A A A A A

ปฐมกาล ๔๑:๑-๕๗
๑. สองปี​ต่อมา กษัตริย์​ฟาโรห์​ฝัน​ว่า เขา​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​แม่น้ำ​ไนล์
๒. แล้ว​จู่ๆ​ก็​มี​วัว​เจ็ดตัว​โผล่​ขึ้นมา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ วัว​ทั้ง​เจ็ดตัวนี้​มี​รูปร่าง​สมบูรณ์​แข็งแรง อ้วนพี พวกมัน​ยืน​กิน​หญ้า​อยู่​แถวๆนั้น
๓. หลัง​จาก​นั้น​ไม่นาน ก็​มี​วัว​อีก​เจ็ดตัว​โผล่​ขึ้น​มา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ วัว​เจ็ดตัว​หลังนี้​มี​รูปร่าง​น่าเกลียด​น่ากลัว ผอมแห้ง พวกมัน​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​วัว​เจ็ดตัว​แรก​บน​ฝั่ง​แม่น้ำ​ไนล์
๔. วัวผอม​ที่​น่าเกลียด​พวกนี้​ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​ที่​แข็งแรง​ทั้ง​เจ็ดตัว​นั้น ฟาโรห์​ก็​ตื่น​ขึ้น
๕. พระองค์​นอน​ต่อ​และ​ฝัน​อีก​เป็น​ครั้งที่​สอง​ว่า มี​รวงข้าว​อยู่​เจ็ดรวง แต่ละ​รวง​มี​เมล็ดข้าว​ออก​เต็ม​ไปหมด ทั้งหมด​ออก​มา​จาก​ต้นข้าว​ต้นเดียว
๖. มี​รวงข้าว​อีก​เจ็ดรวง​งอก​ออก​มา​ทีหลัง แต่​เป็น​รวงข้าว​ผอมลีบ​และ​เหี่ยวแห้ง เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก
๗. รวงข้าว​ผอมลีบ​ทั้ง​เจ็ด​นี้​ได้​กลืน​รวงข้าว​เม็ด​งามดี​นั้น​เสีย แล้ว​ฟาโรห์​ได้​ตื่นขึ้น ก็​รู้ว่า​เป็น​ความฝัน
๘. ใน​ตอนเช้า พระองค์​ไม่​สบายใจ จึง​ได้​เรียก​พวกโหร​และ​พวกผู้รู้​ทั้งหมด​ของ​อียิปต์​มา พระองค์​ได้​เล่า​ความฝัน​ให้​พวกเขา​ฟัง แต่​ไม่มีใคร​สามารถ​แก้ฝัน​ให้​กับ​พระองค์​ได้
๙. แล้ว​หัวหน้า​คนยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​ได้​บอก​กับ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ว่า “วันนี้​ข้าพเจ้า​เพิ่ง​นึกได้​ถึง​ความผิด​ของ​ข้าพเจ้า
๑๐. ตอนที่​พระองค์​โกรธ​พวกคนใช้​ของ​พระองค์ และ​เอา​ข้าพเจ้า​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก ที่​บ้าน​ของ​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ พร้อม​กับ​หัวหน้า​คนทำ​ขนมปัง​นั้น
๑๑. เรา​ทั้งสอง​คน​ได้​ฝัน​ไป​ใน​คืน​เดียวกัน ทั้ง​เขา​และ​ข้าพเจ้า เรา​ต่าง​ก็​ฝัน​ถึง​สิ่ง​ที่​มี​ความหมาย​แตกต่าง​กัน
๑๒. มี​ชายหนุ่ม​ชาว​ฮีบรู​คนหนึ่ง​อยู่​ที่นั่น​กับ​พวก​ข้าพเจ้า เขา​เป็น​คนใช้​ของ​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ พวก​ข้าพเจ้า​เล่า​ความฝัน​ให้​เขา​ฟัง เขา​ได้​แก้ฝัน​ให้​กับ​พวกเรา เขา​ทำนาย​ฝัน​ให้​กับ​เรา​แต่ละ​คน
๑๓. และ​มัน​ก็​เกิดขึ้น​จริง​ตามที่​เขา​แก้ฝัน​ให้นั้น ข้าพเจ้า​ได้รับ​ตำแหน่ง​กลับคืนมา แต่​อีก​คนหนึ่ง​ถูก​เสียบ​ไว้​บน​เสาไม้”
๑๔. ฟาโรห์​จึง​ส่ง​คน​ไป​ตาม​โยเซฟ​มา พวกเขา​รีบ​นำ​ตัว​โยเซฟ​มา​จาก​คุก ให้​โยเซฟ​โกนหัว​และ​หนวดเครา เปลี่ยน​เสื้อผ้า​ให้​เรียบร้อย และ​นำ​ตัวเขา​มา​หา​ฟาโรห์
๑๕. ฟาโรห์​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เรา​ได้​ฝัน​ไป แต่​ไม่มีใคร​สามารถ​แก้ฝัน​ของ​เรา​ได้ แต่​เรา​ได้ยิน​เขา​พูด​ถึง​เจ้า​ว่า เมื่อ​เจ้า​ได้​ฟัง​ความฝัน เจ้า​จะ​แก้ฝัน​ได้”
๑๖. โยเซฟ​ตอบ​ฟาโรห์​ว่า “ไม่ใช่​ข้าพเจ้า​หรอก แต่​เป็น​พระเจ้า​ที่​จะให้​คำตอบ​ดีๆ​กับ​ท่าน​ฟาโรห์”
๑๗. ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “ใน​ความฝัน​ของ​เรา เรา​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​ริมฝั่ง​แม่น้ำ​ไนล์
๑๘. แล้ว​จู่ๆ​ก็​มี​วัว​อ้วนพี​เจ็ดตัว รูปร่าง​สมบูรณ์​แข็งแรง โผล่​ขึ้น​มา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ มา​กิน​หญ้า​ที่​ขึ้น​อยู่​แถวๆนั้น
๑๙. หลังจากนั้น​ก็​มี​วัว​อีก​เจ็ดตัว​ที่​หิวโซ ผอมลีบ น่าเกลียด​น่ากลัว โผล่​ขึ้น​มา เรา​ยัง​ไม่เคย​เห็น​วัว​ที่​น่าเกลียด​อย่างนี้​มาก่อน​เลย​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์
๒๐. แล้ว​วัว​ผอมลีบ​ที่​น่าเกลียด​ทั้ง​เจ็ดตัว​นี้ ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​ทั้ง​เจ็ดตัวนั้น
๒๑. แต่​เมื่อ​พวกมัน​กิน​วัว​อ้วนพี​ทั้ง​เจ็ดตัว​เข้าไป​แล้ว ดู​ไม่รู้​เลย​ว่า​พวกมัน​ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​เข้า​ไป​ใน​ท้อง​ของ​พวกมัน​แล้ว เพราะ​มัน​ยัง​น่าเกลียด​น่ากลัว​เหมือน​ใน​ตอนแรก
๒๒. แล้ว​เรา​ได้​ตื่น​ขึ้น จากนั้น​เรา​ได้​ฝัน​อีก คราวนี้​เรา​ฝัน​เห็น​รวงข้าว​เจ็ดรวง แต่ละ​รวง​มี​เมล็ดข้าว​ออก​เต็ม​ไปหมด ทั้งหมด​งอก​ออกมา​จาก​ต้นข้าว​ต้นเดียว
๒๓. ต่อมา​ได้​มี​รวงข้าว​อีก​เจ็ดรวง​งอก​ออก​มา แต่​มี​เมล็ดข้าว​ที่​ผอมลีบ​และ​เหี่ยวแห้ง เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก
๒๔. รวงข้าว​ที่​ผอมลีบ​นี้​ได้​กลืนกิน​รวงข้าว​ที่​งามดี​ทั้ง​เจ็ดรวงนั้น เรา​ได้​เล่า​เรื่องนี้​ให้​กับ​พวกโหร​ของเรา แต่​ไม่มี​ใคร​แก้ฝันนี้​ให้​กับ​เรา​ได้เลย”
๒๕. โยเซฟ​พูด​กับ​ฟาโรห์​ว่า “ความฝัน​ทั้งสอง​อัน​นี้​ของท่าน​เป็น​ความฝัน​เรื่องเดียว​กัน​และ​เหมือนกัน พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ถึง​สิ่ง​ที่​พระองค์​จะ​ทำ​ใน​ไม่ช้านี้
๒๖. วัวดีๆ​เจ็ดตัว​นั้น​คือ​เจ็ดปี และ​รวงข้าว​งามๆ​ทั้ง​เจ็ดรวงนั้น​ก็​คือ​เจ็ดปี ความฝัน​ทั้งสอง​อันนี้​มี​ความหมาย​อย่างเดียว​กัน
๒๗. วัว​ผอมลีบ​ที่​น่าเกลียด​ทั้ง​เจ็ดตัว​ที่​โผล่​ตาม​มา​นั้น​ก็​คือ​เจ็ดปี และ​รวงข้าว​ทั้ง​เจ็ดรวง​ที่​ผอม​และ​เหี่ยวแห้ง​เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก​นั้น ก็​เป็น​เจ็ดปี​ของ​ความ​อดอยาก​หิวโหย
๒๘. นี่คือ​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​บอก​กับ​ฟาโรห์ พระเจ้า​ได้​แสดง​ให้​ฟาโรห์​เห็น​ถึง​สิ่ง​ที่​พระองค์​จะ​ทำ​ใน​ไม่ช้านี้
๒๙. ดูเถิด ใน​เวลา​เจ็ดปี จะ​มี​อาหาร​อย่าง​เหลือเฟือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์
๓๐. หลังจากนั้น​อีก​เจ็ดปี ความ​อดอยาก​หิวโหย​จะ​ตาม​มา ผู้คน​จะ​ลืม​ช่วง​ที่​มี​อาหาร​อย่าง​เหลือเฟือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ และ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นี้​จะ​ทำลาย​แผ่นดินนี้
๓๑. ความ​อดอยาก​หิวโหย​ที่​ตาม​มานี้ จะ​ทำให้​ผู้คน​ลืม​ช่วงเวลา​ที่มี​อาหาร​กิน​อย่าง​เหลือเฟือ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นั้น​จะ​หนักหนา​สาหัส​มาก
๓๒. และ​ที่​ฟาโรห์​ได้​ฝัน​ถึง​สอง​ครั้ง ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​ตัดสินใจ​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​แล้ว และ​พระองค์​จะ​ทำให้​มัน​เกิดขึ้น​ใน​ไม่ช้านี้
๓๓. ดังนั้น ตอนนี้​ขอให้​ฟาโรห์​รีบ​หา​คน​ที่​เฉลียว​ฉลาด​และ​หัวดี และ​ตั้งเขา​ให้​จัดการ​ดูแล​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​อียิปต์
๓๔. ขอให้​ฟาโรห์​แต่งตั้ง​เจ้าหน้าที่​ทั่ว​แผ่นดิน​และ​ให้​แบ่ง​ยี่สิบ​เปอร์เซ็นต์​ของ​ผลผลิต​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​ใน​เจ็ดปี​แรก ออก​มา​เก็บไว้
๓๕. ให้​พวกเขา​เก็บ​สะสม​อาหาร​ที่มี​ใน​ปี​ที่ดี​ที่​กำลัง​จะ​มานี้ ให้​พวกเขา​เก็บ​รวบรวม​เมล็ดข้าว​ไว้​ใน​คลัง​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ใน​เมือง​ต่างๆ​และ​ให้​เฝ้า​มัน​ไว้
๓๖. อาหาร​พวกนี้​จะ​เก็บตุน​ไว้​สำหรับ​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ที่​จะ​เกิดขึ้น​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ เพื่อ​แผ่นดินนี้​จะได้​ไม่ถูก​ทำลาย​เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหยนั้น”
๓๗. ทั้ง​ฟาโรห์​และ​เจ้าหน้าที่​ของเขา​เห็นด้วย​กับ​แผนนี้
๓๘. ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​เจ้าหน้าที่​ของเขา​ว่า “พวกเรา​จะ​ไป​หา​คน​อย่างนี้​ได้​ที่ไหน คน​ที่มี​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​สถิต​อยู่​ด้วย”
๓๙. ฟาโรห์​จึง​บอก​โยเซฟ​ว่า “เพราะ​พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​เจ้า​รู้​เรื่อง​พวกนี้​ทั้งหมด ไม่มี​ใคร​ที่​จะ​เฉลียว​ฉลาด​และ​หัวดี​เท่า​กับ​เจ้า​อีกแล้ว
๔๐. เรา​จะให้​เจ้า​ดูแล​บ้าน​เรือน​ของเรา และ​ประชาชน​ของเรา​ทุกคน​ก็​จะ​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ของ​เจ้า เจ้า​จะ​ใหญ่​เป็น​อันดับสอง​รอง​จากเรา”
๔๑. ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เห็นไหม เรา​ได้​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​ดูแล​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด”
๔๒. แล้ว​ฟาโรห์​ก็​ถอด​แหวน​ตรา​ประทับ​จาก​มือ สวม​เข้า​ที่​มือ​ของ​โยเซฟ ฟาโรห์​ได้​เอา​ผ้าลินิน​อย่างดี​มา​สวมใส่​ให้​โยเซฟ เอา​สร้อยคอ​ทองคำ​มา​สวม​ที่​คอ​ของเขา
๔๓. ฟาโรห์​ได้​ให้​โยเซฟ​นั่ง​รถม้า​คัน​ที่สอง​ของ​พระองค์ มี​คน​ร้อง​ตะโกน​อยู่​ข้างหน้า​เขา​ว่า “กราบลง” และ​ฟาโรห์​ได้​แต่งตั้ง​ให้​โยเซฟ​ดูแล​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด
๔๔. ฟาโรห์​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เรา​คือ​ฟาโรห์ ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​จะ​ไม่มีใคร​สามารถ​กระดิก​แขนขา​ได้ นอกจาก​เจ้า​จะ​อนุญาต”
๔๕. แล้ว​ฟาโรห์​ได้​ตั้งชื่อ​ใหม่​ให้​กับ​โยเซฟ​ว่า ศาเฟนาทปาเนอาห์ และ​ยก​อาเสนัท​ให้​เป็น​เมีย​โยเซฟ​ด้วย อาเสนัท​เป็น​ลูกสาว​ของ​โปทิเฟรา นักบวช​เมือง​โอน แล้ว​โยเซฟ​ก็​ได้​ออก​ไป​จาก​ฟาโรห์ และ​ออก​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์
๔๖. โยเซฟ​มี​อายุ​สามสิบ​ปี เมื่อ​เขา​เริ่ม​รับใช้​ฟาโรห์​กษัตริย์​ของ​อียิปต์ โยเซฟ​จาก​ฟาโรห์​มา และ​ได้​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์
๔๗. ในช่วง​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อุดม​สมบูรณ์ แผ่นดิน​ได้​ให้​ผลผลิต​อย่าง​ล้นเหลือ
๔๘. ในช่วง​เจ็ดปี​นั้น​ที่มี​อาหาร​อย่าง​ล้นเหลือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ โยเซฟ​ได้​เก็บ​กักตุน​มัน​ไว้​ใน​เมือง​ต่างๆ อาหาร​ที่​เก็บ​ได้​จาก​ท้องทุ่ง​รอบๆ​เมือง​ไหน​ก็​จะ​ตุน​ไว้​ใน​เมืองนั้นๆ
๔๙. ดังนั้น​โยเซฟ​จึง​เก็บ​เมล็ดข้าว​มา​ตุน​ไว้​มากมาย​เหมือนกับ​เม็ดทราย​ที่​ทะเล มัน​มาก​ซะจน​ชั่ง​ไม่หวั่น​ไม่ไหว​จน​ต้อง​หยุด​ชั่ง​ไป
๕๐. ก่อน​ที่​จะ​ถึง​ปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย โยเซฟ​มี​ลูกชาย​สอง​คน อาเสนัท​ได้​คลอดลูก​สอง​คนนี้​ให้​กับ​โยเซฟ อาเสนัท​เป็น​ลูกสาว​ของ​โปทิเฟรา​นักบวช​เมือง​โอน
๕๑. โยเซฟ​ตั้งชื่อ​ลูกชาย​คนแรก​ว่า มนัสเสห์ โยเซฟ​พูด​ว่า “พระเจ้า​ทำ​ให้​ผม​ลืม​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​ของ​ผม​ทั้งสิ้น รวมทั้ง​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ผม”
๕๒. โยเซฟ​ได้​ตั้งชื่อ​ลูก​คน​ที่​สอง​ว่า​เอฟราอิม โยเซฟ​พูด​ว่า “เพราะ​พระเจ้า​ได้​ทำให้​ผม​มี​ลูกหลาน ใน​แผ่นดิน​ที่​ผม​ได้รับ​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบากนี้”
๕๓. เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อุดม​สมบูรณ์​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ได้​สิ้นสุดลง
๕๔. และ​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​เริ่มต้น​ขึ้น​ตามที่​โยเซฟ​ได้​พูด​ไว้ ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​เกิดขึ้น​กับ​ทุก​ประเทศ ยกเว้น​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ที่มี​อาหาร​กินกัน
๕๕. เมื่อ​แผ่นดิน​อียิปต์​เริ่ม​ขาดแคลน​อาหาร ประชาชน​ได้​มา​ร้องขอ​อาหาร​ต่อ​ฟาโรห์ ฟาโรห์​บอก​ชาว​อียิปต์​ทุกคน​ว่า “ให้​ไป​หา​โยเซฟ​และ​ให้​ทำ​ตามที่​เขา​บอก​พวกเจ้า”
๕๖. เมื่อ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​แพร่​กระจาย​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน โยเซฟ​จึง​เปิด​คลัง​ข้าวสาร และ​ขาย​ข้าว​ให้​กับ​ชาว​อียิปต์ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นั้น​รุนแรง​มาก​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์
๕๗. และ​คน​ทั่วโลก​ต่าง​เดินทาง​มา​อียิปต์ เพื่อ​มา​ขอ​ซื้อ​ข้าว​จาก​โยเซฟ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​รุนแรง​ไป​ทั่วโลก

ปฐมกาล ๔๒:๑-๓๘
๑. เมื่อ​ยาโคบ​เห็นว่า​มี​ข้าว​อยู่​ใน​อียิปต์ เขา​จึง​พูด​กับ​พวกลูกๆ​ของเขา​ว่า “พวกเจ้า​จะ​มา​นั่ง​มองหน้า​กัน​อยู่​ทำไม ทำ​อะไร​สักอย่างสิ”
๒. แล้ว​ยาโคบ​ก็​พูด​ว่า “ฟังนะ พ่อ​ได้ยิน​มา​ว่า​มี​ข้าว​ใน​อียิปต์ ให้​พวกเจ้า​ลง​ไป​ที่นั่น​และ​ไป​ซื้อ​ข้าว​มา​ให้​กับ​พวกเรา พวกเรา​จะได้​มี​ชีวิตอยู่​ต่อไป ไม่ต้อง​อดตาย”
๓. พี่ชาย​ทั้ง​สิบคน​ของ​โยเซฟ​ก็​ลง​ไป​ซื้อ​ข้าว​ที่​อียิปต์
๔. แต่​ยาโคบ​ไม่ยอม​ให้​เบนยามิน​ไป​กับ​พวกพี่ชาย​ด้วย เพราะ​เขา​กลัว​ว่า​จะ​เกิด​อันตราย​กับ​เบนยามิน เบนยามิน​เป็น​น้องชาย​ของ​โยเซฟ
๕. พวกลูกชาย​ของ​อิสราเอล​ได้​ไป​ซื้อ​ข้าว​พร้อม​กับ​คนอื่นๆ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​แผ่ขยาย​มา​ถึง​แผ่นดิน​คานาอัน​แล้ว
๖. ใน​เวลานั้น โยเซฟ​เป็น​ผู้ปกครอง​เหนือ​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด คน​ที่​มา​ซื้อ​ข้าว​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ จะ​ต้อง​มา​ซื้อ​กับ​โยเซฟ เมื่อ​พวกพี่ชาย​ของ​โยเซฟ​มา​ถึง ก็​ก้ม​กราบ​ลง​กับ​พื้น​ต่อหน้า​เขา
๗. เมื่อ​โยเซฟ​เห็น​พวกพี่ชาย เขา​ก็​จำได้ แต่​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่รู้จัก และ​พูดจา​ดุดัน​กับ​พวกเขา โยเซฟ​พูด​ว่า “พวกเจ้า​มา​จาก​ที่ไหน​กัน” พวกเขา​ตอบ​ว่า “มา​จาก​แผ่นดิน​คานาอัน​เพื่อ​มา​ซื้อ​อาหาร”
๘. โยเซฟ​จำ​พวกพี่ชาย​ได้ แต่​พวกพี่ชาย​จำ​โยเซฟ​ไม่ได้
๙. โยเซฟ​ยัง​จำ​ความฝัน​ที่​เขา​ฝัน​เกี่ยวกับ​พวกพี่ชาย​ของเขา​ได้ โยเซฟ​กล่าวหา​พวกพี่ชาย​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​พวกสอดแนม มา​ดู​ว่า​แผ่นดิน​นี้​มี​จุดอ่อน​ตรงไหน​บ้าง”
๑๐. แต่​พวกเขา​ตอบ​โยเซฟ​ว่า “ไม่ใช่​ครับท่าน พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ซื้อ​อาหาร​ครับ
๑๑. เรา​ทั้งหมด​มี​พ่อ​เดียวกัน พวกเรา​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน​ไม่ได้​เป็น​คนสอดแนม”
๑๒. แต่​โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ไม่จริง พวกเจ้า​มา​แอบดู​จุดอ่อน​ของ​แผ่นดินนี้”
๑๓. พวกเขา​ตอบ​ว่า “พวกเรา ผู้รับใช้​ของ​ท่าน มี​พี่น้อง​อยู่​สิบสองคน เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​เดียวกัน​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน ตอนนี้​น้อง​คนสุดท้อง​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​พวกเรา และ​น้อง​อีก​คนหนึ่ง​ตาย​ไป​นาน​แล้ว”
๑๔. โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​คนสอดแนม เหมือนกับ​ที่​เรา​พูด​แน่ๆ
๑๕. เรา​จะ​ให้​พวกเจ้า​พิสูจน์​ตัวเอง ใน​นาม​ของ​ฟาโรห์ เรา​สาบาน​ว่า​จะ​ไม่ปล่อย​พวกเจ้า​ไป​จาก​ที่นี่ จนกว่า​น้องชาย​คนเล็ก​ของ​พวกเจ้า​จะ​มา
๑๖. ส่ง​คนหนึ่ง​ใน​พวกเจ้า​กลับไป และ​ให้​ไป​เอา​น้องชาย​มา ส่วน​ที่​เหลือ​ก็​รอ​อยู่​ใน​คุก​ที่นี่ จะได้​พิสูจน์​คำพูด​ของ​พวกเจ้า ว่า​พูด​ความจริง​หรือเปล่า ถ้า​ไม่อย่างนั้น ฟาโรห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน พวกเจ้า​ต้อง​เป็น​คนสอดแนม​แน่ๆ”
๑๗. แล้ว​โยเซฟ​ได้​ขัง​พวกเขา​ไว้​ใน​คุก​สาม​วัน
๑๘. ใน​วันที่​สาม โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ให้​ทำ​อย่างนี้​ก็​แล้ว​กัน พวกเจ้า​จะ​ได้​รอด เพราะ​เรา​เกรง​กลัว​พระเจ้า
๑๙. ถ้า​พวกเจ้า​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ ให้​ทิ้ง​พี่น้อง​คนหนึ่ง​ของเจ้า​ไว้​ใน​คุกนี้ และ​พวกเจ้า​ก็​เอา​ข้าวสาร​ไป​ให้​กับ​ครอบครัว​ที่​หิวโหย​ของเจ้า
๒๐. แล้ว​ค่อย​เอา​น้องชาย​คนสุดท้อง​ของเจ้า​มา​หา​เรา จะได้​พิสูจน์​ว่า​ที่​พวกเจ้า​พูด​นั้น​เป็น​ความจริง​หรือไม่ พวกเจ้า​จะได้​ไม่ต้อง​ตาย” พวกเขา​ก็​ตกลง​ทำ​ตามนั้น
๒๑. พวกเขา​พูด​กันเอง​ว่า “ที่​พวกเรา​ถูก​ลงโทษ​นี้ ต้อง​เป็น​เพราะ​สิ่งที่​เรา​ทำ​กับ​น้องชาย​ของเรา​แน่ๆ เรา​เห็น​ถึง​ความทุกข์​ของเขา ตอนที่​เขา​ร้องขอ​ความ​เมตตา​จากเรา แต่​พวกเรา​ไม่สนใจ​ฟัง เพราะ​เหตุนั้น​เรา​ถึง​ต้อง​ทนทุกข์​อย่างนี้”
๒๒. รูเบน​ได้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ผม​บอก​กับ​พวกท่าน​แล้ว​ว่า​อย่า​ทำร้าย​เด็กนั้น แต่​พวกท่าน​ก็​ไม่ยอมฟัง และ​ตอนนี้​เรา​ก็​ต้อง​ชดใช้​ให้​กับ​เลือด​ของเขา​แล้ว”
๒๓. พวกเขา​ไม่รู้​ว่า​โยเซฟ​กำลัง​ฟังอยู่ เพราะ​ปกติ​แล้ว​จะ​มี​ล่าม​คอย​แปล​ให้​ระหว่าง​พวกเขา​กับ​โยเซฟ
๒๔. โยเซฟ​จึง​ออก​ไป​ร้องไห้ แล้ว​กลับ​เข้า​มา​หา​พวกเขา​และ​พูด​กับ​พวกเขา โยเซฟ​เอา​สิเมโอน​มา​จาก​พวกเขา และ​มัด​เขา​ต่อหน้า​พี่น้อง​ของเขา
๒๕. โยเซฟ​สั่ง​คนรับใช้​ให้​เอา​ข้าวสาร​มา​ใส่​ให้​เต็ม​กระสอบ​ของ​พวกพี่ชาย​ของเขา และ​ให้​เอา​เงิน​ของ​พี่ชาย​ของเขา​แต่ละ​คน​คืน​ใส่​เข้าไป​ใน​กระสอบ​ของ​พวกเขา​เอง และ​ให้​สิ่งที่​จำเป็น​สำหรับ​การเดินทาง​กับ​พวกเขา
๒๖. ทุกอย่าง​ก็​เรียบร้อย พวกเขา​จึง​เอา​ข้าวสาร​ทั้งหมด​บรรทุก​บน​หลังลา​ของ​พวกเขา ออก​เดินทาง​ไป
๒๗. ที่​จุดพักแรม​ใน​คืนนั้น เมื่อ​คนหนึ่ง​เปิด​กระสอบ​ของเขา​ออก​มา เพื่อ​เอา​ข้าวสาร​ให้​ลา​กิน เขา​ก็​เห็น​เงิน​ของเขา​อยู่​ที่​ปาก​กระสอบนั้น
๒๘. เขา​พูด​กับ​พี่น้อง​ของเขา​ว่า “ผม​ได้​เงิน​ของ​ผม​คืน​มา นี่ไง มัน​อยู่​ใน​กระสอบ​ของผม” พวกเขา​ก็​งง​มาก ตกใจกลัว​มาก และ​หัน​ไป​พูด​กัน​และ​กัน​ว่า “นี่​พระเจ้า​กำลัง​เล่น​ตลก​อะไร​กับ​เรา”
๒๙. เมื่อ​พวกเขา​กลับ​มา​หา​ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา ที่​แผ่นดิน​คานาอัน พวกเขา​ได้​เล่า​ให้​พ่อ​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​ว่า
๓๐. “ชาย​คนหนึ่ง​ที่​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​แผ่นดิน​นั้น ได้​พูด​กับ​พวกเรา​อย่าง​ดุดัน และ​เขา​ได้​จับ​พวกเรา​ขัง​คุก เหมือนกับ​ว่า​พวกเรา​เข้าไป​สอดแนม​แผ่นดิน​นั้น
๓๑. แล้ว​พวกเรา​ได้​บอก​กับ​เขา​ว่า ‘พวกเรา​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ พวกเรา​ไม่ใช่​คน​สอดแนม
๓๒. พวกเรา​มี​พี่น้อง​กัน​อยู่​สิบสอง​คน เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​คนเดียวกัน น้อง​คนหนึ่ง​ได้​ตาย​ไป​แล้ว และ​ตอนนี้​น้อง​คนสุดท้อง​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​พวกเรา​ที่​แคว้น​คานาอัน’
๓๓. ชาย​คนที่​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​แผ่นดิน​นั้น​จึง​พูด​กับ​พวกเรา​ว่า ‘ให้​ทำ​อย่างนี้ แล้ว​เรา​จะ​ได้รู้​ว่า​พวกเจ้า​เป็น​คนซื่อสัตย์ ทิ้ง​พี่น้อง​คนหนึ่ง​ของ​พวกเจ้า​ไว้​กับ​เรา ส่วน​ที่เหลือ ก็​ให้​เอา​อาหาร​ไป​ให้​กับ​ครอบครัว​ที่​หิวโหย​ทาง​บ้าน
๓๔. แล้ว​ให้​เอา​น้อง​คนสุดท้อง​ของ​พวกเจ้า​มา​หา​เรา เรา​จะ​ได้รู้​ว่า​พวกเจ้า​ไม่ใช่​คน​สอดแนม แต่​เป็น​คนซื่อสัตย์ แล้ว​เรา​จะ​คืน​พี่ชาย​ให้​กับ​เจ้า และ​พวกเจ้า​จะ​ไปไหน​มาไหน​ได้​อย่าง​อิสระ​ใน​แผ่นดินนี้’”
๓๕. เมื่อ​พวกเขา​เท​ข้าวสาร​ออก​มา​จาก​กระสอบ พวกเขา​ก็​เจอ​ถุงเงิน​ของ​แต่ละ​คน​ใน​กระสอบ เมื่อ​พวกเขา​และ​พ่อ​เห็น​ถุงเงิน​ของ​พวกเขา พวกเขา​ก็​กลัว
๓๖. ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​จะ​ทำให้​พ่อ​สูญเสีย​ลูก​ไป​อีกแล้ว โยเซฟ​ก็​ตาย​ไป​แล้ว สิเมโอน​ก็​ตาย​ไป​แล้ว และ​เจ้า​จะ​ยัง​เอา​ตัว​เบนยามิน​ไป​อีกคน ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ดู​สิ้นหวัง​เสีย​เหลือเกิน”
๓๗. รูเบน​พูด​กับ​พ่อ​ของเขา​ว่า “ถ้า​ผม​ไม่เอา​เบนยามิน​กลับ​มา​ให้​พ่อ พ่อ​ก็​ฆ่า​ลูกชาย​สอง​คน​ของ​ผม​ได้​เลย มอบ​เบนยามิน​ให้​อยู่​ใน​มือ​ผม​เถอะ แล้ว​ผม​จะ​เอา​เขา​กลับ​มา​ให้​พ่อ”
๓๘. แต่​ยาโคบ​พูด​ว่า “เบนยามิน​ลูกชาย​ของ​พ่อ​จะ​ต้อง​ไม่ลง​ไป​กับ​เจ้า เพราะ​พี่ชาย​ของเขา​ได้​ตาย​ไป​แล้ว และ​เหลือ​เบนยามิน​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น​ที่​เกิด​จาก​ราเชล แล้ว​ถ้า​เกิด​อันตราย​ขึ้น​กับ​เขา​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​เจ้า​ไป เจ้า​ก็​จะ​ส่ง​คนแก่​หัวหงอก​อย่าง​พ่อ​ลง​ไป​ใน​แดน​คนตาย​เพราะ​ความ​เศร้าโศก​เสียใจ”

สดุดี ๑๐:๑๒-๑๘
๑๒. พระยาห์เวห์ ลุกขึ้น​เถอะ พระเจ้า ยกมือ​ขึ้นมา​ทำโทษ​คนชั่ว​เหล่านี้​ด้วยเถิด ขอ​อย่าได้​เพิกเฉย​ต่อ​ผู้ยากไร้เลย
๑๓. ทำไม​คนชั่ว​ถึงได้​เหยียด​หยาม​พระเจ้า พวก​คนชั่ว​พูดในใจ​ว่า “พระเจ้า​จะ​ไม่ลงโทษข้า สำหรับ​สิ่ง​ที่​ข้าทำหรอก”
๑๔. แต่​พระองค์​เห็นว่า​เกิด​อะไรขึ้น พระองค์​เห็น​ความ​ทุกข์ยาก​และ​ปัญหาทั้งสิ้น และ​พระองค์​ได้​ยื่นมือ​ออกไป​ช่วยเหลือ เหยื่อ​ผู้​โชคร้าย​เหล่านั้น​ที่​เชื่อพึ่ง​ในพระองค์ พระองค์​เป็น​ผู้ที่​ช่วยเหลือ​เด็ก​กำพร้า
๑๕. พระเจ้า ช่วย​หักแขน​ของ​คนชั่ว​ด้วยเถิด ช่วย​ลงโทษ​เขา​สำหรับ​ความชั่วร้าย​ที่​เขาทำ ที่​เขา​คิดว่า​พระองค์​จะไม่มีทางรู้
๑๖. พระยาห์เวห์​คือ​กษัตริย์​ตลอดชั่วนิจนิรันดร์ ชนชาติ​ที่​ชั่วช้า​เหล่านั้น​จะ​ถูกกำจัด​ออกไป​จาก​แผ่นดิน​ของพระองค์
๑๗. ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระองค์​ได้ยิน​คำร้องขอ​ของ​คนยากจน​แล้ว พระองค์​จะ​ให้กำลังใจ​กับ​พวกเขา พระองค์​จะ​เงี่ยหู​ฟังพวกเขา
๑๘. แล้ว​พระองค์​จะให้​ความเป็นธรรม​กับ​เด็ก​กำพร้า​และ​คนที่​ถูก​กดขี่​ข่มเหง เพื่อ​จะได้​ไม่มีใคร​ในโลกนี้​ทำให้​พวกเขา​หวาดกลัว​อีกต่อไป

สุภาษิต ๔:๗-๙
๗. ก้าวแรก​ที่​จะ​เป็น​คน​ฉลาด ก็​คือ การ​รับ​เอา​คำสอน​ที่​เฉลียว​ฉลาด แม้ว่า​จะ​ต้อง​เสีย​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ที่​มี​อยู่​ก็​ตาม ก็​ให้​รับ​เอา​ความเข้าใจ​เถิด
๘. ให้​เห็น​คุณค่า​ของ​สติปัญญา​เถิด แล้ว​เธอ​จะ​ยกย่อง​เจ้า เธอ​จะ​ให้​เกียรติ​กับ​เจ้า เมื่อ​เจ้า​สวมกอด​เธอ​ไว้
๙. สติปัญญา​จะ​สวม​มงกุฎ​ดอกไม้​อัน​งดงาม​ไว้​บน​หัว​ของ​เจ้า เธอ​จะ​มอบ​มงกุฎ​อัน​แสน​วิเศษ​แก่​เจ้า”

มัทธิว ๑๔:๑-๒๑
๑. เมื่อ​กษัตริย์​เฮโรด ผู้​ปกครอง​แคว้น​กาลิลี​ได้ยิน​เรื่องราว​เกี่ยว​กับ​พระเยซู
๒. ก็​พูด​กับ​ที่​ปรึกษา​ของ​เขา​ว่า “ต้อง​เป็น​ยอห์น​คน​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​แน่ๆ เขา​ถึง​ทำ​การอัศจรรย์​พวกนี้​ได้”
๓. ก่อน​หน้า​นี้ เฮโรด​ได้​จับ​ยอห์น​ล่าม​โซ่​และ​ขัง​คุก​ไว้ เพราะ​เห็น​แก่​นาง​เฮโรเดียส​ภรรยา​ของ​ฟีลิป​น้องชาย​ของ​เฮโรด​เอง
๔. เพราะ​ยอห์น​บอก​เขา​เสมอ​ว่า “มัน​ผิด​ที่​ท่าน​เอา​เฮโรเดียส​มา​เป็น​ภรรยา”
๕. เฮโรด​จึง​อยาก​จะ​ฆ่า​ยอห์น แต่​เขา​ก็​กลัว​ประชาชน เพราะ​ประชาชน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า
๖. ใน​งาน​วันเกิด​ของ​เฮโรด ลูกสาว​ของ​เฮโรเดียส​ได้​ออก​มา​เต้นรำ​ให้​เฮโรด​และ​แขก​ของ​เขา​ดู เธอ​ทำ​ให้​เฮโรด​ถูกอก​ถูกใจ​มาก
๗. เฮโรด​สาบาน​ที่​จะ​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เธอ​ขอ
๘. เธอ​ขอ​เฮโรด​ตาม​ที่​แม่​ของ​เธอ​บอก​ให้​ขอ คือ “ดิฉัน​ขอ​หัว​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ใส่​ถาด​มา​ให้​ที่​นี่​ค่ะ”
๙. กษัตริย์​เฮโรด​เสียใจ​มาก แต่​เพราะ​เขา​ได้​สาบาน​ไว้​แล้ว​ต่อ​หน้า​แขก​ของ​เขา เฮโรด​จึง​สั่ง​ให้​ทำ​ตาม​ที่​เธอ​ต้องการ
๑๐. เฮโรด​ใช้​ให้​คน​ไป​ตัด​หัว​ยอห์น​ใน​คุก
๑๑. แล้ว​เอา​ใส่​ถาด​มา​ให้​เธอ แล้ว​เธอ​ก็​เอา​ไป​ให้​แม่​ของ​เธอ
๑๒. พวก​ศิษย์​ของ​ยอห์น​มา​เอา​ร่าง​ของ​ยอห์น​ไป​ฝัง และ​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​พระเยซู​ฟัง
๑๓. เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​ยอห์น พระองค์​ได้​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​เพียง​คน​เดียว เมื่อ​ผู้คน​จาก​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ได้ยิน​เรื่องนี้ พวก​เขา​ก็​เดิน​เท้า​ติดตาม​พระองค์
๑๔. เมื่อ​พระองค์​มา​ถึง​ฝั่ง​ก็​เห็น​ฝูงชน​เป็น​จำนวน​มาก​รอ​อยู่​ก่อน​แล้ว พระองค์​รู้สึก​สงสาร​และ​ได้​รักษา​โรค​ให้​กับ​คนป่วย
๑๕. เมื่อ​ถึง​ตอนเย็น พวก​ศิษย์​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “ที่​นี่​ก็​เปลี่ยว​มาก​และ​นี่​ก็​เย็น​มาก​แล้ว ส่ง​ฝูงชน​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​เข้า​ไป​ตาม​หมู่บ้าน​ต่างๆ​หา​ซื้อ​อาหาร​กิน​กัน”
๑๖. แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​ไม่​ต้อง​ไป​ไหน​หรอก อยู่​นี่​แหละ พวก​คุณ​ไป​หา​อาหาร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ”
๑๗. พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ไม่​มี​อะไร​เลย​นอก​จาก​ขนมปัง​ห้า​ก้อน กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่านั้น”
๑๘. พระเยซู​บอก​ว่า “เอา​มา​นี่​สิ”
๑๙. พระเยซู​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​บน​หญ้า แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​มา พระเยซู​มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว​พระองค์​แบ่ง​ขนมปัง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​แจก​ขนมปัง​ให้​ประชาชน
๒๐. ทุก​คน​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ยัง​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​จน​เต็ม​สิบสอง​เข่ง
๒๑. คน​ที่​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​นั่น​มี​ผู้ชาย​ประมาณ​ห้า​พัน​คน ไม่​นับ​ผู้หญิง​และ​เด็ก