A A A A A

๒ พงศาวดาร ๙:๑-๓๐
๑. เมื่อ​ราชินี​ของ​เชบา​ได้ยิน​ถึง​ชื่อเสียง​ของ​ซาโลมอน นาง​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ทดสอบ​เขา​ด้วย​คำถาม​ยากๆ​หลาย​ข้อ นาง​เดินทาง​มา​พร้อม​กับ​ข้าราชการ​มากมาย และ​มี​ฝูง​อูฐ​บรรทุก​เครื่องเทศ​มากมาย ทองคำ​จำนวน​มาก​และ​พลอย​มี​ค่า​หลายชนิด นาง​มา​พบ​กับ​ซาโลมอน​และ​คุย​กับ​เขา​เกี่ยวกับ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​นาง​คิดไว้
๒. ซาโลมอน​ตอบ​คำถาม​ทั้งหมด​ของ​นางได้ ไม่​มี​ข้อ​ใด​เลย​ที่​ยาก​เกินไป​สำหรับ​ซาโลมอน​ที่​จะ​อธิบาย​ให้​กับ​นาง​ได้​เข้าใจ
๓. เมื่อ​ราชินี​ของ​เชบา​เห็น​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​ซาโลมอน อีก​ทั้ง​เห็น​วัง​ที่​เขา​สร้างขึ้น
๔. ตลอด​จน​อาหาร​ต่างๆ​บน​โต๊ะ​ของ​เขา ที่นั่ง​ของ​พวกเจ้าหน้าที่​ของเขา พวก​ผู้รับใช้​ของ​เขา​และ​เสื้อผ้า​ที่​พวกเขา​ใส่อยู่ พวก​ผู้​ถือ​ถ้วย​ของ​เขา​และ​ชุด​ที่​พวกเขา​ใส่อยู่ และ​เครื่อง​เผา​บูชา​ทั้งหลาย​ที่​เขา​ถวาย​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ นาง​ก็​รู้สึก​ตกตะลึง​จน​ลืม​หายใจ
๕. นาง​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ข่าว​ที่​เรา​ได้ยิน​ใน​ประเทศ​ของ​เรา​เกี่ยวกับ​ความสำเร็จ​ต่างๆ​และ​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​ท่าน​ล้วน​เป็น​ความจริง​ทั้งสิ้น
๖. แต่​เรา​ไม่​เคย​เชื่อ​สิ่งเหล่านี้​มาก่อน จนกระทั่ง​เรา​ได้​มา​เห็น​กับ​ตา​ของ​เรา​เอง อันที่​จริง ความ​เฉลียว​ฉลาด​ที่​พวกเขา​พูดนั้น​ยัง​ไม่​ถึง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ความ​เฉลียว​ฉลาด​อัน​ยิ่งใหญ่​ที่​ท่าน​มี​เสีย​ด้วย​ซ้ำ ท่าน​ดี​กว่า​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​มากนัก
๗. คน​ของ​ท่าน ช่าง​ได้​เกียรติ​จริงๆ พวกเจ้าหน้าที่​ของ​ท่าน​นี่​ช่าง​ได้​เกียรติ​จริงๆ คน​พวกนี้​ได้​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ท่าน​ตลอดเวลา และ​ได้​ฟัง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของท่าน
๘. ขอ​สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ผู้ที่​ชื่นชม​ใน​ตัว​ท่าน​และ​วาง​ท่าน​ไว้​บน​บัลลังก์​ของ​พระองค์​ให้​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน เป็น​เพราะ​ความรัก​ของ​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ที่​มี​ให้​กับ​ชนชาติ​อิสราเอล​และ​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์​ที่​จะ​โอบอุ้ม​พวกเขา​ไว้​ตลอดไป พระองค์​ได้​ทำ​ให้​ท่าน​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​พวกเขา​เพื่อ​ที่​จะ​รักษา​ความ​ยุติธรรม​และ​ความ​ถูกต้องไว้”
๙. แล้ว​นาง​ก็​มอบ​ทองคำ​ประมาณ​สี่ตัน เครื่องเทศ​เป็น​จำนวน​มาก และ​พลอย​มีค่า​อีก​หลายอย่าง​ให้​กับ​กษัตริย์ ไม่​เคย​มี​ใคร​นำ​เครื่องเทศ​มา​มากมาย​เท่ากับ​ที่​ราชินี​แห่ง​เชบา​เอา​มา​ให้​กับ​กษัตริย์​ซาโลมอน
๑๐. (คน​ของ​ฮีราม​และ​คน​ของ​ซาโลมอน​ได้​นำ​ทองคำ​มา​จาก​โอฟีร์ พวกเขา​ยัง​ได้​นำ​ไม้​แก่น​จันทน์แดง​และ​พลอย​มีค่า​มาด้วย
๑๑. กษัตริย์​ใช้​ไม้​แก่น​จันทน์แดง​ทำ​ขั้น​บันได​ของ​วิหาร ของ​พระยาห์เวห์ กับ​บันได​ของ​วัง​กษัตริย์ และ​ยัง​ใช้​ทำ​พิณใหญ่​กับ​พิณเล็ก สำหรับ​พวก​นักดนตรี ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​เคย​เห็น​ของ​สวย​เหมือน​ของ​พวกนี้​มา​ก่อน​ใน​ยูดาห์)
๑๒. กษัตริย์​ซาโลมอน​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ราชินี​ของ​เชบา​อยาก​ได้​และ​ที่​นาง​ขอ​จากเขา ซาโลมอน​ให้​ของ​กับ​นาง​มาก​กว่า​ของ​ที่​นาง​นำ​มา​ให้​เขา​เสียอีก แล้ว​นาง​ก็​จาก​ไป​และ​กลับ​ประเทศ​ของ​นาง​พร้อม​กับ​พวก​ข้าราชการ​ของนาง
๑๓. ซาโลมอน​รับ​ทองคำ​ใน​แต่​ละ​ปี​หนัก​ประมาณ​ยี่สิบสาม​ตัน
๑๔. ไม่​รวม​ถึง​ทองคำ​ที่​ได้​จาก​พวก​พ่อค้าเร่ และ​พวก​ที่​ค้าขาย​เป็น​ประจำ และ​กษัตริย์​ทั้งหลาย​แห่ง​อาระเบีย​และ​พวก​ผู้ว่า​ได้​นำ​เงิน​และ​ทอง​มา​ให้​กับ​ซาโลมอนด้วย
๑๕. กษัตริย์​ซาโลมอน​สร้าง​โล่​ขนาด​ใหญ่​สองร้อย​อัน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​ที่​ตีแล้ว โดย​โล่​แต่ละอัน​ใช้​ทองคำ​ที่​ตี​แล้ว​หนัก​สามกิโลครึ่ง
๑๖. เขา​ยัง​สร้าง​โล่​ขนาดเล็ก​ขึ้น​สามร้อย​อัน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​ที่​ตี​แล้วด้วย โดย​โล่​แต่ละอัน​ใช้​ทองคำ​หนัก​หนึ่งกิโล​เจ็ดขีด กษัตริย์​ได้​เก็บ​พวกมัน​ไว้​ใน​วัง​ที่​มี​ชื่อ​ว่า “ป่า​แห่ง​เลบานอน”
๑๗. แล้ว​กษัตริย์​ก็​สร้าง​บัลลังก์​อัน​ยิ่งใหญ่​ขึ้น​บัลลังก์​หนึ่ง โดย​ฝัง​งาช้าง​ไว้​และ​บุ​ด้วย​ทองคำ​บริสุทธิ์
๑๘. บัลลังก์นี้​มี​บันได​หก​ขั้น​และ​มี​ที่รองเท้า อัน​หนึ่ง​ทำ​จาก​ทองคำ​ติด​อยู่​กับ​บัลลังก์ มี​ที่วางแขน​อยู่​ทั้ง​สองข้าง​ของ​ที่นั่ง มี​รูปปั้น​สิงห์​สองตัว​ยืน​อยู่​ที่​ด้านข้าง​ของ​บัลลังก์
๑๙. บันได​ทั้ง​หก​ขั้นนี้ ที่​ปลาย​ทั้ง​สองด้าน​ของ​บันได​แต่​ละ​ขั้น​มี​รูปปั้น​สิงห์​อยู่​ข้างละตัว รวมทั้งหมด​สิบสองตัว ไม่​มี​อาณาจักรไหน​เคย​ทำ​ได้​อย่างนี้​มาก่อน
๒๐. ถ้วย​สำหรับ​ดื่ม​เหล้า​ทั้งหมด​ของ​ซาโลมอน​ทำ​จาก​ทองคำ และ​ข้าวของ​เครื่องใช้​ทุกอย่าง​ใน​วัง​ของ​ป่า​แห่ง​เลบานอน​ล้วน​ทำ​จาก​ทองคำ​บริสุทธิ์ ไม่​มี​อะไร​ที่​ทำ​จาก​เงินเลย เพราะ​ใน​ยุค​ของ​ซาโลมอน เงิน​แทบ​จะ​ไม่​มี​ค่า​อะไรเลย
๒๑. กษัตริย์​มี​กองเรือ​สำหรับ​ค้าขาย​ที่​ควบคุม​ดูแล​โดย​คน​ของ​ฮีราม เรือ​เหล่านี้​จะ​กลับ​มา​ทุกๆ​สาม​ปี​โดย​นำ​ทองคำ เงิน​และ​งาช้าง​รวมทั้ง​ลิง​ตัวใหญ่​และ​ลิงบาบูน​กลับ​มาด้วย
๒๒. กษัตริย์​ซาโลมอน​ล้ำหน้า​กษัตริย์​ทุกองค์​ใน​โลกนี้​ใน​เรื่อง​ความ​ร่ำรวย​และ​ความเฉลียว​ฉลาด
๒๓. กษัตริย์​ทุกองค์​ใน​โลก​ต่าง​พา​กัน​มา​ขอ​เข้า​พบ​ซาโลมอน เพื่อ​ที่​จะ​ได้​ฟัง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​เขา​ที่​พระเจ้า​ได้​ใส่​ไว้​ใน​ใจ​ของเขา
๒๔. ปีแล้ว​ปีเล่า ทุกๆ​คน​ที่​มา​ต่างก็​นำ​ของขวัญ​มา​ให้​เขา ไม่​ว่า​จะ​เป็น​เงิน​หรือ​ทองคำ เสื้อผ้า อาวุธ เครื่องเทศ ม้า​หรือล่อ
๒๕. ซาโลมอน​มี​คอก​ม้า​ถึง​สี่พันคอก กับ​รถรบ​อีก​หลายคัน เขา​มี​ม้า​ทั้งหมด​หนึ่งหมื่น​สองพัน​ตัว​ซึ่ง​ได้​เก็บ​อยู่​ใน​เมือง​ที่​เก็บรถรบ และ​ส่วน​หนึ่ง​อยู่​กับ​เขา​ใน​เยรูซาเล็ม
๒๖. เขา​ได้​ปกครอง​อยู่​เหนือ​กษัตริย์​อีก​หลายๆ​องค์​ตั้งแต่​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​ไป​จนถึง​แผ่นดิน​ของ​พวก​ฟีลิสเตีย จน​ถึง​เขตแดน​ของ​ประเทศ​อียิปต์
๒๗. กษัตริย์​ได้​ทำ​ให้​เงิน​มี​มาก​อย่าง​กับ​ก้อนหิน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ทำ​ให้​ไม้สน​ซีดาร์​มี​อย่าง​เกลื่อน​กลาด​เหมือน​กับ​ไม้​มะเดื่อ​ตาม​เชิงเขา
๒๘. ม้า​ของ​ซาโลมอน​ถูก​นำ​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์​และ​จาก​ประเทศ​อื่นๆ​อีก​หลาย​ประเทศ
๒๙. ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​ซาโลมอน​ตั้งแต่​เริ่ม​ต้น​จน​สิ้นสุด​ลง​ได้รับ​การ​จด​บันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​บันทึก​ของ​นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า ใน​คำ​เผยแพร่​ของ​อาหิยาห์​ชาว​เมือง​ชิโลห์​และ​ใน​นิมิต​ของ​อิดโด​ผู้ที่​เห็น​นิมิต เกี่ยวกับ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท
๓๐. ซาโลมอน​ได้​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เหนือ​ชนชาติ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​สี่สิบปี

๒ พงศาวดาร ๑๐:๑-๑๙
๑. เรโหโบอัม​ไป​ที่​เชเคม​เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ไปที่​นั่น​เพื่อ​ที่​จะ​แต่งตั้ง​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์
๒. เมื่อ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​ได้ยิน​เรื่องนี้​เข้า (ตอนนั้น​เขา​อยู่​ใน​ประเทศ​อียิปต์​ซึ่ง​เป็น​ที่​ที่​เขา​หลบหนี​ไป​จาก​กษัตริย์​ซาโลมอน) เขา​จึง​ออก​มา​จาก​อียิปต์ กลับ​มา​บ้าน​ของเขา
๓. คน​อิสราเอล​จึง​ไป​หา​เยโรโบอัม เยโรโบอัม​พร้อม​ด้วย​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ไป​หา​เรโหโบอัม​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า
๔. “พ่อ​ของ​ท่าน​บังคับ​ให้​พวกเรา​ต้อง​ทำงาน​อย่าง​หนัก ตอนนี้ ช่วย​ทำ​ให้​งาน​ที่​หนักอึ้ง​และ​ภาระ​อัน​หนักหน่วง​ที่​พ่อ​ท่าน​เคย​วางไว้​บน​ตัว​พวกเรานั้น​เบา​ลง​ด้วยเถิด แล้ว​พวกเรา​จะ​อยู่​รับใช้​ท่าน”
๕. เรโหโบอัม​ตอบ​ว่า “อีก​สาม​วัน​ค่อย​กลับ​มา​พบ​เรา​ใหม่” ประชาชน​จึง​กลับ​ออกไป
๖. แล้ว​กษัตริย์​เรโหโบอัม​ก็​ปรึกษา​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ที่​เคย​รับใช้​ซาโลมอน​พ่อ​ของ​เขา​ใน​ช่วง​ที่​ซาโลมอน​ยัง​มี​ชีวิตอยู่ เขา​ถาม​ว่า “พวกท่าน​จะ​แนะนำ​ให้​เรา​ตอบ​ประชาชน​พวกนั้น​ยังไงดี”
๗. พวกเขา​ตอบ​ว่า “ถ้า​ท่าน​จะ​ใจดี​กับ​ประชาชน​เหล่านี้​และ​เอาใจใส่​พวกเขา และ​พูด​ดีๆ​กับ​พวกเขา พวกเขา​ก็​จะ​อยู่​รับใช้​ท่าน​ตลอดไป”
๘. แต่​เรโหโบอัม​ไม่​ยอมฟัง​คำ​แนะนำ​ที่​พวก​ผู้​อาวุโส​เหล่านั้น​ให้​เขา เขา​กลับ​ไป​ปรึกษา​กับ​พวก​คน​หนุ่มๆ​ที่​เติบโต​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​เขา และ​ทำงาน​ให้​กับ​เขา​อยู่
๙. เขา​ถาม​คน​หนุ่ม​พวกนั้น​ว่า “ประชาชน​พวกนั้น​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘ช่วย​ทำ​ให้​แอก​ที่​พ่อ​ของ​ท่าน​วางไว้​บน​พวกเรา​เบา​ขึ้น​ด้วยเถิด’ พวกเจ้า​มี​คำแนะนำ​ว่า​ยังไง พวกเรา​จะ​ตอบ​ประชาชน​พวกนั้น​ว่า​ยังไงดี”
๑๐. คน​หนุ่มๆ​เหล่านั้น​ผู้​ที่​เติบโต​ขึ้น​มา​พร้อมๆ​กับ​เขา​ตอบ​ว่า “บอก​พวก​ประชาชน​ที่​มา​พูด​กับ​ท่าน​ว่า ‘พ่อ​ของ​ท่าน​ได้​ทำ​ให้​แอก​ของ​พวกเรา​หนัก​เหลือเกิน ขอ​ให้​ท่าน​ช่วย​ทำ​ให้​มัน​เบา​ขึ้น​ด้วยเถิด’ บอก​พวกเขา​ไป​ว่า ‘นิ้ว​ก้อย​ของ​เรา​ยัง​หนา​กว่า​เอว​ของ​พ่อ​เรา​เสียอีก
๑๑. พ่อ​ของ​เรา​ได้​ทำ​ให้​แอก​ของ​พวกเจ้า​หนัก เรา​จะ​ทำ​ให้​มัน​หนัก​ยิ่ง​ขึ้น​ไปอีก พ่อ​ของ​เรา​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วยแส้ เรา​จะ​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วย​แส้​หาง​แมงป่อง’”
๑๒. อีก​สาม​วัน​ต่อมา เยโรโบอัม​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​กลับ​มา​หา​เรโหโบอัม​ตาม​ที่​กษัตริย์​ได้​บอก​กับ​พวกเขา​ไว้​ที่​ว่า “กลับ​มา​หา​เรา​ใหม่​ใน​อีก​สาม​วัน​ข้างหน้า”
๑๓. กษัตริย์​ตอบ​พวกเขา​ไป​อย่าง​หยาบคาย เขา​ไม่​ทำ​ตาม​คำแนะนำ​ของ​พวก​ผู้อาวุโส
๑๔. กษัตริย์​เรโหโบอัม​ไป​ทำ​ตาม​คำ​แนะนำ​ของ​พวก​คน​หนุ่มๆ​และ​พูด​ไป​ว่า “พ่อ​ของ​เรา​ทำ​ให้​แอก​ของ​พวกเจ้า​หนัก เรา​จะ​ทำ​ให้​มัน​หนัก​ขึ้น​ไปอีก พ่อ​ของ​เรา​เคย​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วยแส้ เรา​จะ​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วย​แส้​หาง​แมงป่อง”
๑๕. ดังนั้น​กษัตริย์​จึง​ไม่​ยอมรับ​ฟัง​ประชาชนเลย เหตุการณ์นี้​เกิดขึ้น​จาก​พระเจ้า เพื่อ​พระยาห์เวห์​จะ​ทำให้​คำพูด​ของ​พระองค์​ที่​ได้​พูด​ไว้​กับ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ผ่าน​ทาง​อาหิยาห์​ชาว​เมือง​ชิโลห์นั้น​สำเร็จ
๑๖. เมื่อ​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​เห็น​ว่า​กษัตริย์​ไม่​ยอมฟัง​พวกเขา พวกเขา​จึง​ตอบ​กษัตริย์​ไป​ว่า “พวกเรา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ครอบครัว​ดาวิด​อย่างนั้นหรือ พวกเรา​ได้​ส่วนแบ่ง​จาก​ที่ดิน​ของ​เจสซีหรือ เปล่าเลย อิสราเอลเอ๋ย ให้​แต่​ละ​คน​กลับ​ไป​ยัง​เต็นท์​ของ​พวกเรา​กันเถอะ ปล่อยให้ ลูกของดาวิด ดูแล​คน​ของ​พวกเขาเอง” ดังนั้น พวก​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​จึง​กลับ​ไป​ยัง​เต็นท์​ของตน
๑๗. แต่​ส่วน​ชาว​อิสราเอล​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ทั้งหลาย​ของ​ยูดาห์ เรโหโบอัม​ยัง​คง​เป็น​คน​ปกครอง​พวกเขาอยู่
๑๘. กษัตริย์​เรโหโบอัม​ส่ง​อาโดนีรัม ​ผู้​ควบคุม​คน​งาน​ที่​ถูก​เกณฑ์​ไป​พูด​กับ​ชาว​อิสราเอล แต่ชาว​อิสราเอล​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​จนตาย ส่วน​กษัตริย์​เรโหโบอัม​หนี​ขึ้น​รถรบ​ของ​เขา​และ​ขับ​หนี​เข้า​เมือง​เยรูซาเล็มไป
๑๙. ดังนั้น ชาว​อิสราเอล​จึง​แข็งข้อ​ต่อ​ครอบครัว​ของ​ดาวิด​จนกระทั่ง​ถึง​ทุกวันนี้

สดุดี ๘๐:๗-๑๓
๗. ข้าแต่​พระเจ้า ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ช่วย​ทำให้​เรา​กลับมา​เข้มแข็ง​เหมือนเดิม​ด้วยเถิด ช่วย​ส่อง​ใบหน้า​ของ​พระองค์​ลงมา​บน​พวกเรา​และ​ช่วยกู้​พวกเรา​ด้วยเถิด
๘. พระองค์​นำ​พวกเรา​ที่​เป็น​เถาองุ่น​ของ​พระองค์​ออกจาก​อียิปต์ พระองค์​ขับไล่​ชาวต่างชาติ​ออกไป​และ​ปลูก​พวกเรา​ที่​เป็น​ต้นองุ่น​ของ​พระองค์​แทน
๙. พระองค์​กำจัด​หิน​และ​หญ้ารก​ให้​ต้นองุ่น​นั้น​มี​ที่​เติบโต แล้ว​ต้นองุ่น​นั้น​ก็​หยั่งรากลึก​และ​แผ่ขยาย​ไปทั่ว​แผ่นดิน
๑๐. เงา​ของมัน​ปกคลุม​ไปทั่ว​เนินเขาต่างๆ ส่วน​กิ่งก้าน​ของมัน​ปกคลุม​ต้นสนซีดาร์​อันสูงใหญ่
๑๑. เถาองุ่น​ได้​แตก​กิ่งก้าน​แผ่ขยาย​ออกไป​ทาง​ทิศตะวันตก​สู่​ทะเล ทาง​ทิศตะวันออก​สู่​แม่น้ำยูเฟรติส
๑๒. แต่​ตอนนี้ ทำไม​พระองค์​ถึงได้​พัง​รั้วกำแพง​ที่​ป้องกัน​สวนองุ่น​ลง และ​ปล่อย​ให้​คน​ที่​เดินผ่าน​ไปมา​เด็ด​ลูกมัน
๑๓. พวกหมูป่า​ก็​พากัน​มา​แทะกิน และ​แมลง​จาก​ท้องทุ่ง​พากัน​มา​กัดกิน

สุภาษิต ๒๐:๑๖-๑๘
๑๖. หาก​เขา​มา​ค้ำ​ประกัน​ให้​กับ​คน​แปลกหน้า ให้​ยึด​เสื้อผ้า​ของ​เขา​เป็น​เครื่องมัดจำ หาก​เขา​ค้ำ​ประกัน​ให้​กับ​คน​ต่างด้าว ก็​ให้​ยึด​เครื่องประกัน​ของ​เขาไว้
๑๗. ขนมปัง​ที่​ฉ้อโกง​มา ก็​รส​หวาน แต่​ใน​ที่สุด​ปาก​จะ​เต็มไปด้วย​กรวดทราย
๑๘. แผนการ​สำเร็จ​ได้​เพราะ​คำปรึกษา ดังนั้น ให้​ใช้​กลยุทธ์​ที่​ฉลาด​ทำ​สงคราม

กิจการของอัครทูต ๑๔:๑-๒๘
๑. ใน​เมือง​อีโคนียูม​ก็​เหมือน​กัน เปาโล​และ​บารนาบัส​ได้​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว และ พูด​ป่าว​ประกาศ จน​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​จำนวน​มาก​เกิด​ความ​เชื่อ
๒. แต่​พวก​ยิว​ที่​ไม่​เชื่อ​ได้​ยุยง​คน​กรีก​ให้​โกรธ​เคือง​พวก​พี่น้อง​ของ​เรา​ที่​เชื่อ
๓. เปาโล​และ​บารนาบัส​อยู่​ที่​นั่น​เป็น​เวลา​นาน และ​ประกาศ​เรื่อง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อย่าง​กล้าหาญ และ​พระองค์​ก็​ให้​เปาโล​กับ​บารนาบัส​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์​ต่างๆ​ได้ เพื่อ​ยืนยัน​ให้​คน​รู้​ว่า​พระคำ​เรื่อง​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระองค์​ที่​ทั้ง​สอง​คน​พูด​นั้น​เป็น​เรื่อง​จริง
๔. คน​ใน​เมือง​ก็​แตก​ออก​เป็น​สอง​ฝ่าย ฝ่าย​หนึ่ง​เข้าข้าง​พวก​ยิว อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​เข้าข้าง​พวก​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู
๕. คน​กรีก คน​ยิว และ​พวก​ผู้นำ​ของ​พวก​เขา คบ​คิด​กัน​ที่​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​ทำร้าย​เปาโล​กับ​บารนาบัส
๖. แต่​ทั้ง​สอง​คน​ล่วงรู้​แผนการนี้​เสีย​ก่อน จึง​หนี​ไป​ที่​เมือง​ลิสตรา​และ​เมือง​เดอร์บี​ใน​แคว้น​ลิคาโอเนีย​และ​ดินแดน​แถวๆ​นั้น
๗. พวก​เขา​ก็​ยัง​คง​ประกาศ​ข่าวดี​ที่​นั่น​ต่อ​ไป
๘. ที่​เมือง​ลิสตรา มี​ชาย​ขา​พิการ​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่ เขา​เป็น​ง่อย​เดิน​ไม่​ได้​มา​ตั้งแต่​เกิด
๙. ชาย​คนนี้​ฟัง​เปาโล​พูด เปาโล​จ้อง​มา​ที่​ชาย​คนนี้ และ​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​เชื่อ​ที่​จะ​ทำให้​เขา​ได้รับ​การรักษา​ให้​หาย​ได้
๑๐. เปาโล​จึง​พูด​เสียง​ดัง​ว่า “ลุก​ขึ้น​ยืน” แล้ว​ชาย​เป็น​ง่อย​ก็​กระโดด​ขึ้น​และ​เริ่ม​เดิน
๑๑. เมื่อ​ฝูงชน​เห็น​สิ่ง​ที่​เปาโล​ทำ พวก​เขา​ก็​ส่งเสียง​ร้อง​เป็น​ภาษา​ลิคาโอเนีย​ว่า “พวก​พระ​ได้​แปลง​ร่าง​เป็น​มนุษย์​ลง​มา​หา​พวก​เรา”
๑๒. พวก​เขา​เรียก​บารนาบัส​ว่า พระซุส และ​เรียก​เปาโล​ว่า พระเฮอร์เมส เพราะ​เปาโล​เป็น​คน​พูด​ก่อน
๑๓. นักบวช​ของ​วัด​พระซุส ที่​ตั้ง​อยู่​หน้าเมือง​ได้​นำ​พวก​วัว​ตัวผู้​ที่​สวม​พวงมาลัย​ไป​ที่​ประตู​เมือง นักบวช​และ​ฝูงชน​อยาก​ที่​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​เปาโล​และ​บารนาบัส
๑๔. แต่​เมื่อ​บารนาบัส​และ​เปาโล​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​ตน แล้ว​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​ฝูงชน​พร้อม​กับ​ร้อง​ตะโกน​ว่า
๑๕. “พวก​คุณ​ทำ​อย่างนี้​ทำไม เรา​ก็​เป็น​แค่​มนุษย์​ธรรมดาๆ​เหมือน​กับ​พวก​คุณ เรา​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ประกาศ​ข่าวดี​กับ​พวก​คุณ เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​ได้​หัน​จาก​สิ่ง​ที่​ไม่​มี​ค่า​พวกนี้​ไปหา​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่ พระองค์​เป็น​ผู้สร้าง​ท้องฟ้า พื้นดิน ทะเล​และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​นั้น
๑๖. ใน​อดีต​พระองค์​ได้​ปล่อย​ให้​คน​แต่​ละ​ชาติ​ทำ​ตามใจ​ชอบ
๑๗. ถึง​แม้​พระองค์​จะ​ปล่อย​พวก​คุณ​ไว้ แต่​พระองค์​ก็​ทำ​ให้​คุณ​รู้​ว่า​พระองค์​มี​อยู่​จริง โดย​ดู​ได้​จาก​สิ่ง​ดีๆ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ให้​กับ​พวก​คุณ เช่น ให้​ฝน​ตก​จาก​ท้องฟ้า และ​ให้​มี​พืชผล​ตาม​ฤดูกาล พระองค์​ให้​พวก​คุณ​มี​อาหาร​กิน​และ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​คุณ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นบาน​ยินดี”
๑๘. ถึง​แม้​จะ​พูด​ให้​ฟัง​อย่างนี้​แล้ว เปาโล​กับ​บารนาบัส ก็​ยัง​เกือบ​จะ​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​อยู่ ที่​จะ​ไม่​ให้​พวก​เขา​เอา​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​ให้​กับ​พวก​เขา​ทั้ง​สอง​คน
๑๙. แต่​มี​ชาว​ยิว​บาง​คน​ที่​มา​จาก​เมือง​อันทิโอก​และ​เมือง​อีโคนียูม ได้​ชักชวน​ฝูงชน​ให้​มา​อยู่​ฝ่าย​พวก​เขา และ​ได้​เอา​หิน​ขว้าง​เปาโล แล้ว​ลาก​เปาโล​ออก​ไป​นอก​เมือง เพราะ​คิด​ว่า​ตาย​แล้ว
๒๐. เมื่อ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​มา​ยืน​ล้อม​เปาโล เปาโล​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​และ​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง พอ​วันรุ่งขึ้น​เปาโล​กับ​บารนาบัส​ก็​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​เดอร์บี
๒๑. เปาโล​กับ​บารนาบัส​ได้​ไป​ประกาศ​ข่าว​ดี​ใน​เมือง​เดอร์บี และ​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​ได้​มา​เป็น​ศิษย์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต จาก​นั้น​เขา​ทั้ง​สอง​ได้​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​เมือง​ลิสตรา เมือง​อีโคนียูม และ​เมือง​อันทิโอก
๒๒. ไป​ให้​กำลังใจ​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู และ​กระตุ้น​ให้​ยืนหยัด​ใน​ความ​เชื่อ​ต่อ​ไป เขา​พูด​ว่า “เรา​จะ​ต้อง​ผ่าน​ความ​ทุกข์ยาก​มากมาย ก่อน​ที่​จะ​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”
๒๓. เปาโล​และ​บารนาบัส​แต่งตั้ง​ผู้นำ​อาวุโส​ขึ้น​ใน​แต่​ละ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า เขา​ทั้ง​สอง​อธิษฐาน​และ​ถือ​ศีล​อด​อาหาร และ​มอบ​ผู้นำ​พวกนี้​พร้อม​กับ​หมู่​ประชุม​ต่างๆ​ไว้​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ที่​พวก​เขา​ไว้วางใจ
๒๔. แล้ว​เปาโล​และ​บารนาบัส​ได้​เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​ปิสิเดีย​ไป​ที่​แคว้น​ปัมฟีเลีย
๒๕. หลังจาก​ที่​ได้​ประกาศ​พระคำ​ใน​เมือง​เปอร์กา​แล้ว ก็​เดิน​ทาง​ลง​ไป​ที่​เมือง​อัททาลิยา
๒๖. จาก​ที่​นี่ พวก​เขา​ได้​นั่ง​เรือ​กลับ​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก ซึ่ง​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น​เคย​ฝาก​พวก​เขา​ไว้​ให้​พระเจ้า​ดูแล​งาน​ที่​เพิ่ง​ทำ​เสร็จ​ไป​นี้
๒๗. เมื่อ​เปาโล​และ​บารนาบัส​มา​ถึง ได้​เรียก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​มา​ประชุม​กัน และ​เล่า​ทุก​อย่าง​ที่​พระเจ้า​ทำ​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ให้​ฟัง และ​ที่​พระเจ้า​เปิด​โอกาส​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​ความเชื่อ​ด้วย
๒๘. แล้ว​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ก็​พัก​อยู่​ที่​นั่น​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​เป็น​เวลา​นาน