A A A A A

๒ ซามูเอล ๒๓:๑-๓๘
๑. นี่​คือ​คำ​พูด​สุดท้าย​ของ​ดาวิด “คำพูดนี้​เป็น​ของ​ดาวิด​ลูกชาย​เจสซี คำพูดนี้​เป็น​ของ​ชาย​ที่​พระเจ้า​ยกย่อง ชาย​ผู้ที่​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ​ได้​เจิม​ให้​เป็น​กษัตริย์ เป็น​นักร้อง​คน​โปรด​ของ​อิสราเอล
๒. พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์ พูด​ผ่าน​ข้าพเจ้า คำพูด​ของ​พระองค์​อยู่​ที่​ลิ้น​ของ​ข้าพเจ้า
๓. พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูดไว้ หินกำบัง​ของ​อิสราเอล​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘คน​ที่​ปกครอง​ประชาชน​อย่าง​เป็น​ธรรม คน​ที่​ปกครอง​ด้วย​ความ​ยำเกรง​พระเจ้า
๔. เป็น​เหมือน​แสงอรุณ เป็น​เหมือน​ดวง​อาทิตย์​ที่​ขึ้น​ใน​เวลา​เช้า​ที่​ไม่​มี​เมฆ ที่​สดใส​หลัง​ฝนตก ที่​ทำ​ให้​ต้น​หญ้า​งอก​ขึ้น​จาก​ดิน’
๕. ครอบครัว​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​ปกครอง​อย่างนั้น พระองค์​ได้​ทำ​สัญญา​กับ​ข้าพเจ้า​ที่​จะ​คง​อยู่​ตลอดไป และ​ไม่​เปลี่ยน​แปลง พระองค์​จะ​ทำให้​ข้าพเจ้า​ประสบ​ความสำเร็จ และ​ให้​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​หวังไว้
๖. แต่​คนชั่ว​เป็น​เหมือน​หนาม​ที่​ต้อง​ถูก​ขว้างทิ้ง​ไป​ให้หมด หยิบ​มัน​ด้วย​มือ​ไม่ได้
๗. ต้อง​ใช้​เครื่อง​มือ​ที่​เป็น​เหล็ก​หรือ​ด้าม​หอก เขี่ย​กอง​มัน​ไว้​และ​เผา​มัน​ตรง​นั้นเลย”
๘. ต่อ​ไปนี้​เป็น​ชื่อ​นักรบ​ผู้​กล้า​ของ​ดาวิด คือ​เยชบาอัล​ชาว​ฮัคโมนี เขา​เป็น​หัวหน้า​ของ​กอง​ทหาร​ของ​กษัตริย์​ที่​แบ่ง​เป็น​กลุ่ม​ละ​สาม​คน เขา​ใช้​หอก​ของ​เขา ฆ่า​แปด​ร้อย​ใน​การรบ​ครั้ง​เดียว
๙. รอง​จาก​เขา คือ​เอเลอาซาร์​ลูกชาย​โดโด จาก​ตระกูล​อาโหไฮ เป็น​หนึ่ง​ใน​สาม​ผู้กล้า เขา​อยู่​กับ​ดาวิด​ตอน​ที่​พวก​เขา​ได้​ท้าทาย​ชาว​ฟีลิสเตีย​ที่​รวม​ตัว​กัน​อยู่​ที่​ปัสดัมมิม ให้​ออก​มา​สู้รบ ทหาร​อิสราเอล​ต่าง​หลบ​หนี​ไป​กัน​หมด
๑๐. แต่​เขา​กลับ​ยืนหยัด​อยู่กับที่​และ​ฆ่า​ชาว​ฟีลิสเตีย​จน​มือ​ของ​เขา​เป็น​เหน็บแข็ง​ติดดาบ ใน​วัน​นั้น​พระยาห์เวห์​ได้​นำ​ชัยชนะ​อัน​ยิ่งใหญ่​มา​ให้​เขา กองทัพ​อิสราเอล​ได้​หวน​กลับ​มา​หา​เอเลอาซาร์ เพื่อ​ปลด​ข้าวของ​จาก​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​ตาย​เท่านั้น
๑๑. รอง​จาก​เขา​คือ​ชัมมาห์​ลูกชาย​อาเก​ชาว​ฮาราร์ เมื่อ​ชาว​ฟีลิสเตีย​รวม​ตัว​กัน​ใน​ที่​ที่​เป็น​ทุ่งนา​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ถั่วแขก กองทัพ​ของ​อิสราเอล​ได้​หลบหนี​ไป
๑๒. แต่​ชัมมาห์​ยัง​คง​ยืนหยัด​อยู่​ที่​กลาง​ทุ่ง เขา​ต่อสู้​และ​ฆ่า​ชาว​ฟีลิสเตีย และ​พระยาห์เวห์​ได้​นำ​ชัยชนะ​อัน​ยิ่งใหญ่​มา​ให้​เขา
๑๓. ครั้ง​หนึ่ง​ใน​ช่วง​ฤดู​เก็บเกี่ยว นักรบ​ผู้กล้า​ทั้ง​สาม​คนนี้ จาก​กอง​ทหาร​ของ​ดาวิด​ที่​แบ่ง​เป็น​กลุ่ม​ละ​สาม​คน ได้​ลง​มา​หา​ดาวิด ที่​ถ้ำ​อดุลลัม ขณะ​ที่​กองทัพ​ฟีลิสเตีย​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใน​หุบเขา​เรฟาอิม
๑๔. ใน​เวลา​นั้น​ดาวิด​อยู่​ใน​ที่​กำบัง​แข็งแกร่ง และ​กอง​ทหาร​ชาว​ฟีลิสเตีย​ตั้ง​ป้อม​อยู่​ที่​เบธเลเฮม
๑๕. ดาวิด​หิว​น้ำ​และ​เปรยๆ​ขึ้น​ว่า “ใคร​หนอ​จะ​เอา​น้ำ​จาก​บ่อน้ำ​ใกล้​ประตู​เมือง​เบธเลเฮม​มา​ให้​เรา​ดื่ม​ได้”
๑๖. นักรบ​ผู้​กล้า​ทั้ง​สาม​คน​จึง​ได้​ฝ่า​แนว​ทหาร​ชาว​ฟีลิสเตีย ไป​ตัก​น้ำ​จาก​บ่อน้ำ​ใกล้​ประตู​เมือง​เบธเลเฮม​และ​นำ​กลับ​มา​ให้​ดาวิด แต่​ดาวิด​ไม่​ยอม​ดื่ม เขา​กลับ​เท​มัน​ทิ้ง​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ แล้ว​ดาวิด​ก็​พูด​ว่า
๑๗. “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​คิด​จะ​ทำ​อย่าง​นี้เลย ข้าพเจ้า​จะ​ดื่ม​เข้า​ไป​ได้​ยังไง นี่​มัน​เป็น​เหมือน​เลือด​ของ​คน​ที่​ต้อง​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ไป​เอา​มัน​มา ไม่​ใช่​หรือ” แล้ว​ดาวิด​ก็​ไม่​ยอม​ดื่ม​มัน สิ่ง​เหล่านี้​คือ​การกระทำ​ของ​นักรบ​ผู้​กล้า​ทั้ง​สาม​นั้น
๑๘. อาบีชัย​น้องชาย​โยอาบ​ลูก​นาง​เศรุยาห์​เป็น​หัวหน้า​ของ​กอง​ทหาร​ของ​ดาวิด​ที่​แบ่ง​เป็น​กลุ่ม​ละ​สาม​คน เขา​ใช้​หอก​ของ​เขา​ต่อสู้​คน​สาม​ร้อย​คน​และ​ฆ่า​พวก​นั้น​จน​หมด แต่​เขา​ไม่​ได้​กลาย​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​นักรบ​ผู้กล้า​สาม​คนนั้น
๑๙. เขา​มี​ชื่อ​เสียง​เท่ากับ​นักรบ​ผู้กล้า​สาม​คนนั้น​ไม่ใช่​หรือ เขา​ได้​กลาย​เป็น​ผู้นำ​ของ​สาม​คน​นั้น แม้ว่า​เขา​จะ​ไม่​ได้​เป็น​หนึ่ง​ใน​สาม​คนนั้น​ก็​ตาม
๒๐. เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​เป็น​นักรบ​ผู้กล้า​จาก​เมือง​ขับเซเอล เขา​ทำ​สิ่ง​ที่​ยิ่งใหญ่​ทั้งหลาย เขา​ฆ่า​คน​ใจ​สิงห์ สอง​คน​ของ​โมอับ วัน​หนึ่ง​เมื่อ​หิมะ​ตก เขา​ได้​ลง​ไป​ใน​หลุม​และ​ฆ่า​สิงโต​ตาย​ไป​ตัว​หนึ่ง
๒๑. และ​เขา​ได้​ฆ่า​ทหาร​อียิปต์​ตัวใหญ่​คน​หนึ่ง ทั้งๆ​ที่​ทหาร​อียิปต์​นั้น​ถือ​หอก​อยู่​ใน​มือ เบไนยาห์​ต่อสู้​กับ​ทหาร​นั้น​ด้วย​ไม้กระบอง​ท่อนหนึ่ง เขา​แย่ง​หอก​จาก​มือ​ของ​ทหาร​อียิปต์นั้น​มา​ได้ และ​ฆ่า​ทหาร​นั้น​ด้วย​หอก​ของ​เขา​เอง
๒๒. นั่น​คือ​การกระทำ​ที่​กล้าหาญ​ทั้งหลาย​ของ​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา แต่​เขา​ไม่ได้​กลาย​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​นักรบ​ผู้กล้า​สาม​คนนั้น
๒๓. เขา​มี​เกียรติ​ที่สุด​ใน​กอง​ทหาร​ของ​กษัตริย์​ที่​แบ่ง​เป็น​กลุ่ม​ละ​สาม​คน แต่​เขา​ไม่​ได้​กลาย​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​ผู้กล้า​สาม​คนนั้น ดาวิด​ได้​แต่งตั้ง​ให้​เขา​เป็น​หัวหน้า​ทหาร​ประจำตัว​พระองค์
๒๔. คน​ต่อไปนี้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​นักรบ​ผู้กล้า​สามสิบ​คน คือ อาสาเฮล​น้องชาย​โยอาบ เอลฮานัน​ลูกชาย​โดโด​จาก​เบธเลเฮม
๒๕. ชัมมาห์​ชาว​ฮาโรด เอลีคา​ชาว​ฮาโรด
๒๖. เฮเลส​ชาว​เปเลท อิรา​ลูกชาย​อิกเขช​ชาว​เมือง​เทโคอา
๒๗. อาบีเยเซอร์​ชาว​เมือง​อานาโธท เมบุนนัย ชาว​หุชาห์
๒๘. ศัลโมน​ชาว​อาโหไฮ มาหะรัย​ชาว​เนโทฟาห์
๒๙. เฮเลด ลูกชาย​บาอานาห์​ชาว​เนโทฟาห์ อิททัย​ลูกชาย​รีบัย​จาก​กิเบอาห์​ชาว​เบนยามิน
๓๐. เบไนยาห์​ชาว​ปิราโธน ฮิดดัย จาก​ลำธาร​กาอัช
๓๑. อาบีอัลโบน​ชาว​อารบา อัสมาเวท​ชาว​บาฮูริม
๓๒. เอลียาบา​ชาอัลโบน บรรดา​ลูกชาย​ของ​ยาเชน โยนาธาน
๓๓. ลูกชาย ของ​ชัมมาห์​ชาว​ฮาราร์ อาหิอัม​ลูกชาย​ชาราร์​ชาว​ฮาราร์
๓๔. เอลีเฟเลท​ลูกชาย​อาหัสบัย​ชาว​มาอาคาห์ เอลีอัม​ลูกชาย​อาหิโธเฟล​ชาว​กิโลห์
๓๕. เฮสโร​ชาว​คารเมล ปารัย​ชาว​อาราบ
๓๖. อิกาล​ลูกชาย​นาธัน​ชาว​เมือง​โศบาห์ ลูกชาย​ของ​ฮากรี
๓๗. เศเลก​ชาว​อัมโมน นาหะรัย​ชาว​เบเอโรท คน​ถือ​อาวุธ​ให้​โยอาบ​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์
๓๘. อิรา​ชาว​อิทไรต์ กาเรบ​ชาว​อิทไรต์

๒ ซามูเอล ๒๔:๑-๒๕
๑. ความโกรธ​ของ​พระยาห์เวห์​ลุก​ขึ้น​ต่อต้าน​ชาว​อิสราเอล​อีก​ครั้ง พระองค์​ยุ​ให้​ดาวิด​ไป​ต่อต้าน​คน​อิสราเอล พระยาห์เวห์​บอก​ดาวิด​ว่า “ไป​นับ​ชาว​อิสราเอล​และ​ยูดาห์”
๒. กษัตริย์​ดาวิด​จึง​พูด​กับ​โยอาบ​และ​พวก​แม่ทัพ ที่​อยู่​กับ​เขา​ว่า “ไป​หา​ชาว​อิสราเอล​ทุก​เผ่า​ตั้งแต่​ดาน​จน​ถึง​เบเออร์เชบา และ​ลง​ทะเบียน​นักรบ​เหล่านั้น​เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รู้​ว่า​พวก​เขา​มี​จำนวน​เท่าใด”
๓. แต่​โยอาบ​ตอบ​กษัตริย์​ว่า “ขอให้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน เพิ่ม​จำนวน​กองทัพ​ขึ้น​อีก​หนึ่ง​ร้อย​เท่า และ​ขอ​ให้​ดวงตา​ของ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​มองเห็น​เรื่องนี้ แต่​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ต้องการ​นับ​พล​อย่างนี้​ไป​ทำไม​กัน”
๔. แต่​อย่างไรก็​ตาม คำ​พูด​ของ​กษัตริย์​ก็​มี​อำนาจ​เหนือ​โยอาบ​และ​บรรดา​แม่ทัพ​เหล่านั้น พวก​เขา​จึง​ออก​ไป​เพื่อ​ไป​ลงทะเบียน​นักรบ​ของ​อิสราเอล
๕. หลังจาก​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา พวก​เขา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใกล้​อาโรเออร์​ใน​ช่อง​แคบ​ทาง​ใต้​ของ​เมือง จาก​นั้น​ก็​ผ่าน​ไป​ยัง​กาด​และ​ต่อ​ไป​ที่​ยาเซอร์
๖. พวก​เขา​ไป​ที่​กิเลอาด​และ​แคว้น​ตะทิมโหดฉิ และ​ได้​ไป​ถึง​ดานยาอัน​และ​อ้อม​ไป​ยัง​ไซดอน
๗. แล้ว​พวก​เขา​ตรง​ไป​ที่​ป้อม​ของ​ไทระ​และ​เมือง​ทั้งหมด​ของ​ชาว​ฮีไวต์​และ​ชาว​คานาอัน ใน​ที่สุด พวก​เขา​ก็​ไป​ถึง​เบเออร์เชบา​ใน​เนเกบ​ของ​ยูดาห์
๘. หลังจาก​ที่​พวก​เขา​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​แล้ว พวก​เขา​กลับ​เยรูซาเล็ม​โดย​ใช้​เวลา​ทั้งหมด​เก้า​เดือน​กับ​อีก​ยี่สิบ​วัน
๙. โยอาบ​รายงาน​จำนวน​นักรบ​ให้​กษัตริย์ ใน​อิสราเอล​มี​คน​ที่​ร่างกาย​สมบูรณ์​ที่​สามารถ​ถือ​ดาบ​ได้​ทั้งหมด​แปด​แสน​คน และ​ใน​ยูดาห์​มี​ห้า​แสน​คน
๑๐. ดาวิด​รู้สึก​สำนึก​ผิด​ขึ้น​หลังจาก​ที่​เขา​ได้​นับ​นักรบ และ​เขา​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​บาป​อย่าง​ใหญ่หลวง​ใน​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ทำ​ไป ตอนนี้ ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้า​ขอ​ให้​พระองค์​เอา​ความผิด​ของ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ไป​ด้วย​เถิด ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​โง่เขลา​มาก”
๑๑. ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​ตอน​ดาวิด​ตื่น พระยาห์เวห์​ส่ง​คำพูด​มา​ถึง​กาด​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ผู้ที่​เห็น​นิมิต​ของ​ดาวิด ให้​ไป​พูด​กับ​ดาวิด​ว่า
๑๒. “ไป​บอก​ดาวิด​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์ พูด เรา​จะ​ให้​ทาง​เลือก​แก่​เจ้า​สาม​ทาง เลือก​มา​หนึ่ง​ทาง​ที่​เจ้า​จะ​ให้​เรา​ทำ​กับ​เจ้า’”
๑๓. กาด​จึง​ไป​พบ​ดาวิด​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “จะ​ให้​สิ่ง​ใด​เกิดขึ้น​กับ​ท่าน​บ้าง​ใน​สาม​สิ่ง​นี้ คือ ความ​อดอยาก​หิวโหย​สาม​ปี บน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน หรือ​การ​หลบหนี​จาก​ศัตรู​ของ​ท่าน​สาม​เดือน​ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​ตาม​ล่า​ท่าน หรือ​โรคระบาด​บน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน​สาม​วัน ตอน​นี้ คิด​ให้​ดี​และ​ตัดสิน​ใจ​ว่า ข้าพเจ้า​ควร​จะ​ตอบ​ผู้ที่​ส่ง​ข้าพเจ้า​มา​ว่า​อย่างไรดี”
๑๔. ดาวิด​พูด​กับ​กาด​ว่า “เรา​กำลัง​ทุกข์​ทรมาน​อย่าง​หนัก ปล่อย​ให้​พวก​เรา​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​พระยาห์เวห์​เถิด เพราะ​ความเมตตา​ของ​พระองค์​ยิ่งใหญ่ แต่​อย่า​ให้​เรา​ตก​อยู่​ใน​กำ​มือ​มนุษย์​เลย”
๑๕. พระยาห์เวห์​จึง​ส่ง​โรคระบาด​ให้​อิสราเอล​ตั้งแต่​เช้า​จน​กระทั่ง​สิ้นสุด​วัน​ตาม​ที่​กำหนดไว้ และ​มี​ประชาชน​ตั้งแต่​ดาน​จน​ถึง​เบเออร์เชบา ล้ม​ตาย​ไป​เจ็ด​หมื่น​คน
๑๖. เมื่อ​ทูตสวรรค์​ยื่น​มือ​ของ​ตน​ออก​เพื่อ​ทำลาย​เยรูซาเล็ม พระยาห์เวห์​เปลี่ยนใจ​เรื่อง​การ​ทำลายนั้น และ​พูด​กับ​ทูตสวรรค์​ผู้​ที่​กำลัง​ทำให้​ประชาชน​เจ็บป่วย​อยู่​นั้น​ว่า “พอ​แล้ว เก็บ​มือ​ท่าน​กลับ​คืน​ได้​แล้ว” ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​จึง​อยู่​ที่​ลาน​นวดข้าว​ของ​อาราวนาห์ ชาว​เยบุส
๑๗. เมื่อ​ดาวิด​เห็น​ทูตสวรรค์​ผู้​ทำลาย​ประชาชน เขา​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้าพเจ้า​คือ​คน​ที่​ทำ​บาป​และ​ทำ​ผิด​คนนั้น พวกนั้น​เป็น​เพียง​แกะ​เท่านั้น พวก​เขา​ได้​ทำ​อะไร​ลง​ไป​เล่า ขอ​ให้​มือ​พระองค์​ตกลง​มา​ที่​ข้าพเจ้า​และ​ครอบครัว​ของ​ข้าพเจ้า​เถิด”
๑๘. ใน​วัน​นั้น กาด​ไป​หา​ดาวิด​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “ให้​ขึ้น​ไป​สร้าง​แท่น​บูชา​ให้​พระยาห์เวห์ ที่​บน​ลาน​นวด​ข้าว​ของ อาราวนาห์​ชาว​เยบุสนั้น”
๑๙. ดาวิด​จึง​ขึ้น​ไป​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ผ่าน​มา​ทาง​กาด​ถึงเขา
๒๐. เมื่อ​อาราวนาห์​มองเห็น​กษัตริย์​และ​คน​ของ​เขา​กำลัง​ตรง​มา เขา​ออก​ไป​และ​ก้มหน้า​กราบลง​ถึง​พื้น​ต่อหน้า​กษัตริย์
๒๑. อาราวนาห์​พูด​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​มา​หา​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ทำไม​หรือ” ดาวิด​ตอบ​ว่า “เพื่อ​ที่​จะ​ซื้อ​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​เจ้า เรา​จะ​ได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ให้​พระยาห์เวห์ โรคระบาด​ของ​ประชาชน​จะ​ได้​หายไป”
๒๒. อาราวนาห์​พูด​กับ​ดาวิด​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​เอา​อะไร​ก็​ได้​ตาม​ที่​พระองค์​พอใจ และ​ไป​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​ที่​ท่าน​เห็น​สมควร นี่คือ​พวก​วัว​ตัวผู้​เอา​ไว้​ใช้​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา และ​นี่​คือ​เลื่อน​นวด​ข้าว​และ​แอก เอา​ไว้​ใช้​เป็น​ฟืน
๒๓. ข้า​แต่​กษัตริย์ ข้าพเจ้า​ขอ​ยก​ของ​ทั้งหมดนี้​ให้​กับ​กษัตริย์” อาราวนาห์​พูด​กับ​กษัตริย์​ด้วย​ว่า “ขอ​ให้​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ท่าน ยอมฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​ท่าน​เถิด”
๒๔. แต่​กษัตริย์​ตอบ​อาราวนาห์​ว่า “ไม่​ได้​หรอก เรา​ยืนกราน​ที่​จะ​จ่าย​เงิน​ให้​เจ้า เรา​จะ​ไม่​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​ที่​เรา​ได้​มา​ฟรีๆ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เรา” ดาวิด​จึง​ซื้อ​ลานนวด​ข้าว และ​ซื้อ​พวก​วัว​ตัวผู้ เป็น​เงิน​มาก​กว่า​ครึ่ง​กิโลกรัม
๒๕. ดาวิด​สร้าง​แท่นบูชา​ให้​พระยาห์เวห์​ขึ้น​ที่นั่น​และ​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​อื่นๆ​เพื่อ​คืนดี​กับ​พระเจ้า แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ตอบรับ​คำ​อธิษฐาน​ของ​เขา​สำหรับ​คน​ใน​แผ่นดิน และ​โรคระบาด​ใน​อิสราเอล​ก็​หยุดลง

สดุดี ๖๘:๗-๑๐
๗. ข้าแต่​พระเจ้า ใน​ยาม​ที่​พระองค์​นำพา​ประชาชน​ของ​พระองค์​ออกจาก​อียิปต์ เมื่อ​พระองค์​เดิน​ลุย​เข้าไป​ใน​ที่เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง เซลาห์
๘. โลก​ก็​สั่นไหว ท้องฟ้า​ก็​เท​ฝน​ลงมา ต่อหน้า​พระเจ้า​แห่ง​ภูเขาซีนาย ต่อหน้า​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล
๙. พระองค์​ทำให้​ฝน​ตกลงมา​อย่างเหลือเฟือ​บน​แผ่นดิน​ของ​พระองค์ พระองค์​ฟื้นฟู​ดินแดน​ที่​หมดสภาพ​ขึ้นมาใหม่
๑๐. คน​ของ​พระองค์​มา​ตั้งถิ่นฐาน​อยู่ที่นั่น ข้าแต่​พระเจ้า พระองค์​เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่​กับ​คนยากจน​เหล่านั้น

สุภาษิต ๑๗:๕-๖
๕. คน​เยาะเย้ย​คน​จน ก็​ดูถูก​พระผู้สร้าง​ของ​เขา คน​ที่​ดีใจ​เมื่อ​เห็น​คน​อื่น​โชคร้าย ย่อม​หนี​การ​ลงโทษ​ไป​ไม่​พ้น
๖. พวก​หลานๆ​เป็น​มงกุฎ​ของ​คน​แก่เฒ่า พ่อแม่​เป็น​ความ​ภาคภูมิใจ​ของ​ลูกๆ

ยอห์น ๙:๑-๒๓
๑. เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​เดิน​อยู่​นั้น ก็​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​เกิด​มา​ตาบอด
๒. พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ถาม​ว่า “อาจารย์ ที่​เขา​เกิด​มา​ตาบอด​เพราะ​บาป​กรรม​ของ​เขา หรือ​ของ​พ่อ​แม่​เขา​ครับ”
๓. พระเยซู​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่​บาป​กรรม​ของ​เขา​หรือ​ของ​พ่อ​แม่​เขา​หรอก แต่​ที่​เขา​ตาบอด​ก็​เพื่อ​ทุก​คน​จะ​ได้​เห็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ที่​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​กับ​เขา
๔. พวก​เรา​ต้อง​ทำงาน​ของ​พระองค์​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​ใน​ตอน​กลาง​วัน เพราะ​กลาง​คืน​กำลัง​มา​และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ทำงาน​ได้
๕. ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​ใน​โลกนี้ เรา​เป็น​ความสว่าง​ของ​โลก”
๖. เมื่อ​พระองค์​พูด​แล้ว ก็​ถ่ม​น้ำลาย​ผสม​กับ​ดิน​เคล้า​กัน​เป็น​โคลน แล้ว​เอา​มา​ทา​ที่​ตา​ของ​ชาย​ตาบอด
๗. พระองค์​บอก​เขา​ว่า “ไป​ล้าง​โคลน​ออก​ที่​สระ​สิโลอัม” (คำ​ว่า​สิโลอัม หมายถึง​ส่ง​ไป) ชาย​คน​นั้น​ไป​ล้าง​โคลน​ออก เมื่อ​ล้าง​แล้ว​กลับ​มา เขา​ก็​สามารถ​มอง​เห็น​ได้
๘. ดังนั้น​เพื่อน​บ้าน​ของ​ชาย​ตาบอด​และ​คน​อื่นๆ​ที่​เคย​เห็น​เขา​เป็น​ขอทาน​มา​ก่อน ต่าง​ก็​พูด​กัน​ว่า “คนนี้​เป็น​คน​ที่​เคย​นั่ง​ขอทาน​อยู่​ไม่​ใช่​หรือ”
๙. บางคน​ก็​บอก​ว่า “ใช่ เขา​นั่น​แหละ” คน​อื่นๆ​บอก​ว่า “ไม่​ใช่​เขา​หรอก แต่​เป็น​คน​อื่น​ที่​มี​หน้า​ตา​คล้าย​เขา” ชาย​คน​นั้น​บอก​ว่า “เป็น​ผม​เอง​ครับ”
๑๐. พวก​เขา​ถาม​ว่า “แล้ว​มอง​เห็น​ได้​ยังไง”
๑๑. เขา​ตอบ​ว่า “ชาย​ที่​ชื่อ​เยซู ได้​ทำ​โคลน​เอา​มา​ทา​ที่​ตา​ของ​ผม และ​เขา​บอก​ว่า ‘ไป​ล้าง​โคลน​ออก​ที่​สระ​สิโลอัม’ ผม​ก็​ไป​ล้าง​โคลน​ออก​ที่​สระ​นั้น และ​ตา​ของ​ผม​ก็​มองเห็น”
๑๒. คน​เหล่า​นั้น​ถาม​ว่า “แล้ว​ชาย​คน​นั้น​อยู่​ที่​ไหน​ล่ะ” เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ผม​ไม่​รู้”
๑๓. คน​เหล่า​นั้น​พา​ชาย​ที่​เคย​ตาบอด​นี้ ไป​หา​พวกฟาริสี
๑๔. (วัน​ที่​พระเยซู​ทำ​โคลน​รักษา​ชาย​ตาบอด​เป็น​วันหยุดทางศาสนา)
๑๕. พวก​ฟาริสี​ถาม​เขา​ว่า เขา​มองเห็น​ได้​อย่าง​ไร เขา​ก็​ตอบ​ว่า “เขา​เอา​โคลน​มา​ทา​ที่​ตา​ของ​ผม แล้ว​ผม​ก็​ไป​ล้าง​โคลน​ออก และ​ตอนนี้​ผม​ก็​มอง​เห็น​แล้ว”
๑๖. พวก​ฟาริสี​บาง​คน​ก็​พูด​ว่า “คน​ที่​ทำ​อย่างนี้​ไม่​ได้​มา​จาก​พระเจ้า​หรอก เพราะ​ไม่​ได้​รักษา​กฎวันหยุดทางศาสนา” แต่​คน​อื่นๆ​พูด​ว่า “คน​บาป​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อย่างนี้​ได้​ยังไง” ดังนั้น​พวก​เขา​ก็​เลย​มี​ความ​เห็น​ขัด​กัน​ใน​เรื่องนี้
๑๗. พวก​ฟาริสี​ถาม​ชาย​ที่​เคย​ตาบอด​อีก​ว่า “แก​คิด​ว่า​คน​ที่​ทำ​ให้​ตา​แก​หาย​บอด​เป็น​ใคร” เขา​ตอบ​ว่า “เขา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า”
๑๘. พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​ไม่​เชื่อ​ว่า​เขา​เคย​ตาบอด แล้ว​ตอนนี้​มองเห็น​ได้ พวก​เขา​จึง​เรียก​พ่อ​แม่​ของ​ชาย​คนนี้​มา​ถาม
๑๙. ว่า “เขา​เป็น​ลูก​ที่​พวกเจ้า​บอก​ว่า​เกิด​มา​ตาบอด​ใช่​ไหม แล้ว​ทำไม​เขา​ถึง​มองเห็น​แล้ว”
๒๐. พ่อ​แม่​ของ​เขา​ตอบ​ว่า “เรา​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ลูก​ของ​เรา​และ​เกิด​มา​ตาบอด
๒๑. แต่​เรา​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​ทำไม​เขา​ถึง​มองเห็น​ได้​และ​ใคร​รักษา​เขา ไป​ถาม​เขา​เอา​เอง​สิ เพราะ​เขา​ก็​โต​แล้ว​และ​เล่า​เรื่อง​ให้​คุณ​ฟัง​ได้​แล้ว”
๒๒. (ที่​พ่อ​แม่​ของ​เขา​พูด​อย่างนี้ เพราะ​กลัว​พวก​ผู้นำ​ชาวยิว พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​ได้​ตกลง​กัน​ก่อน​แล้ว​ว่า ใคร​พูด​ว่า​พระเยซู​เป็น​พระคริสต์ ก็​จะ​ถูก​ไล่​ออก​จาก​ที่​ประชุม​ชาวยิว
๒๓. นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​พ่อ​แม่​ของ​เขา​พูด​ว่า “เขา​โต​แล้ว ไป​ถาม​เขา​เอา​เอง​เถิด”)