม​อัมโนน​ว่า “บอก​เรา​หน่อย​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ทำไม​ลูก​กษัตริย์​อย่าง​ท่าน​จึง​ดู​ซูบซีด​ลง​ทุก​วันๆ” อัมโนน​บอก​กับ​เขา​ว่า “เรา​หลงรัก​ทามาร์ น้องสาว​ของ​อับซาโลม​น้องชาย​เรา”
๕. โยนาดับ​บอก​ว่า “ไป​นอน​ที่​เตียง​แล้ว​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่​สบายสิ แล้ว​เมื่อ​พ่อ​ของ​ท่าน​มา​เยี่ยม ให้​บอก​เขา​ว่า ‘ลูก​อยาก​ให้​ทามาร์​น้องสาว​ลูก​มา​เยี่ยม และ​เอา​ของ​มา​ให้​ลูก​กิน ขอ​ให้​น้อง​มา​ทำ​อาหาร​ต่อหน้า​ลูก เพื่อ​ลูก​จะ​ได้​ดู​น้อง​ทำ และ​ได้​กิน​จาก​มือ​ของ​น้อง’”
๖. อัมโนน​จึง​นอน​ลง​และ​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่​สบาย เมื่อ​กษัตริย์​มา​เยี่ยม​เขา อัมโนน​พูด​ว่า “ลูก​อยาก​ให้​ทามาร์​น้องสาว​ลูก​มา​เยี่ยม และ​มา​ทำ​ขนมปัง​พิเศษ​ให้​ลูก​ดู เพื่อ​ลูก​จะ​ได้​กิน​จาก​มือ​ของ​น้อง”
๗. ดาวิด​จึง​สั่ง​คน​ไป​บอก​ทามาร์​ที่​วัง​ว่า “ให้​ไป​ที่​บ้าน​ของ​อัมโนน​พี่ชาย​ของ​เจ้า และ​ไป​ทำ​อาหาร​ให้​เขา​กิน”
๘. ทามาร์​จึง​ไป​บ้าน​อัมโนน​พี่ชาย​ของ​นาง​ซึ่ง​กำลัง​นอน​อยู่ นาง​เอา​แป้ง​ดิบ ไป​ด้วย นาง​นวด​มัน ทำ​เป็น​ขนมปัง​ให้​เขา​ดู​และ​อบ​มัน
๙. แล้ว​นาง​ก็​เอา​กระทะ​นั้น​ออก​มา​และ​ยก​ขนมปัง​ไป​ให้​เขา แต่​เขา​ไม่​ยอม​กิน อัมโนน​บอก​ว่า “ให้​ทุก​คน​ออก​ไป​จาก​ที่​นี่” ทุก​คน​จึง​ออก​ไป
๑๐. แล้ว​อัมโนน​พูด​กับ​ทามาร์​ว่า “นำ​อาหาร​มา​ให้​พี่​ใน​ห้อง​นอน​ของ​พี่ พี่​จะ​ได้​กิน​มัน​จาก​มือ​ของ​น้อง” ทามาร์​ก็​นำ​ขนมปัง​ที่​นาง​ทำ​ไว้​เข้า​มา​ให้​อัมโนน​พี่ชาย​ของ​นางใน​ห้องนอน​ของ​เขา
๑๑. แต่​เมื่อ​นาง​นำ​มัน​เข้า​มา​เพื่อ​จะ​ให้​เขา​กิน เขา​จับ​นาง​เอา​ไว้​และ​พูด​ว่า “น้องพี่ มา​นอน​กับ​พี่​เถิด”
๑๒. “อย่านะ​พี่” นาง​พูด​กับ​เขา “อย่า​บังคับ​น้อง​เลย เรื่อง​อย่าง​นี้​ไม่​ควร​เกิด​ขึ้น​ใน​อิสราเอล อย่า​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​อย่าง​นี้​เลย
๑๓. ตัว​น้อง​เอง จะ​ขจัด​ความ​น่าละอาย​นี้​ไป​ได้​อย่างไร​กัน ส่วน​ตัว​พี่ พี่​จะ​เป็น​เหมือน​คน​บ้า​ที่​ชั่วร้าย​ใน​อิสราเอล ได้​โปรด​ไป​พูด​กับ​กษัตริย์​เถิด เขา​จะ​ไม่​ยั้ง​น้อง​ไว้​จาก​พี่​หรอก”
๑๔. แต่​เขา​ไม่​ยอมฟัง​นาง และ​เพราะ​เขา​แข็งแรง​กว่า​นาง เขา​จึง​ข่มขืน​นาง
๑๕. แล้ว​ความรู้สึก​ของ​อัมโนน​กลับ​เปลี่ยนเป็น​เกลียด​นาง​อย่าง​รุนแรง อันที่​จริง​แล้ว ความเกลียด​ของ​เขา​นั้น​มาก​ยิ่ง​กว่า​ความรัก​ที่​เขา​มี​ต่อ​นาง​ใน​ตอนแรก อัมโนน​พูด​กับ​นาง​ว่า “ออก​ไปซะ”
๑๖. แต่​นาง​ตอบ​เขา​ไป​ว่า “อย่า​ทำ​อย่าง​นั้น​เลย​พี่ ถ้า​พี่​ไล่​น้อง​ไป พี่​จะ​ยิ่ง​มี​ความผิด​มาก​กว่า​สิ่ง​ที่​พี่​ได้​ทำ​กับ​น้อง​มา​แล้ว” แต่​เขา​ไม่​ยอมฟัง​นาง
๑๗. เขา​เรียก​คน​รับใช้​ส่วน​ตัว​ของ​เขา​มา​และ​บอก​ว่า “เอา​หญิง​คน​นี้​ออก​ไป​จาก​ที่​นี่​และ​ลง​กลอน​ประตู​เสีย​ด้วย”
๑๘. คน​รับใช้​ของ​เขา​จึง​เอา​ตัว​นาง​ออก​ไป​และ​ลง​กลอน​ประตู​ตาม​หลัง​นาง ขณะ​นั้น​นาง​สวม​เสื้อ​ชุด​ยาว​ที่​มี​เครื่อง​ประดับ​มากมาย เพราะ​เสื้อ​ชนิด​นี้​เป็น​เสื้อ​ของ​กษัตริย์​ที่​ให้​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​ที่​ยัง​บริสุทธิ์​อยู่​สวม
๑๙. ทามาร์​เอา​ขี้เถ้า​โปรย​บนหัว​ของ​นาง​และ​ฉีก​เสื้อ​ที่​มี​เครื่อง​ประดับ​ที่​นาง​กำลัง​สวม​อยู่​นั้น​ออก นาง​เอา​มือ​กุม​หัว​ไว้​แล้ว​เดิน​จาก​ไป​และ​ร้องไห้​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง ไป​ด้วย
๒๐. อับซาโลม​พี่ชาย​ของ​นาง​พูด​กับ​นาง​ว่า “อัมโนน​พี่ชาย​ของ​น้อง​นอน​กับ​น้อง​หรือ เงียบ​เสีย​เถิด น้อง​ของ​พี่ เขา​เป็น​พี่ชาย​ของ​น้อง อย่า​ไป​คิด​มาก​ใน​เรื่อง​นี้” และ​ทามาร์​ก็​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​อับซาโลม​พี่ชาย​นาง เป็น​หญิง​ที่​ถูก​ทอด​ทิ้ง
๒๑. เมื่อ​กษัตริย์​ดาวิด​ได้ยิน​เรื่องนี้ เขา​โกรธ​มาก แต่​ไม่​ยอม​ลงโทษ​อัมโนน​ลูกชาย​ของ​เขา​เพราะ​ดาวิด​รัก​เขา​มาก และ​เขา​เป็น​บุตร​หัว​ปี
๒๒. ส่วน​อับซาโลม​ไม่​ได้​พูด​กับ​อัมโนน​แม้แต่​คำ​เดียว ไม่ว่า​จะ​พูดดี​หรือ​พูดร้าย เขา​เกลียด​อัมโนน​มาก เพราะ​อัมโนน​ได้​ข่มขืน​ทามาร์​น้องสาว​ของ​เขา
๒๓. ผ่าน​ไป​สอง​ปี​เต็ม อับซาโลม​ได้​จัด​งาน​ตัด​ขน​แกะ​ของ​เขา​ขึ้น​ที่​บาอัล-ฮาโซร์​ใกล้​เขต​แดน​เอฟราอิม เขา​เชิญ​ลูกชาย​ทุก​คน​ของ​กษัตริย์​มา​ที่​งาน​นั้น
๒๔. อับซาโลม​ไป​หา​กษัตริย์​และ​พูด​ว่า “ลูก​ผู้รับใช้​ของ​พ่อ​ได้​จัด​งาน​ตัด​ขน​แกะ​ขึ้น ขอ​เชิญ​ท่าน​พ่อ และ​เจ้าหน้าที่​ของ​ท่าน​พ่อ​มา​ร่วม​งาน​กับ​ลูก​ด้วย​เถิด”
๒๕. กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ไม่​ได้​หรอก​ลูก อย่า​ให้​พวก​เรา​ไป​กัน​หมด​ทุก​คน​เลย จะ​ไป​เป็น​ภาระ​ของ​ลูก​เปล่าๆ” แม้ว่า​อับซาโลม​จะ​รบเร้า​ต่อ กษัตริย์​ยัง​คง​ไม่​ยอม​ไป แต่​ได้​ให้​พร​เขา​ไป
๒๖. อับซาโลม​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ขอ​อนุญาต​ให้​อัมโนน​พี่ชาย​ของ​ลูก​ไป​กับ​ลูก​ด้วย​เถิด” กษัตริย์​ถาม​เขา​ว่า “ทำไม​เขา​ต้อง​ไป​กับ​ลูก​ด้วย”
๒๗. แต่​อับซาโลม​ก็​คง​รบเร้า​ดาวิด ดาวิด​จึง​ส่ง​อัมโนน​และ​ลูกชาย​ที่​เหลือ​ของ​ดาวิด​ไป​กับ​อับซาโลม และ​อับซาโลม​ได้​จัด​งาน​เลี้ยง​เหมือน​กับ​งาน​เลี้ยง​ของ​กษัตริย์
๒๘. แล้ว​อับซาโลม​สั่ง​คน​ของ​เขา​ว่า “ฟัง​ให้​ดี เมื่อ​อัมโนน​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​จน​เมา​ได้ที่​แล้ว และ​เรา​สั่ง​กับ​พวก​เจ้า​ว่า ‘ฆ่า​มัน’ ให้​ฆ่า​มัน​ซะ อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​เอง​เป็น​คน​สั่ง​ให้​พวก​เจ้า​ทำ ให้​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้”
๒๙. คน​ของ​อับซาโลม​ทำ​กับ​อัมโนน​ตาม​ที่​อับซาโลม​สั่ง​พวก​เขา​ไว้ แล้ว​พวก​ลูกชาย​กษัตริย์​ที่​เหลือ​ต่าง​ก็​ขึ้น​ล่อ​ของ​ตน​หนี​ไป
๓๐. ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​เดิน​ทาง​อยู่ ก็​มี​รายงาน​มา​ถึง​ดาวิด​ว่า “อับซาโลม​ฆ่า​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​จน​หมด​ไม่​เหลือ​แม้แต่​คน​เดียว”
๓๑. กษัตริย์​ยืน​ขึ้น ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​เขา​และ​ลง​นอน​กับ​พื้นดิน และ​คน​รับใช้​ทั้งหมด​ของ​เขา​ที่​ยืน​อยู่​ข้าง​เขา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ด้วย
๓๒. แต่​โยนาดับ​ลูกชาย​ชิเมอาห์​ที่​เป็น​พี่ชาย​ของ​ดาวิด​บอก​ว่า “เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า อย่า​ได้​คิด​ว่า​พวก​เขา​ฆ่า​เจ้าชาย​ทุก​คน เพราะ​มี​แต่​อัมโนน​เท่านั้น​ที่​ตาย นี่​เป็น​ความตั้งใจ​ของ​อับซาโลม​ตั้งแต่​อัมโนน​ข่มขืน​ทามาร์​น้องสาว​เขา​แล้ว
๓๓. กษัตริย์ เจ้า​นาย​ของ​ข้าพเจ้า อย่า​ได้​คิด​มาก​เลย​ที่​ว่า ลูกชาย​ทุก​คน​ของ​ท่าน​ตาย​หมด เพราะ​มี​แต่​อัมโนน​เท่านั้น​ที่​ตาย”
๓๔. ใน​ขณะ​เดียว​กัน อับซาโลม​ได้​หลบหนี​ไป ขณะนั้น​ทหาร​ยาม​คน​หนึ่ง​มอง​ออก​ไป และ​เห็น​คน​จำนวน​มาก​กำลัง​มา​จาก​ถนน​โฮโรนาอิม ​ข้างๆ​เนิน​เขา
๓๕. โยนาดับ​บอก​กษัตริย์​ว่า “ดู​เถิด พวก​ลูกชาย​ของ​ท่าน​มา​แล้ว ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ได้​บอก​ไว้”
๓๖. เมื่อ​เขา​พูด​จบ พวก​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​ก็​มา​ถึง ต่าง​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง กษัตริย์​และ​คน​รับใช้​เขา​ทั้งหมด​ก็​ร้อง​ไห้​อย่าง​ขมขื่น​เหมือน​กัน
๓๗. กษัตริย์​ดาวิด​ไว้ทุกข์​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​เขา​ทุก​วัน อับซาโลม​หลบหนี​ไป​หา​กษัตริย์​ทัลมัย​แห่ง​เมือง​เกชูร์​ที่​เป็น​ลูกชาย​อัมมีฮูด
๓๘. หลังจาก​อับซาโลม​หลบ​หนี​ไป​เมือง​เกชูร์ เขา​อยู่​ที่​นั่น​สาม​ปี
๓๙. และ​กษัตริย์​ดาวิด​ก็​คิดถึง​อับซาโลม​มาก เพราะ​เขา​เริ่ม​สบายใจ​ขึ้น​แล้ว​ใน​เรื่อง​การตาย​ของ​อัมโนน

๒ ซามูเอล ๑๔:๑-๓๓
๑. โยอาบ​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​รู้​ว่า​ใจ​ของ​ดาวิด​คิดถึง​อับซาโลม​มาก
๒. เขา​จึง​ส่ง​คน​ไป​เมือง​เทโคอา​และ​ให้​นำ​ตัว​หญิง​ฉลาด​คน​หนึ่ง​มา​จาก​ที่​นั่น เขา​พูด​กับ​นาง​ว่า “ให้​ท่าน​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไว้ทุกข์​อยู่ ให้​แต่งตัว​ด้วย​เสื้อผ้า​สำหรับ​ไว้ทุกข์​และ​อย่า​ใช้​เครื่อง​สำอาง​ใดๆ​ให้​ทำ​ตัว​เหมือน​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ไว้ทุกข์​ให้​กับ​คน​ตาย​มา​หลาย​วัน​แล้ว
๓. แล้ว​ให้​ไป​หา​กษัตริย์​และ​พูด​สิ่ง​เหล่า​นี้​กับ​เขา” และ​โยอาบ​ก็​บอก​คำพูด​เหล่า​นั้น​ให้​นาง​ฟัง
๔. เมื่อ​หญิง​จาก​เมือง​เทโคอา​ไป​หา​กษัตริย์ นาง​ก้มหน้า​กราบลง​กับ​พื้นดิน​ทำ​ความเคารพ​และ​พูด​ว่า “ข้าแต่​กษัตริย์ ช่วย​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด”
๕. กษัตริย์​ถาม​นาง​ว่า “เจ้า​มี​ปัญหา​อะไร​หรือ” นาง​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​เป็น​แม่​หม้าย สามี​ของ​ข้าพเจ้า​ตาย​แล้ว
๖. ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​มี​ลูกชาย​สอง​คน พวก​เขา​ต่อสู้​กัน​ใน​ทุ่งนา และ​ไม่​มี​ใคร​ที่​จะ​ช่วย​แยก​พวก​เขา​ออก​จาก​กัน คน​หนึ่ง​ทำร้าย​อีก​คน​หนึ่ง​และ​ฆ่า​เขา​ตาย
๗. ตอนนี้​คน​ทั้งตระกูล​ลุก​ขึ้น​คัดค้าน​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน พวก​เขา​พูด​ว่า ‘มอบ​คน​ที่​ฆ่า​พี่ชาย​ของ​เขา​มา เพื่อ​ว่า​พวก​เรา​จะ​ได้​ฆ่า​เขา​ชดใช้​ชีวิต​ให้​กับ​พี่ชาย​ที่​เขา​ฆ่า ถึง​จะ​ต้อง​ฆ่า​ผู้รับมรดก​ก็​ตาม’ พวก​เขา​มา​ดับ​ไฟ​ถ่านหิน​ก้อน​สุดท้าย​ที่​ข้าพเจ้า​มี​อยู่ ปล่อย​ให้​สามี​ข้าพเจ้า​ไม่​มี​ทั้ง​ชื่อ​และ​ลูกหลาน​ไว้​บน​โลก​นี้เลย”
๘. กษัตริย์​พูด​กับ​หญิง​ผู้​นั้น​ว่า “กลับ​ไป​บ้าน​เถิด เรา​จะ​จัดการ​เรื่อง​นี้​ให้​กับ​เจ้า​เอง”
๙. แต่​หญิง​จาก​เมือง​เทโคอา​พูด​กับ​เขา​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ขอ​ให้​โทษ​ตก​อยู่​ที่​ข้าพเจ้า​และ​ครอบครัว​พ่อ​ข้าพเจ้า​เถิด อย่า​ให้​กษัตริย์​และ​บัลลังก์​ของ​ท่าน​มี​ความผิด​ไป​ด้วย​เลย”
๑๐. กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ถ้า​มี​ใคร​พูด​อะไร​กับ​เจ้า นำ​ตัว​เขา​มา​ให้​เรา​และ​เขา​จะ​ไม่​มา​รบกวน​เจ้า​อีก​เลย”
๑๑. นาง​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ขอ​ให้​กษัตริย์​ขอ​ร้อง​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ท่าน เพื่อ​คน​ที่​จะ​มา​แก้แค้นนั้น​จะ​ได้​หยุด​ฆ่า เพื่อ​ลูกชาย​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ไม่​ถูก​ทำลาย​ไป” กษัตริย์​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า แม้​แต่​ผม​สัก​เส้น​หนึ่ง​ของ​ลูกชาย​ท่าน​ก็​จะ​ไม่​ตก​ถึง​พื้น”
๑๒. หญิง​คนนั้น​จึง​พูด​ว่า “ขอ​อนุญาต​ให้​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​พูด​เรื่อง​หนึ่ง​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด” เขา​ตอบ​ว่า “พูด​ไป​เถิด”
๑๓. หญิง​คนนั้น​จึง​พูด​ว่า “แล้ว​ทำไม​ท่าน​ถึง​ได้​วาง​แผน​ทำ​เรื่อง​อย่าง​เดียว​กัน​นี้​ต่อ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า เมื่อ​ท่าน​ตัดสิน​ให้​หยุด​การ​แก้แค้น แสดง​ว่า​ท่าน​กำลัง​กล่าว​โทษ​ตัวเอง เพราะ​แม้แต่​ตัว​ท่าน​เอง​ยัง​ไม่​ยอมรับ​ตัว​ลูกชาย​ท่าน​ที่​ถูก​เนรเทศ​กลับ​มา​เลย
๑๔. มนุษย์​เรา​ต้อง​ตาย​กัน​ทุก​คน เหมือน​น้ำ​ที่​หก​ลง​บน​พื้น​แล้ว​ไม่​สามารถ​รวม​กลับ​คืน​มา​ได้​อีก พระเจ้า​ไม่​ได้​คิด​ที่​จะ​ทำลาย​ชีวิต​ใคร แต่​พระองค์​คิด​หา​แผน​เพื่อ​คน​ที่​ถูก​ขับ​ออก​จะ​ได้​กลับ​คืนดี​กับ​พระองค์
๑๕. ข้าพเจ้า​ได้​มา​พูด​สิ่ง​นี้​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​ว่า​ประชาชน​ได้​ทำให้​ข้าพเจ้า​กลัว ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ฉัน​จะ​พูด​กับ​กษัตริย์ บางที​เขา​อาจ​จะ​ทำ​ตาม​ที่​ผู้รับใช้​คน​นี้​ของ​เขา​ขอ​ก็​ได้
๑๖. บางที​กษัตริย์​อาจ​จะ​ยอม​ช่วย​ผู้รับใช้​คน​นี้​ของ​เขา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ที่​พยายาม​ทำลาย​ตัว​ฉัน​และ​ลูกชาย​ของ​ฉัน​ไป​จาก​ประชาชน​ซึ่ง​เป็น​ทรัพย์สิน​ของ​พระเจ้า’
๑๗. ข้าพเจ้า​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​คิด​ว่า ‘คำ​พูด​ของ​กษัตริย์​นาย​ฉัน​ทำ​ให้​ฉัน​ได้รับ​ความสงบสุข’ เพราะ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ฉัน​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​ที่​รู้จัก​แยกแยะ​ดีชั่ว ขอ​ให้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน สถิต​อยู่​กับ​ท่าน​ด้วย​เถิด”
๑๘. กษัตริย์​จึง​พูด​กับ​หญิง​นั้น​ว่า “เรา​จะ​ถาม​เจ้า อย่า​ได้​ปิดบัง​เรา​ล่ะ” หญิง​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ขอ​ให้​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ถาม​มา​เถิด”
๑๙. กษัตริย์​ถาม​ว่า “เป็น​ฝีมือ​ของ​โยอาบ​ใช่​ไหม ที่​ใช้​ให้​เจ้า​มา​พูด​อย่างนี้” หญิง​คนนั้น​ตอบ​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด ไม่​มี​ใคร​สามารถ​หลีกเลี่ยง​ที่​จะ​ไม่​ตอบ​สิ่ง​ที่​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ถาม​ได้​หรอก ใช่​แล้ว​ค่ะ โยอาบ​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​เป็น​คน​สั่ง​ให้​ข้าพเจ้า​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้ เขา​เป็น​คน​สั่ง​ให้​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​พูด​อย่างนี้
๒๐. โยอาบ​ผู้รับใช้​ท่าน​ทำ​ไป​เพื่อ​จะ​เปลี่ยน​สถานการณ์​ใน​ขณะ​นี้ นาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​เป็น​คน​ฉลาด​เหมือน​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า ท่าน​รู้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​แผ่นดินนี้”
๒๑. กษัตริย์​พูด​กับ​โยอาบ​ว่า “ดีมาก เรา​จะ​ทำตาม​ที่​เจ้า​ขอ ไป​นำ​ตัว​อับซาโลม​หนุ่ม​คนนั้น​กลับ​มา”
๒๒. โยอาบ​ก้มหน้า​กราบ​ลง​กับ​พื้น​แสดง​ความเคารพ และ​เขา​อวยพร​ให้​กับ​กษัตริย์ โยอาบ​พูด​ว่า “วันนี้​ผู้รับใช้​คนนี้​ของ​ท่าน​รู้​แล้ว​ว่า ข้าพเจ้าเอง​ได้รับ​ความกรุณา​ใน​สายตา​ของ​ท่าน​แล้ว กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​กษัตริย์​ได้​ยอม​ทำตาม​คำขอร้อง​ของ​คนรับใช้​คนนี้​ของ​พระองค์”
๒๓. โยอาบ​จึง​ไป​เกชูร์​และ​นำ​ตัว​อับซาโลม​กลับ​มา​ยัง​เมือง​เยรูซาเล็ม
๒๔. แต่​กษัตริย์​พูด​ว่า “เขา​ต้อง​ตรง​กลับ​บ้าน​เขา อย่า​ให้​มา​พบ​หน้า​เรา” อับซาโลม​จึง​ตรง​กลับ​ไป​บ้าน​เขา​และ​ไม่​ได้​เห็น​หน้า​กษัตริย์
๒๕. ใน​บรรดา​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด ไม่​มี​ใคร​ได้รับ​คำ​ชื่นชม​ใน​เรื่อง​ความ​หล่อ​เท่ากับ​อับซาโลม ตั้งแต่​หัว​จรด​เท้า​แทบ​ไม่​มี​ที่​ติ​เลย
๒๖. เมื่อ​ใด​ก็​ตาม​ที่​เขา​ตัด​ผม​ออก ซึ่ง​เขา​ตัด​ผม​ทุกๆ​สิ้น​ปี เมื่อ​มัน​เริ่ม​หนัก​เกิน​ไป เขา​เคย​เอา​มัน​มา​ชั่ง​ดู มัน​หนัก​ประมาณ​สอง​กิโลกรัม​สาม​ขีด​ตาม​มาตรฐาน​ของ​หลวง
๒๗. อับซาโลม​มี​ลูกชาย​สาม​คน​และ​ลูกสาว​หนึ่ง​คน ลูกสาว​เขา​ชื่อ​ทามาร์​และ​นาง​เป็น​คน​สวย​มาก
๒๘. อับซาโลม​อาศัย​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​สอง​ปี​เต็ม​โดย​ไม่​ได้​พบ​หน้า​กษัตริย์​เลย
๒๙. อับซาโลม​ได้​ส่ง​คน​ไป​ตาม​โยอาบ​เพื่อ​ให้​มา​พา​เขา​ไป​เข้า​พบ​กษัตริย์ แต่​โยอาบ​ไม่​ยอม​มา​พบ​เขา ดังนั้น เขา​จึง​ส่ง​คน​ไป​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แต่​โยอาบ​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​มา
๓๐. เขา​จึง​พูด​กับ​คน​รับใช้​ว่า “ทุ่งนา​ของ​โยอาบ​อยู่​ถัด​จาก​ทุ่งนา​ของ​เรา เขา​มี​ข้าว​บาร์เลย์​อยู่​ที่​นั่น ไป​จุด​ไฟ​เผา​มัน​ซะ” คน​รับใช้​ของ​อับซาโลม​จึง​ไป​จุด​ไฟ​เผา​นา​นั้น
๓๑. แล้ว​โยอาบ​จึง​ได้​ลุก​ขึ้น​ไป​ที่​บ้าน​ของ​อับซาโลม​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​จึง​มา​จุด​ไฟ​เผา​นา​ของ​เรา”
๓๒. อับซาโลม​พูด​กับ​โยอาบ​ว่า “ก็​ดูสิ เรา​ส่ง​คน​ไป​ตาม​ท่าน​มา​ที่นี่ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ส่ง​ท่าน​ไป​ถาม​กษัตริย์​ว่า ‘ให้​เรา​มา​จาก​เกชูร์​ทำไม ปล่อย​ให้​เรา​อยู่​ที่​นั่น​เสีย​ยัง​จะ​ดี​กว่า’ ตอน​นี้ เรา​ต้องการ​พบ​หน้า​กษัตริย์ และ​ถ้า​เรา​มี​ความผิด ก็​ปล่อย​ให้​เขา​ฆ่า​เรา​เถิด”
๓๓. โยอาบ​จึง​ไป​หา​กษัตริย์​และ​บอก​สิ่ง​นี้​กับ​เขา กษัตริย์​จึง​เรียก​ตัว​อับซาโลม​เข้า​พบ เขา​เข้า​มา​และ​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น​ต่อหน้า​กษัตริย์ และ​กษัตริย์​ก็​จูบ​อับซาโลม

สดุดี ๖๖:๑-๗
๑. ถึง​หัวหน้า​นักร้อง บทเพลง​สดุดี ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​โลกเอ๋ย โห่ร้อง​ด้วย​ความชื่นชม​ยินดี​ให้กับ​พระเจ้าเถิด
๒. เล่น​ดนตรี​และ​ร้องเพลง ถวาย​เกียรติ​แด่ชื่อ​ของพระองค์ ถวาย​เกียรติ​แด่​พระองค์​ด้วยการสรรเสริญเถิด
๓. ศัตรู​ของ​พระองค์​จะ​กลัว​จน​ลนลาน​คลาน​เข้ามาหา​พระองค์ เพราะ​ฤทธิ์​อำนาจ​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์
๔. ทั่ว​ทั้งโลก​ก็​จะ​ก้มกราบ​ลง​บูชา​พระองค์ พวกเขา​จะ​ร้องเพลง​สรรเสริญ​ให้กับ​พระองค์ และ​ร้องเพลง​สรรเสริญ​ชื่อ​ของ​พระองค์ เซลาห์
๕. มา​ดูสิ​ว่า​พระเจ้า​ได้​ทำอะไร​ไปบ้าง สิ่งน่าทึ่ง​ทั้งหลาย​ที่​พระองค์​ได้ทำไป​ท่ามกลาง​มนุษย์
๖. พระองค์​เปลี่ยน​ทะเล​แดง​ให้​กลายเป็น​ผืนดินแห้ง คน​ของ​พระองค์​เดิน​ข้าม​แม่น้ำจอร์แดน อย่างนั้น​ให้​พวกเรา​เฉลิม​ฉลอง​สิ่งที่​พระองค์​ได้ทำไป
๗. พระองค์​ปกครอง​ตลอดกาล​ด้วย​พลัง​อันยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ พระองค์​จับตา​ดู​ชนชาติต่างๆ ดังนั้น​อย่า​ให้​พวกกบฏ​คิด​ลุกฮือ​ขึ้น​ต่อต้าน​พระองค์ เซลาห์

สุภาษิต ๑๖:๒๕-๒๖
๒๕. มี​ทางหนึ่ง​ซึ่ง​ดู​เหมือน​ถูกต้อง แต่​สุดท้าย​กลับ​นำ​ไป​สู่​ความตาย
๒๖. ความหิว​ของ​คนงาน​ช่วย​เขา คือ​กระตุ้น​ให้​เขา​ทำ​งาน

ยอห์น ๖:๕๒-๗๑
๕๒. พวกยิว​ก็​เริ่ม​เถียง​กัน​เอง​ว่า “ผู้ชาย​คนนี้​จะ​เอา​เนื้อหนัง​ของ​เขา​ให้​พวก​เรา​กิน​ได้​ยังไง”
๕๓. พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​กิน​เนื้อหนัง และ​ไม่​ดื่ม​เลือด​ของ​บุตร​มนุษย์ คุณ​ก็​ไม่​มี​ชีวิต​ที่​แท้จริง
๕๔. คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​เลือด​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป เรา​จะ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ใน​วัน​สุดท้าย
๕๕. เพราะ​เนื้อ​ของ​เรา​เป็น​อาหารแท้ และ​เลือด​ของ​เรา​ก็​เป็น​เครื่องดื่ม​แท้
๕๖. คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​เลือด​ของ​เรา​ก็​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​เรา และ​เรา​ก็​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​เขา
๕๗. พระบิดา​ผู้มีชีวิต​อยู่​ส่ง​เรา​มา และ​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​ก็​เพราะ​พระบิดา ดังนั้น​คน​ที่​กิน​เลือดเนื้อ​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​เพราะ​เรา​เหมือน​กัน
๕๘. นี่​คือ​ขนมปัง​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ซึ่ง​ไม่​เหมือน​กับ​มานา​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ได้​กิน แล้ว​สุดท้าย​ก็​ยัง​ต้อง​ตายกัน แต่​คน​ที่​ได้​กิน​ขนมปังนี้​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป”
๕๙. พระเยซู​พูด​เรื่อง​เหล่านี้ ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​สอน​อยู่​ใน​ที่ประชุม​ชาวยิว​ใน​เมือง​คาเปอรนาอุม
๖๐. เมื่อ​ศิษย์​หลาย​คน​ได้ยิน​เรื่อง​เหล่านี้ ก็​บ่น​กัน​ว่า “ใคร​จะ​ไป​ยอมรับ​คำสอน​ยากๆ​อย่างนี้​ได้”
๖๑. พระเยซู​รู้​ว่า​พวกศิษย์​กำลัง​บ่นกัน​ถึง​เรื่องนี้ พระองค์​จึง​ถาม​ว่า “คำสอน​เหล่านี้​ทำ​ให้​พวก​คุณ​ตะลึงงัน​ไป​เลย​หรือ
๖๒. แล้ว​พวกคุณ​จะ​ว่า​ยังไง ถ้า​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​ขึ้น​ไป​สวรรค์​ที่​พระองค์​เคย​อยู่​มา​ก่อน
๖๓. ไม่​ใช่​พละกำลัง​ของ​มนุษย์​ที่​เป็น​ผู้​ให้​ชีวิต แต่​เป็น​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า คำพูด​ที่​เรา​ได้​บอก​พวก​คุณ​นี้แหละ จะ​นำ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​มา​ให้​กับ​คุณ เป็น​พระวิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต
๖๔. แต่​พวก​คุณ​บางคน​ก็​ไม่​เชื่อ” (ตั้ง​แต่​เริ่มแรก​พระเยซู​ก็​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​ไหน​จะ​ไม่​เชื่อ และ​คน​ไหน​ที่​จะ​หักหลัง​พระองค์)
๖๕. แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “ก็​เพราะ​อย่างนี้​เรา​ถึง​บอก​คุณ​ว่า ‘ไม่​มี​ใคร​มา​ถึง​เรา​ได้ นอกจาก​พระบิดา​จะ​ทำให้​เขา​สามารถ​มา​ได้’”
๖๖. หลังจาก​ที่​พระเยซู​พูด​อย่าง​นั้น ศิษย์​จำนวน​มาก​ก็​ทิ้ง​พระเยซู​ไป
๖๗. แล้ว​พระเยซู​ถาม​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ว่า “พวก​คุณ​คง​จะ​ไม่ทิ้ง​เรา​ไป​ด้วย​มั้ง”
๖๘. ซีโมน เปโตร​ตอบ​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวก​เรา​ทิ้ง​อาจารย์​ไปหา​ใคร​อีก​ล่ะ​ครับ อาจารย์​มี​คำพูด​ที่​ให้​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป
๖๙. พวก​เรา​เชื่อ​และ​รู้​แล้ว​ว่า​อาจารย์​เป็น​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า”
๗๐. พระเยซู​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​คน​เลือก​พวก​คุณ​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา​เอง​ถูก​ไหม แต่​คน​หนึ่ง​ใน​พวกคุณ​เป็น​มารร้าย”
๗๑. (พระองค์​หมายถึง​ยูดาส ลูก​ของ​ซีโมน อิสคาริโอท เพราะ​เขา​จะ​หักหลัง​พระองค์ แม้ว่า​เขา​เป็น​ศิษย์เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​นั้น​ก็​ตาม)