A A A A A

๒ ซามูเอล ๑๙:๑-๔๓
๑. มี​คน​บอก​โยอาบ​ว่า “กษัตริย์​กำลัง​ร้องไห้​และ​คร่ำครวญ​ถึง​อับซาโลม”
๒. ดังนั้น ใน​วันนั้น​แทน​ที่​กองทัพ​จะ​เฉลิม​ฉลอง​ชัยชนะ กลับ​กลาย​เป็น​วัน​เศร้าโศก เพราะ​ใน​วัน​นั้น​ทั้ง​กองทัพ​ได้ยิน​ว่า “กษัตริย์​เสียใจ​เรื่อง​ลูกชาย​ของ​เขา”
๓. คน​เหล่านั้น​เดิน​เข้า​เมือง​อย่าง​เงียบๆ​เหมือน​คน​ที่​แอบ​เข้า​เมือง​ด้วย​ความละอาย​เมื่อ​หลบหนี​จาก​สนามรบ
๔. กษัตริย์​ปิด​หน้า​ของ​เขา​และ​ร้องไห้​ออก​มา​ดังๆ​ว่า “อับซาโลม ลูกพ่อ อับซาโลม ลูกพ่อ ลูก​ของพ่อ”
๕. โยอาบ​จึง​เข้า​ไป​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์​และ​พูด​ว่า “วันนี้ ท่าน​ได้​ทำ​ให้​คน​ของ​ท่าน​ทั้งหมด​อับอาย พวก​เขา​คือ​คน​ที่​ได้​ช่วย​ชีวิต​ท่าน และ​ลูกชาย​กับ​ลูกสาว​อีก​หลายๆ​คน​ของ​ท่าน​ไว้ รวม​ทั้ง​ชีวิต​ของ​พวก​เมีย​ท่าน​และ​เมียน้อย ทั้งหลาย​ของ​ท่าน​ด้วย
๖. ท่าน​รัก​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เกลียด​ท่าน​และ​เกลียด​คน​ที่รัก​ท่าน ใน​วันนี้​ท่าน​ทำ​ให้​เห็น​ชัดเจน​ว่า ผู้นำ​ทัพ​ทั้งหลาย​ของ​ท่าน​และ​คน​ของ​เขา​ไม่​มี​ความหมาย​กับ​ท่าน​เลย ข้าพเจ้า​รู้​แล้ว​ว่า ท่าน​คงจะ​พอใจ​ถ้า​อับซาโลม​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​วันนี้​และ​พวก​ข้าพเจ้า​ตายหมด
๗. ตอนนี้ ขอ​ท่าน​ออก​ไป​และ​ไป​ให้​กำลัง​ใจ​กับ​คน​ของ​ท่าน ข้าพเจ้า​สาบาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า ถ้า​ท่าน​ไม่​ออก​ไป จะ​ไม่​มี​ใคร​เหลือ​อยู่​กับ​ท่าน​อีก​ภาย​ใน​คืน​นี้ และ​มัน​จะ​เลว​ร้าย​ยิ่งกว่า​ความหายนะ​ใดๆ​ก็​ตาม​ที่​ท่าน​เคย​พบ​มา​ตั้งแต่​เด็ก​จน​ถึง​ขณะนี้”
๘. ดังนั้น​กษัตริย์​จึง​ลุก​ขึ้น​และ​ไป​นั่ง​ที่​ประตู​เมือง เมื่อ​คน​เหล่า​นั้น​ได้ยิน​ว่า “กษัตริย์​นั่ง​อยู่​บน​ประตู​เมือง ​แล้ว” พวก​เขา​ก็​ออก​มา​อยู่​ต่อ​หน้า​เขา
๙. ขณะนั้น​ชาว​อิสราเอล​ต่าง​หลบ​หนี​กลับ​บ้าน​ของ​พวก​เขา ประชาชน​อิสราเอล​ทั่ว​ทุก​เผ่า​ต่าง​ถกเถียง​กัน​ว่า “กษัตริย์​ได้​ช่วย​เหลือ​พวก​เรา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​พวก​ศัตรู เขา​คือ​ผู้ที่​ช่วย​พวก​เรา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย แต่​ตอน​นี้​เขา​ได้​หลบ​หนี​จาก​ประเทศ​ไป​เพราะ​อับซาโลม
๑๐. และ​อับซาโลม​ที่​พวก​เรา​ได้​แต่งตั้ง​ให้​ปกครอง​พวก​เรา​ได้​ตาย​แล้ว​ใน​สนามรบ แล้ว​ทำไม​พวก​เรา​ไม่​พูด​ถึง​การ​เชิญ​กษัตริย์​กลับ​มา​เล่า”
๑๑. กษัตริย์​ดาวิด​ส่ง​ข้อ​ความ​ไป​ให้​ศาโดก​และ​อาบียาธาร์​นักบวช​ทั้ง​สอง​ว่า “ให้​ไป​ถาม​พวก​ผู้ใหญ่​ชาว​ยูดาห์​ว่า ‘ทำไม​ท่าน​ถึง​เป็น​คน​สุดท้าย​ที่​จะ​เชิญ​กษัตริย์​กลับ​วัง​ของ​เขา ใน​เมื่อ​ทั่ว​ทั้ง​อิสราเอล​ก็​ได้​พูด​กัน​ถึง​เรื่องนี้ และ​มัน​ก็​มา​ถึง​หู​ของ​เรา​ผู้​เป็น​กษัตริย์​แล้ว
๑๒. พวก​ท่าน​เป็น​พี่​น้อง​ของ​เรา เป็น​เลือดเนื้อ​ของ​เรา แล้ว​ทำไม​ท่าน​จึง​เป็น​พวก​สุด​ท้าย​ที่​จะ​นำ​เรา​ผู้​เป็น​กษัตริย์​กลับ​มา​ยัง​วัง​ของ​เรา’
๑๓. และ​ให้​บอก​อามาสา​ด้วย​ว่า ‘ท่าน​ไม่​ใช่​เลือดเนื้อ​ของ​เรา​หรือ ขอ​ให้​พระเจ้า​ลงโทษ​เรา​อย่าง​รุนแรง​ที่สุด​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน ถ้า​จาก​นี้​ไป​ท่าน​ไม่​ได้​เป็น​แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​เรา​แทน​โยอาบ’”
๑๔. ดาวิด​ชนะใจ​ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด​ราว​กับ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​คนๆ​เดียว พวก​เขา​ส่ง​ข้อ​ความ​ถึง​กษัตริย์​ว่า “กลับ​มา​เถิด ทั้ง​ตัว​ท่าน​และ​คน​ของ​ท่าน​ทั้งหมด​ด้วย”
๑๕. แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​กลับ​มา​และ​ไป​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน ขณะ​นั้น​คน​ยูดาห์​ได้​มา​ที่​กิลกาล​เพื่อ​ออก​ไป​รับ​เสด็จ​กษัตริย์​และ​นำ​เขา​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา
๑๖. ชิเมอี​ลูกชาย​เกรา​ชาว​เบนยามิน​ที่​มา​จาก​เมือง​บาฮูริม รีบ​ลง​มา​พร้อม​กับ​คน​ยูดาห์​เพื่อ​รับ​เสด็จ​กษัตริย์​ดาวิด
๑๗. เขา​มา​พร้อม​กับ​ชาว​เผ่า​เบนยามิน​หนึ่ง​พัน​คน และ​กับ​ศิบา​คน​รับใช้​ครอบครัว​ซาอูล ศิบา​มา​พร้อม​กับ​ลูกชาย​สิบห้า​คน​และ​คน​รับใช้​ยี่สิบ​คน​ของ​เขา พวก​เขา​รีบ​ไป​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน​ที่​กษัตริย์อยู่
๑๘. พวก​เขา​ข้าม​ที่​ทางข้าม​เพื่อ​ไป​รับ​ครอบครัว​กษัตริย์​ข้าม​มา และ​เพื่อ​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​กษัตริย์​ต้องการ เมื่อ​ชิเมอี​ลูกชาย​เกรา​ข้าม​จอร์แดน​ไป เขา​หมอบ​คำนับ​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์
๑๙. และ​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ขอ​ให้​เจ้านาย​ข้าพเจ้า​อย่า​เอา​ผิด​กับ​ข้าพเจ้า​เลย อย่า​ได้​จดจำ​สิ่ง​ที่​ผิดๆ​ที่​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​ได้​ทำ​ไป ใน​วัน​ที่​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ออก​จาก​เยรูซาเล็ม ขอ​ให้​กษัตริย์​เอา​มัน​ออก​ไป​จาก​ความคิด​ด้วย​เถิด
๒๐. เพราะ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​บาป​ไป แต่​วันนี้​ข้าพเจ้า​มา​ที่​นี่​เป็น​คน​แรก​ใน​บรรดา​ครอบครัว​โยเซฟ ทั้งหมด​เพื่อ​ลง​มา​พบ​กับ​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”
๒๑. แล้ว​อาบีชัย​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​ก็​พูด​ว่า “ชิเมอี​สมควร​ตาย​เพราะ​เรื่อง​นี้​ไม่ใช่​หรือ เขา​ได้​สาป​แช่ง​ผู้​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​เจิม​ให้​เป็น​กษัตริย์”
๒๒. ดาวิด​ตอบ​ว่า “พวก​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์ พวก​เจ้า​มา​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​เรา​ทำไม วันนี้​เจ้า​ทำ​ตัว​เหมือน​ศัตรู​ของ​เรา วันนี้​จะ​ไม่​มี​ใคร​ต้อง​ตาย​ใน​อิสราเอล คิด​ว่า​เรา​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​วันนี้​เรา​ได้​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​เหนือ​อิสราเอล​แล้ว”
๒๓. ดังนั้น​กษัตริย์​พูด​กับ​ชิเมอี​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย” แล้ว​กษัตริย์​ก็​สาบาน​กับ​เขา
๒๔. เมฟีโบเชท​หลาน ซาอูล​ลง​ไป​รับ​เสด็จ​กษัตริย์​ด้วย​เหมือน​กัน เขา​ไม่​ได้​ดูแล​เท้า​ของ​เขา​หรือ​แต่ง​หนวด​เครา​หรือ​ซัก​เสื้อผ้า​เขา​เลย​ตั้งแต่​วัน​ที่​กษัตริย์​จาก​ไป​จน​กระทั่ง​วัน​ที่​เขา​กลับ​มา​อย่าง​ปลอดภัย
๒๕. เมื่อ​เขา​มา​จาก​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​มา​รับ​เสด็จ​กษัตริย์ กษัตริย์​ถาม​เขา​ว่า “เมฟีโบเชท ทำไม​เจ้า​ถึง​ไม่​ไป​กับ​เรา”
๒๖. เขา​พูด​ว่า “กษัตริย์​เจ้า​นาย​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​เป็น​ง่อย ข้าพเจ้า​ก็​เลย​พูด​ว่า ‘ใส่​อาน​ให้​กับ​ลา​ของ​เรา​หน่อย เรา​จะ​ได้​ขี่​ตาม​กษัตริย์​ไป’ แต่​ศิบา​คน​รับใช้​ข้าพเจ้า ทรยศ​ข้าพเจ้า
๒๗. และ​เขา​ก็​ใส่ร้าย​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า กษัตริย์​ของ​ข้าพเจ้า​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า ดังนั้น​ขอ​ท่าน​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​เห็นควร​เถิด
๒๘. อันที่​จริง ลูก​หลาน​ทุก​คน​ของ​ปู่ ข้าพเจ้า​ไม่​สมควร​ได้รับ​สิ่ง​ใด​เลย​นอกจาก​ความตาย​จาก​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า แต่​ท่าน​ได้​ให้​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​นั่ง​ร่วม​กับ​คน​เหล่านั้น​ที่​นั่ง​ร่วม​โต๊ะ​กับ​ท่าน ดังนั้น ข้าพเจ้า​ยัง​มี​สิทธิ์​เรียกร้อง​อะไร​จาก​กษัตริย์​อีก​เล่า”
๒๙. กษัตริย์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไม่​ต้อง​พูด​อะไร​แล้ว เรา​ขอ​สั่ง​ให้​เจ้า​และ​ศิบา​แบ่ง​ที่​นา​กัน”
๓๐. เมฟีโบเชท​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ให้​เขา​ไป​ทุก​อย่าง​เถิด เพราะ​ตอน​นี้​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​กลับ​มา​อย่าง​ปลอดภัย​แล้ว”
๓๑. บารซิลลัย​ชาว​กิเลอาด​ลง​มา​จาก​โรเกลิม​ด้วย เพื่อ​ที่​จะ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​กับ​กษัตริย์​และ​เพื่อ​ส่ง​เขา​ให้​เดินทาง​ไป​จาก​ที่​นั่น
๓๒. ขณะนั้น บารซิลลัย​แก่​มาก​แล้ว มี​อายุ​แปดสิบ​ปี เขา​เป็น​ผู้นำ​เสบียง​อาหาร​มา​ให้​กับ​กษัตริย์​ระหว่าง​ที่​พัก​อยู่​ที่​เมือง​มาหะนาอิม เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก
๓๓. กษัตริย์​ดาวิด​พูด​กับ​บารซิลลัย​ว่า “ข้าม​ไป​กับ​เรา​และ​อยู่​กับ​เรา​ใน​เยรูซาเล็ม​เถิด แล้ว​เรา​จะ​คอย​ดูแล​ท่าน”
๓๔. แต่​บารซิลลัย​ตอบ​กษัตริย์​ดาวิด​ว่า “ข้าพเจ้า​จะ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​อีก​สัก​กี่​ปี​กัน ที่​ข้าพเจ้า​จะ​ไป​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​กับ​กษัตริย์
๓๕. ตอนนี้​ข้าพเจ้า​ก็​มี​อายุ​ตั้ง​แปดสิบ​ปี​แล้ว ข้าพเจ้า​แก่​เกิน​กว่า​ที่​จะ​สนุก​สนาน​กับอะไร​ต่ออะไร​แล้ว ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ยัง​สามารถ​ลิ้มรส​อาหาร​และ​เครื่อง​ดื่ม​ได้​อีก​หรือ ข้าพเจ้า​ยัง​จะ​ฟัง​เสียง​ของ​นักร้อง​ชาย​และ​หญิง​ได้​อีก​หรือ ทำไม​จะ​ต้อง​ให้​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​เป็น​ภาระ​เพิ่ม​ให้​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย​เล่า
๓๖. ผู้รับใช้​ท่าน​จะ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​กับ​กษัตริย์​ไป​แค่​ช่วง​หนึ่ง​เท่านั้น ทำไม​กษัตริย์​ต้อง​ตอบแทน​ข้าพเจ้า​ด้วย​รางวัล​ขนาด​นี้
๓๗. ปล่อย​ผู้รับใช้​ท่าน​กลับ​ไป​เถิด ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ตาย​อยู่​ใน​เมือง​ของ​ข้าพเจ้า​เอง​ใกล้​หลุม​ฝังศพ​พ่อ​และ​แม่​ข้าพเจ้า แต่​คน​ผู้​นี้​คือ​คิมฮาม​ผู้รับใช้​ท่าน ให้​เขา​ข้าม​ไป​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​เถิด ทำ​กับ​เขา​ตาม​ที่​ท่าน​เห็น​สมควร​เถิด”
๓๘. กษัตริย์​พูด​ว่า “คิมฮาม​จะ​ข้าม​ไป​กับ​เรา เรา​จะ​ดีกับ​เขา​อย่าง​ที่​ท่าน​ขอ​ไว้ ท่าน​ขอ​อะไร เรา​ก็​จะ​ทำ​ให้”
๓๙. กษัตริย์​จูบ​บารซิลลัย​และ​ให้​พร​กับ​เขา และ​บารซิลลัย​ก็​กลับ​บ้าน​เขา หลังจาก​นั้น กษัตริย์​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป
๔๐. เมื่อ​กษัตริย์​ข้าม​แม่น้ำ​และ​เดินทาง​ไป​ถึง​กิลกาล กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​ยูดาห์​และ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​กองทัพ​อิสราเอล​นำ​กษัตริย์​ข้าม​แม่น้ำ​มา คิมฮาม​ข้าม​ไป​กับ​เขา​ด้วย
๔๑. ต่อมา​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​มา​หา​กษัตริย์ และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​ชาวยูดาห์​พี่น้อง​ของ​พวก​เรา​ถึง​ได้​ขโมย​ท่าน​ไป ทำไม​พวก​เขา​ถึง​ได้​นำ​ตัว​ท่าน​และ​ครอบครัว​ของ​ท่าน​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​พร้อม​กับ​คน​ของ​เขา”
๔๒. ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด​ตอบ​คน​อิสราเอล​ว่า “พวก​เรา​ทำ​ไป​เพราะ​กษัตริย์​เป็น​ญาติ​สนิท​กับ​พวก​เรา ทำไม​พวก​ท่าน​ต้อง​โกรธ​ด้วย พวก​เรา​ไป​กิน​ของ​อะไร​ของ​กษัตริย์​หรือ พวก​เรา​เอา​อะไร​ของ​เขา​มา​เป็น​ของ​พวก​เรา​หรือ”
๔๓. ชาว​อิสราเอล​จึง​ตอบ​คน​ยูดาห์​ไป​ว่า “พวก​เรา​มี​ส่วนแบ่ง​ใน​กษัตริย์​สิบ​ส่วน และ​นอกจาก​นั้น พวก​เรา​มี​สิทธิ์​ใน​ดาวิด​มาก​กว่า​พวก​ท่าน แล้ว​ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​ได้​ดูถูก​พวก​เรา​อย่าง​นี้ พวก​เรา​ไม่​ใช่​พวก​แรก​หรือ​ที่​ได้​พูด​ถึง​การ​นำ​กษัตริย์​กลับ​มา” แต่​คำ​พูด​ของ​คน​ยูดาห์​รุนแรง​กว่า​คำ​พูด​ของ​คน​อิสราเอล

๒ ซามูเอล ๒๐:๑-๒๖
๑. ตอนนั้น เผอิญ​มี​อันธพาล​อยู่​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เชบา​ลูกชาย​บิครี​ชาว​เบนยามิน​อยู่​ที่​นั่น เขา​เป่า​แตร​ขึ้น​และ​ตะโกน​ว่า “พวก​เรา​ไม่​มี​ส่วนแบ่ง​ใน​ดาวิด ไม่​มี​ส่วน​ใน​ลูกชาย​ของ​เจสซี อิสราเอล​เอ๋ย ขอ​ให้​ต่างคนต่าง​กลับ​ไป​ยัง​เต็นท์​ของ​ตัวเอง​เถิด”
๒. ดังนั้น คน​อิสราเอล ทั้งหมด​ก็​ทิ้ง​ดาวิด​ไป​ติดตาม​เชบา​ลูกชาย​บิครี แต่​คน​ยูดาห์​ยัง​คง​ติดตาม​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา​ไป​ตลอด​ทาง​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม
๓. เมื่อ​ดาวิด​กลับ​ถึง​วัง​ของ​เขา​ใน​เยรูซาเล็ม เขา​ได้​นำ​ตัว​เมียน้อย สิบ​คน​ที่​เขา​เคย​ทิ้ง​ไว้​ให้​ดูแล​วัง​และ​ให้​พวก​นาง​ไป​อยู่​ใน​บ้าน หลัง​หนึ่ง​และ​ให้​คุม​ตัว​ไว้ เขา​ยัง​ดูแล​พวก​นาง แต่​ไม่​ได้​นอน​กับ​พวก​นาง พวก​นาง​ถูก​กัก​บริเวณ​และ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แม่หม้าย​จน​ตาย
๔. แล้ว​กษัตริย์​ก็​พูด​กับ​อามาสา​ว่า “รวบรวม​คน​ยูดาห์​มา​หา​เรา​ภาย​ใน​สาม​วัน และ​ตัว​ท่าน​ก็​มา​อยู่​ด้วย”
๕. แต่​เมื่อ​อามาสา​ไป​รวบรวม​คน​ยูดาห์ เขา​ใช้​เวลา​มาก​กว่า​สาม​วัน​ที่​กษัตริย์​ให้​เวลา​เขา​ไว้
๖. ดาวิด​พูด​กับ​อาบีชัย​ว่า “ตอนนี้ เชบา​ลูกชาย​บิครี​จะ​เป็น​อันตราย​กับ​เรา​มาก​กว่า​อับซาโลม เอา​คน​ของ​เรา​ไป​ตาม​ล่า​เขา ไม่​อย่าง​นั้น​เขา​จะ​หลบหนี​พวก​เรา​ไป​อยู่​ใน​เมือง​ที่​เป็น​ป้อม​ปราการ​ได้”
๗. ดังนั้น​คน​ของ​โยอาบ​และ​ชาว​เคเรธี​กับ​ชาว​เปเลท และ​นักรบ​ที่​แกร่งกล้า​ทั้งหมด​ได้​ออก​ไป​ภายใต้​การ​นำ​ของ​อาบีชัย พวก​เขา​เดิน​ทัพ​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ไป​ตาม​ล่า​เชบา​ลูกชาย​บิครี
๘. ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​อยู่​ที่​ก้อน​หิน​ใหญ่​ใน​เมือง​กิเบโอน อามาสา​ออก​มา​พบ​พวก​เขา โยอาบ​กำลัง​สวม​ชุด​ทหาร​และ​มี​ดาบ​อยู่​ใน​ฝัก เหน็บ​อยู่​ที่​เข็มขัด​ข้าง​เอว เมื่อ​เขา​ก้าว​ออก​มา ดาบ​ก็​หลุด​ออก​จาก​ฝัก
๙. โยอาบ​พูด​กับ​อามาสา​ว่า “พี่ชาย ท่าน​เป็น​อย่างไร​บ้าง” แล้ว​โยอาบ​ก็​เอา​มือ​ขวา​จับ​เครา​ของ​อามาสา​มา​เพื่อ​ที่​จะ​จูบ​เขา
๑๐. อามาสา​ไม่​ทัน​ป้องกัน​ตัว​จาก​ดาบ​ใน​มือ​ของ​โยอาบ โยอาบ​ก็​แทง​ดาบ​เข้า​ที่​ท้อง​เขา ไส้​ทะลัก​ลง​มา​กอง​ที่​พื้น โดย​ไม่​ต้อง​แทง​ซ้ำ​อีก อามาสา​ก็​ตาย แล้ว​โยอาบ​และ​อาบีชัย​น้องชาย​ของ​เขา​ก็​ไล่​ตาม​เชบา​ลูกชาย​บิครี
๑๑. คน​ของ​โยอาบ​คน​หนึ่ง​ยืน​อยู่​ข้าง​อามาสา​และ​พูด​ว่า “ใคร​ที่​อยู่​ฝ่าย​โยอาบ​และ​ฝ่าย​ดาวิด ตาม​โยอาบ​ไป”
๑๒. อามาสา​นอน​ตาย​จม​กอง​เลือด​อยู่​กลาง​ถนน และ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เห็น​ว่า​กองทัพ​ทั้งหมด​ที่​เดิน​ผ่าน​มา​ก็​จะ​มา​หยุด​ดู​ศพ​ของ​อามาสา เมื่อ​เขา​เห็น​อย่าง​นั้น เขา​จึง​ลาก​ศพ​ของ​อามาสา​ออก​จาก​ถนน​ไป​ทิ้ง​ที่​ทุ่งนา​และ​เอา​เสื้อ​ปิด​เขา​ไว้
๑๓. หลังจาก​ที่​ศพ​ของ​อามาสา​ถูก​ย้าย​ออก​จาก​ถนน​แล้ว คน​ทั้งหมด​ก็​ไป​กับ​โยอาบ​เพื่อ​ตาม​ล่าเชบา​ลูกชาย​บิครี
๑๔. เชบา​ผ่าน​อิสราเอล​ทุก​เผ่า​ไป จน​ใน​ที่​สุด​ได้​มา​ถึง​อาเบล-เบธ-มาอาคาห์​และ​ตระกูล​ของ​บิครี ได้​มา​รวม​ตัว​กัน​ติดตาม​เขา​ไป
๑๕. กองทัพ​ทั้งหมด​ที่​มา​กับ​โยอาบ​มา​ถึง​ที่​อาเบล-เบธ-มาอาคาห์ และ​ได้​ล้อม​เชบา​ไว้​ที่​นั่น พวก​เขา​ได้​สร้าง​เนินดิน​ขึ้น​ติด​กำแพง​ด้านนอก เพื่อ​ปีน​ขึ้น​บน​กำแพง ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​ทะลาย​กำแพง​เพื่อ​ให้​มัน​พัง​ลง​มา
๑๖. หญิง​ฉลาด​ผู้​หนึ่ง​ร้อง​เรียก​พวก​เขา​จาก​ใน​เมือง​ว่า “ฟังนะ ฟังนะ ช่วย​เรียก​โยอาบ​มา​ที่​นี่​หน่อย เรา​มี​อะไร​จะ​พูด​กับ​เขา”
๑๗. โยอาบ​จึง​ตรง​ไปหา​นาง​และ​นาง​ก็​ถาม​ว่า “ท่าน​คือ​โยอาบ​หรือ” เขา​ตอบ​ว่า “ใช่​แล้ว เรา​เอง” นาง​พูด​ว่า “ฟัง​สิ่ง​ที่​ผู้รับใช้​ท่าน​จะ​บอก​กับ​ท่าน​ให้​ดีนะ” เขา​พูด​ว่า “เรา​กำลัง​ฟัง​อยู่”
๑๘. นาง​พูด​ต่อว่า “นาน​มา​แล้ว เขา​พูด​กัน​ว่า ‘ใคร​มี​คำ​ถาม​อะไร ก็​ไปหา​คำตอบ​ได้​ที่​เมือง​อาเบล’ และ​ปัญหา​ก็​จะ​ถูก​แก้ไข​เรียบร้อย
๑๙. ฉัน​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​ชาว​อิสราเอล​ที่รัก​สงบ​และ​จงรัก​ภักดี​ต่อ​ชาติ พวก​ท่าน​กำลัง​พยายาม​จะ​ทำลาย​เมือง​ที่​เป็น​เมือง​แม่​ของ​อิสราเอล ทำไม​ท่าน​จึง​ต้อง​กลืนกิน​สิ่ง​ซึ่ง​เป็น​ของ​พระยาห์เวห์​ด้วย”
๒๐. โยอาบ​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่​ได้​คิด​ทำ​อย่าง​นั้น เรา​ไม่​ได้​คิด​ที่​จะ​กลืน​หรือ​ทำลาย​เมือง
๒๑. มัน​ไม่​ใช่​เรื่อง​นั้น มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เชบา​ลูกชาย​ของ​บิครี​มา​จาก​เมือง​ใน​แถบ​เทือก​เขา​เอฟราอิม เขา​ยก​มือ​ขึ้น​ต่อต้าน​กษัตริย์ คือ​ต่อต้าน​ดาวิด มอบ​ตัว​ชาย​ผู้​นี้​มา และ​เรา​จะ​ถอน​กำลัง​ไป​จาก​เมือง​นี้” หญิง​ผู้​นั้น​พูด​กับ​โยอาบ​ว่า “หัว​ของ​เขา​จะ​ถูก​โยน​ไป​ให้​ท่าน​จาก​กำแพง”
๒๒. แล้ว​หญิง​คน​นั้น​ก็​ไป​หา​ประชาชน​ทั้งหมด​พร้อม​กับ​คำแนะนำ​อัน​เฉลียว​ฉลาด​ของ​นาง และ​พวก​เขา​ก็​ตัด​หัว​เชบา​ลูกชาย​บิครี​และ​โยน​มัน​ออก​มา​ให้​โยอาบ ดังนั้น​โยอาบ​จึง​เป่า​แตร​และ​คน​ของ​เขา​ก็​ถอย​ออก​จาก​เมือง​นั้น แต่ละคน​กลับ​บ้าน​ของ​ตน​เอง และ​โยอาบ​ก็​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​ใน​เยรูซาเล็ม
๒๓. โยอาบ​ควบคุม​ทั้ง​กองทัพ​ของ​อิสราเอล เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​ควบคุม​ชาว​เคเรธี​และ​ชาว​เปเลท
๒๔. อาโดนีรัม ทำ​หน้าที่​ควบคุม​คน​งาน เยโฮชาฟัท​ลูกชาย​อาหิลูด​เป็น​ผู้จดบันทึก
๒๕. เชวา​เป็น​เลขา ศาโดก​และ​อาบียาธาร์​เป็น​นักบวช
๒๖. และ​อิรา​ชาว​ยาอีร์​เป็น​นักบวช​ของ​ดาวิด

สดุดี ๖๗:๑-๗
๑. ถึง​หัวหน้า​นักร้อง ให้​ใช้​เครื่อง​ดนตรี​ประกอบ​การร้อง บทเพลง​สดุดี ข้าแต่​พระเจ้า โปรด​เมตตา​และ​อวยพร​พวกเรา​ด้วยเถิด โปรด​ให้​ใบหน้า​ของ​พระองค์​ส่องสว่าง​มา​บน​พวกเรา​ด้วยเถิด เซลาห์
๒. ขอให้​ทาง​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​รู้จัก​ไปทั่วโลก ขอให้​ทุก​ชนชาติ​รู้จัก​อำนาจ​ที่​จะ​ช่วยให้รอด​ของ​พระองค์
๓. ข้าแต่​พระเจ้า ขอให้​ชนชาติ​ทั้งหลาย​สรรเสริญ​พระองค์ ขอให้​ทุก​ชนชาติ​สรรเสริญ​พระองค์​ด้วยเถิด
๔. ชนชาติ​ทั้งหลาย​ควร​ชื่นชม​ยินดี​และ​มีความสุข เพราะ​พระองค์​ตัดสิน​พวกเขา​อย่างยุติธรรม พระองค์​ปกครอง​ชนชาติ​ทั้งหลาย​บนโลกนี้ เซลาห์
๕. ข้าแต่​พระเจ้า ขอให้​ชนชาติ​ทั้งหลาย​สรรเสริญ​พระองค์ ขอให้​ทุก​ชนชาติ​สรรเสริญ​พระองค์​ด้วยเถิด
๖. แผ่นดิน​โลกนี้​ให้​ความอุดม​สมบูรณ์ ข้าแต่​พระเจ้า พระเจ้า​ของ​พวกเรา ขอโปรด​อวยพร​ให้กับ​พวกเรา​ต่อไป
๗. ข้าแต่​พระเจ้า ขอ​โปรด​อวยพร​พวกเรา และ​ขอให้​คน​ทั่ว​ทุกมุมโลก​ยำเกรง​พระองค์

สุภาษิต ๑๖:๓๓-๓๓
๓๓. คน​จับสลาก​เพื่อ​หา​คำตอบ แต่​พระยาห์เวห์​เป็น​ผู้​กำหนด​ว่า​สลาก​จะ​ออก​มา​ยังไง

สุภาษิต ๑๗:๑-๑
๑. มี​แค่​เปลือก​ขนมปัง​แห้ง​เป็น​อาหาร​ใน​ที่​เงียบสงบ ยัง​ดีกว่า​อยู่​ใน​บ้าน​ที่​เต็มไปด้วย​งานเลี้ยง​พร้อมกับ​การ​ทะเลาะ​วิวาท

ยอห์น ๘:๑-๒๗
๑. ส่วน​พระเยซู​ก็​กลับ​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ
๒. ตอน​เช้าตรู่​พระองค์​กลับ​ไป​ที่​วิหาร​อีก​ครั้ง​หนึ่ง คน​ทั้งหลาย​ก็​มา​หา​พระองค์ พระเยซู​นั่งลง​และ​เริ่ม​สั่งสอน​ผู้คน
๓. พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​ได้​นำ​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​คน​ทั้งปวง หญิง​คนนี้​ถูก​จับ​ได้​คา​หนัง​คา​เขา​ขณะ​มี​ชู้​อยู่
๔. พวกเขา​บอก​พระองค์​ว่า “อาจารย์ หญิง​คนนี้​ถูก​จับ​ได้​ใน​ขณะ​ที่​กำลัง​มี​ชู้​อยู่
๕. ใน​กฎปฏิบัติ​นั้น โมเสส​สั่ง​ให้​เรา​เอา​หิน​ขว้าง​คน​ที่​ทำ​อย่างนี้​ให้​ตาย แล้ว​อาจารย์​จะ​ว่า​ยังไง”
๖. (ที่​พวก​เขา​ถาม​อย่างนี้​เพื่อ​จะ​ให้​พระองค์​หลงกล​และ​จะ​ได้​หา​เรื่อง​ฟ้องร้อง​พระองค์) พระเยซู​ได้​แต่​ก้ม​ลง​ใช้​นิ้ว​ขีด​เขียน​ไป​มา​บน​พื้นดิน
๗. แต่​พวก​นั้น​ก็​ยัง​คะยั้นคะยอ​ให้​พระองค์​ตอบ พระองค์​จึง​ยืน​ขึ้น​พูด​ว่า “พวก​คุณ​คน​ไหน​ที่​ไม่​มี​ความผิด​เลย ก็​ให้​เอา​หิน​ขว้าง​หญิง​คนนี้​เป็น​คน​แรก”
๘. แล้ว​พระองค์​ก็​ก้มลง​ใช้​นิ้ว​ขีด​เขียน​บน​พื้นดิน​ต่อ
๙. เมื่อ​ได้ยิน​พระเยซู​พูด​อย่าง​นั้น พวก​นั้น​ก็​หลบ​ไป​ที​ละ​คน​สอง​คน คน​ที่​มี​อายุ​มาก​ที่สุด​เริ่ม​เดิน​จาก​ไป​ก่อน​จน​เหลือ​แต่​พระเยซู​กับ​หญิง​คน​นั้น​อยู่​ที่​นั่น
๑๐. พระเยซู​ลุก​ขึ้น และ​ถาม​หญิง​คน​นั้น​ว่า “พวก​เขา​ไป​ไหน​กัน​หมด​แล้ว ไม่​มี​ใคร​ลงโทษ​คุณ​หรือ”
๑๑. หญิง​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ไม่​มี​ค่ะ” แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​ว่า “เรา​ก็​ไม่​ลงโทษ​คุณ​เหมือน​กัน ไป​เถอะ​แล้ว​อย่า​ทำ​บาป​อีก”
๑๒. แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ที่​ชุมนุม​อยู่​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ว่า “เรา​เป็น​ความสว่าง​ของ​โลก คน​ที่​ติดตาม​เรา​มา​จะ​ไม่​เดิน​อยู่​ใน​ความมืด แต่​จะ​มี​ความสว่าง​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต”
๑๓. ดังนั้น​พวก​ฟาริสี​จึง​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “แก​พูด​เอง​เออ​เอง คำ​พยาน​ของ​แก​เชื่อ​ถือ​ไม่​ได้​หรอก”
๑๔. พระเยซู​ตอบ​ว่า “ถึง​แม้ว่า​เรา​จะ​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ตัวเอง สิ่ง​ที่​เรา​พูด​ก็​เป็น​ความจริง เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ตัว​เรา​เอง​มา​จาก​ไหน​และ​กำลัง​จะ​ไป​ไหน แต่​พวก​คุณ​ไม่​รู้​ว่า​เรา​มา​จาก​ไหน​หรือ​กำลัง​จะ​ไป​ไหน
๑๕. คุณ​ตัดสิน​เรา​ตาม​วิธี​ของ​มนุษย์ เรา​ไม่​ได้​ตัดสิน​ใคร​แบบ​นั้น
๑๖. แต่​ถ้า​เรา​จะ​ตัดสิน คำตัดสิน​ของ​เรา​ก็​ถูกต้อง​เพราะ​เรา​ไม่​ได้​ตัดสิน​คน​เดียว แต่​เรา​ตัดสิน​ร่วม​กับ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา
๑๗. ใน​กฎปฏิบัติ​ของ​คุณ​บอก​ว่า ถ้า​มี​พยาน​สอง​คน​พูด​ตรง​กัน​ก็​ถือ​ว่า​เป็น​ความจริง
๑๘. เรา​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ตัวเอง และ​พระบิดา​ที่​ส่ง​เรา​มา​ก็​เป็น​พยาน​ให้​กับ​เรา​อีก​ผู้​หนึ่ง”
๑๙. พวก​เขา​จึง​ถาม​ว่า “แล้ว​ไหน​ล่ะ​พ่อ​ของ​แก​ที่​แก​พูด​ถึง” พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​รู้จัก​เรา​หรือ​พระบิดา​ของ​เรา​หรอก เพราะ​ถ้า​คุณ​รู้จัก​เรา คุณ​ก็​จะ​รู้จัก​พระบิดา​ของ​เรา​ด้วย”
๒๐. ตอน​ที่​พระเยซู​พูด​เรื่องนี้ พระองค์​กำลัง​สอน​อยู่​ใน​ห้อง​ที่​เขา​ใช้​ตั้ง​ตู้บริจาค​ใน​บริเวณ​วิหาร ไม่​มี​ใคร​มา​จับกุม​พระองค์​เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​กำหนด​เวลา​ของ​พระองค์
๒๑. พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ประชาชน​อีก​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ตาม​หา​เรา แต่​จะ​ตาย​อยู่​ใน​ความบาป​ของ​ตัวเอง ที่​ซึ่ง​เรา​กำลัง​จะ​ไป​นั้น​พวก​คุณ​ไป​ไม่​ได้”
๒๒. พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​จึง​ถาม​กัน​ว่า “มัน​กำลัง​จะ​ฆ่า​ตัวตาย​หรือ​ยังไง​ถึง​พูด​ว่า ‘ที่​ซึ่ง​เรา​จะ​ไป​นั้น พวก​คุณ​ไป​ไม่​ได้’”
๒๓. พระเยซู​พูด​ว่า “พวก​คุณ​มา​จาก​โลก​ข้าง​ล่าง แต่​เรา​มา​จาก​ข้าง​บน พวก​คุณ​เป็น​ของ​โลกนี้ แต่​เรา​ไม่​ได้​เป็น​ของ​โลกนี้
๒๔. เรา​ถึง​ได้​บอก​ว่า พวก​คุณ​จะ​ตาย​อยู่​ใน​ความบาป​ของ​ตัวเอง ใช่​แล้ว ถ้า​คุณ​ไม่​เชื่อ​ว่า​เรา​เป็น​คนๆ​นั้น​ที่​เรา​บอก​ว่า​เรา​เป็น คุณ​ก็​จะ​ตาย​อยู่​ใน​ความบาป”
๒๕. พวกยิว​ถาม​พระองค์​ว่า “แล้ว​แก​เป็น​ใคร​ล่ะ” พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​เป็น​คนๆ​นั้น​ที่​เรา​ได้​บอก​พวก​คุณ​ตั้งแต่​แรก​แล้ว​ว่า​เรา​เป็น
๒๖. ความจริง​แล้ว​เรา​มี​หลาย​เรื่อง​ที่​จะ​ต่อว่า​พวก​คุณ แต่​เรา​จะ​พูด​เฉพาะ​เรื่อง​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​จาก​พระองค์​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​เท่านั้น และ​พระองค์​ก็​พูด​ความจริง”
๒๗. (พวก​เขา​ไม่​รู้​ว่า​พระเยซู​กำลัง​พูด​ถึง​พระบิดา)